“ฆ่าพวกมันให้หมด!!” เสียงบุรุษผู้หนึ่งกล่าวดังลั่นสั่งการ
“นายกองเยี่ยขอรับทางนี้มีเด็กอยู่สองคน” เสียงบุรุษอีกผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
เยี่ยเปาในอายุสิบสี่ดำรงตำแหน่งนายกองทหารลาดตะเวนเล็กๆ ริมนอกแคว้นซิ่น ได้เห็นควันไฟผิดปกติมาทางป่าตอนเหนือของคฤหาสน์หลังใหญ่กลางป่า จึงรีบรุดพาทหารมาทันที
เป็ไปตามคาด คฤหาสน์หลังนี้มีโจรบุกปล้นสะดมเผาวอดไปแล้วครึ่งหลัง บ่าวใช้ต่างพากันนอนตายเกลื่อนกลาด
ข้าที่รู้สึกตัวตื่นมาพร้อมกับความผิดปกติทางการััทั้งหมดเสียงที่ได้ยินฟังชัด แม้กระทั่งเสียงนกร้องด้านนอก เสียงลมหายใจของพวกเขาทั้งหมด และกลิ่นคาวเืชวนเวียนหัวที่ได้กลิ่นแรงกว่าคราแรก
พลันร่างกายก็ััถึงแรงโอบอุ้มขึ้นมา พร้อมกับเสียงหายใจหอบด้วยความเหนื่อย อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมผสมของดอกไม้หลายชนิดลอยตีเข้ามาในจมูกข้า มันน่าจะมาจากถุงหอมของเขา
“อดทนไว้…ข้าจะพาเ้าไปหาท่านหมอ” เยี่ยเปาช้อนร่างกายเด็กน้อยขึ้นมา จากนั้นก็รีบรุดพานางวิ่งออกมาด้านนอกทันที
ข้าลืมตาขึ้นช้าๆ มองบุรุษใบหน้าคมคาย ที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นจนไหลหยดลงมาบนใบหน้าของข้า
‘ขอบคุณเ้าค่ะ... ‘ข้ากล่าวในใจ
เยี่ยเปาก้มมองเด็กน้อยในอ้อมอกครู่หนึ่ง เห็นว่านางลืมตาขึ้น แล้วก็ปิดลงไปเหมือนเดิมจึงกล่าวขึ้น
“เ้าลืมตาแล้ว….. เห้! ประเดี๋ยวอย่าพึ่งหลับ”
..…….นี่เ้าเด็กน้อย ิญญาไม่มีการนอนหลับหรอกนะ เ้าจะมัวแต่หลับเช่นนี้ไม่ได้……...เสียงบุรุษอาภรณ์สีดำดังก้องอยู่ในหูของข้า เป็เสียงที่ได้ยินอีกครั้ง
“ฮืออๆ ….เจี่ยเจียท่านฟื้นขึ้นมาเถิด ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะ ถึงข้าจะชอบเอาแต่แกล้งท่าน แอบคิดว่าท่านทึ่มทื่อ แต่ตัวข้ารู้ดีว่าไม่มีผู้ใดในแผ่นดินหยวนโปวจะรักข้ามากกว่าท่านอีกแล้ว
ท่านรักคุณชายเยี่ย ข้าไม่้าเขาแล้ว สิ่งที่ดีข้าล้วนจะมอบให้ท่านก่อน ท่านเลี้ยงข้ามาอย่างดี ตามใจข้าทุกอย่างไม่เหมือนท่านพ่อที่เอาแต่กล่าวห้าม….ได้โปรด์คืนนางให้ข้าเถิด” ไป๋ซิงหนี่ว์กอดพี่สาวต่างมารดาร้องไห้ปานจะขาดใจ
ตัวนางรู้ดีว่าไป๋มี่อิงทั้งรักทั้งเอ็นดูนางมากมากเพียงใด เพราะด้วยนิสัยชอบดูแคลนผู้อื่น ชอบยกตนเหนือใคร ชอบคิดว่าตนเองดีกว่าผู้ใด ปล่อยสิ่งเหล่านี้ครอบงำจึงละเลยความรู้สึกมากมายที่ไป๋มี่อิงมอบให้นาง
พอยามนี้เมื่อมองเห็นสิ่งสุดท้ายที่พี่สาวตนเองยอมสละทั้งชีวิตให้ นางถึงเข้าใจว่าตนเองโง่งมและทึ่มทื่อมากกว่าพี่สาวของนางเองเสียอีก
' ซิงหนี่ว์กำลังร้องไห้หรือ ข้าไม่เคยโกรธเ้าหรอก เพราะเ้ายังเด็กนัก อารมณ์ และความนึกคิดยังไตร่ตรองได้ไม่ดี และเป็เพราะข้าเองที่ไม่ยอมสั่งสอนเ้าให้ดี '
...……ในเมื่อไม่หลับก็ลุกขึ้นมาเสีย จะให้ข้าผู้เป็เ้ารัตติกาลผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนปรโลก ยืนรอเช่นนี้หรือ หึ มิรู้ว่าตระกูลไป๋สั่งสอนบุตรมาเช่นไรกัน……..
“พูดมากเสียจริง…” ข้ากล่าว พลางลุกขึ้นมานั่งทับบนร่างกายตนเองที่นอนนิ่งบนเตียงไม้หลังใหญ่ในห้องนอน อีกทั้งยังมีเด็กน้อยขี้แย ร้องโฮน้ำมูก น้ำตาเลอะร่างข้าไปหมด
“ดูเสีย…โตขึ้นมาเป็เด็กปากหาญเยี่ยงนี้!” เขากอดอก หรี่ตาดุจหงส์มองนาง อย่างคาดโทษ เมื่อสิบสี่ปีก่อนนางยังดูหน้าเอ็นดูกว่าตอนนี้เสียอีก
“ไม่เจอกันตั้งนาน ท่านยังคงเหมือนเดิม มิแก่มิตาย” ข้าแกล้งกล่าวเย้ากวนโทสะ เขาเล็กน้อย
บุรุษผู้นี้ใบหน้ายังคงเหมือนเดิมไม่มีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลา สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิท หางตายังแต่งแต้มด้วยสีม่วงเป็ทางยาว ผมสีดำปล่อยทิ้งตัวลงกลางหลัง
“หึหึ รู้จักมีอารมณ์ขัน วันนี้เ้าจะเอาอันใดมาแลกเปลี่ยน” เขากล่าวถามตรงประเด็นทันที นานมาแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรสของอร่อย
“แลกเปลี่ยน….” ข้าหลับตาระลึกถึงห้วงความทรงในหัวทั้งหมด สิ่งใดกันที่แสนล่ำค่าที่จะนำมาแลกเปลี่ยนครานี้ได้ ระลึกนึกถึงผู้ใดจะควรค่าแก่การให้ข้าลบเลือน ผู้ใดกันที่ไม่จำเป็ต้องมีข้าอยู่ในชีวิต
ท่านพ่อ……
ซิงหนี่ว์…..
จิ้นฝาน….
ซิ่นสือ…
ล้วนแต่เป็ความทรงที่แสนล้ำค่า หากลบเลือนพวกเขาไป พวกเขาคงต้องเ็ปมากเช่นกัน
‘เยี่ยเปา’ ตัวข้าขอลบเลือนเขาให้หายไปจากความทรงจำ ถึงแม้ว่าจะเป็แรกรักที่ตรึงใจมาตลอดสิบสี่ปี ถือว่าสามปีที่ตามเกี้ยวท่านเป็การตอบแทนคุณที่ท่านช่วยชีวิตข้า กับซิงหนี่ว์ไว้
'ต่อให้ข้าไม่มีท่านอยู่ในความทรงจำ ไม่มีท่านในชีวิต ท่านก็ยังคงเป็ท่านและใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขเช่นเดิม' ข้ากล่าวขึ้นในใจ
“ครานี้ข้าจะได้สิ่งใดอีก” เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็กล่าวถามเขา
“คุณสมบัติที่เหนือผู้คน และกับการได้คืนเข้าสู่ร่างอีกครา” เขายังคงกล่าวประโยคเดิมเมื่อสิบสี่ปีก่อน
“แลกเปลี่ยนกับความทรงจำของเยี่ยเปา” ข้ากล่าวประโยคเดิมเช่นกัน แค่เปลี่ยนชื่อผู้แลกเปลี่ยนความทรงจำด้วยเท่านั้น
“การแลกเปลี่ยนถือว่าสำเร็จ” เขากล่าวจบ ก็ยกปลายนิ้วเรียวที่มีเล็บยาวสีม่วงชี้ทะลุลงไปในศีรษะของสตรีตรงหน้า ดึงเส้นแสงสีขาวแห่งความทรงจำออกมา มันดูยาวกว่าคราแรกอยู่หลายเท่า
ดูท่าแล้วคงจะเป็ความทรงจำที่ล้ำค่ากับนางอยู่มาก เขายกมันขึ้นสูงแหงนหน้าขึ้นอ้าปากตวัดลิ้นกินมันเข้าไปช้าๆ ละเมียดความหอมหวานความอร่อยของมันในปากอยู่นานมาก แล้วค่อยๆ กลืนลงคอนึกอย่างเสียดาย เพราะนานๆจะพบของอร่อยล้ำเช่นนี้…