“ว่าไงนะครับแม่”
เสียงของกัลปพฤกษ์ดังเหมือนโลกกำลังจะแตกเมื่อคุยประโยคสุดท้ายกับมารดาตนเอง...คำพูดหลายประโยคที่คุณกาญจนาพูดรัวเร็วจนฟังแทบไม่ทันทำเอาคนเป็นลูกเหมือนโดนนะจังงัง...นั่นเพราะคำพูดประโยคเดียว ‘ตอนนี้แม่อยู่ที่สนามบินแล้วนะอีกประมาณชั่วโมง แม่คงจะไปถึง’
ที่เหลือคุณกาญจนาจะพูดอะไรบ้าง...ชายหนุ่มไม่สามารถเก็บข้อมูลเข้าไปยังหน่วยความจำ...แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะมารดาของเขาจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว
ตัวต้นเหตุทำเสียงตื่นตูมไม่น้อยเมื่อเห็นหนุ่มปากจัดยืนค้างเติ่งกับที่ “เป็นอะไรวะไอ้ปลาแม่เอ็งโทรมาว่าไงบ้าง”
“แม่ข้าจะลงมาจากเชียงใหม่”เขาเว้นวรรค ลงเสียงหนักตรงคำถัดไป “...วันนี้”
“วันนี้...แม่เอ็งจะมาวันนี้”
“อีกชั่วโมงจะมาถึง”กัลปพฤกษ์ถอยเก้าอี้ตรงหน้า ทรุดกายลงนั่งเหมือนคนหมดแรง
คำว่า ‘ใจดีที่สุด’ ของบรรดาคุณแม่ชายหนุ่มทั้งสามคนไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่ายๆ...ที่เขากล้ารับปากลายเสือว่าให้มานาลีมาค้างที่นี่ได้ก็เพราะคุณกาญจนามักจะอยู่ดูแลสวนผลไม้ที่เชียงใหม่มากกว่าที่จะมาอยู่ดูร้านอาหารที่กรุงเทพฯนานครั้งถึงจะโผล่มาเยี่ยมลูกชายสักที...ดังนั้นการมาในวันนี้จึงเป็นสิ่งที่กัลปพฤกษ์ไม่ทันตั้งตัว
“แต่เอ็งรับปากข้าแล้วนะหวังว่าคงจะไม่ปฏิเสธข้านะเว้ย” ลายเสือรีบพูดดักคอ
มานาลีที่นั่งฟังอยู่พอจับความยุ่งยากใจที่แสดงออกทางสีหน้าของกัลปพฤกษ์ จึงเอ่ยขึ้น “เมนี่พักที่โรงแรมก็ได้นะดาร์ลิงค์ถ้าเกิดว่ามันจะทำให้คนอื่นต้องลำบาก...เมนี่ไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร”
แต่แล้วจู่ๆ...คนที่ตั้งป้อมรังเกียจสาวลูกครึ่งไม่อยากแบกรับภาระที่เป็นสิ่งมีชีวิตอย่างเธอ กลับพูดแทรกขึ้นอย่างผิดคาด
“ไม่เป็นไรครับคุณเมนี่...เดี๋ยวผมจะอธิบายกับคุณแม่เอง”
กัลปพฤกษ์ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงทำเหมือนเต็มใจ ไม่ตั้งท่ารังเกียจอย่างคราวแรกแต่เมื่อเหลือบตาขึ้นไปมองเจ้าของตัวจริง เขาเหมือนรู้สึกตัวจึงแกล้งพูดกลบเกลื่อนด้วยเสียงอ่อยๆ
“ก็ไม่มีอะไร...เดี๋ยวข้าจะโกหกแม่ข้าเอง...ว่าทำไมคุณเมนี่ต้องมาอยู่ที่นี่”
ความสับสนในความคิดทำเอาหนุ่มปากจัดไขว้เขว...แต่ก็ไม่วายหันไปพูดกำชับด้วยน้ำเสียงเหมือนคำสั่งกับสาวลูกครึ่งตรงหน้า
“แต่คุณมาพักที่บ้านผม ก็ทำตัวให้มันดีๆหน่อยละกัน...แม่ผมน่ะเลือดรักชาติเข้าขั้นเชียวนะคุณอย่าเผลอดูถูกความเป็นไทย”
หญิงสาวตากระตุกยืดตัวขึ้นเม้มริมฝีปาก...เธอคงนึกไม่พอใจเขายิ่งขึ้นที่ยังอุตส่าห์แขวะเรื่องคำพูดเมื่อเช้าแต่ก็ไม่คิดจะโต้เถียงแต่อย่างใด ตัวกัลปพฤกษ์เองกลับเป็นฝ่ายเนื้อเต้นเสียยิ่งกว่าเมื่อไม่ได้ยินคำพูดทิ่มแทงจากอีกฝ่าย
ลายเสือเอ่ยขึ้นอย่างคลายกังวลเมื่อคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาหากว่ากัลปพฤกษ์จะออกตัวให้กับการมาอยู่ชั่วคราวของมานาลี “แล้วเอ็งจะโกหกแม่เอ็งว่ายังไง”
ชายหนุ่มปากจัดไม่ตอบ...หากแต่ยิ้มมีเลศนัย
.............................................
ตลอดระยะเวลาชั่วโมงเศษสองหนุ่มกับหนึ่งสาวรอคอยการมากรุงเทพฯของคุณกาญจนามานาลีไม่ได้สนใจต่อท่าทางของสองหนุ่มเท่าไหร่หญิงสาวลงไปเดินยังสวนด้านล่างที่มีบ่อปลาขนาดย่อมอยู่ตรงด้านล่างระเบียงที่เป็นชานยื่นด้านนอก
บริเวณซุ้มเรือนแยกซึ่งเป็นมุขหกเหลี่ยม...ต้นเสาทั้งสองข้างที่ยื่นออกมาจมหายไปยังธารน้ำใสที่ก่อปูนเป็นบ่อปลาโอบล้อมพื้นที่ด้านล่างเป็นแนวยาวไปจรดขอบเกือบชิดกำแพงรั้วไม้ระแนง...สะพานน้อยๆทอดยาวลงไปสู่บ่อเลี้ยงปลาขนาดย่อมตรงกลางมีน้ำพุพวยพุ่งสวยงาม...ส่วนด้านล่างมีปลาคาร์ปสีสวยขนาดใหญ่ว่ายเวียนไปมา
มานาลีลงนั่งยองๆกับพื้นเอื้อมมือลงไปแช่ในบ่อปลา มีปลาคาร์ปหลายตัวว่ายเข้ามาใกล้มือ แล้วตอดที่ปลายนิ้วหญิงสาวไม่ได้ชักมือกลับ หากแต่หัวเราะคิกคักลำพังเมื่อรู้สึกว่าจั๊กจี้...เธอเพิ่งเคยเห็นปลาคาร์ปสีสันสดใสและตัวใหญ่ในรยะใกล้ชิดขนาดนี้เป็นครั้งแรกที่ผ่านมาอาจเคยเห็นตามรูปภาพ ตามหน้านิตยสาร แต่ก็ไม่เคยสนใจ
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกชอบปลาคาร์ปสีสวยนี่แล้วสิ...อาจหมายรวมถึงบรรยากาศโดยรอบของร้านที่ปลูกต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มครึ้มเขียวขจีมานาลีเองก็เคยคิดอยากมีบ้านส่วนตัวแบบนี้สักหลังบ้านที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ...สีเขียวของต้นไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแถมยังทำให้จิตใจรู้สึกสงบเยือกเย็น ยิ่งเสียงของน้ำไหลละอองน้ำที่ปลิวมาพร้อมลมโชยอ่อน ยิ่งทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม
ติดอยู่อย่างเดียวที่จะทำให้มานาลีไม่ชอบที่นี่ก็เพราะเจ้าของร้านปากเสีย ซึ่งตอนนี้เขากำลังจับจ้องเธออย่างเสียมารยาท
หญิงสาวมองชายหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังยืนคุยกันตรงริมระเบียงเธออยู่ในระยะไกลเกินไป จึงไม่รู้ว่าจอมเจ้าชู้ทั้งคู่กำลังสนทนาสิ่งใดแต่เท่าที่ดูจากสายตาคนที่เธอเกลียดขี้หน้า คงต้องเดาไว้ก่อนว่านายนั่นจะต้องนินทาเธอเป็นแน่แท้
ยิ่งเห็นลายเสือเอามือถองเข้าสีข้างหนุ่มปากจัดพูดจาเหมือนกระเซ้าจากการสังเกตกิริยาของเขา...มานาลียิ่งอยากรู้ว่าทั้งคู่นินทาอะไรเธอ
อารมณ์สุนทรีในการชมไม้ชมปลาจึงหมดสิ้นโดยพลันสาวเท้าเข้าไปยืนในระยะใกล้ที่สุด แต่ไม่ยอมเดินกลับขึ้นไปยังชานนั่งข้างบนเธอเป็นฝ่ายแหงนหน้าขึ้นมองชายหนุ่มทั้งคู่
“นินทาอะไรเมนี่หรือเปล่า...เห็นหัวเราะกันครึกครื้นสนุกปาก”
เสียงของเธอเขียวปั้ดหากแต่คนที่ยืนจ้องหน้าเธอเขม็งเมื่อครู่กลับเป็นฝ่ายยิ้มกริ่มไม่ตอบยิ่งทำให้มานาลีพานคิดเอาเองว่านายปากปลาร้าต้องพูดถึงเธอในทางไม่ดีแน่นอน
“นายนินทาอะไรฉัน...นายปีจอ”เธอนึกคำเรียกหนุ่มปากจัดไว้แก้เผ็ดคืนบ้าง หลังจากที่ตัวเธอถูกเรียก ‘แม่สาวฝรั่ง’มาหลายหน
“ผมไม่ได้เกิดปีลิงนะคุณ”กัลปพฤกษ์ยอกย้อน
หากแต่ลายเสือยังอดขันไม่ได้ไม่รู้ว่าเพื่อนเขาแกล้งโง่ หรือจงใจยั่วเย้าฝ่ายหญิงกันแน่ “ลิงนั่นมันปีวอกเว้ย...ส่วนปีจอนั่นน่ะมัน...”
กัลปพฤกษ์เอาศอกกระทุ้งคืน “ข้ารู้แล้วเว้ย...ทางของข้าให้ข้าเป็นคนกวนเอง เราตกลงกันแล้วไง”
“เออๆได้ทีขู่เลยนะ”
ข้อตกลงระหว่างสองหนุ่มเกิดขึ้นเมื่อมานาลีเดินทิ้งช่วงห่างออกไปจากบริเวณซึ่งเกี่ยวกับการที่กัลปพฤกษ์จะโกหกกับมารดา ดังนั้นจึงบอกกับ ‘ตัวจริง’ ของหญิงสาวเสียก่อนว่าเขาคิดอ่านเช่นไร เมื่อถึงเวลาที่พูดกับคุณกาญจนา จะได้เข้าใจตรงกัน
ขณะที่สองหนุ่มเถียงกันไปมาหญิงสาวก็เดินหน้าง้ำมายืนอยู่ข้างหลังเขาเสียแล้ว และยังได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่พูดกันแม้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็อดถามไม่ได้
“สัญญาอะไร...สองคนนี้มีความลับอะไรกัน”เธอทำเสียงเข้มใส่นายปากปีจอ และหันไปทำเสียงออดอ้อนคนรัก “ว่าไงคะไทเกอร์มีความลับอะไรกับเมนี่”
“ไม่มีอะไรหรอกครับก็คุยกันตามประสาผู้ชาย...เรื่องทั่วไป”
“ตามประสาผู้ชาย...ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิงหรอก”เธอพูดตรงจุด หากแต่ผู้หญิงที่พูดถึง ไม่ใช่ใครอื่น แต่กลับเป็นตัวเธอนั่นเอง
“เมนี่อย่าลืมนะ...ถ้าแม่นายปลามาถึง...มันพูดอะไรเมนี่ก็เออออห่อหมกไปตามกัน อย่าเพิ่งไปเถียงหรือว่าโต้แย้ง”
หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับเข้าใจหรือไม่...ไม่ใช่คำตอบ เพราะยังไม่รู้ความนัยว่าสิ่งที่จะให้เธอตามน้ำกับคำพูดนายปากปีจอนั่นเป็นเรื่องอะไร
“เมนี่ก็ต้องดูตามความเหมาะสมนั่นล่ะ”
เหมาะสม...หรือไม่เหมาะสมลายเสือไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เมื่อเพื่อนเขาพร้อมจะออกตัวเป็นกันชนแถมยังยื่นตัวเองมาเป็นข้อเสนอบางอย่าง...คนอย่างเขาเมื่อไม่รัก ก็ไม่นึกหวงแม้ยังไม่เข้าใจเจตนาของกัลปพฤกษ์ถ่องแท้ แต่ก็คิดว่าเป็นวิธีที่สนุกไม่หยอกอย่างน้อยตัวเขาก็จะได้มีอิสระ กางปีกโบยบินไปได้ตามใจชอบ ไม่ต้องมีใครมาล่ามโซ่หรือต้องอยู่ในกรงขังของใคร
แค่คิดถึงตรงนี้ ก็พานนึกไปถึงเรื่องของโยธิกาเมื่อช่วงเช้า...เรื่องนั้นก็ปวดหัวแทบแย่ขืนเอามานาลีเข้าไปผูกเป็นเชือกคล้องคอไว้อีกขด มีหวังหัวต้องระเบิดแน่นอน
............................................