“ร้องไห้หรือ?” ลวี่เยาแทบไม่อยากเชื่อ นางยื่นมือออกมาลูบใบหน้าตนเอง เมื่อพบคราบน้ำตาบนร่องนิ้ว ก็ตกตะลึงเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง สีหน้าแววตาเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด ท้ายที่สุดกลายเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ กล่าวยืนยันว่า “ร้องไห้แล้ว” หลังจากนั้นมองไปทางที่กลุ่มคนขี่ม้าหายลับไป สิ่งสวยงามล้ำค่าเหล่านั้นถูกหุ้มห่อเป็นชั้น ๆ อย่างดี เก็บซ่อนไว้ในความทรงจำส่วนที่ลึกที่สุด เปรียบเหมือนดอกโบตั๋นที่เบ่งบานอย่างเงียบ ๆ เพียบพริบตาก็ผ่านไปแล้วหลายร้อยปี
เด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุ 11-12 ขวบ ก่อกวนซุกซนเป็นที่สุด ปีนขึ้นต้นไม้เพื่อล้วงหยิบไข่นกอย่างมีชีวิตชีวา ครั้นตอนจะลงมากลับขลาดกลัว มิกล้าขยับ นางนั่งยอง ๆ อยู่บนต้นไม้ เห็นบุรุษสวมชุดจิ้นจวง1 สีดำเดินผ่านมาด้านล่าง จึงรีบโบกมืออ้วนเล็กร้องตะโกน “นี่ ๆ ๆ พี่ชาย พี่ชายรูปหล่อ หยุดรอสักครู่ ท่านอุ้มอาเหยียนลงไปได้ไหม? แล้วอาเหยียนจะแบ่งไข่นกให้ท่านกิน”
ชายหนุ่มอายุราว 17-18 ปี เงยหน้ามองเด็กสาวบนต้นไม้ ความงดงามดุจรูปแกะสลักพุ่งเข้าสู่สายตาของนาง
เด็กสาวอ้าปากเล็ก ๆ น้ำลายหยดหนึ่งไหลออกจากริมฝีปากนุ่มสีชมพูเป็นมันเงา หยดลงบนปลายจมูกของชายหนุ่ม
ภายใต้การจ้องมองของสายตาที่ประหนึ่งเพชรตาแมวของชายหนุ่ม เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวตระหนักถึงความรู้สึกเขินอาย นางใช้หลังมือเช็ดปากอย่างแรงทีหนึ่ง ดูดน้ำลาย ก่อนชะโงกหน้าบอกชายหนุ่มว่า “พี่ชาย เราสองคนมาทำสัญญากันดีไหม?” เมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเฉยนางจึงเริ่มใคร่ครวญ “พี่ชาย พี่ชายรูปหล่อ ข้าชื่ออาเหยียน ข้านั้นงามที่สุดในใต้หล้า ท่านคิดถูกแล้วละที่เลือกข้า! อาเหยียนแสนปราดเปรื่อง เรียนรู้ว่องไว สติปัญญาสูง และยังสามารถ... สามารถ...อ๊ะ”
เด็กสาวตื่นเต้นดีใจจนเกินไป ไม่ทันสังเกต พอเท้าลื่นก็พลัดจากต้นไม้
ชายหนุ่มยื่นมือไปรับเด็กสาวและกล่าว “คราวหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก”
เด็กสาวหน้าแดง เพราะรู้ว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงกล่าวเช่นนี้ เนื่องจากเมื่อครู่ตอนที่นางนั่งยองอยู่บนต้นไม้และแนะนำตัวเอง ชายหนุ่มถอนสายตาคล้ายกับต้องการจากไป นางไม่รั้งรอ จึงแสร้งทำเป็นเท้าลื่นพลัดตกต้นไม้
ครานี้แม้ถูกชายหนุ่มจับได้ แต่เด็กสาวกลับยิ้ม หรี่ตาเหมือนจิ้งจอกน้อยไม่มีผิด บรรลุจุดประสงค์แล้ว อย่างอื่นก็ไม่สำคัญ
เด็กสาวกำลังกระหยิ่มใจ จู่ ๆ ชายหนุ่มกลับปล่อยมือ ร่างของเด็กสาวร่วงลงพื้น
ก้นเด็กสาวกระแทกกับพื้น เจ็บจนยิงฟันแยกเขี้ยว
ชายหนุ่มหันกลับเดินจากไป ไร้ซึ่งความเห็นใจใด ๆ
เด็กสาวมองไข่นกที่แตกอยู่บนหน้าท้องตนเอง ก็แผดเสียงด้วยความโมโห “ไข่ของข้าแตกแล้ว!” เมื่อเห็นชายหนุ่มยังเพิกเฉยไม่สนใจ ก็เด้งตัวขึ้นจากพื้นวิ่งตามไป ขวางทางเดินของชายหนุ่ม ใส่อารมณ์ตะคอกอย่างโกรธเคือง “ไข่แตกแล้ว ไม่มีนกแล้ว ไม่มีนกแล้ว แม่นกพ่อนกต้องเสียใจ แม่นกพ่อนกต้องเสียใจ จะไม่วางไข่อีกแล้ว ท่านบีบให้ลูกนกตายในเปลือกไข่ ไม่ให้มันมีโอกาสได้เจอหน้าพ่อแม่แม้สักครั้ง การกระทำเช่นนี้ช่างน่าโมโห ท่านทำเกินไปแล้ว!”
ชายหนุ่มตะลึงงงเล็กน้อย สักครู่เหมือนถอนหายใจเบา ๆ คราหนึ่ง ถามกลับ “เจ้าต้องการอะไร?”
เด็กสาวยิ้มเจ้าเล่ห์กล่าว “ทำสัญญากับข้าสิ ท่านพี่ชาย ข้าทำดีกับท่านแน่นอน ทั้งชีวิต ดีกับท่าน”
ถังโยวผลักไหล่ของลวี่เยา “นี่ ๆ ๆ เจ้าคิดอะไรอยู่?”
ภาพในหัวของลวี่เยาหายไป ความทรงจำสุดล้ำค่าเหล่านั้นกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แต่ไม่เป็นไร
ท่านพี่ชาย อาเหยียนหาท่านพบแล้ว
ลวี่เยาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีก ร่างนั้นสั่นเล็ก ๆ นางก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ หัวเราะไปหัวเราะมา เสียงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ สั่นสะเทือนเบา ๆ ในแก้วหู ภายใต้ชุดผ้ากระสอบ นางกางแขนสองข้าง แหงนหน้ามองฟ้าหัวเราะร่า ท่าทางคล้ายยืนอยู่บนยอดเขาสูงสุด ดั่งบุรุษรูปงามนั่งอยู่บนเขาเจียงซานอย่างสบายใจไร้กังวล!
หากจะว่ากันตามหลักการ ในเวลานี้ หลายคนควรยอมจำนนต่อรัศมีเปล่งประกายของลวี่เยา ทว่าในความเป็นจริงมันกลับดูโรยแรงแห้งเหี่ยว กองผักกาดเน่าถูกโยนใส่หน้าของนาง หญิงชราอารมณ์เสียร้องด่า “เห่าหอนหาผีสางอะไร ทำเอาตกใจแทบตาย เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต รู้ไหม” ว่าแล้วก็จ้องมองลวี่เยาอย่างดุร้าย ถือตะกร้าใบเล็กกับไม้เท้า เดินงกเงิ่นจากไป ปากยังคงพึมพำ “เด็กอัปลักษณ์ การกระทำก็ประหลาด”
ลวี่เยาหยิบกองผักกาดเน่าออกจากหน้า ด่าปนหัวเราะ “นังเฒ่านี่” ทว่าในน้ำเสียงนั้นไม่มีเจตนาร้าย
ถังโยวนั้นรู้สึกว่าวันนี้มีเรื่องกระทบจิตใจหลายอย่าง ทำให้พลังลมปราณเปิด มองคนออกทะลุปรุโปร่งอย่างน่าประหลาด นางแปลกใจในพฤติกรรมของหลี่เยา หลังจากครุ่นคิดสักครู่จึงถาม “ลวี่เยา เจ้ารู้จักชายผู้นั้นหรือ? เขาคงไม่ใช่คนรักของเจ้าในอดีตกระมัง?” กล่าวจบก็หัวเราะ ชัดเจนมากว่านางขบขันกับเรื่องตลกของตัวเอง
ลวี่เยาอารมณ์ดี พยักหน้าตอบรับ “ใช่”
เสียงหัวเราะของถังโยวพลันหยุดลง นางกลั้นขำจนหน้าแดงคอบวม กระโดดสองที รอจนสงบอารมณ์ได้จึงเดินเข้าไปใกล้ลวี่เยาอย่างมีนัย ลดเสียงลงและถาม “คนรักของเจ้างั้นหรือ?”
หลังจากถังโยวหัวเราะจนพอ นางยื่นมือไปตบไหล่ของลวี่เยา กล่าวปลอบใจ “ลวี่เยาเอ๋ย เจ้าอย่าเสียใจไปเลย แม้เจ้าจะขี้เหร่ไปบ้าง แต่โชคยังดีที่เกิดเป็นหญิง รอข้าคุณหนูวันใดหาสามีได้ ก็จะหาให้เจ้าเช่นกัน” ถึงตรงนี้ก็แสร้งทำหน้าดุดัน “หากเขาไม่ยอม ข้าคุณหนูจะตีเขาให้ขาหัก!” หัวเราะอย่างชั่วร้าย กล่าวจริงจัง “เจ้าวางใจเถอะ! แค่มีข้าคุณหนูอยู่ จะคุ้มครองดูแลมิให้ใครมารังแกเจ้า” หลังจากนั้นโบกมืออ้วน ๆ “ไปได้แล้ว ดูต่อไปเขาก็ไม่กลับมา ต่อให้กลับมาก็ไม่โผเข้าหาเจ้า เลิกมองได้แล้ว ไป ไปดูละครกับข้า!” ถังโยวหมุนตัวกลับ เดินไปปากก็พึมพำ “เขตลิ้วเหอจะพลิกคว่ำก็คราวนี้ มีหนุ่มรูปงามมากมาย ใจข้าดวงนี้อัดแน่นจวนระเบิดอยู่แล้ว” กล่าวพลางเอามือคลำหน้าอกตนเอง
ลวี่เยาแสยะยิ้มมุมปากเอ่ยเรื่อยเปื่อยอย่างมีความสุข “ใจกว้างจนสามารถคลุมเจดีย์สูงได้เลย”
ถังโยวเดินไปด้านหน้าสองก้าว หยุดกะทันหัน หมุนตัวกลับมา แววตาเป็นประกายจ้องมองลวี่เยา กล่าวอย่างตื่นเต้น “ลวี่เยา คนสนิท! คิดไม่ถึง เจ้าคือคนที่เข้าใจข้า! ใช่แล้ว ๆ หากข้าใจกว้างละก็...” นางชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งหัวใจของตนเอง “ตรงนี้สามารถครอบคลุมอาคารสูงหลังหนึ่งได้เลย มีชายหนุ่มหน้าตาดีเข้าไปอยู่มากมาย ฮิ ๆ ฮ่า ๆ จิตใจที่รักสวยรักงามใคร ๆ ล้วนมี ผู้อื่นจะกล่าวหาว่าข้าบ้าผู้ชายได้อย่างไร? ข้ารักจะมองบุรุษรูปงาม แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกนาง? ผู้หญิงที่เสแสร้งเป็นดีบริสุทธิ์เหล่านั้น ก็แค่อิจฉาข้าที่กล้ารักกล้าเกลียด!”
ลวี่เยามองถังโยวที่กำลังดีใจ พยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่ “ท่านชอบใครเป็นเรื่องของท่าน คนอื่นไม่เกี่ยว”
ถังโยวที่ดูเหมือนได้รับการยืนยันจากคนสำคัญรีบยืดอก “ใช่! ลวี่เยา ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี ข้าดูคนไม่ผิดจริง ๆ เจ้าดีมาก ต่อไปจงติดตามข้า จะให้เจ้าได้กินดีอยู่ดี” มืออ้วน ๆ โบกไปมา “ไป พวกเราไปฟังเยี่ยนกุยขับร้อง หากเขาร้องดี ข้าคุณหนูจะให้รางวัลเขา! ให้รางวัลเขาอย่างงาม!”
หงซิ้วเห็นสองนายบ่าวพูดคุยหัวเราะ ตัดนางออกไปให้โดดเดี่ยว ความรู้สึกที่ไม่ได้รับความเอ็นดูนี้ แย่เหลือเกิน นางรีบก้าวขึ้นไป ยิ้มกล่าวถามถังโยวว่า “คุณหนู กินของหวานหน่อยดีไหมเจ้าคะ?”
ถังโยวกวาดตามองหงซิ้ว แต่ไม่ตอบอะไร หันหน้าไปพูดคุยหัวเราะกับลวี่เยาต่อ
หงซิ้วกัดริมฝีปาก เดินเข้าไปใกล้อีกและถาม “คุณหนู อยากกินซาลาเปาเนื้อไหมเจ้าคะ?”
ถังโยวหันกลับมา ตาจ้องเขม็งกล่าว “ถ้ายังไม่หยุดพูด ระวังเถอะข้าจะเตะเจ้า! ไม่มีตาหรือไง ไปข้าง ๆ นู่น!”
หงซิ้วน้ำตาคลอก้าวถอยหลัง ในใจสาปแช่งด่าลวี่เยามิให้ตายดี ส่วนถังโยวก็ให้อ้วนตายไปเลย!
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***