“ลูกคิดว่าแม่ได้อะไรจากพ่อของลูกบ้างล่ะ นอกจากบริษัทแล้วลูกเคยเห็นเค้าสนใจอะไรอีกมั้ย แม่จะไม่ทนแล้ว ลูกต้องกลับบ้านไปอยู่กับแม่ ไม่อย่างนั้นแม่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่บนโลกนี้ต่อไป”
สุนีย์ยังคงพูดไปและร้องไห้ฟูมฟาย
“แม่ครับ..แม่ใจเย็นๆก่อน หยุดร้องไห้ก่อนได้มั้ยครับ” สิทธาพูดอย่างปลอบใจ
เขารู้ว่าแม่แค่พูดเพื่อขู่เขาเท่านั้น ทั้งชีวิตสิทธามักได้ยินแม่ของเขาพูดขู่เขากับพ่อว่าจะฆ่าตัวตายอย่างน้อยก็ห้าร้อยรอบได้
แต่สิทธาก็รู้ว่าแม่น้อยใจ แม่เคยได้รับความรักจากเขามากกว่านี้
สิทธาเดินไปโอบไหล่แม่เพื่อให้แม่ของเขาสงบลง
“แม่ดูทีวีให้ใจเย็นๆก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปหยิบผลไม้มาให้” สิทธาพูดพร้อมกับเปิดทีวิทิ้งไว้แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบผลไม้ที่แม่ของเขาซื้อมาตุนไว้ให้เมื่อวันก่อนออกมาให้แม่และขอตัวไปอาบน้ำอาบท่า
สุนีย์หยุดร้องไห้ เธอมองตามลูกชายสุดที่รักของเธอพลางครุ่นคิด เธอจะทำอย่างไรดี เธออยากให้เขากลับไปอยู่บ้านกับเธอเหลือเกิน เธออยากเห็นหน้าเขาทุกวัน อยากทานข้าวกับเขา อยากพูดคุยกับเขาทุกเช้าทุกเย็น
ตื๊ดดดดด…..ตื๊ดดดดด..ตื๊ด…….
เสียงโทรศัพท์สั่น..สุนีย์มองไปตามเสียงเห็นโทรศัพท์ของสิทธาวางอยู่ และมีสายเข้า
“รดา..ใครกันนะ อย่าบอกนะว่า..แฟน” สุนีย์พูดกับตัวเอง
สุนีย์ขยับเข้าไปใกล้โทรศัพท์ จับขึ้นมาและกดรับ
“ฮัลโหล” สุนีย์รับสาย ไม่มีเสียงจากปลายสาย
“ฮัลโหล…ใครกันโทรมาทำไมไม่พูด” สุนีย์พูดผ่านโทรศัพท์
ตู๊ดด..ตู๊ดด..ตู๊ดด..ตู๊ดด…ปลายสายตัดสายทิ้งไปทันที
สุนีย์รีบกดหน้าจอเพื่อโทรกลับ แต่ไม่สามารถใส่รหัสผ่านหน้าจอได้ จึงวางโทรศัพท์ลงตามเดิม แล้วนั่งจ้องโทรศัพท์ไม่วางตาเผื่อว่า ผู้หญิงที่ชื่อ รดา นั้นจะโทรมาอีก
…………………………………………..
รดาเขียนรายการของที่ต้องซื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวตั้งใจว่าวันนี้จะชวนสิทธาไปช่วยเธอถือของ ยังไงซะรดาก็ต้องใช้เขาให้คุ้มกับเงินที่เสียไป
หญิงสาวจัดการอาบน้ำและแต่งตัวเรียบร้อย
วันนี้มีงานบ้านหลายอย่างที่เธอ้าจะทำ และแน่นอนว่าสิทธาต้องมาเป็ผู้ช่วยของเธอในครั้งนี้
รดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดสายหาสิทธาทันที
ตื๊ดดดดด….ตื๊ดดดดด….ตื๊ดดดด
(ฮัลโหล…ฮัลโหล..ใครกันโทรมาทำไมไม่พูด) เสียงจากปลายสายเป็ผู้หญิงมีอายุ
รดาใกดสายทิ้งทันที เธอไม่รู้ว่าใครมารับโทรศัพท์ของสิทธาได้อย่างไร
“หน๊อยยย..อีตาสิบแปดมงกุฎ ทำงานให้ฉันอยู่แต่กลับรับลูกค้าคนอื่นไปด้วยเหรอ เดี๋ยวนายจะได้เห็นดีกัน” รดาพูดกับตัวเองอย่างมีอารมณ์
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปอีกรอบ
(ฮัลโหลครับ) คราวนี้เป็เสียงของสิทธารับโทรศัพท์
“นี่นาย…หน๊อยยยยนายรับเงินจากฉันทำงานให้ฉันแต่กลับรับลูกค้าอื่นด้วยงั่นเหรอห๊ะ” รดาะโใส่โทรศัพท์
(อะไรของคุณเนี่ย..ใจเย็นๆพูดให้ชัดๆสิครับ) สิทธาพูดผ่านสายเข้ามา
“ฉันบอกนายแล้วใช่มั้ยเมื่อวาน ว่าวันนี้จะโทรหา แต่นายกลับให้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มารับสายฉัน” รดายังคงะโต่อไม่หยุด
(บอกธุระของคุณมา…ผมกำลังยุ่งอยู่) สิทธาพูดตัดบท
“ได้…ตอนนี้ให้นายมาหาฉันเดี๋ยวนี้ฉันให้เวลานายหนึ่งชั่วโมงเคลียธุระอะไรของนายแล้วมาหาฉันที่นี่ห้ามเรท ไม่งั้นฉันจะยกเลิกสัญญา” รดาพูดอย่ามีโมโหแล้วตัดสายทิ้งทันที
……………………………………………
“ทำไมแม่รับโทรศัพย์ผมล่ะครับ” สิทธาถามแม่
“ก็แม่อยากรู้นี่นาว่าใครโทรมาหาลูก แล้วผู้หญิงที่ชื่อ รดา นั่นเป็ใครกัน” สุนีย์ถามลูกชาย
“ไม่เกี่ยวกับแม่หรอกครับ” สิทธาพูด
“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว แล้วทำไมลูกถึงพูดกับแม่แบบนี้ หรือว่าแม่นั่นเป็แฟนลูก ลูกมีแฟนแล้วอย่างนั้นเหรอ” สุนีย์พูดและเริ่มบีบน้ำตาอีกครั้ง
“ไม่ใช่หรอกคับแม่ และผมต้องออกไปทำงานแล้ว” สิทธาตัดบท
“ลูกทำงานอะไรกันแน่สิทธา แม่ยังไม่ให้ลูกไปไหนทั้งนั้น เราต้องคุยกันให้รู้เื่” สุนีย์พูด
“ผมคุยกับแม่ไปหมดแล้วครับ ข้อแรกผมยังไม่กลับ แม่เลิกพยายามได้แล้ว ข้อสองผู้หญิงที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ไม่ใช่แฟนผม” สิทธาพูดพลางใส่เสื้อผ้าไปด้วย
“แล้วหล่อนใคร” ผู้เป็แม่คาดคั้น
“เป็นายจ้างผมครับ”สิทธาตอบหันมามองหน้าแม่
“แล้วแม่ก็เลิกสั่งคนสะกดรอยผมสักที และไม่ต้องไปสืบอะไรทั้งนั้น ปล่อยผมใช้ชีวิตของผมบ้าง” สิทธาพูดอย่างหมดความอดทน
“ลูกเปลี่ยนไปเยอะมากรู้ตัวมั้ย” สุนีย์ตัดพ้อ
“ไม่มีใครเปลี่ยนไปหรอกครับ ผมแค่โตขึ้นและรู้ว่าตัวเอง้าอะไร” ลูกชายตอบ
“ถ้าแม่จะอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ครับ อยู่ให้สบายใจแล้วค่อยกลับ ผมจะออกไปทำงานของผม ส่วนกุญแจห้องแม่ก็เอาไปไว้ที่ไอ้วีระที่ร้านได้เลย” สิทธาพูดแล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องไป
สุนีย์ยังคงครุ่นคิด เธอไม่สามารถสลัดความสงสัยทิ้งไปได้ ใครคือ
รดา แล้วลูกชายสุดที่รักของเธอกำลังทำงานอะไรอยู่ เธอนั่งคิดสักพักจึงออกจากห้องไป………..