ตอนที่ 80“เดอะพาเลซ”
สมรประคองสติขับรถออกหน้าประตูบ้านจนกระทั่งเห็นทนายรักที่ยืนดักรออยู่ในซอย เธอจึงจอดรถนิ่งไม่ได้ขยับส่งสัญญาณหรือมีความเคลื่อนไหวอะไรเลย
ทนายรักที่เป็นห่วงจึงเดินเข้าไปเคาะกระจกเพื่อปลุกสติของเธอพอเธอหายจากอาการเหม่อลอยก็เปิดประตูให้กับชายหนุ่ม
รักถามขึ้น“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?” เมื่อเห็นสีหน้าที่ผิดแผกไปจากปกติเขานึกว่าเธอทำใจได้แล้ว ตอนเดินเข้าไปก็ยังดีอยู่ไม่ใช่หรือ
“จบแล้วชีวิตของฉัน…ม…ไม่…เหลืออะไรเลย!”จากนั้นเธอร้องไห้โฮ จนเสียงแตกพร่า
รักเมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ก็รู้สึกใจคอไม่ดีในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร และควรทำตัวเช่นไรในสถานการณ์แบบนี้จึงดึงตัวเธอเข้ามากอดปลอบใจ ปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่บนหน้าอกของเขาแบบนี้ต่อไป
พักใหญ่อีกฝ่ายพยายามตั้งสติได้จึงผงะออกจากอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนั่น ใช้มือปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลจนแทบจะไม่เหลือน้ำตาออกมาอีกแล้ว
รักจึงถามว่า“เกิดเรื่องอะไรในบ้าน ระบายให้ผมฟังได้ไหม?”
เขาแอบจับมือของหญิงสาวมาประสานส่วนอีกมือหนึ่งก็ตบลงบนมือของเธอ เป็นเชิงให้กำลังใจ
สมรที่คล้ายคนอยู่ท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บได้รับความอบอุ่นจากคบไฟ จึงค่อย ๆเล่าเรื่องออกมาตั้งแต่สามีของเธอเปิดประตูให้เสียงดังลอดออกมาจนกระทั่งมาถึงท่าที คำพูดของลูกชายเธอ
รักเมื่อได้ฟังคำพูดของพีคนเป็นลูกก็สบถว่า “บัดซบจริง ๆ บ้านคุณเนี่ย…ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ!คุณสลับที่นั่งกับผม เดี๋ยวผมจะพาไปที่อื่น”
สมรยังไม่ทันได้ตั้งสติดีทั้งยังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ รักก็ลงจากรถเดินมาถึงประตูฝั่งคนขับแล้ว
“ลงมา…”รักเคาะกระจก ใช้น้ำเสียงเข้มเตือนเธอ แววตาของเขาไม่อนุญาตให้เธอปฏิเสธแม้แต่น้อย
ระหว่างที่สมรกำลังลงรถรักก็ได้ต่อสายไปหานายอยู่ ซึ่งกำลังนั่งรอดูความเคลื่อนไหวอยู่ในรถของเขา“เออตามดูความเคลื่อนไหวในบ้านต่อไปหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างโดยเฉพาะจับตาดูสองพ่อลูกนั่นไว้ อย่าลืมถ่ายภาพเก็บไว้!”
เขากำชับอีกหลายคำบอก“ให้ลูกน้องเอามอเตอร์ไซค์เอ็งกลับไปด้วย…”
สมรที่ขึ้นรถมานั่งด้านข้างก็เหม่อลอยไม่รู้ว่าทนายรักกำลังพูดอะไร
ทว่าตัวของรักก็เอื้อมตัวผ่านหน้าเธอพร้อมดึงเข็มขัดนิรภัยมาใส่ให้ และมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย
ส่วนสมรเองก็ตะลึงงันทำตัวไม่ถูกเมื่อได้กลิ่นน้ำหอม ผสมกับกลิ่นเหงื่อของชายหนุ่มจึงนั่งนิ่งดวงตาลุกวาว หัวใจของเธอเต้นแรง ดังตึกตักตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกเช่นนี้มานานแล้ว!
……
ขณะเดียวกันนั้นก็มีเด็กสาวม.ต้น คนหนึ่งเดินมาที่หน้าปากซอย
อยู่เมื่อเห็นดังนั้นจึงถ่ายภาพเก็บไว้จนกระทั่งเห็นไอ้ทรพีออกมายืนรับ แน่นอนว่าศัตรูของนายน้อย ก็คือศัตรูของพวกเขา!
พีเดินนำเด็กผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้านพูดตะล่อมตลอดทางทำนองว่า “รักพี่มั้ย!?” เขาพยายามจะให้หญิงสาวมอบกายมอบใจให้เขาแต่โดยดี!
หลังจากเห็นแม่เดินหงอยขึ้นรถไปพีก็ดีใจจึงถามพ่อของเขาว่า “พ่อ! พีพาหญิงเข้ามาบ้านบ้างได้มั้ย?”
พาทีพ่อผู้ประเสริฐก็กล่าวว่า “จัดไปเลยลูกพ่อ!”
เขาหัวเราะร่าก่อนเดินขึ้นไปหาโฉมผู้หญิงซึ่งเป็นคู่ชีวิตคนใหม่ของเขาต่อ
ส่วนพีก็ไม่รอช้าโทรหาเด็กผู้หญิงที่ตนแอบคุยไว้เป็นรุ่นน้องทั้งยังโสดและซิง พอเจอรุ่นน้องที่หน้าปากซอยเขารู้สึกเหมือนได้รับอิสรภาพกลับคืนมา
หลังจากอดอยากปากแห้งมาหลายเดือนโดนแม่ควบคุมพฤติกรรม แค่ขยับนิ้วก็โดนเธอดุแล้ว อย่าว่าแต่จะขยับตัวเลย!
……
ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยารักพาสมรมานั่งกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนหน้านี้เขาพาเธอขับรถตระเวนไปทั่วจังหวัดปทุม ก่อนออกขับมาถึงแถวเมืองนนท์ จึงหยุดที่ร้านอาหารแห่งนี้เมื่อเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว
สมรอาการเหม่อลอยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาและอายไลเนอร์เธอนั่งอยู่ในรถไม่ยอมลุกไปไหน รักจึงถือโอกาสโน้มตัวลงไปปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย
ก่อนจะจับมือเธอดึงเธอลุกขึ้นมาจนเธอกระแทกเข้าที่หน้าอกเขาอีกครั้ง สาวสวยจึงได้สูดดมน้ำหอมจากกลิ่นกายของชายหนุ่มอีกครั้ง
“ป…ปล่อย!ฉันเดินเองได้!” สมรพยายามแกะมือของรักออกทว่ามือของชายหนุ่มราวกับคีมเหล็กก็ไม่ปาน ไม่สนใจเธอ และพาเธอเดินไปทั้งอย่างงั้นในระหว่างทางสมรก็ไม่ลืมทุบตีรักอยู่หลายครั้ง
แต่รักหาได้สนใจไม่เขายังพาเธอเดินตรงเข้าไปที่ร้านอาหาร จนรักหันมาจ้องหญิงสาวตรงหน้า“ส่งเสียงดังไม่อายคนอื่นหรือ?”
พอเธอกวาดสายตาไปรอบด้านจึงรู้ว่ามีคนเริ่มมองมาที่พวกเธอทั้งสองคน เลยได้ยอมหยุดโวยวายแต่โดยดี รักก็จับมือเธอเดินมาถึงหน้าพนักงานต้อนรับก่อนจะเลือกโต๊ะนั่งได้
รักสั่งอาหารมาหลายอย่างพยายามจะชวนเธอคุย แต่เธอก็หน้ามุ่ยไม่มีคำตอบ เขาจึงปล่อยไประหว่างที่รออาหารเขาโทรไปปรึกษา เพื่อนรุ่นน้องเป็นทนายความผู้หญิงชำนาญเรื่องการฟ้องหย่าให้มาจัดการและออกหน้าแทนเขา!
ซึ่งในระหว่างขับรถ อยู่ได้โทรมาบอกว่าพีพาเด็กผู้หญิงเข้าไปในบ้าน และดูจากปกเสื้อแล้วน่าจะเป็นแค่เด็ก ม.2
หลังจากปรึกษากับเพื่อนรุ่นน้องเสร็จสรรพเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าซังกะตาย เขาจึงเผยความลับว่า “ลูกน้องของผมโทรมารายงานว่าลูกชายของคุณพาเด็กผู้หญิง ม.2 เข้าไปในบ้าน”
เมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็รู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมากจะบอกว่าอีกฝ่ายเด็กอยู่ มันก็ไม่เด็กแล้วอายุ 15 ทำบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยคำว่านายแล้ว
ทั้งคำพูดตอนที่อยู่ในบ้านก็ยิ่งทำให้เธอแทบใจสลายมันเสียใจยิ่งกว่าตอนพาทีพูดเสียอีก ยิ่งตอนนี้เมื่อเห็นแม่ตัวเองระเหเร่ร่อนยังกลับมีใจพาเด็กผู้หญิงมาที่บ้าน
เธอดื่มน้ำไปแก้วใหญ่ก่อนพูดว่า “ไอ้ลูกทรพี!”
จากนั้นเธอก็ยกมือเรียกพนักงานสั่งไวน์ชั้นเลิศของทางร้านมาดื่ม มีดีแค่ไหนเธอก็เอาแค่นั้น เธอไม่สนใจอาหารกับข้าวที่สั่งมาเลยได้แต่ดื่มไวน์ย้อมใจ
……
เมื่อเยื่อใยได้ขาดสะบั้นออกจากกัน
ในคืนนี้เธอจึงทั้งเมาทั้งปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหมือนกับไม่เคยทำมานานหลายปี เธอก็ดื่มไปมากจนกระทั่งร้านปิด
รักก็ไม่ได้ห้ามเธอแต่อย่างใดและเขาก็ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นเพื่อนเธอด้วย ได้แต่นั่งนิ่ง
ความคิดมิดีมิร้ายไม่ได้อยู่ในสมองของทนายรักเลยถ้าหากว่าเขาจะลงมือในคืนนี้เลยก็ได้อีกฝ่ายเมาแอ๋เสียขนาดนั้น
มันทำให้เขาย้อนนึกถึงช่วงสมัยเรียนที่หน้า‘เดอะพาเลซ’ เธอก็เป็นเหมือนดั่งเช่นตอนนี้
แต่เมื่อถามใจตัวเองแล้วเขายังพอมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่บ้าง! นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากไอ้พาทีผู้ชายที่เธอเกลียดไม่ใช่เหรอ แน่นอนว่าตัวเขาเองไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ชอบสมรความจริงแล้วเขาชอบเธอมาก ๆ
ตั้งแต่สมัยเด็กที่ไปยืนรอต่อแถวที่หน้าบ้านของท่านเสมอเป็นอดีต ส.ส.ประจำจังหวัด ซึ่งคือพ่อของเธอ
และก็ได้มาเจอเธออีกครั้งในสมัยเรียนมหาลัยที่เขารับจ้างทำงานกลางคืนอยู่ ในตอนนั้นเธอกับเขาก็มีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือสุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับไอ้พาที
คืนนี้รักจึงพาเธอกลับมานอนที่บ้านของเขาแต่ก็แยกห้องนอนกัน
ตอนดึกก็คุยงานกับรุ่นน้องผู้หญิงซึ่งเป็นทนายความที่ถนัดด้านการทำเรื่องหย่า การแบ่งทรัพย์สิน
ตัวเขาเองก็ได้ทำงานตลอดดึกก่อนจะผล็อยหลับไปในตอนตีสามตีสี่…
____________
เรื่องราวของสมรกับทนายรัก มีภาคแยกในชื่อเรื่อง ยอดหญิงสิงห์พาเลซ (Queen Bee of The Palace) ท่านสามารถค้นหาได้ใน Pinto, Meb เป็นแบบอีบุ๊ก