1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 ผู้จัดการธนาคารสาวสวย หลี่ชิงเจา

            เฉินเฟิงพูดไม่ออกที่หลิ่วอีอีหวาดระแวงเขาแบบนี้ 

            ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเขามีความรู้สึกหลงเหลือให้จ้าวฉินเสวียหรือเปล่า เพราะต่อให้เขามีจริง ยังไงเขาก็ไม่แสดงให้ใครเห็น 

            "อย่าปฏิเสธเลยน่า แทนที่ฉันต้องคอยหวาดระแวงว่าคุณจะแอบมีอะไรลับหลังฉัน สู้ยอมให้คุณ..." หลิ่วอีอียังไม่จบ เธอยังยืนยันคำเดิม 

            "คุณคิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่สนใจอะไรเธอจริงๆ" เฉินเฟิงก็ยืนยันคำเดิม แถมยังประกาศกร้าวต่อหน้าเธอด้วยว่า ยังไงก็ไม่สนใจจ้าวฉินเสวีย 

            ถึงเวลาต้องจัดการกับความอวดดีของจ้าวฉินเสวียสักที ไม่อย่างนั้นเธอคงคิดว่าผู้ชายทั้งโลกต้องกระดิกหางตามใจเธอ แม้คนที่เธอฝากรอยแผลบาดลึกไว้ยังต้องกลับไปหาเธอราวกับม้าแก่กลับคอก 

            เฉินเฟิงไม่ต้องการให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น! 

            ต้องทำให้มั่นใจว่าจ้าวฉินเสวียจะไม่ก่อปัญหาอะไรในตอนที่เธอกลายเป็นพนักงานต้อนรับในบริษัทของเขาแล้ว 

            มาตรฐานเขาไม่ได้ต่ำตมถึงขนาดจะยอมกลับไปกระดิกหางตามจ้าวฉินเสวียที่เคยทำร้ายเขาอย่างรุนแรง ถ้าเขายังมีใจจะตามใครตื๊อใครสักคน สู้เขาตามตื๊อผู้หญิงสวยๆ คนอื่นดีกว่า 

            ในเมื่อเขามีเงินมีความมั่งคั่งขนาดนี้ ผู้หญิงแบบไหนที่เขาจะตามจีบไม่ได้? 

            ทำไมต้องผูกตัวเองไว้กับต้นไม้เหี่ยวเฉาใกล้เน่าอย่างจ้าวฉินเสวียด้วย? 

            ยิ่งกว่านั้น  

            เรื่องพรหมจรรย์อาจไม่ใช่เรื่องจริงด้วยซ้ำ 

            ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงแบบนี้ด้วยจะเป็นการดีที่สุด 

            พยายามใช้เธอทำเงินให้สุดทาง ที่เหลือก็แค่อย่าไปเกลือกกลั้วกับเธอมากก็พอ 

            เฉินเฟิงมีแผนการอันสมบูรณ์แบบสำหรับอนาคตข้างหน้าเป็นที่เรียบร้อย และแผนที่ว่าไม่เคยมีจ้าวฉินเสวียรวมอยู่ด้วย 

            หลิ่วอีอียิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นเฉินเฟิงไม่ตอบรับคำยั่วยวนของเธอ 

            "งั้นไปกันเถอะ พอรับทะเบียนสมรสแล้ว พวกเราก็รีบไปดูบ้านกัน" 

            "ไม่ต้องรีบ บ้านมันก็อยู่ที่เดิมรอเราไปซื้อนั่นแหละ ไม่หนีไปไหนหรอก ฉันอยากไปธนาคารก่อน" เฉินเฟิงตอบด้วยรอยยิ้ม 

            เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงไม่สนใจใยดีอะไรเธอ จ้าวฉินเสวียก็ยืนนิ่งด้วยความเศร้าสร้อย 

            เธอรู้สึกเสียใจที่พูดแทงใจดำเฉินเฟิง หากเธอไม่พูดถึงรถเฟอร์รารีกับฮูอวี่เมื่อกี้ ตอนนี้เธอคงอยู่บนรถฮงฉีของเฉินเฟิงแล้ว 

            หลังจากนั้น เฉินเฟิงและหลิ่วอีอีก็ขับรถมุ่งหน้าสู่ธนาคาร ICB ในตัวเมือง พวกเขาหาได้สนใจจ้าวฉินเสวียแม้แต่น้อย 

            เฉินเฟิงนำสัญญาและเอกสารการโอนหุ้นทั้งหมดขึ้นรถ เขาวางแผนจะใช้สัญญาเหล่านี้ยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร 

            ตราบเท่าที่มีเงินทุนในมือเพียงพอ เขาจะทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะซื้อบ้าน เข้าซื้อกิจการเก่าๆ หรือกว้านซื้อหุ้นบริษัททองคำ 

            อย่างไรก็ตาม ในอดีตชาติ เฉินเฟิงไม่เคยขอสินเชื่อจากธนาคารมาก่อน การขอสินเชื่อครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในทั้งสองชาติของเขา เขาจึงคิดไปเองว่าการขอสินเชื่อเป็นเรื่องง่ายกว่าที่ควรจะเป็น 

            พนักงานสินเชื่อที่เห็นท่าทางไม่ประสีประสาของเฉินเฟิงก็ยิ้มเยาะเขา 

            "นี่คือเคาร์เตอร์ยื่นสินเชื่อ หากคุณลูกค้าต้องการฝากหรือถอนเงิน กรุณาไปเคาน์เตอร์อื่นค่ะ" 

            เฉินเฟิงวางสัญญาการโอนหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของทั้งเฉียนต๋าและปี้หลงเยี่ยนลงตรงหน้า 

            "เบิกตาดูดีๆ ผมมาขอสินเชื่อ" น้ำเสียงเฉินเฟิงเย็นเยียบ 

            พนักงานรีบก้มหัวขอโทษหลังจากตรวจสอบสัญญาของเฉินเฟิงอย่างละเอียด 

            "คุณน่าจะเป็นลูกค้า VIP ชั้นสูงสุด ดิฉันไม่มีสิทธิ์ดำเนินการสัญญาฉบับนี้ กรุณารอสักครู่ ผู้จัดการสาขาจะเป็นคนช่วยคุณทำเรื่องต่อจากนี้เองค่ะ" น้ำเสียงฟังดูประจบประแจงขึ้นทันใด 

            เฉินเฟิงคาดไม่ถึงว่าธนาคารจะมีพนักงานมารยาททรามแบบนี้ 

            พนักงานเห็นเฉินเฟิงแต่งตัวเรียบๆ บวกกับดูอายุน้อย คงไม่คิดว่าเขามีปัญญามาขอสินเชื่อ แต่พอเห็นเรื่องกลายเป็นแบบนี้ คงกลัวถูกเฉินเฟิงร้องเรียนเลยรีบกระดิกหางเข้ามาเลียขา เสิร์ฟเครื่องดื่ม ก้มหัวขอโทษขอโพย รอผู้จัดการสาขามารับเรื่องต่อ 

            รอได้ไม่นาน เฉินเฟิงเห็นสหายเก่าเดินเข้ามาหาเขา ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นผู้เฒ่าหวังนั่นเอง 

            ด้านข้างเขามีพนักงานหญิงรูปร่างสูงโปร่งสวมชุดเครื่องแบบพนักงาน 

            เฉินเฟิงรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเธอปรากฏตัวขึ้นที่นี่ 

             

            สาวสวยหุ่นดีคนนี้จะเป็นผู้จัดการธนาคาร ICB ที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ได้อย่างไร 

            "คุณพ่อบุญธรรม คุณเพิ่งยื่นขอสินเชื่อเสร็จเหรอครับ?" 

            เฉินเฟิงรู้ว่าเฉียนต๋ากรุ๊ปกำลังประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ต้องมีการยื่นขอสินเชื่อเป็นประจำ 

            ในยุคนี้สมัยนี้บ้านและที่ดินขายไม่ง่าย ส่วนห้างสรรพสินค้าพลาซ่าหลายแห่งในเครือเฉียนต๋ากรุ๊ปยังไม่ทำกำไร 

            ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ทุกคนต่างผ่านเรื่องราวการต่อสู้ที่ยากลำบากเช่นนี้เหมือนกันหมด 

            ไม่มีใครประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน 

            ยกเว้นเฉินเฟิง เพราะเขากลับชาติมาเกิดในชาตินี้ 

            ฝั่งผู้เฒ่าหวังรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเฉินเฟิง แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นสัญญาในมือก็รู้ทันที 

            ลูกบุญธรรมแสนรู้คนนี้คงมีแผนจะยื่นขอสินเชื่อเพื่อนำเงินไปลงทุนทำกำไร 

            "เฉินเฟิง แกนี่กล้าจริงนะ สัญญาเพิ่งตกถึงมือไม่ทันไร ก็เอามาจำนองกับธนาคารซะแล้ว" ผู้เฒ่าหวังแซว 

            "ผมก็เรียนรู้จากคุณพ่อบุญธรรมนั่นแหละครับ ผมรู้ว่าคุณพ่อเป็นขาประจำของธนาคาร ยิ่งขอสินเชื่อได้เยอะก็ยิ่งเป็นคนใหญ่คนโต" เฉินเฟิงพูดคุยกับผู้เฒ่าหวังอย่างเป็นกันเอง 

            จังหวะนั้นพนักงานสาวหุ่นดีจึงเริ่มทำการแนะนำตนเอง 

            "สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ากำลังยื่นเรื่องขอสินเชื่ออยู่หรือเปล่าคะ? แต่จากหนังสือสัญญาเห็นได้ชัดว่าการกระทำนี้ขัดกับข้อตกลงที่คุณลงนามไว้ทั้งสองฉบับ จากทั้งสัญญากับเฉียนต๋ากรุ๊ปและปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ป" 

            พนักงานไร้มารยาทคนก่อนหน้าคงอธิบายรายละเอียดของเฉินเฟิงให้พนักงานสาวหุ่นดีคนนี้ฟังแล้ว 

            "ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ? ผมไม่เคยเจอคุณมาก่อน" เฉินเฟิงเหลือบมองพนักงานสาวโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ 

            "ฮ่า ให้ฉันแนะนำตัวกันสักหน่อย ทางนี้คือเฉินเฟิง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับที่สองของเฉียนต๋ากรุ๊ป และมีสถานะเป็นลูกบุญธรรมฉันด้วย เฉินเฟิง ทางนี้คือคุณหลี่ชิงเจา ผู้จัดการธนาคาร ICB สาขาเมืองโม๋ตูแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นผู้สร้างชื่อเสียงมากมายให้ธนาคารแห่งนี้ตั้งแต่รับช่วงมาเมื่อครึ่งปีก่อนด้วย" ผู้เฒ่าหวังส่งเสียงหัวเราะและเริ่มแนะนำให้สองฝ่ายให้รู้จักกัน 

            "คุณพ่อเอาอาคารร้างกับที่ดินที่เพิ่งซื้อมาจำนองใช่ไหมครับ?" ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า ผู้เฒ่าหวังกำลังจำนองทุกอย่างในมือเพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

            "แกก็เหมือนกันนั่นแหละ แต่แกมาช้าไปหน่อยนะ สินเชื่อเงินกู้สำรองของธนาคารก็อยู่กับฉันหมดแล้ว" ผู้เฒ่าหวังพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ เหมือนอยากเห็นท่าทางผิดหวังของเฉินเฟิง 

            "อ้อ ครับ แต่ผมก็ไปยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารอื่นได้ เมืองโม๋ตูเราตั้งใหญ่ ธนาคารก็มีตั้งหลายเจ้า ทำไมผมจะยื่นเรื่องไม่ได้?" น้ำเสียงเฉินเฟิงเรียบนิ่งดูไม่ใส่ใจ

            ได้ยินเช่นนี้ ผู้เฒ่าหวังก็หัวเราะอีกครั้ง 

            "แกคงยื่นเรื่องขอสินเชื่อครั้งแรกสิท่า ทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ ฉันว่าแกควรทำความรู้จักกับผู้จัดการสาวสวยคนนี้ให้มากๆ แล้วอีกไม่กี่วันค่อยกลับมายื่นเรื่องใหม่ เพราะยังไงธนาคาร ICB ก็เป็นธนาคารที่มีเงินสำรองมากที่สุด ถ้าเป็นธนาคารอื่นคงไม่มีเงินให้แกกู้ขนาดนั้นหรอก" 

    คล้ายกับเรื่อง1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288