รอไม่นานเท่าไหร่คนของตระกูลเซียวก็เดินทางมาถึงบ้านของตระกูลฉินตามที่ได้นัดหมายกันไว้
หัวหน้าตระกูลเซียวคือเซียวหานซื่อ เขาเป็ชายร่างท้วม ไม่จัดว่าสูง แต่ก็ไม่จัดว่าเตี้ยจนเกินไปเซียวหานซื่อคนนี้เป็ชายวัยห้าสิบปีต้น ๆ มีสีหน้าเย่อหยิ่งถือตัวเขามาที่บ้านตระกูลฉินพร้อมกับภรรยา ลูกสาววัย 15 ปี และลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านที่พิกลพิการนั่งอยู่บนรถเข็นที่ทำจากไม้กึ่งเหล็ก
เซียวจิ้งอีมีสีหน้าจืดเจื่อนรอยยิ้มแห้ง ๆ ของเขาดูเหงาหงอยน่าสงสาร แต่ทว่าความสงสารก็ส่วนความสงสารความรักก็ส่วนความรัก ในเมื่อฉินซูหลันไม่ได้รักเขา หล่อนจะแต่งงานอยู่กินกับเขาได้ยังไงกัน
"ฉางอี้...หวันถิง... ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือเปล่า"เซียวหานซื่อพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟังแต่ทว่าสีหน้าและแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามเพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าตระกูลฉิน้าเงินดังนั้นการแต่งงานครั้งนี้ไม่ว่าดีหรือร้าย พวกตระกูลเซียวไม่มีทางกล้าปฏิเสธเขาแน่
"อะ...เอ่อ...คือว่า" ฉินฉางอี้ถูกฝ่ามือของภรรยาผลักเข้าที่กลางแผ่นหลังหล่อนดันให้สามีของหล่อนออกไปพูดรับหน้ากับคนตระกูลเซียว
แต่ทว่า...สองฝ่ายยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรมากมายร่างเล็กของหญิงสาววัยยี่สิบปีก็ก้าวออกมาจากห้องนอนฉินซูหลันเผชิญหน้ากับคนตระกูลเซียวด้วยสีหน้าที่เย่อหยิ่งแม้ว่าหล่อนจะสวมเสื้อผ้าขาด ๆ เก่า ๆ ก็ตามท่าทางของหล่อนดูมั่นใจในตัวเองไม่ใช่น้อย
"ฉันรออยู่พอดีในที่สุดพวกคุณก็มาแล้ว" เสียงพูดของฉินซูหลันค่อนข้างสั้นห้วนและเ็าหล่อนพูดต่อไปอีกว่า... "ก่อนจะพูดถึงเื่อื่นฉันขอพูดถึงเื่ความเหมาะสมและขอให้พวกเราได้พูดถึงเื่ของสัญญากันก่อน"
"ความเหมาะสมอะไรกันสัญญงสัญญาอะไรกัน?" เซียวหานซื่อขมวดคิ้วมุ่นและพูดทวนคำพูดของฉินซูหลัน
"ความเหมาะสมในที่นี้ก็คือลูกชายของคุณไม่เหมาะที่จะเป็สามีของฉัน นิยามคำว่า ‘สามี’ สำหรับฉันก็คือ คนที่คอยปกป้องภรรยา คนที่คอยเกื้อหนุนภรรยาในทุก ๆเื่ แต่ลูกชายของคุณทำอะไรไม่ได้สักอย่างดังนั้นเขาจึงขาดคุณสมบัติของการเป็สามีที่ดีสำหรับฉันและไม่เหมาะเป็สามีของฉัน" ฉินซูหลันพูดประโยคเหล่านี้โดยไม่หลบตาอีกฝ่ายสายตาของหล่อนดูแน่นิ่งยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
หล่อนไม่ได้มีเจตนาจะดูแคลนเซียวจิ้งอีหรือพูดจาด้อยค่าทำให้เขารู้สึกอับอายแต่หล่อนแค่พยายามพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจข้อเท็จจริงที่ว่าหล่อนกับเขาคบหากันไม่ได้จริง ๆ
"นะนะนี่!!!"คำพูดของฉินซูหลันทำเซียวหานซื่อรู้สึกจุกอกจนพูดอะไรไม่ออก
"อิงจากข้อกฎหมายที่รัฐบาลจีนเพิ่งร่างออกมาใหม่แม้กฎหมายข้อนี้จะยังไม่ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดในเขตชนบทแต่หากมีคนเอาไปร้องเรียน ก็สามารถเอาผิดอีกฝ่ายได้อยู่ดีกฎหมายข้อนี้ระบุไว้ชัดเจน ว่าการแต่งงานจะต้องเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สมัครใจ ก็สามารถปฏิเสธได้หากพวกคุณคิดจะบีบบังคับฉันด้วยสารพัดวิธี ก็ต้องคิดทบทวนให้ดี ๆ หน่อยเพราะนั่นเท่ากับว่าพวกคุณไม่เคารพต่อกฎหมาย เมื่อไหร่ที่เื่นี้ยาวไปถึงหูของสมาคมคณะกรรมการชุมชนพวกคุณก็จะถูกพาไปดำเนินคดี!"
"ฉินซูหลัน!เธอรู้เื่นี้ได้ยังไง" เื่นี้เป็ข้อกฎหมายจีนที่เพิ่งประกาศออกมาใหม่น้อยคนที่จะรู้ แล้วการที่จู่ ๆฉินซูหลันที่เป็เพียงหญิงสาวในชนบทเลือกพูดเื่นี้ขึ้นมามันสร้างความประหลาดใจให้เซียวหานซื่อกับฉินฉางอี้มากจริง ๆ
"เื่ที่ฉันรู้มีมากกว่านี้อีกที่ผ่านมาฉันทำตัวแกล้งโง่ เพราะคิดว่าความดีน่าจะเอาชนะใจพ่อกับแม่ได้แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ไม่ว่าฉันจะทำตัวดียังไง พวกเขาก็ไม่ได้รักฉันไม่ได้มองว่าฉันเป็คนในครอบครัวพวกเขามองฉันเป็แค่สินค้าชิ้นหนึ่งเท่านั้น!"ขณะพูดประโยคนี้ฉินซูหลันไม่ลืมเอี้ยวหน้าหันไปมองคนเป็พ่อด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเ็า
"หลันเอ๋อร์!อย่าพูดเหลวไหล! ถ้าไม่รักแล้วพวกเราจะเลี้ยงแกมาจนโตขนาดนี้ทำไม"ฉินฉางอี้รีบเอ่ยแย้ง
"ใครกันแน่ที่พูดเหลวไหล!ถ้าพ่อรักฉันจริง พ่อคงไม่เล่นชู้กับผู้หญิงคนนั้นจนแม่ต้องตรอมใจตายแล้วที่เลี้ยงฉันจนโต ก็ไม่ใช่เพราะรอวันนี้อยู่หรอกเหรอรอวันที่จะขายฉันให้กับคนอื่น แล้วระหว่างทางกว่าจะเติบโตมาได้ขนาดนี้ก็ไม่ใช่ว่าฉันมัวนั่งกินนอนกินเหมือนฉินเยว่อันของพวกคุณซะหน่อยฉันทำงานหนักทุกวันมาั้แ่เด็ก แบ่งเบาภาระงานทุกอย่างของคนในบ้านโดยไม่ปริปากบ่นจนบางครั้งก็มีสภาพไม่ได้ต่างอะไรกับสาวใช้คนหนึ่ง แบบนั้นยังกล้าเรียกว่า'รัก' อีกงั้นเหรอคะ?"
คำพูดของฉินซูหลันทั้งคมคายและเชือดเฉือนหล่อนกลายเป็ผู้หญิงปากจัดในชั่วข้ามคืนเมื่อก่อนฉินซูหลันคนนั้นอาจไม่กล้ามีปากเสียงกับพ่อแม่เท่าไหร่นักแต่นั่นมันไม่ใช่กับฉินซูหลันคนนี้ ในฐานะซีอีโอสาวที่มาจากโลกอนาคตหล่อนจะไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบหล่อนเด็ดขาด โดยเฉพาะคนในครอบครัวบัดซบนี่!
"ฉินซูหลัน!นังเด็กอกตัญญู แกชักจะพูดมากเกินไปแล้วนะ"ฮั่วหวันถิงขัดเคืองต่อคำพูดของลูกเลี้ยงจนหว่างคิ้วยับย่นเสียงแหลมเล็กของหล่อนสร้างความรำคาญใจให้คนที่ยืนอยู่ในบริเวณเดียวกันได้เป็อย่างดี
"คุณน้าฮั่วโกรธที่ฉันพูดมากโกรธที่ฉันส่อแววเป็คนอกตัญญู หรือโกรธจัดจนหน้าแดงหน้าดำเพราะรับความจริงไม่ได้กันแน่คะ?" ฉินซูหลันจงใจเรียกผู้หญิงตัวร้ายคนนั้นว่า'น้าฮั่ว' เพื่อสื่อสารให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ว่าหล่อนไม่เคารพแม่เลี้ยงใจร้ายคนนี้อีกต่อไปแล้ว
"หน็อยแน่!นังเด็กคนนี้ กล้าพูดจาหยาบคายกับฉันงั้นเหร๊อะ! ดูซิว่าฉันจะสั่งสอนแกยังไง"ฮั่วหวันถิงง้างมือกลางอากาศ ตั้งใจจะตบสั่งสอนนังเด็กคนนี้สักฉาดสองฉาดแต่ก็มิวายมีฝ่ามือของฉินฉางอี้หน้าโง่ยื่นมาคว้าเรียวแขนของหล่อนเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นหล่อนคงได้ตบสั่งสอนเอาเืชั่ว ๆของนังลูกเลี้ยงออกมาประจานต่อหน้าแขกซะแล้ว
"หวันถิง...พอแค่นี้ก่อนเถอะ เื่ในบ้านค่อยจัดการกันทีหลังตอนนี้คนตระกูลเซียวกำลังยืนมองพวกเราอยู่นะ"
ด้วยกลัวจะเสียหน้าไปมากกว่านี้ฉินฉางอี้จึงรีบเอ่ยปรามภรรยาลำพังไม่มีเื่พวกนี้แสดงให้เห็นคนตระกูลเซียวก็ดูถูกเหยียดหยามคนตระกูลฉินมากพออยู่แล้วฉินฉางอี้ในฐานะหัวหน้าตระกูลเขาไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของตระกูลฉินมันดูย่ำแย่ไปมากกว่านี้
"เื่ของคนตระกูลฉินก็ช่างหัวคนตระกูลฉินพวกฉันมาที่นี่ก็เพื่อมาคุยเื่แต่งงานและมาเอาตัวเ้าสาวไม่ได้มาเพื่อดูละครงิ้วน้ำเน่าพวกนี้"คราวนี้เป็ภรรยาคนสวยของเซียวหานซื่อที่เอ่ยขึ้นมาตัดบทและเป็ฉินซูหลันอีกเช่นเคยที่เอ่ยต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย
"ฉันไม่ยินยอมที่จะแต่งเข้าไปเป็สะใภ้ของตระกูลเซียวแต่ถ้าฉันจะต้องแต่งจริง ๆ แล้วล่ะก็ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ซะทีเดียว แต่เงินสินสอดแค่60 หยวน กับข้าวเปลือกหนึ่งกระสอบดูเหมือนจะน้อยเกินไปนะคะถ้าเทียบกับสิ่งที่ฉันต้องเผชิญหลังจากนั้น"เื่พูดคุยต่อรองเป็สิ่งที่ฉินซูหลันถนัดที่สุด หล่อนเชื่อสุดใจว่าการต่อรองครั้งนี้หล่อนจะเป็ฝ่ายชนะ
"ถ้าอย่างนั้นเธอ้าเท่าไหร่?"เซียวหานซื่อก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่จะอ่อนข้อให้กับผู้หญิงน้ำเสียงของเขาเข้มเกรียมกว่าปกติขึ้นมาก
"1,500 หยวนพร้อมกับข้าวเปลือก 20 กระสอบ คูปองน้ำมันพืช 20 ใบ และคูปองอาหารของรัฐบาล 20 ใบ แล้วที่สำคัญ!ฉันจะต้องได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายในทะเบียนบ้านของตระกูลเซียวต้องมีชื่อของฉัน หากหัวหน้าตระกูลตายหรือสามีของฉันตาย ฉันจะต้องได้รับสมบัติในส่วนที่สมควรรับ"ฉินซูหลันมองสบตากับเซียวหานซื่อด้วยแววตาที่ไม่ไหวติง
ข้อเรียกร้องของเด็กสาววัยยี่สิบปีคนนี้ทำเซียวหานซื่อแทบอยากหัวเราะออกมาดัง ๆ มูลค่าของหล่อนมันเทียบได้กับเงิน 1,500 หยวนที่ไหนกันเงินจำนวนนั้นมันสามารถซื้อหมูตัวใหญ่ได้มากถึง 20 ตัวเชียวนะหล่อนคิดว่าหล่อนเป็ใครกัน! ถึงกล้าเรียกร้องมากมายขนาดนั้นผู้หญิงอย่างหล่อนมันก็แค่ลูกสาวของครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งเท่านั้น!
"เหอะ ๆ"ชายวัยห้าสิบปีเศษ ๆ กลั้วหัวเราะในลำคอแ่เบา"ใครมันจะโง่ให้สิทธิพิเศษเยอะขนาดนั้นกับลูกสะใภ้ที่ได้มาจากตระกูลชาวนาฉินซูหลัน! เธอมันก็แค่เด็กเมื่อวานซืนไม่ได้มีค่ามากพอที่จะมาพูดต่อรองอะไรกับพวกฉันได้"
"ฉันแต่งเข้าไปเพื่อไปดูแลปรนนิบัติลูกชายของคุณอีกทั้งยังต้องเข้าไปเป็ที่รองมือรองเท้าของพวกคุณด้วย แค่นั้นมันไม่มากไปหรอกค่ะแต่ถ้าพวกคุณไม่ยอมจ่าย งั้นก็ยกเลิกงานแต่งไปสิคะ" ฉินซูหลันพูดอย่างยืนกรานผู้หญิงอย่างหล่อนจะไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น
"ได้!ยกเลิกก็ยกเลิก ลูกสะใภ้ร้ายกาจแบบนี้พวกเราไม่้า"
ที่เซียวหานซื่ออยากได้ฉินซูหลันมาเป็สะใภ้ก็เพราะเห็นว่าฉินซูหลันเป็ผู้หญิงที่ขยันขันแข็งตั้งใจทำงานไม่เลือกหนักเบาอีกทั้งหล่อนยังดูเป็ผู้หญิงหัวอ่อน เชื่อฟังพ่อแม่ ถ้าได้มาเป็สะใภ้น่าจะบงการชักเชิดได้ไม่ยาก เพราะหาไม่ง่ายนักหรอก ที่จะมีผู้หญิงดี ๆมาแต่งงานอยู่กินกับลูกชายของเขา
"ดี!ยกเลิกแล้วก็ดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเื่มันจะจบลงง่าย ๆตราบใดที่พวกคุณยังไม่จ่ายค่าชดเชย ฉันก็สามารถเอาเื่นี้ไปร้องเรียนต่อสมาคมคณะกรรมการชุมชนได้หรือหากไม่อยากให้เป็เื่เป็ราว พวกคุณก็ต้องจ่ายเงิน 60 หยวนให้ฉันเพื่อเป็การปลอบใจและเพื่อเป็การเยียวยาค่าเสียหายที่หลายวันมานี้ฉันต้องล้มป่วย"
ฉินซูหลันยืนกอดอกแน่นเชิดหน้าขึ้นสูง ทำท่าเย่อหยิ่งอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
"ฉันจะให้เวลาคิดทบทวนแค่ครึ่งวันแล้วก็จำไว้ด้วยว่า ตอนนี้ตระกูลเซียวมีแค่สองทางเลือกเท่านั้นหนึ่งคือยอมจ่ายให้ฉัน 60 หยวน สองคือจ่ายค่าสินสอด 1,500หยวน พร้อมกับคูปองวัตถุดิบอีกหลายใบ หรือถ้าไม่จ่าย!เื่มันก็ง่ายมาก เพราะฉันจะไปร้องเรียนต่อสมาคมคณะกรรมการชุมชนบอกว่าตระกูลเซียวข่มขู่ให้ฉันยอมแต่งเข้าไปเป็สะใภ้ คิดดูสิคะว่าความเสียหายมันจะตีวงกว้างขนาดไหน?"
เซียวหานซื่อชักสีหน้าบึ้งตึงคล้ายคนที่กลืนไม่เข้าและคายไม่ออกเขารู้ดีว่า... ถ้าเื่นี้ไปถึงหูของสมาคมคณะกรรมการชุมชนและเ้าหน้าที่รัฐเขาจะเสียทั้งค่าปรับและเสียหน้า
อา...เขายอมรับกับตัวเองแล้วว่า เขามองคนผิดไป และประเมินผู้หญิงคนนี้ไว้ต่ำเกินไปจริงๆ กลยุทธ์ที่หล่อนใช้ในการเจรจา เป็กลยุทธ์ที่มีไหวพริบและมีการเล่นคำได้อย่างชาญฉลาด ผลลัพธ์จึงออกมาเหนือความคาดหมายอย่างนี้
เซียวหานซื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้เขาไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานและเดินออกไปตัวเปล่าโดยไม่เสียอะไรเลยได้เซียวหานซื่อจนมุมแล้วจริง ๆ เขาหันไปมองหน้าภรรยาพร้อมกับถอนหายใจออกมาพรูใหญ่"ก็ได้!! 60 หยวนก็ 60 หยวน"
เซียวหานซื่อล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วโยนลงไปบนพื้นด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่เสร็จแล้วคนจากบ้านตระกูลเซียวก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้สมาชิกบ้านฉินยืนมองไล่หลังด้วยสีหน้าของผู้ชนะ
ฮั่วหวันถิงและฉินฉางอี้ยืนมองเงิน60 หยวนที่วางเกลื่อนพื้นสลับกับหันมองใบหน้าของฉินซูหลันด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อว่านี่คือเื่จริง
"เห็นหรือยังว่าฉันสามารถหาเงิน 60 หยวนเองได้"ฉินซูหลันพูดด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมกับโค้งตัวลงไปเก็บเงิน 60 หยวนที่วางเกลื่อนอยู่บนพื้น
"เงินนี่...ฉันหามาได้ด้วยตัวของฉันเองดังนั้นพวกคุณไม่มีสิทธิ์ฉันจะใช้เงินนี้เพื่อเป็ทุนรอนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่!" ฉินซูหลันยื่นคำขาดและสองสามีภรรยานั่นก็ไม่กล้าเอ่ยแย้งหล่อนเลยแม้แต่คำเดียวและในขณะเดียวกันนั้นเสียงที่ฉินซูหลันอยากได้ยินมากที่สุดก็ดังขึ้นมาในหัวของหล่อน
'สวัสดีเ้านาย!'
'ภารกิจ!เอาตัวรอดในสภาวะวิกฤต และหลีกเลี่ยงการแต่งงานที่ไม่เต็มใจ สำเร็จแล้ว!'
'รางวัลคือ: เปิดใช้งานฟังก์ชันช่องเก็บของของคลังมิติวิเศษ ปลดล็อกสินค้าเริ่มต้นคือ :สบู่กลิ่นดอกไม้ 1 ก้อน ยาแก้ปวดลดไข้ 1 แผง เมล็ดพันธุ์ผักไฮบริดที่ทนทานต่อโรคและแมลง 1 ซอง'