เต้ยื่นมือถือของกรีนคืนให้ในสภาพที่ดับสนิทเพราะแบตหมด มือถือรุ่นเก่าที่เป็สายชาร์จธรรมดาอยู่ทำให้เต้รู้ว่ากรีนไม่ได้มีใช้ฟุ่มเฟือย หรือไม่ เธอก็ไม่ใช่คนที่ยึดติดเื่ของพวกนี้
"จะไปเอาของเธอเลยมั้ย? "
"นายจะให้ฉันมาอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ?" กรีนรีบรับมือถือมาเก็บอย่างดีใจ ย้อนถามย้ำอีกครั้ง
"ฉันว่าเราคุยกันรู้เื่แล้วนะ หรือเมื่อคืนยังไม่ชัดเจนพอ"เต้ตอบ มองคนที่ใส่ชุดฟุตบอลทีมโปรดของเขา พึ่งรู้สึกว่ามันดูเซ็กซี่เมื่อมันอยู่บนตัวเธอ โดยเฉพาะริ้วสีขาวที่อยู่ยอดอกทั้งสองข้างพอดี นั่นทำให้เขารู้สึกหิวเธอขึ้นมาอีกแล้ว
"เลิกมองแบบนั้นได้แล้ว ฉันอยากได้เสื้อผ้าเปลี่ยนก่อน" กรีนแหวใส่ แม้จะรู้จักกันไม่นาน แต่เื่นี้เธอรู้ความหมายของสายตาเขาดี
"ไปทั้งแบบนี้แหละ" เต้ยักไหล่ โยนสูทของตัวเองให้กรีน
"แต่ฉันไม่มีชั้นใน" กรีนพูดตามหลังเขาไปด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ชุดบอลตัวหลวมนี่มันเหมาะที่จะออกไปข้างนอกที่ไหนกัน โดยเฉพาะมอเตอร์ไซคันสูงของเขามันคงจะตีขากางเกงเธอจนร่นไปถึงขาอ่อนนู่นแหละ
บ้าชะมัด!
"ฉันไม่ให้ใครเห็นหรอกน่า" เต้หัวเราะ ความตึงเครียดที่พึ่งเจอมา เหมือนจะหายไปเมื่อได้แกล้งคนตรงหน้า
เขาชูกุญแจรถยนต์ให้กรีนดู ยิ่งได้เห็นท่าทางมองบนและพ่นลมหายใจอย่างแรงที่ส่งมาให้เขา เขาก็ยิ่งขำ
นี่แหละเธอที่เขาอยากเห็น ไม่ใช่คนที่เก็บทุกอย่างเอาไว้ และยิ้มเหมือนไม่เป็อะไรทุกครั้งที่มีปัญหา...เหมือนเขา
"เธอต้องซื้อชุดทำงานใหม่" เต้กอดอกพิงผนังห้อง เมื่อเห็นข้าวของและเสื้อผ้าน้อยชิ้นของกรีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็ชุดทำงานที่ร้านเดิมของเธอ
"ไว้ได้งานค่อยซื้อก็ได้" กรีนตอบกลับ ตอนนี้เธอต้องประหยัดเพราะไม่รู้ว่าเงินเดือนก้อนแรกของเธอ จะมาเมื่อไหร่ และคนที่บอกจะจ่ายให้เธอ เธอก็ไม่กล้าถามด้วยซ้ำ
"งั้นก็ไปตอนนี้แหละ เพราะพรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานแล้ว" เต้บอกพร้อมกับเข้ามาหยิบกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ของกรีน เมื่อเห็นเธอรูดซิบเรียบร้อย
"พรุ่งนี้! " กรีนเงยหน้าเอ่ยถามเขาซ้ำอย่างใ
"ใช่"
"งานอะไรเหรอ?" กรีนหยิบกระเป๋าใบเล็กที่เหลืออยู่ โดยไม่ปฏิเสธลุกขึ้นเดินตามเขาออกมาจากห้อง
"ผู้ช่วยเลขา"
"ผู้ช่วยเลขา?" กรีนย้อนเขาเสียงสูง คิ้วขมวดกันเป็ปมจนเต้กลั้นขำพึ่งเคยได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของเธอ
"ทำไมต้องทำหน้าไม่เชื่อมั่นในตัวเองขนาดนั้นละ"
กรีนส่งค้อนให้เขา เธอจะไปทำงานนั้นได้ยังไงกัน เธอไม่มีความรู้พวกนั้นสักนิด ไม่มีทาง!
"ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันไม่เคยทำ แล้ววุฒิของฉันก็ไม่ได้เหมาะกับงานเลขาเลยสักนิด" เอกการตลาดของเธอจะไปสมัครตำแหน่งนั้นได้ยังไง ประสบการณ์ก็ไม่มี
"แค่ใส่ชื่อฉันในช่องผู้แนะนำ" เต้พูดด้วยท่าทางเหมือนเป็เื่่ายๆ
"ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น หมายถึงฉันคงทำงานไม่ได้ต่างหากล่ะ" กรีนตอบ รู้ว่าเขาคงเส้นใหญ่จากตำแหน่งที่เขามี แต่เธอคิดว่าตัวเองต่างหากที่ไม่เหมาะกับตำแหน่ง
"ฉันเชื่อว่าเธอทำได้ และเธอเหมาะกับตรงนั้นที่สุดแล้ว" เต้ตอบกรีนออกไป ทั้งๆ ที่ใจของเขาไม่ค่อยสงบเท่าไหร่นัก เมื่อคิดว่าเธอต้องเจอกับอะไรบ้างนับจากนี้ หวังเพียงตัวตนของเธอจะก้าวผ่านมาได้ อย่างที่เขาเคยเห็น
..........
"เต้แนะนำมายังงั้นเหรอ?" จักรเทพอ่านใบสมัครที่พนักงานส่งขึ้นมาให้ เพราะ นิพิธ สหัสบดินทร์ เป็คนแนะนำมา ทำให้ฝ่ายบุคคลไม่กล้าตัดสินใจแม้วุฒิการศึกษาและประสบการณ์จะไม่ใกล้เคียงกับที่เปิดรับสมัครก็ตาม
"น.ส.กฤษณา หอมหวล" นอกจากชื่อและนามสกุลแสนจะธรรมดา วุฒิการศึกษา และประวัติการทำงานยังดูห่างไกลกับตำแหน่งผู้ช่วยเลขาของเขามากนัก
เต้ส่งเธอมาทำไม? ป่วนเขาเหรอ?
"ก็อกๆ มาถึงแล้วค่ะ" พรรณีบอกการมาถึงของคนที่อยู่ในใบสมัคร สายตาสำรวจคนที่มาสมัครเป็ผู้ช่วยของเธอทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็รองเท้า เสื้อผ้า หน้า ผม จนถึงกระเป๋า
"เข้ามา" จักรเทพปิดเอกสารที่กำลังอ่านอยู่ หยิบใบสมัครขึ้นมาวางบนโต๊ะ
"สวัสดีค่ะ" กรีนยกมือไหว้ รู้สึกเกร็งกับความหรูหราในห้อง ไม่เคยถูกสัมภาษณ์ด้วยผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้มาก่อน
ผู้หญิงที่น้องชายส่งมาให้? คำนิยามสั้นๆ ที่จักรเทพให้กรีนในการพบกันครั้งนี้
"นั่งสิ"
"ขอบคุณค่ะ" กรีนโค้งตัวและขยับเก้าอี้นั่ง
"เต้บอกอะไรเธอบ้างที่มาสมัครงานวันนี้" จักรเทพไม่อ้อมค้อม
"เขาบอกแค่ว่า ใส่ชื่อเขาในช่องคนแนะนำค่ะ" กรีนนิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินสรรพนามเรียกอย่างสนิทสนมจึงตอบไปตามความจริง นึกสงสัยว่าคนตรงหน้าเป็อะไรกับผู้ชายจอมล่อลวงคนนั้น
"หึ" จักรเทพโยนเอกสารใบสมัครลงบนโต๊ะ ยกมือขึ้นกอดอกประเมินคนตรงหน้า คำตอบที่ตรงไปตรงมาทำให้จักรเทพแปลกใจ
คำโต้แย้งในหัวเหมือนจะยุติลงเพราะเธอไม่ได้มีคำโกหก หรือข้อความขยายความสัมพันธ์กับคนแนะนำมาสักนิด
นิ้วชี้ที่วางอยู่บนแขนอีกข้างกระดิกเคาะเป็จังหวะ แววตามองสำรวจคนตรงหน้าอย่างจริงจัง
"เป็การหางานที่ง่ายดี เธอว่ามั้ย?"
"ถึงจะไม่ถูกต้องนัก แต่กรีนก็ไม่อยากทิ้งโอกาสที่มีคนหยิบยื่นให้ค่ะ"
"แล้วถ้าฉันไม่รับเธอล่ะ" จักรเทพยกยิ้มมุมปาก รับรู้ว่าคนตรงหน้าค่อนข้างใช้คำพูดได้ดี
"กรีนเชื่อว่าทุกคนมีที่ที่เหมาะกับตัวเอง ถ้าคุณไม่รับกรีน ก็แสดงว่าที่นี่คงไม่ใช่ที่ของกรีนค่ะ"
ไม่ง้อ?
จักรเทพฟังคำตอบที่ไม่ได้บ่งบอกว่าเธอ้างานนี้อย่างที่คิด
"พร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่?" ผู้หญิงที่ดูยอมรับอะไรง่ายๆ แบบนี้นี่นะเหรอ? ที่นิพิธจะส่งมาก่อกวนเขา จักรเทพนึกขำ
ก็ได้! เขาก็อยากรู้ ว่าเธอจะทำอะไรเขาได้
"เริ่มได้เลยค่ะ" กรีนตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน หลังจากนั่งลุ้นอยู่นาน
"ดี"
"พรรณี!" จักรเทพกดเทเลคอมเรียกพรรณีที่หน้าห้อง
"ค่ะ" พรรณีเปิดประตูเข้ามาอย่างรู้หน้าที่
"นี่ผู้ช่วยเธอ สอนงานเธอ อย่างใกล้ชิด" จักรเทพเน้นคำสุดท้ายเป็พิเศษ และนั่นเป็คำที่พรรณีรู้ดีว่าหมายความว่ายังไง
"ทางนี้จ๊ะ" รอยยิ้มหวานส่งมาให้สาวสวยตรงหน้า และเดินนำออกมายังหน้าห้องประธานใหญ่
"ฉันชื่อพรรณี จะให้เรียกเธอว่าอะไร?" พรรณีเอ่ยถาม สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อประตูปิดลง
"กรีนค่ะ"
"นี่เป็ข้อมูลพนักงานและแผนกต่างๆ เธอนั่งจำมันให้ได้ เพราะเธอต้องทำหน้าที่ประสานงาน และตามทุกเื่ที่ต้องตามในบริษัท" พรรณียื่นแท็ปเล็ตงานที่แยกโฟลเดอร์บนหน้าจออย่างชัดเจน และผละไปนั่งพิมพ์งานที่หน้าคอมต่อทันที
กรีนนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ พี่พรรณี มองข้าวของบนโต๊ะอย่างสังเกต โน้ตที่แปะเต็มไปหมด ทำให้เธอรู้ว่างานค่อนข้างเยอะ และหลายๆ อย่างที่เธอดูไม่รู้เื่ ก็คงต้องเอาไว้ก่อน เพราะงานแรกที่เธอได้รับมา คือทำความรู้จักคนในบริษัท
กรีนนั่งเปิดข้อมูลในมือถือ ไล่อ่านชื่อตำแหน่ง และสรุปเองคร่าวๆ ไว้ในสมุดโน้ตเล่มเล็กที่เธอพกมาเงียบๆ
จักรเทพมองกล้องวงจรปิดไม่วางตาไม่คิดว่าผู้หญิงที่เต้ส่งมาเพื่อก่อกวนเขา จะดูตั้งใจทำงานเป็เื่เป็ราวจริงๆ ทุกครั้งที่พรรณีบอกให้เธอทำอะไร ดูเธอจะตั้งใจเรียนรู้ และลุกทำตามอย่างว่าง่าย
ผู้หญิงที่มีนิพิธเป็แบล็กหลัง จะยอมอ่อนข้อให้คนของเขาขนาดนี้เลยเหรอ?
นึกอยากรู้จักให้มากกว่านี้แล้วสิ!