ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ภาคินที่กำลังนั่งฟังการประชุมไตรมาสที่สองของปี ด้วยท่าทีสบายๆ เพราะยังไงผลประกอบการของบริษัทเขาก็ดีไม่มีตกอยู่แล้ว การประชุมดำเนินไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปได้สักพักก็เลิกการประชุม ภาคินที่เดินเข้ามาให้ห้องก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเพื่อนตัวเล็กของเขากำลังนั่งเล่นโทรสัพท์มือถืออยู่ที่โต๊ะรับแขก เขาจึงเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนเองโดยไม่สนใจเพื่อนตัวเล็ก
"คินนนนนน ตอนเย็นไปกินข้าวกัน เรามีร้านมานำเสนอ รับรองว่าคินต้องชอบแน่ๆ" นภัสกรที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่นั้น พอเห็นเพื่อนตัวสูงเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานโดยไม่สนใจตัวเองก็เอ่ยชักชวนไปทานอาหารด้วยน้ำเสียงสดใส
"ไปชวนไอ้แดนเทพ" ภาคินกล่าวบอกปัด
"ไม่เอาอะ แดนไม่ว่าง เดี๋ยวเราก็จะไม่มีเวลามาหาเพื่อนแล้วนะ ไปกินข้าวกับเราไม่ได้เหรอ" นภัสกรแสร้งตัดพ้อ
"อืม ก็ได้" ภาคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนือย
ภาคินนั่งทำงานได้สักพักก็ถึงเวลาที่ต้องออกไปทานอาหารเย็นกับเพื่อนสนิทที่ได้ชักชวนไว้เมื่อ่บ่าย ร้านที่นภัสกรแนะนำให้ภาคินก็คือร้านคาเฟ่ของวรินทรนั่นเอง ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากบริษัทของภาคินมาถึงคาเฟ่ก็ประมาณสี่สิบนาที
เสียงกระดิ่งที่ติดตรงประตูดังขึ้น ส่งสัญญาณว่ามีลูกค้าเข้ามาในร้าน เ้าของร้านกล่าวต้อนรับพร้อมกับละสายตาจากออเดอร์ที่ตนเองกำลังจด หันไปมองลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน
"คุณไวน์ สวัสดีครับ ภัสมาอีกแล้ว มื้อเย็นนี้ขอฝากท้องที่ร้านคุณไวน์น้า~"
"ได้เลยครับคุณภัส เชิญนั่งรอที่โต๊ะได้เลย เดี๋ยวไวน์ให้เด็กเดินไปรับออเดอร์ที่โต๊ะนะครับ" เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ไปนั่งที่โต๊ะกันแล้ว เ้าของร้านหน้าหวานก็สอดส่องสายตามองดูพนักงานของตนเอง เพื่อที่จะวานให้ไปรับออเดอร์แทน แต่ก็พบว่าพนักงานของตนเองนั้น ต่างก็ไม่มีใครว่างเลยสักคน วรินทรลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
"รับอะไรดีครับ" เ้าของร้านหน้าหวานเดินเข้ามารับเมนูอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ภัสเอาสปาเกตตี้คาโบนาร่า แล้วก็ขนมปังกระเทียม 1 ชุดครับ" เอ่ยตอบเ้าของร้านด้วยรอยยิ้มเสร็จแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมากดเล่นโซเชียลระหว่างรออาหาร วรินทรรีบจดเมนูลงบนกระดาษทันที แล้วก็ยืนรอจดเมนูจากอีกคนฝั่งตรงข้ามคุณนภัสกรที่ตอนนี้ก็ยังเลือกไม่ได้สักที วรินทรแอบค่อนขอดในใจ ยืนรอสักพักก็เป็ฝ่ายวรินทรเองที่ทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามร่างสูง และเตรียมพร้อมที่จะจดเมนู
"แล้วคุณรับอะไรดีครับ"
"......."
พลันร่างสูงที่กำลังเปิดดูเมนูหยุดชะงัก แล้วปิดเล่มเมนู ดวงตาสีนิลคู่คมคู่นั้นมองมาที่เขา
"ไวน์ รับไวน์"
"อะ อะไรนะ เอ่อ คือทางร้านเราไม่มีไวน์นะครับ" วรินทรตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย หัวใจของเขาทำไมถึงเต้นแรงขนาดนี้
"เหรอ อืม งั้นฉันเอาสปาเกตตี้กุ้งผัดพริกแห้ง กับซุปเห็ดก็แล้วกัน"
"ครับ รออาหารสักครู่นะครับ"
วรินทรรีบจดเมนูอาหาร แล้วรีบเดินออกมาเพื่อที่จะไปทำอาหารให้ทั้งคู่ เมื่อเข้ามาในครัว เ้าของร้านหน้าหวานก็ยกมือขวาขึ้นมาจับที่อกด้านซ้ายของตนเอง
"ทำไมใจเราเต้นแรงอะ เขาไม่ได้เรียกชื่อเราสักหน่อย เขามีแฟนแล้วนะไวน์" พูดกับกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมา เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ
คู่เพื่อนสนิทที่ระหว่างนั่งรออาหารกันอยู่นั้น นภัสกรก็คาดโทษกับเพื่อนตัวสูงของเขาอย่างไม่จริงจังนัก
"ไปแกล้งเขาทำไม น่าตีจริงๆ เลยคิน เมื่อกี้นี้เขาอึ้งไปเลยอะ อย่าว่าแต่คุณไวน์เลย เราก็อึ้ง"
"ไม่ได้แกล้ง ก็อยากกินไวน์จริงๆ" ภาคินเอ่ยตอบเพื่อนสนิทเสียงเรียบ
รอได้ไม่นานพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ เมื่ออาหารวางถึงโต๊ะทั้งคู่ก็ลงมือรับประทานกันอย่างเงียบๆ พูดคุยกันบ้างเล็กน้อย มีเสียงเพลงสากลในร้านที่เปิดคลอเบาๆ เพื่อให้ได้บรรยากาศ ทั้งสองคนที่พอทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็แยกย้ายกันกลับ นภัสกรที่อยากจะบอกลาเ้าของร้านก่อนกลับ แต่เมื่อไม่เห็นวรินทรอยู่ด้านนอกก็คิดว่าคงน่าจะยุ่งอยู่ในครัวเลยไม่ได้ทักทายบอกลา
เช้าวันต่อมา
วรินทรเข้ามาเปิดร้านตามปกติ ใน่เช้าของวันนี้เขาก็ได้ทำเมนูขนมประจำวันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว วรินทรเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในริมสุดของร้าน วันนี้เขาจะนั่งคิดค้นขนมเมนูใหม่อีกด้วย เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดร้านพนักงานก็เริ่มทยอยเข้ามาในร้าน และประจำตำแหน่งตามหน้าที่ของแต่ละคน
เสียงกระดิ่งที่ติดไว้ตรงประตูดังขึ้นมา ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาในร้าน วรินทรและพนักงานในร้านต่างก็ทำหน้าที่บริการต้อนรับได้เป็อย่างดี สักพักคุณหญิงดุจฟ้าก็เดินเข้ามาหา
"สวัสดีค่ะหนูไวน์ วันนี้ฉันขอช็อกโกแลตปั่น กับคาปูชิโนปั่น แบบหวานน้อยทั้งสองแก้วเลย"
"ได้ครับคุณหญิง เชิญนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะครับ"
คุณหญิงดุจฟ้าเดินไปนั่งรอที่โต๊ะได้ไม่นาน สักพักวรินทรก็นำเครื่องดื่มมาให้คุณหญิง พร้อมกับขนมเพื่อสุขภาพเมนูประจำวันนี้ของร้าน
"เครื่องดื่มมาแล้วครับ แล้วก็บราวนี่ฟักทอง 2 ชิ้น ไวน์แถมให้คุณหญิงครับ"
"ขอบคุณนะลูก หนูไวน์วันเสาร์นี้หนูว่างมั้ยคะ"
"ตอนเย็นไวน์ว่างครับไม่ได้ไปไหน คุณหญิงมีอะไรหรือเปล่าครับ"
"พอดีเป็วันเกิดฉันเอง อยากจะชวนหนูไวน์ไปร่วมงานวันเกิดด้วย ไปนะคะหนูไวน์ มีของกินเยอะแยะเลย เดี๋ยวฉันให้ลูกชายมารับ"
"เอ่อ โอเคครับไวน์ไป แต่คุณหญิงไม่ต้องให้ลูกชายมารับก็ได้นะครับ คือไวน์เกรงใจ เดี๋ยวไวน์ไปเองก็ได้นะครับ" วรินทรอึกอักเล็กน้อย แต่ก็ตอบตกลงกลับไป
"ไม่เป็ไรค่ะหนูไวน์ ไม่ต้องเกรงใจเลย วันเสาร์หกโมงเย็นรอที่นี่นะตกลงตามนี้"
"ก็ได้ครับคุณหญิง"
"แล้วเจอกันนะหนูไวน์ ฉันขอตัวกลับก่อน" เอ่ยจบคุณหญิงดุจฟ้าก็ขอตัวกลับ
"เดี๋ยวชวนกรไปซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณหญิงเป็เพื่อนดีกว่า" เอ่ยกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือคู่ใจ กดเข้าแอพลิเคชั่นสีเขียวทักแชทหาเพื่อนสนิทอย่างกรนันท์ เพื่อชวนเพื่อนสนิทของตนเองไปช่วยเดินเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณหญิงเป็เพื่อน เมื่อพูดคุยกับเพื่อนสนิทผ่านทางแชทเรียบร้อยแล้ว วรินทรก็ได้ฝากให้พนักงานของตนเองดูแลร้าน และปิดร้านให้เรียบร้อย เนื่องจากวันนี้เขาจะต้องออกจากร้านก่อนเวลา เพื่อไปห้างสรรพสินค้าตามที่ได้นัดแนะกับเพื่อนสนิทเอาไว้
ห้างสรรพสินค้าเวลานี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะเป็วันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดอย่างวันเสาร์ อาทิตย์ เมื่อมาถึงสถานที่นัดหมายแล้ว เขาก็ยืนรอเพื่อนสนิทตรงที่ได้นัดแนะกันเอาไว้ รอได้ไม่นานกรนันท์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟนหนุ่มที่ชื่อว่า แมทธิว ที่เพื่อนของเขาได้เจอกับแมทธิวก็ตอนที่ไปเที่ยวที่ภูเก็ต
"สวัสดีครับพี่แมท" วรินทรกล่าวคำทักทาย พร้อมทั้งยกมือไหว้แฟนเพื่อนสนิท
"สวัสดีครับน้องไวน์ ไม่เจอกันนานเลย" แมทธิวตอบกลับวรินทรด้วยใบหน้ายิ้ม หลังจากที่ทั้งสามคนเจอกันวรินทรก็บอกเพื่อนสนิทว่าจะหาซื้อของขวัญให้คุณหญิงดุจฟ้า แล้วทั้งสามคนก็เลือกเดินดูของตามร้านต่างๆ เดินไปสักพักก็มาหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องหอมร้านหนึ่งที่บนชั้นสามของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ โดยเขาเลือกเป็ชุดเครื่องหอมให้คุณหญิงดุจฟ้า เมื่อเลือกซื้อของขวัญเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ตกลงกันว่าจะไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นกัน เดินมาถึงหน้าร้านอาหารทั้งสามคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านนั้น จู่ๆ แมทธิวก็ได้ทักทายคนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็อย่างดี
"อ้าวคิน มาทานข้าวเหรอ" แมทธิวเมื่อเห็นภาคินที่กำลังจะเดินเข้าร้านอาหารเหมือนกัน เอ่ยทักทายร่างสูง
"สวัสดีครับพี่แมท ผมนัดลูกค้าไว้" ร่างสูงเอ่ยบอกแมทธิว พลันสายตาสีนิลจับจ้องมองมาที่วรินทร "แล้วพี่มาทานข้าวเหมือนกันเหรอครับ"
"ใช่ พี่พาแฟนมาทานข้าว นี่กรนันท์แฟนพี่ ส่วนนี่วรินทรเพื่อนสนิทของกร" แมทธิวแนะนำเขาและกรนันท์ให้คนร่างสูงรู้จัก เขาจึงยกมือขึ้นไหว้ตามมารยาท "กร ไวน์ นี่ภาคินเป็น้องชายเพื่อนในกลุ่มของพี่เอง" เมื่อแนะนำกันเสร็จแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันเดินไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งภาคินก็ได้เข้าไปในส่วนของห้องวีไอพีเพราะนัดลูกค้าคุยงานสำคัญ
"พี่แมท! ทำไมพี่ไม่บอกว่าพี่รู้จักกับคุณภาคิน" กรนันท์เอ่ยถามแฟนหนุ่มของตนเอง
"อ้าว ก็กรไม่ถามพี่อะ แล้วมีอะไรหรือเปล่า หืม"
"ก็ไม่มีอะไร กรก็แค่แปลกใจเฉยๆ แบบนั่นมันหนุ่มหล่อสุดฮอตเลยนะ"
"แล้วพี่ไม่หล่อหรือไง น่าน้อยใจจัง" แมทธิวแกล้งหยอกแฟนตนเอง
"หล่อสิ แฟนของกรก็ต้องหล่อที่สุดอยู่แล้ว" กรนันท์ตอบกลับพร้อมยิ้มกว้างให้แมทธิว วรินทรที่นั่งฟังเพื่อนสนิทพูดคุยหยอกล้อกับแฟนหนุ่มก็ได้แต่นั่งยิ้มและหัวเราะเบาๆ กับคู่รักคู่นี้ นั่งพูดคุยกันได้สักพักพนักงานก็นำอาหารที่สั่งไว้เข้ามาเสิร์ฟ เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน