บทที่ 24
“งั้นรึ.. บลูรันเนอร์ ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นมันชัดๆอย่างนี้เลย ... กว่าจะได้มองมันชัดๆในป่ามันก็วิ่งหายไปเสียแล้ว เพียงแค่ข้ากะพริบตา.. นอกจากนี้มันยังหาได้ยากตามธรรมชาติอีกด้วย” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา เขาดูสนใจสินค้าตัวนี้มาก“เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรก และอาจจะมีเพียงครั้งเดียวที่เราสามารถจับมันมาได้อย่างเป็นๆ อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า กล้ามเนื้อของมันที่วิ่งมาอย่างตลอดเวลา และว่องไว มันจึงทำให้เนื้อของมันที่ออกมาเป็นสีชมพู นำไปทำเมนูไหนก็แสนจะอร่อย ประกอบกับขนของมันที่เป็นสีจากธรรมชาติที่หาได้ยากมาก มีเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้นในอาณาจักรแห่งนี้ ที่ถูกประดับไปด้วยขนของเจ้าบลูรันเนอร์ตัวนี้เจ้าค่ะ...”“ราคาประมูลจะถูกเริ่มที่ 100 เหรียญทองเจ้าค่ะ....” สิ้นเสียงของเฟรินผู้คนก็ต่างแย่งกันยกมืออย่างไม่หวาดไม่ไหว เพราะแค่ขนของมันทั้งตัวนั้น ถ้าไม่เดามันน่าจะมีราคาที่ไม่ต่ำกว่า 200 เหรียญทองเข้าไปแล้ว และยิ่งสดใหม่ด้วย น่าจะมีราคาที่สูงกว่านี้เสียอีก“ข้าน้อยขอเปิดราคาก่อนเลยนะขอรับ... 200 เหรียญทองขอรับ” ผู้ชาย ไม่ซิท่าทางที่ดูชายใจผู้หญิงเสียมากกว่า แต่ถ้าจะให้รีออนเดาเรื่องราวนั้น มันอาจจะเป็นเพราะโลกนี้ยังไม่มีคำเรียกเพศที่สามนี่ยังไง คำพูด และการแต่งกายนั้นยังดูเป็นผู้ชายอยู่บ้าง แต่ท่าทางนี่แหละที่แสดงออกมาเต็มที่เลยทีเดียว“ใครจะยอมให้เจ้ากัน เจ้าผู้หญิงมีหนวด.. ร้านเสื้อผ้าของมิสคนนี้ขอเสนอที่ 300 เหรียญทอง” หญิงวัยราวๆ 30-40 ปีอีกคนกล่าวออกมา ลักษณะของเธอคนนี้เป็นคนที่ดูแล้วท่าทางมั่นใจ และการแต่งตัวที่มีสีแปลกตาจากคนอื่นๆ ก็บ่งบอกแล้วว่าเธอคือเจ้าแม่แฟชั่นแห่งยุคนี้“หยาบคายที่สุด.. ข้าน้อยขอให้ราคาที่ 350 เหรียญทองขอรับ” เขากล่าวออกมาเพื่อตอบกลับไปทางท่านเฟริน ด้วยท่าทีเรียบร้อยเป็นอย่างมาก และทั้งสองก็แข่งขันราคาไปจนมันพุ่งไปแตะที่ 750 เหรียญทองแล้ว และแน่นอนว่ามันเป็นราคาที่ผู้หญิงวัย 30-40ปีเป็นผู้เสนอ“ครั้งนี้ข้าจะยอมให้เจ้าก่อนก็แล้วกัน...” เขาได้แต่บ่นอยู่ภายในจิตใจ เพราะว่าร้านของเขาไม่ได้มีทุนที่หนาเหมือนกับร้านของเธอ ลูกค้าของเขาส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นพวกชนชั้นกลางเป็นส่วนใหญ่ และเขาหวังที่จะสร้างชื่อให้กับร้านเสื้อผ้าของตัวเองจากเจ้าบลูรันเนอร์ตัวนี้ แต่ก็ต้องผิดหวังแล้ว แต่เหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้เขาได้รู้สึกว่ามันเหมือนเป็นการตบหน้าสตรีนางนั้นก็ดังขึ้นมา“พวกเจ้าเอาแต่ประมูลเพื่อที่จะฆ่าแกงมัน.. ในฐานะของสมาคมนักฝึกสัตว์แล้ว เราต้องทำอะไรสักอย่าง... เราขอเสนอที่ 1000 เหรียญทอง.. และหวังว่าจะไม่มีผู้ใดประมูลต่อ กรุณาให้เกียรติ และไว้หน้าสมาคมของเราด้วยขอรับ” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาเสียงดัง และมันทำให้ทุกคนได้แต่เงียบแม้แต่หญิงสาวคนนั้นที่ประมูลไป 750 เหรียญทองยังไม่กล้าที่จะประมูลต่อ หากไม่ใช่เป็นเพราะสมาคมนักฝึกสัตว์แล้วล่ะก็ เธอจะประมูลแข่งมันอย่างแน่นอน มันไม่ได้พูดถึงเรื่องของว่ามันแพงหรือไม่แพง แต่การที่ได้จับวัตถุดิบที่หาได้ยากนั้น สำหรับช่างตัดเย็บแล้วมันมีค่ามากเลยทีเดียว แต่เธอก็ต้องไว้หน้าสมาคมนี้ เพราะวัตถุดิบบางอย่างของร้านเธอ ก็ต้องสั่งชื่อมาจากที่แห่งนั้น ถ้าข้ามหน้าข้ามตาพวกเขา ธุรกิจของเธออาจจะมีปัญหาก็เป็นไปได้ แน่นอนว่ามันสร้างความสะใจให้กับผู้ชายใจสาวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่คนที่ดีใจมากกว่าที่สุดคงจะไม่พ้นชายที่ชื่อว่ารีออน ที่สามารถรับเงินจำนวน 1000 เหรียญทองได้อย่างเต็มที่ แต่จะว่าอย่างนั้นมันก็อยู่ในการคำนวณของเขาเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าตลอดการประมูลเจ้าบลูรันเนอร์ตัวนี้ ชีพจรของคนๆหนึ่งอยู่อย่างไม่เป็นสุขเลยจริงๆ และเธอคนนั้นก็กำลังถอนหายใจอยู่บนเวที ด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่ส่งสัญญาณไปให้กับสมาคมนักฝึกสัตว์เป็นผู้ออกหน้าประมูลให้กับเธอ เพราะเธอไม่สามารถที่จะประมูลมันตรงๆได้ มันผิดกฎที่ทางสาขาหลักตั้งมาไว้ว่า ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประมูลสินค้าของลูกค้าตัวเองอะไรประมาณนี้ เพราะถ้าเจ้าของ ประมูลเองมันเสียเอง ก็จะทำให้ลูกค้าคนอื่นมองโรงประมูลไปให้ทางที่ไม่ดี สำหรับเธอแล้วเธอรู้ดีว่ามันผิดกฎ แต่ถ้าไม่มีใครรู้ก็ถือว่าไม่ผิด อีกอย่างเธอคิดว่าเจ้านกบลูรันเนอร์ตัวนี้ เธอ และสมาคมยังต้องค้นหาอะไรเกี่ยวกับมันอีกมาก มีอีกหลายอย่างที่พวกเรายังไม่รู้เกี่ยวกับมัน ดังนั้นเก็บเจ้าตัวนี้ไว้เพื่อการเรียนรู้จะดีที่สุดแล้ว เธอมองไปยังห้องวีไอพีที่ 9 ผู้เป็นเจ้าของนกตัวนี้ด้วยความแปลกใจ“ไม่จริง!! หรือว่าเขาจะรู้กัน” เธอเพียงแค่สงสัยจึงมองขึ้นไป แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนว่าจะมองออกทุกอย่างกลับมา แต่เธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ จึงแสดงสีหน้าออกมามากไม่ได้ และหันกลับมาเป็นผู้ดำเนินการประมูลต่อทันที“บลูรันเนอร์ถูกประมูลไปด้วยสมาคมนักฝึกสัตว์ในราคา 1000 เหรียญทอง ขอแสดงความยินดีด้วยเจ้าค่ะ.... เราจะประมูลในหมวดต่อไปกันเลยเจ้าค่ะ....หมวดเครื่องประดับ...” การประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เพราะสิ่งที่เป็นเครื่องประดับสำหรับสตรีแล้วมันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก และส่วนใหญ่มันก็จะเป็นเพียงแค่อัญมณีที่ถูกดัดแปลงเล็กน้อยเท่านั้น ดีไซน์ก็เป็นแบบธรรมดาไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแต่สิ่งที่รีออนไม่เข้าใจเลยมันอาจจะเป็นเพราะว่าอัญมณีดีไซน์ห่วยแตกอย่างนั้น กลับทำเงินได้เท่าๆกับเจ้านกโง่ของเขาที่มีชีวิตเลย บางอันอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ภายในใจได้แต่กู่ร้องว่า ทำไมโลกนี้ถึงได้ซื้อของอะไรโง่อย่างนั้นด้วยราคาที่สูงขนาดนั้นกัน หมวดอัญมณีจากไปด้วยความขัดข้องใจของรีออนเป็นอย่างมาก เขาพยายามให้เหตุผลกับตัวเอง มันน่าจะเป็นตัวอัญมณีมากกว่ามันอาจจะหาได้ยากราคา ก็เลยแพงอะไรประมาณนี้ จากนั้นมันก็เป็นหมวดอีกหมวดที่รีออนสนใจเป็นอย่างมาก ในตอนแรกเขาคิดว่ามันน่าจะเป็นของวิเศษเป็นอย่างมาก แต่เมื่อฟังๆดูแล้ว มันไม่ต่างอะไรจากยาแก้ไอบ้านเราดีๆนี่เอง แต่เห็นที่มันมีเอฟเฟคที่น่าตกตะลึงนั้น จริงๆมันก็แค่มาจากพืชที่พวกเขานำมาทำยา หลังจากที่พวกมันดูดซับพลังธรรมชาติตามที่อลิสได้วิเคราะห์มันมาระหว่างทางเพียงเท่านั้น รีออนจริงไม่สนใจอะไรมันมาก และคิดว่าด้วยความรู้ของเขา รีออนมั่นใจเลยว่ามันจะต้องออกมาดีกว่าอย่างแน่นอน เขาเลยไม่ได้ประมูล หรือให้ความสนใจอะไรมาก ค่อยหาเวลาว่างแล้วค่อยๆมาศึกษาเอาก็ยังไม่สาย ต่อมาเป็นหมวดของเครื่องป้องกัน และอาวุธ ที่รีออนเอาแต่หลับมันอย่างเดียวเลย เพราะตอนที่เขาได้เดินดูสินค้าประมูลกับมาตินนั้น มันก็แค่ชุดเกราะชั้นเลวเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่เขาก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะชุดเซ็ตจักรพรรดินั้น มันทำเงินได้มากถึง 3500 เหรียญทองเลยทีเดียว ถ้าหากตีเป็นเงินไทยน่าจะอยู่ประมาณ 35,000,000บาท ซึ่งมันถือว่าแพงมาก และรายการสุดท้ายของวันนี้ก็มาถึง มันคือก้อนแร่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ และมันจะเป็นการประมูลที่ทำให้รีออนจดจำไปอีกนานแสนนาน และเข้าใจว่าโลกนี้มันไม่ได้เหมือนโลกที่เขาจากมาแล้ว“แร่เหล็ก..ความบริสุทธิ์ 60 เปอร์เซ็นต์ถูกประมูลไปด้วยราคา 1500 เหรียญทองเจ้าค่ะ”“แร่เหล็ก..ความบริสุทธิ์ 70 เปอร์เซ็นต์ถูกประมูลไปด้วยราคา 3600 เหรียญทองเจ้าค่ะ”“แร่สังกะสี..ความบริสุทธิ์ 65 เปอร์เซ็นต์ถูกประมูลไปด้วยราคา 1550 เหรียญทองเจ้าค่ะ”“แร่……..”