“นายท่านกินกับข้าด้วยหรือไม่เ้าคะ?ซาลาเปาฝีมือฮูหยินท่านเ้าเมืองอร่อยมากจริงๆข้ายังไม่เคยกินฝีมือใครอร่อยเท่านี้มาก่อน”นางพูดพลางแบ่งซาลาเปาก้อนที่สามออกเป็สองส่วนแล้วยื่นมาตรงหน้านายท่าน
“เ้ากินเถอะข้าไม่ค่อยชอบซาลาเปาไส้หมู”
นางฟังดูคล้ายนายท่านไม่เชื่อถือในความอร่อยของรสมือท่านแม่
“ไม่ได้เ้าค่ะท่านต้องลองดูแล้วจะรู้ว่าอร่อยจริงๆ”
จินเสวี่ยหลงที่ใช้ชีวิตในวังหลวงเคยชิมอาหารเลิศรสสารพัดมิได้ใส่ใจรสชาติอาหารภายนอกที่ผู้อื่นทำอาหารที่อื่นจะอร่อยกว่าครัวหลวงได้อย่างไร? นายท่านจึงส่ายหน้าทำเอาเหลียงเจินซินรู้สึกมีน้ำโหนิดๆ
“ท่านต้องลองชิมเ้าค่ะ” นางลืมตัวลืมกลัวท่านอ๋องไปวูบหนึ่งเพราะดีใจที่ได้กินซาลาเปาฝีมือท่านแม่จึงคิดอยากจะให้นายท่านได้ลองชิมจึงยื่นซาลาเปาครึ่งก้อนนั้นไปจนชิดริมฝีปากกลิ่นหอมของแป้งและไส้โชยเข้าจมูกชายหนุ่ม จนเผลออ้าปากออกให้นางยัดเข้าไปจนได้
“กัดเลยเ้าค่ะ”นางยิ้มกว้างหลอกล่อ ท่านอ๋องจึงกัดคำใหญ่ตามใจนางรสััที่ลิ้นแตกต่างจากที่เคยกินมาก่อน เนื้อแป้งนุ่มเนื้อหมูผัดรสชาติกลมกล่อมที่ลงตัวกับเนื้อแป้ง อร่อยจริงอย่างที่นางว่า....
“อร่อยหรือไม่เ้าคะนายท่าน?”นางยื่นหน้ามาใกล้ เพราะอยากรู้ว่านายท่านจะชอบซาลาเปาฝีมือมารดาของตนหรือไม่?
“อืม...”สีหน้าของนายท่านดูพออกพอใจ ยื่นมือออกมารับส่วนที่เหลือจากนางไปเคี้ยวจนหมด
ซินเอ๋อร์รีบรินน้ำชาให้เขาอย่างกระตือรือร้นนางรอฟังคำชื่นชมจากนายท่านอยู่หากแต่เขาเคี้ยวจนหมดแล้วจิบน้ำชาเสร็จกลับไม่พูดสิ่งใดซินเอ๋อร์ผิดหวังนางรีบจับท่อนแขนแล้วยื่นหน้าไปถามอีกที
“ไม่อร่อยหรือเ้าคะ?”
อ๋องใหญ่ใที่นางทั้งจับแขนและยื่นหน้ามาใกล้ใบหน้าน้อยๆ ทำเอาจิตใจของรัชทายาทหนุ่มลั่นรัวหากไม่มีหน้ากากปิดบังเอาไว้เห็นทีนางคงจะได้เห็นใบหน้าของเขาเป็สีชมพูระเรื่อ
“อะ อร่อย” เขารีบตอบ
ซินเอ๋อร์ยิ้มแย้มพอใจ “นั่นสิ! ผู้ใดกันที่ชิมแล้วจะบอกว่าไม่อร่อย”นางปล่อยมือเขาแล้วหันไปหยิบซาลาเปาอีกครึ่งก้อนยื่นให้เขา "เช่นนั้นข้าจะแบ่งให้นายท่านอีกครึ่งก้อนเ้าค่ะ แต่ทีเหลือเป็ของข้า”
“อืม...” ท่านอ๋องรับซาลาเปามากินขณะที่นางก็ใช้อีกมือหยิบอีกก้อนขึ้นมาเคี้ยว “เ้าชอบซาลาเปาไส้หมูมากเลยหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะนี่คือของโปรดอันดับหนึ่งของข้า โดยเฉพาะ....” ซินเอ๋อร์เกือบจะพูดต่อแล้วเทียวว่าโดยเฉพาะรสชาติที่ท่านแม่ทำนั้นไม่มีผู้ใดสู้ได้
“โดยเฉพาะอันใด?”
นางทำหน้าเหวอก่อนจะรีบแก้ตัว...”โดยเฉพาะอันที่ท่านอ๋องเอามาให้นี่ล่ะ เ้าค่ะ” นางตีหน้าปุเลี่ยนๆในใจก็นึกด่าตัวเองที่เกือบทำให้ท่านอ๋องสงสัย
อ๋องใหญ่นึกถึงวันที่ซินเอ๋อร์ฝันเห็นซาลาเปาแล้วดึงมือของตนไปกุมไว้ที่หน้าอกก็พลันกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่สายตาจับจ้องไปที่หน้าอกของนางโดยมิได้ตั้งใจ ซินเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นก็นึกว่าท่านอ๋องจ้องมองซาลาก้อนสุดท้ายในมือของนาง
“นายท่านยังไม่อิ่มหรือเ้าค่ะ?”
ทั้งหน้าอกที่ได้ััริมฝีปากและแก้มนิ่ม ทำเอาจิตใจท่านอ๋องเตลิด
“นายท่าน....นายท่านเ้าค่ะ”พอนางเรียกซ้ำ สติของเขาจึงเพิ่งกลับมา
“เออ.....อ๋อ!ข้าอิ่มแล้ว เ้ากินเถอะ....ว่าแต่ข้างในนี้ร้อนเหลือเกิน”เมื่อรู้สึกตัวว่าอยากััเนื้อตัวของนางร่างกายของเขาก็พลันร้อนรุ่มจนอยากจะลงจากรถม้า
“ใกล้ถึงคฤหาสน์แล้วเ้าค่ะ”นางใช้อีกมือไปเปิดดูหน้าต่างรถม้า
จินเสวี่ยวหลงเห็นนางยังถือซาลาเปาก้อนสุดท้ายไว้ก็นึกอยากเอาใจสาวใช้ตัวน้อย“ถ้าเช่นนั้นอีกไม่นานก็จะมีงานเลี้ยงที่จวนเ้าเมืองแล้วเ้าค่อยตามข้ามากินอีกทีก็แล้วกัน”
“เอ่อ....ข้าต้องมาด้วยหรือเ้าค่ะ?”
ท่านอ๋องทำสายตาดุ “เ้าเป็สาวใช้ประจำตัวของข้าเ้าก็สมควรติดตามมารับใช้ดูแลข้าในงานนี้ด้วย”
“จะ เ้าค่ะ”ซาลาเปาก้อนสุดท้ายที่กินเข้าไปเกือบจะติดคอ งานเลี้ยงที่จวนของนาง หากโผล่หัวให้ทุกคนได้เห็นก็จบเห่กันพอดี!
วันต่อมาซินเอ๋อร์ตั้งใจปรนนิบัตินายท่านแต่เช้าตรู่จินเสวี่ยหลงแปลกใจที่นางไม่มีท่าทีงัวเงียง่วงนอนเหมือนทุกวันนางกระตือรือร้นไปนั่งดูเขาซ้อมอาวุธที่สวนข้างเรือนั้แ่ฟ้ายังไม่สางคอยเอาใจใส่ยามเขาอาบน้ำ ไม่เหมือนวันก่อนๆ ที่ดูอิดออด ตอนที่ช่วยสวมเสื้อผ้าให้ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา
“เ้ามีเื่ดีอันใด?วันนี้จึงดูไม่ี้เีเช่นทุกวัน” เขาหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมปรายหางตามองดูนางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“อ้อ...อากาศวันนี้แจ่มใสนี่เ้าค่ะ”
“อากาศดีหรือเป็เพราะข้าอนุญาตให้เ้าไม่ต้องตามไปที่ค่ายกันแน่”
นางยิ้มทะเล้นแววตาขี้เล่นฉายแววซุกซน “ทั้งสองอย่างเ้าค่ะ”
“ข้าไม่อยู่เ้าต้องเฝ้าคฤหาสน์ให้ดี”
“รับประกันเ้าค่ะข้าเป็ทั้งสาวใช้ ทั้งยาม ทั้งแมว ทั้งหมาให้นายท่านแล้วเ้าค่ะ”
ท่านอ๋องอดจะเอ็นดูสาวน้อยที่ยิ้มหวานอยู่ใกล้ๆไม่ได้จึงยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากนางเบาๆ
“โอ๊ย! เจ็บนะเ้าคะ”
“หากเ้าดูแลเรือนนี้ไม่ดีล่ะก็ข้าจะลงโทษเ้าให้หนักเทียว”
ซินเอ๋อร์ยิ้มกว้างตั้งใจทำตามที่ญาติผู้พี่เคยสอนไว้เพื่อกลบเกลื่อนแผนหนีในวันนี้เสี่ยวเหวินเคยบอกว่า ‘หากเ้าอยากให้คนเขาเชื่อเ้าต้องสบตาเขาให้นิ่ง ยิ้มให้กว้างทำดวงตาให้ใสซื่อเข้าไว้”
“เ้าค่ะ”
เมื่อรถม้าของท่านอ๋องเสียงเบาหายไปกับถนนภายนอกนางจึงรีบเข้าไปหยิบเอาเชือกถักของตนมาผูกข้อมือ ก่อนจะหยิบกระเป๋าเครื่องมือวางจดหมายลาไว้บนเตียงนอนของนายท่าน แล้วหลบบ่าวที่เดินขวักไขว่ไปกำแพงหลังส้วมขณะกำลังจะตะขอดึงตัวขึ้นกำแพง พลันมีเสียงดังขึ้นข้างหลัง
“หัวหน้าซินท่านจะไปไหน?”
ซินเอ๋อร์ใจหายวาบ!หันกลับไปเห็นิ่ซูปี้ยืนเท้าสะเอวมองดูนาง
“อ้อ! รองหัวหน้าิ่คืออย่างนี้นะ...ข้ามีภารกิจเร่งด่วนจะต้องออกไป ข้างนอกแต่ข้าก็ยังจะติดต่อมาหาเ้าเพื่อให้สืบข่าวต่อ”
“ข้าออกไปกับหัวหน้ามิได้หรือ?”
“เ้าไปกับข้าแล้วผู้ใดจะเป็สายลับอยู่ที่นี่เล่า?”ซินเอ๋อร์กลัวคนจะมาเห็นเข้า ยามนี้นางไม่มีเวลาจะเกลี้ยกล่อมิ่ซูปี้อีกแล้วจึงรีบควักเงินตำลึงในกระเป๋าส่งให้อีกฝ่าย“เ้ารับค่าจ้างนี้ไปเป็ค่าเฝ้าดูแลที่นี่ตอนนี้ข้าแต่งตั้งเ้าเป็หัวหน้าเขตแล้ว”
“หัวหน้าเขตอันใดหรือ?”
“ก็เขตคฤหาสน์ของนายท่านอย่างไรเล่า?ต่อไปหากมีสายลับเข้ามาอีกเ้าก็ได้เป็หัวหน้าพวกเขาทุกคนไม่ดีหรือ?”
ิ่ซูปี้นึกดีใจที่ตนได้รับการแต่งตั้งเป็หัวหน้าครั้งแรกในชีวิต“ดีๆ ได้ๆ ข้ายินดีรับตำแหน่งนี้ ว่าแต่....ท่านจะติดต่อกับข้าอย่างไร?”
ซินเอ๋อร์หยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมาจากกระเป๋าแล้วบอกวิธีการติดต่อแบบที่นางกับเสี่ยวเหวินติดต่อกันให้ิ่ซูปี้ฟังทีแรกนางคิดจะหนีไปเลยโดยไม่สนใจิ่ซูปี้ แต่คิดอีกทีการยังมีสายสืบอยู่ในคฤหาสน์ก็นับว่าเป็การดีเพราะท่านอ๋องกำลังจะเปิดตัวให้ชาวเมืองได้รู้แล้วยังไงเสียการมีคนของตนเองอยู่ในวังอ๋องย่อมเป็การได้เปรียบ
“ข้าจะให้คนส่งข่าวติดต่อกับเ้าทุกระยะเ้าก็คอยไปดูที่กอไผ่นั่นบ่อยๆ ก็แล้วกัน”
ิ่ซูปี้รับคำอย่างตื่นเต้น “ตกลงถ้างั้นท่านก็รีบไปเถอะ ประเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า”
ซินเอ๋อร์ปีนออกกำแพงอย่างว่องไวในยามที่ท่านอ๋องไม่อยู่พวกองครักษ์เงาก็ไม่อยู่ขืนรอช้ากว่านี้นางอาจจะถูกลากเข้าคุกใต้ดินเรือนเหวินเต๋อไม่รู้ตัว!
***********************
