ท่านเสนาฯได้สอบสวนกลุ่มโจรป่าทั้งสี่คนแล้วตัดสินโทษหัวหน้าโจรรู้ว่าตนต้องโทษปะาชีวิต แต่เพราะตนมีความแค้นกับอ้ายกว่าเมื่อเห็นว่าตนจะต้องตายไม่สามารถกลับไปฆ่าอ้ายกว่าเพื่อแก้แค้นได้อีกแล้วจึงได้กล่าวเท็จว่าอ้ายกว่าเป็พวกของตนด้วยเหมือนกันบอกว่าอ้ายกว่ากับกลุ่มกองโจรร่วมกันก่อคดีปล้นชิงฆ่า
“ความจริงแล้ว ยังมีคนร่วมมือกับข้าอีกคนนั่นก็คืออ้ายกว่า” หัวหน้าโจรกล่าว
“เป็ความจริงงั้นหรือ” ท่านเสนาฯขมวดคิ้วสงสัย
“ข้าจะโดนปะาอยู่แล้ว ทำไมต้องโกหกด้วย” หัวหน้าโจรยิ้มเยาะ
“เอาล่ะ ข้าจะไต่สวนอีกที” ท่านเสนาฯจำต้องจับกุมอ้ายกว่าแม้ในใจก็ไม่นึกเชื่อ แต่เมื่อมีการซัดทอดก็ต้องจับมาสอบสวน
ท่านเสนาฯออกตามหาอ้ายกว่าจนเจอและเขาก็มีพลังยุทธ์เหนือกว่าอ้ายกว่า เขาจึงสามารถจับกุมตัวอ้ายกว่าได้
ข่าวอ้ายกว่าถูกจับ รู้ไปถึงหูของอ้วนชางอ้วนชางรู้ดีว่าอ้ายกว่าไม่ได้เป็พวกเดียวกับโจรอีกทั้งอ้วนชางและอ้ายกว่านั้นติดต่อกันเรื่อยมาไม่มีทางเลือกอ้วนชางจึงยอมแต่งตัวกลับมาเป็องค์หญิงฉานชิงเพื่อเป็พยานให้กับอ้ายกว่าที่ศาล
“เ้าร่วมมือกับกองโจร ทำการปล้นชิงชาวบ้านใช่หรือไม่”ใต้เท้าไต่ถาม
“ข้าน้อยไม่ได้ทำขอรับ” อ้ายกว่ากล่าวตามจริง
“แล้วเ้าไปทำอะไรอยู่ที่ไหน” ใต้เท้าถามอีก
“เอ่อ คือ….” อ้ายกว่าบอกไม่ได้ว่าได้ทำงานสืบข่าวให้องค์หญิงฉานชิง
“เขาอยู่กับข้าเอง ใต้เท้า” องค์หญิงฉานชิงเสด็จมาถึงก็รีบตรัส
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” ทุกคนคุกเข่า
“ลุกขึ้นเถิดทุกคนข้ามาเพื่อเป็พยานให้กับอ้ายกว่าเท่านั้น เขาอยู่กับข้ามาโดยตลอดไม่มีทางจะไปร่วมมือกับโจรปล้นชิงชาวบ้าน” องค์หญิงตรัส
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ทหารมาปลดโซ่ตรวนให้อ้ายกว่าเดี๋ยวนี้” ใต้เท้าสั่งการ
“ขอรับ” ทหารรับคำ
องค์หญิงทรงยืนยันว่าอ้ายกว่าอยู่กับตนตลอดเวลาเพื่อทำงานลับอย่างหนึ่งแม้ท่านเสนาฯจะดีใจที่อ้ายกว่าไม่ถูกปะาไปด้วย แต่ก็แอบหึงที่อ้ายกว่าอยู่กับองค์หญิงตลอดเวลาเขาทำได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจเท่านั้น
องค์หญิงทรงเห็นว่าอ้ายกว่าถูกปล่อยตัวแล้วเลยรีบเสด็จกลับร้านหมอทันที
เมื่อคดีถูกตัดสินเรียบร้อย ท่านเสนาฯเห็นว่าไหนๆก็อยู่ในเมืองหุ่ยเชียงนึกชื่นชมและนับถือหมออ้วนชางที่รักษาชาวบ้านโดยไม่หวังผลกำไรอีกทั้งก็เป็หมอที่เคยช่วยชีวิตตนไว้ จึงไปเยี่ยมหมออ้วนชาง
แต่แล้วเมื่อมาถึงร้านหมอ ท่านเสนาฯก็พบแต่ฮั่นเชียงกับแม่เฒ่าทั้งสองออกมาบอกว่าท่านหมอออกไปข้างนอกยังไม่กลับ แต่ทั้งสองคนต้อนรับท่านเสนาฯเป็อย่างดีเพราะเห็นว่าเป็ขุนนางที่มีชื่อเสียงและมีคุณต่อแผ่นดินและเนื่องจากท่านเสนาฯจะต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันรุ่งขึ้น เขาจึงอยู่รอท่านหมอแต่ไม่อยากนั่งรออุดอู้อยู่ภายในร้าน จึงออกไปเดินเล่นรอบๆร้านหมอ ซึ่งมีต้นไม้ร่มรื่นและมีต้นสมุนไพรปลูกไว้มากมาย
ฉานชิงแปลงโฉมกลับมาเป็อ้วนชางเดินกลับมายังร้านหมอพร้อมกับอ้ายกว่าทั้งสองหยุดอยู่หน้าร้านหมอเพื่อพูดคุยกันท่านเสนาฯเห็นอ้วนชางกลับมาพร้อมกับอ้ายกว่าก็แปลกใจจึงหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลมากแม้ไม่ได้ยินแต่ก็พอมองเห็นว่าทั้งสองมีอิริยาบถใด
อ้ายกว่ากล่าวขอบคุณที่ฉานชิงช่วยชีวิตตนไว้พร้อมกับกระซิบบอกสิ่งที่ตนสืบมาให้ฟังฉานชิงที่แต่งเป็หมอแก่พยักหน้าแล้วหันหลังเดินกลับไปในร้านหมอ
พออ้วนชางเดินออกห่างสักระยะหนึ่งอ้ายกว่านึกอะไรขึ้นได้ก็รีบะโเรียก “ฉานชิง ฉานชิง ไหนว่าจะมอบขลุ่ยหยกให้ข้าไง”
“เออลืมไปเลย เดี๋ยวนะ” ฉานชิงพูดไปโดยที่ยังไม่ดัดเสียงเป็ชายแล้วจึงนำขลุ่ยหยกที่พกติดตัวเดินกลับไปมอบให้อ้ายกว่ากับมือ
ท่านเสนาฯได้ยินเต็มสองหู “ที่แท้ก็เป็พระองค์…องค์หญิงฉานชิง” เขาแอบนึกหึงในใจ เพราะฉานชิงมักจะให้การช่วยเหลืออ้ายกว่าเสมอบางครั้งก็สงสัยว่าฉานชิงอาจมีใจให้กับอ้ายกว่าเพราะมองเห็นทั้งสองสนิทสนมกันมาก
ทางด้านฉานชิงยิ้มออกมาเมื่อเห็นอ้ายกว่ารับขลุ่ยและเดินจากไปอย่างอารมณ์ดีในใจคิดว่า “แหม…จะรีบนำขลุ่ยไปให้ชันยาคนรักเชียวนะ” แล้วนางก็เดินกลับเข้าไปในร้านหมอ
เมื่อฮั่นเชียงเห็นท่านหมออ้วนชางเดินเข้ามาก็รีบบอกว่าท่านเสนาฯมารอพบท่านฉานชิงที่แปลงโฉมอยู่ก็ใรีบถามว่า “ท่านเสนาฯอยู่ที่ไหน”
ไม่นานก็ได้ยินเสียงท่านเสนาฯจากด้านหลังที่กำลังเดินตามมา “ข้าอยู่นี่ท่านหมอ”
ฉานชิงหันกลับไปเพราะใมากเห็นสีหน้าท่านเสนาฯก็รู้ทันทีว่าความลับแตกแล้วเพราะการพูดคุยและแสดงบุคลิกเป็หญิงมาโดยตลอดจากการคุยกับอ้ายกว่า
ฉานชิงจึงจับมือท่านเสนาฯเดินออกมาข้างนอกอย่างร้อนรน เพราะยังไม่อยากให้ฮั่นเชียงและแม่เฒ่ารู้ความจริงท่ามกลางความแปลกใจของสองแม่ลูกเมื่อเดินออกมาไกลพอสมควรก็รีบพูดทันทีแบบไม่ปิดบังตัวตน “ท่านมาทำอะไรที่นี่ ท่านเสนาฯ”
“กระหม่อมก็แค่อยากจะมาแสดงความเคารพหมออ้วนชางเท่านั้นไม่คิดว่าพระองค์จะทรงปลอมเป็ท่านหมออ้วนชางพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯกล่าวยิ้มๆ
ฉานชิงเจ็บใจที่ทำอะไรก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาท่านเสนาฯได้มักเผยความลับต่อหน้าเสนาฯอยู่เรื่อย “ท่านรีบกลับไปเถิดและห้ามบอกใครเื่นี้ แม้แต่ฝ่าา อีกไม่นานข้าจะกลับไปกราบทูลฝ่าาเอง”
ท่านเสนายิ้มมุมปาก ก้มเคารพแล้วเดินจากไปแม้จะรู้สึกหึงก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าองค์หญิงก็นึกขำในใจและยิ่งรู้ว่าองค์หญิงปลอมเป็อ้วนชางก็ยิ่งสบายใจขึ้นเพราะแสดงว่าที่ผ่านมาองค์หญิงไม่ได้อยู่กับอ้ายกว่าตลอดเวลาอย่างที่เคยตรัสไว้ในศาล“พระองค์ตรัสเท็จสินะรักษาชาวบ้านเยอะแยะขนาดนี้จะมีเวลาที่ไหนกันเล่า”
ก่อนที่ฉานชิงจะเดินทางกลับไปเมืองหลวงตามที่ได้สัญญาไว้กับฝ่าานึกเป็ห่วงทั้งสองแม่ลูกที่มารับใช้ตลอดระยะเวลาที่อยู่รักษาชาวบ้านฉานชิงที่ปลอมตัวเป็หมออ้วนชางอยู่นั้นก็กล่าวล่ำลาพร้อมกับมอบอัฐที่เป็รายได้ทั้งหมดให้ฮั่นเชียงไปประกอบการค้าส่วนตัวโดยมอบร้านหมอแห่งนี้และสามารถเปลี่ยนร้านหมอเป็ร้านขายอะไรก็ได้และขอให้ฮั่นเชียงย้ำสัญญาว่าจะไม่ประกอบอาชีพทุจริตลักเล็กขโมยน้อยเด็ดขาด
ฮั่นเชียงรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณครั้งนี้เป็อย่างมากพร้อมยึดมั่นคำสัญญาที่ให้ไว้ในใจก็ไม่อยากมีจุดจบแบบโจรป่าที่ตนเห็น อีกทั้งเห็นคุณค่าของผู้หาอัฐอย่างสุจริตที่ได้มาอย่างยากลำบาก