บทที่ 48 หัวหน้าเรียกพบ
สิ่งที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทุนหญิงเหล่านั้น อันซูหยวนไม่ได้รับรู้และต่อให้รู้ก็ไม่ได้ใส่ใจเลย เธอมาที่นี่ไม่ได้เพื่อมาวิ่งเล่นหรือหาพันธมิตรเพิ่มเติม เพียงแค่ต้องมาซื้อของจำเป็นกลับไปเท่านั้น อีกเดี๋ยวก็จะต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ล่าตลอดทั้งสัปดาห์แล้ว ชุดป้องกันระดับต่ำของเธอนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้อยู่รอดได้ด้วยซ้ำ เพื่อไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป ซูหยวนจำเป็นต้องใช้จ่ายอีกมาก
อย่างแรก เธอไปที่ร้านขายชุดป้องกัน ก่อนหน้านี้เธอมีชุดป้องกันระดับต่ำเท่านั้น การเคลื่อนไหวภายใต้ชุดนั้นไม่สะดวกนัก แม้ว่าเธอจะไม่ได้รับผลกระทบจากสารพิษเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เธอก็ไม่สามารถบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ได้ ดังนั้นซูหยวนจำเป็นต้องสวมชุดป้องกันที่เหมาะสมและไม่ทำให้ผู้คนสงสัย
ก่อนหน้านี้ชุดป้องกันระดับต่ำเริ่มต้นที่หมื่นกว่าเครดิต ซูหยวนจึงดูชุดระดับกลางขึ้นไป โดยราคาต่ำที่สุดของชุดระดับกลางอยู่ที่ 157,500 เครดิต ซึ่งถ้าต้องการฟังก์ชั่นที่มากกว่านั้น ก็จะต้องเพิ่มเครดิตเข้าไปอีกเรื่อยๆ แต่ชุดระดับกลางนั้นมองดูแล้วก็ยังไม่ใช่ชุดที่เหมาะสมสำหรับการต่อสู้ที่สุดอยู่ดี
ดูจากชุดของพวกตระกูลจางครั้งก่อน พวกเขาสวมใส่ชุดระดับสูงกันทั้งนั้น เดิมทีอันซูหยวนเองก็คิดว่าเธอน่าจะเพียงพอแล้วที่จะสวมใส่ชุดป้องกันระดับกลาง ทว่าหลังจากดูคุณสมบัติของชุดป้องกันระดับสูง เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงใส่ชุดป้องกันระดับสูงกันทั้งนั้น
เหตุผลเป็นเพราะชุดป้องกันระดับสูงนี้มีความสามารถในการทำความสะอาดตัวเองด้วย เพื่อไม่ให้ต้องนอนอยู่กับกลิ่นเหม็นเน่าของพวกซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์ การเลือกชุดระดับสูงที่จัดการตัวเองได้นั้นเหมาะสมเป็นอย่างมาก
นอกจากการทำความสะอาดตัวเอง คุณสมบัติในการป้องกันก็สูงด้วย อายุการใช้งานชุดระดับสูงนี้น่าจะมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ในขณะที่ชุดระดับต่ำและระดับกลาง หากอยู่ได้ครบ 1 ปีก็ถือว่าเก่งแล้ว แน่นอนว่าถ้าเธอสนใจชุดระดับสูง เธอต้องมีเงินติดตัวมากกว่า 1 ล้านเครดิต
หากเป็นซูหยวนก่อนหน้านี้ เธอคงจะเลือกประหยัดเงินเอาไว้ก่อน บางทีอาจจะแค่ซื้อชุดป้องกันระดับต่ำเอาไว้เผื่อสัก 4-5 ชุด รวมๆแล้วค่าใช้จ่ายยังไม่เกินชุดระดับกลางเลย ทว่า...ตอนนี้ซูหยวนมีเงินมากกว่า 10 ล้านเครดิตเสียอีก เธอจึงไม่จำเป็นต้องประหยัดเกินไป
“นักเรียนสนใจชุดป้องกันระดับสูงใช่หรือเปล่า ชุดป้องกันระดับสูงนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,400,000 เครดิต นี่เป็นชุดที่ไม่ได้มีความสามารถอื่นๆนอกจากการป้องกันสารพิษและการทำความสะอาดตัวเอง”
“แต่ถ้านักเรียนอยากจะให้มีความสามารถในการปรับอุณหภูมิ หรือลดแรงกระแทกจากการโจมตี หรืออาจจะเป็นความสามารถที่ช่วยในการอำพรางกลิ่น นักเรียนสามารถเลือกฟังก์ชั่นเพิ่มเติมได้ โดยจะเพิ่มฟังก์ชั่นละ 100,000 เครดิตขึ้นไป นักเรียนสามารถดูได้จากแคตตาล็อกนี้”
พนักงานเข้ามาต้อนรับซูหยวนอย่างอบอุ่น เธอเห็นสัญลักษณ์จากสถาบันอันดับหนึ่งแล้ว เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่นักเรียนใหม่จะต้องออกมาซื้อของสำหรับการออกพื้นที่ล่าครั้งแรก ดังนั้นจึงเป็นช่วงที่จะขายสินค้าได้ดีที่สุดด้วย
ซูหยวนกล่าวขอบคุณในขณะที่รับกระดาษข้อมูลมา เธอมองดูรายละเอียดต่างๆด้วยความสนใจ ปรากฏว่าชุดพวกนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ โชคดีที่เธอไม่ได้ใช้เครดิตทั้งหมดไปกับการเลือกอาวุธในองค์กรสกุลจางและรับเงินมาบ้าง ไม่อย่างนั้นคงจะไม่สามารถเลือกดูชุดพวกนี้ได้เลย
“ขอชุดระดับสูงและเพิ่มฟังก์ชั่นเสริมเป็นการอำพรางกลิ่น อำพรางสายตา ลดแรงโจมตี ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดแรงเสียดสีในการเคลื่อนไหว และเพิ่มความทนทานในการใช้พลังค่ะ” ซูหยวนเลือกฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเกือบทั้งหมดที่มี ยกเว้นไว้ก็แค่เรื่องของการป้องกันสารพิษเท่านั้นที่เธอไม่ได้เลือก
พนักงานคลี่ยิ้มอย่างพอใจ แค่ที่เด็กสาวต้องการให้เพิ่มฟังก์ชั่นเข้าไป ราคาก็จะเท่ากับซื้อชุดใหม่เพิ่มอีกชุดแล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายของนักเรียนคนหนึ่งนั้นมีผลต่อการที่เธอจะได้ส่วนแบ่งจากการขายด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นการดูแลที่ดีขึ้นจากอีกฝ่าย
“เดี๋ยวคุณหนูนั่งพักรอก่อนนะคะ ฉันจะให้ทางร้านติดตั้งฟังก์ชั่นเพิ่มเติมให้เดี๋ยวนี้ค่ะ รวมทั้งหมดเป็นยอด 3,160,000 เครดิตค่ะ ฉันคิดค่าส่วนลดให้แล้ว โดยคุณหนูจะประหยัดเงินไป 5,400 เครดิตนะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะ” ซูหยวนพยักหน้ารับ พนักงานนำเครื่องรับเงินมาที่เธอ ซูหยวนจึงจ่ายเงินออกไปอย่างไม่ลังเล
เมื่อเห็นว่าการชำระสินค้าเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานก็นำน้ำชาที่ส่งกลิ่นหอมมาให้ สำหรับน้ำชานี้ถือเป็นของหรูหราสำหรับที่นี่เลย การที่ซูหยวนชำระเงินครั้งเดียวสามล้านกว่าเครดิตนั้นคุ้มค่าที่พนักงานจะนำน้ำชามาให้แล้ว อย่างไรก็ตาม...ชาที่รสชาติจืดชืดแถมมีกลิ่นแปลกๆจากการสังเคราะห์ขึ้นมานี้ไม่ได้ถูกปากซูหยวนเลย
ในขณะที่ลูกค้ามากมายอาจจะมีความสุขกับการได้ดื่มชาดี ซูหยวนกลับชิมไปเพียงอึกเดียวแล้วก็ไม่แตะต้องมันอีกอย่างน่าเสียดาย ขนาดพนักงานเองก็ยังอยากจะพูดให้เด็กสาวดื่มมันอีกสักเล็กน้อย ทว่าซูหยวนย่อมต้องปฏิเสธ
เพราะการเพิ่มฟังก์ชั่นเข้าไปในชุดนั้นกินเวลามาก ซูหยวนที่กำลังนั่งรออย่างเบื่อหน่ายจึงได้นำตำราพื้นฐานในการควบคุมพลังงานที่อาจารย์เติ้งมอบให้มาอ่านดู ตอนนี้เธอต้องเร่งพัฒนาฝีมือแล้ว สำหรับเรื่องการทำสมาธินั้น ซูหยวนจะค่อยเป็นค่อยไปในการฝึกฝน เธอรู้ว่าถ้าเร่งรีบเกินไป จิตจะไม่สามารถสงบได้ ทุกวันนี้เธอจึงต้องพยายามฝึกเรื่องการควบคุมพลังควบคู่ไปด้วย
“นั่น! นั่นก็คือท่านจางใช่หรือไม่?” เสียงอุทานของพนักงานสาวและลูกค้าในร้านดังขึ้น เกิดเป็นเสียงฮือฮากันแทบจะทั้งร้าน สายตาของทุกคนพยายามมองหา “ท่านจาง” ที่ถูกพูดถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งซูหยวนเองก็ถูกเรียกให้ตื่นขึ้นมาจากตำราเหมือนกัน
ท่านจาง สองคำนี้ทำให้หูของซูหยวนผึ่งออก เธอจำประธานของตนเองได้ดี อีกฝ่ายเป็นหัวหน้าองค์กร และเป็นคนที่รับเธอเข้าทำงานด้วย ดังนั้นเมื่อประธานมาที่นี่ เธอจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร
“ท่านจาง ไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่เพื่อซื้ออะไรหรือคะ” ผู้จัดการร้านถูกไปตามตัวมาดูแลแขกคนสำคัญด้วยตนเอง ผู้คนไม่คิดว่าประธานจางคนนั้นจะปรากฏตัวที่นี่ ปกติแล้วเขาเป็นคนหาตัวจับยากจะตายไป ดังนั้นการที่ได้รับรองเขาจึงถือว่าเป็นเหตุการณ์พิเศษแล้ว
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงมองไปรอบๆร้าน ในขณะที่ผู้ติดตามของเขาเองก็กำลังช่วยมองหาบางอย่างอยู่ สุดท้ายชายในชุดรัดกุมคนหนึ่งก็สบสายตาเข้ากับซูหยวนที่ยืนมองพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายกระซิบกระซาบกับผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังของท่านจาง จนสุดท้ายชายที่ทำให้ผู้คนแตกตื่นก็หันหน้ามาหาเธอ
คนตัวสูงพยักหน้าให้ ราวกับส่งสัญญาณให้เธอติดตามเขาออกไป ซูหยวนไม่ลังเลเลย เธอไม่มีความคิดว่าตนเองเข้าใจผิดแต่อย่างใด เพียงหันไปหาพนักงานสาวเพื่อบอกว่าเธอจะออกไปข้างนอกก่อนแล้ววิ่งตามเจ้านายออกไปจากร้าน
กลุ่มของท่านจางนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีเสียงของผู้คนตื่นตระหนกไปทั่วบริเวณ ดูท่าแล้วการที่ท่านจางปรากฏตัวที่นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก หลายคนพยายามแอบมองหน้าเขา บางคนก็แอบถ่ายรูปเขาไว้ด้วยซ้ำ
ซูหยวนเดินตามกลุ่มนั้นแล้วคอยเว้นระยะเอาไว้ จนกระทั่งท่านจางเข้าไปในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่แต่งกายด้วยชุดสูทเรียบร้อย ขนาดเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ พวกเขาก็ยังสามารถแบ่งระดับของคนได้อย่างชัดเจนผ่านเสื้อผ้าที่พวกเขาแต่ง
คนของท่านจางรอซูหยวนอยู่หนึ่งคน กลัวว่าถ้าปล่อยให้ซูหยวนเดินตามเข้าไปเองอาจจะถูกหยุดเอาไว้ด้านหน้าก็ได้ ถือเป็นการทำงานที่รอบคอบอย่างมาก
“เชิญด้านในครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
การทักทายของอีกฝ่ายทำให้ซูหยวนมั่นใจมากขึ้นว่าคนเป็นประธานไปที่ร้านขายชุดป้องกันก็เพื่อเธอ แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำแบบนั้น แต่ซูหยวนก็ไม่สอบถามอะไรมาก เธอเป็นลูกน้องของเขา ย่อมต้องรอให้เขาเอ่ยปากบอกว่าต้องการอะไรกันแน่
“นั่งสิ” เสียงเข้มของคนเป็นประธานออกคำสั่ง ซูหยวนมองดูโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารอันคุ้นเคยก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
แม้ว่ามันจะเป็นแค่ผัดผักกับข้าวต้มแค่สองถ้วยเท่านั้น ทว่ามื้ออาหารนี้ถือว่าเป็นมื้ออาหารหรูหราของผู้คนที่นี่แล้ว ปริมาณผักหลากสี ซูหยวนไม่อยากจะคิดเลยว่าอาหารจานเดียวนี้มีมูลค่ามากเท่าไร แต่ตอนนี้...ประธานกำลังสั่งให้เธอนั่งตรงข้ามกับเขา ซึ่งมีผัดผักและข้าวต้มวางอยู่อีกชุดหนึ่งด้วย
ต่อให้เธอโง่งมแค่ไหนก็ยังเข้าใจได้ว่าอาหารชุดนั้นเป็นของเธอ ถึงอย่างนั้น...เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไม
“ได้ยินว่าอาจารย์เติ้งเลือกรับเธอเป็นศิษย์”
“ใช่ค่ะ” ซูหยวนนั่งลงแล้วจึงได้รับคำถามจากเขา ดังนั้นเธอจึงเข้าใจว่าประธานมาที่นี่และฉลองอาหารมื้อใหญ่กับเธอก็เพื่อแสดงความยินดีที่เธอได้เป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้งอย่างนั้นสินะ
คนที่นั่งตรงข้ามหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทางผ่อนคลายของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาพอใจมากแค่ไหนกับการที่ซูหยวนได้เป็นศิษย์ของอีกฝ่าย
“ดีแล้ว ตั้งใจเรียนรู้จากเขาให้มาก ได้ยินว่าคนๆนั้นมีทักษะที่จะสอนแก่ลูกศิษย์ของเขาอยู่ 3 วิชา ถึงจะไม่ค่อยมีคนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้วิชาทั้งสามจากเขา แต่ฉันอยากให้เธอตั้งใจเรียนและได้รับทั้งสามวิชานั้นภายใน 4 ปี”
คำสั่งแรกของอีกฝ่ายทำให้ซูหยวนต้องขมวดคิ้ว แม้ว่าเธอเองก็อยากจะเรียนรู้ทั้งสามทักษะให้ได้เหมือนกัน แต่นี่ไม่ใช่งานง่ายๆเลย ขนาดการเรียกเอาพลังออกมาควบคุมก็ยังทำไม่ได้ ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว เธอก็ยังสาละวนอยู่กับการฝึกควบคุมพลังที่พวกนักเรียนคนอื่นทำได้แล้ว ร่วมกับการฝึกเข้าสมาธิเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นควบคุมจิตใจของตนเองเลย
แต่อันซูหยวนเป็นใคร?
พนักงานดีเด่นอย่างเธอ มีการทำงานครั้งไหนบ้างที่ไม่กดดัน! ทุกครั้งหัวหน้าก็จะมอบหมายงานแบบนี้ให้เธอเสมอ และครั้งนี้ก็เป็นแค่อีกครั้งหนึ่งเท่านั้น
“ฉันไม่ได้หมายความว่าเธอต้องทำให้ได้ แต่ถ้าเธอทำได้...ฉันจะมอบรางวัลให้” คนตัวใหญ่กล่าวอีกประโยค เขาทำราวกับกลัวว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะหวาดกลัวการฝึกฝนไปเสียก่อน ดังนั้นจึงอะลุ่มอล่วยให้
“ถึงอย่างนั้น รายละเอียดทั้งสามวิชาที่เธอได้มีโอกาสเรียน ฉันอยากจะให้คัดลอกออกมาให้ เผื่อว่าต่อไปในอนาคต...องค์กรสกุลจางของพวกเราจะมีนักธนูฝีมือดีเข้ามาอีก”
อันซูหยวนเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายทันที ทั้งๆที่วิชาขั้นสูงเหล่านี้เป็นวิชาที่ต้องเก็บเป็นความลับ แต่อีกฝ่ายกลับต้องการให้เธอขายอาจารย์ของตนเองเพื่อองค์กร หญิงสาวครุ่นคิดเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะต้องการตำแหน่งและมีสถานะดีๆในองค์กร ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยเล่นสกปรกมาก่อน
“สำหรับเรื่องนี้...ฉันจะถามอาจารย์ให้นะคะว่าวิชาทั้งสามสามารถส่งมอบให้คนอื่นที่ไม่ใช่ศิษย์ของเขาได้หรือไม่” ซูหยวนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา มองดูประธานหนุ่มที่เลิกคิ้วด้วยท่าทางจริงจัง
“เธอกำลังปฏิเสธคำสั่งของฉันงั้นหรอ?” คนตรงข้ามหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาถึงกับโน้มตัวมาข้างหน้า ใช้แขนทั้งสองเท้าคางของตนเองเพื่อกดดันซูหยวนให้ตอบคำถามนี้
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันเป็นลูกน้องในองค์กรของคุณก็จริง แต่ฉันก็ไม่สามารถทรยศอาจารย์ของฉันได้เช่นกันค่ะ” ถ้าเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ซูหยวนจะไม่เลือกทำงานชั่วช้าให้กับหัวหน้าตั้งแต่ต้น ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายก็จะมองว่าเธอเป็นคนที่ทำงานได้ทุกประเภท
แม้ว่าในตอนแรก การแสดงออกเช่นนี้อาจจะทำให้หัวหน้าไม่ชอบเธอไปเลย ทว่า...มันก็เป็นแค่ครั้งแรกเท่านั้น เป็นหัวหน้าย่อมต้องรู้จักใช้คนอยู่แล้ว ถ้าเขารู้ว่าเธอจะไม่ทำงานแบบนี้ เขาย่อมต้องเรียกใช้คนอื่นในวันหลัง ส่วนเธอก็จะได้รับงานที่ตนเองสบายใจไปด้วย
เห็นซูหยวนกล่าวอย่างจริงจังเช่นนั้น คนเป็นประธานจางที่ยิ่งใหญ่ก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา ท่าทางของเขาไม่ได้ดูโกรธเธอแต่อย่างใด กลับกัน...ดูเหมือนสายตาของเขาจะแสดงความพึงพอใจออกมาด้วยซ้ำ
“ดี มีน้อยคนนักที่จะกล้าปฏิเสธคำสั่งของฉันอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้” คนกล่าวชมเช่นนั้น ทำให้ซูหยวนเข้าใจว่าคำสั่งก่อนหน้านี้เป็นแค่การทดสอบตนเองเท่านั้น
เหมือนกับที่เธอเข้าใจ จางอู่หยางกำลังทดสอบเด็กสาวจริงๆ หลังจากที่รู้ว่าอีกฝ่ายทำผลงานได้ดีในเดือนนี้ เขาก็ค่อนข้างให้ความสนใจกับเจ้าตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม...ยิ่งอีกฝ่ายแสดงพรสวรรค์ของตนเองออกมามากขนาดไหน ก็ยิ่งมีสายตาจับจ้องมาที่เธอมากขึ้น
เขาต้องการทดสอบว่านิสัยของเจ้าตัวเป็นอย่างไร ถ้าเป็นคนที่เชื่อใจไม่ได้ กล้าหักหลังกระทั่งผู้มีพระคุณสั่งสอนวิชาตนเอง อย่างนั้นเขาก็จะได้วางแผนใช้งานอีกฝ่ายในแบบหนึ่ง กลับกัน...ถ้าเด็กสาวคนนี้เชื่อใจได้ เขาก็มีงานที่อยากจะมอบให้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งตอนนี้สำหรับเขา...เธอยังผ่านการทดสอบนั้นอยู่
……………………………………………