สัตว์อสูรต่างหลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้มาใหม่ ไอทมิฬที่แผ่ซ่านจากกายซิลเอริคทำให้พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นมัวจากคำพูดของเซอร์ไวรอสก่อนเ้าตัวจะตัดสินใจไล่ล่าอสูรเอง แม้จะมีเพียงอสูรระดับต่ำที่หนีเขาไม่พ้นพลังของซิลเอริคทำให้เซอร์ไวรอสตกตะลึง ระดับฝีมือที่ไล่เลี่ยกับรัชทายาทเช่นเขา ไยจึงมีเลเวลเพียงสิบเก้ากันพลันเซอร์ไวรอสจึงหยุดเดินเมื่อเห็นอีกฝ่ายชกต้นไม้อย่างไม่พอใจดวงตาสีม่วงวาววับหันขวับมาทางเซอร์ไวรอสด้วยความไม่เข้าใจนัก
“ข้าฆ่าอสูรไปตั้งเยอะไยเลเวลข้าถึงขึ้นช้านักเล่า!จากที่ข้าคำนวนข้าควรจะมีเลเวลที่เพิ่มขึ้นสิ” เขาเพ่งมองหน้าต่างระบบตนพร้อมกับคิดคำนวนในหัว
“หืม? นี่เ้าไม่รู้หรือ ว่าเ้าต้องค่าประสบการณ์ครึ่งหนึ่งให้กับคู่พันธะสัญญาอย่างเมื่อกี้ที่เ้าได้ 2,580 EXP ข้ากับเ้าหารกันก็จะได้กันคนละ1,290 EXP แต่หากเ้ามีสัตว์อสูรสองตนก็ต้องแบ่งเป็สามส่วน” เซอร์ไวรอสตอบด้วยท่าทางราวกับนี่เป็เป็เื่ที่อีกฝ่ายควรจะรู้อยู่แล้วทว่าคำพูดของเขาทำให้ซิลเอริคได้แต่กุมขมับ
“แปลว่าข้าต้องเหนื่อยเพิ่มอีกเท่าเชียวหรือ” เขาแหกปากลั่นก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนต่างจากเซอร์ไวรอสที่คิ้วกระตุก
“เ้าจะเหนื่อยเพิ่มได้ไง ข้าเองก็ช่วยเ้านะ” ท่าทางโวยวายทำให้ซิลเอริคพ่นลมหายใจอีกครั้งพลันเสียงแจ้งเตือนในหัวพร้อมกับเสียงตวาดจากเซอร์ไวรอสทำให้เขาได้สติ
“ระวัง!” มือหนากดศีรษะนายตนให้ก้มต่ำ
เฟี้ยว~ ฉึก!
ลูกธนูสีเขียวเฉียดหลังมือของเซอร์ไวรอสที่กดศีรษะซิลเอริคไปเพียงเสี้ยววิหากเ้าค้างคาวไม่กดหัวเขาลง มีหวังลูกธนูนั่นคงปักอยู่ที่ศีรษะของเขาเป็แน่ ดวงตาสีม่วงเบิกโพลงรีบหันไปยังต้นตอหญิงสาวเ้าของผมและั์ตาสีดำยืนเชิดอยู่ไม่ไกลในมือของเธอมีคันธนูระบุตัวผู้ยิงกำไว้แน่นด้านข้างมีชายร่างั์สองคนยืนประกบ
“ทำบ้าอะไรของเ้า” ซิลเอริคแหกปากลั่น
“ฉันต่างหากที่ต้องถาม นายกล้าดียังไงมาปฏิเสธและหักหน้าฉันกลางเมือง!” หญิงสาวไม่ยอมแพ้ เธอแผดเสียงดังยิ่งกว่าอีกฝ่ายประโยคของเธอยิ่งทำให้ซิลเอริคงุนงง
“พูดอะไรของเ้า ข้าจำได้ว่าสตรีที่ข้าปฏิเสธในเมืองไม่ใช่เ้า” จำได้ว่าหญิงที่เขาและซีโร่ปฏิเสธมีหน้าตาที่น่ารักคล้ายตุ๊กตามิใช่หรือเซอร์ไวรอสกางเล็บดำคมกริบออกมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้
“กรี๊ด! นี่นายกล้าลืมฉันเหรอ บลู เบิร์ดจัดการมัน!” ซิลเอริคถอนหายใจก่อนจะสั่งการ
“ข้าขวา เ้าซ้าย” เซอร์ไวรอสยักคิ้วกวนเขาพุ่งไปยังเป้าหมายด้านขวาทันที
“เ้าบ้า! ข้าบอกว่าให้เ้าจัดการทางซ้ายไงเล่า” ซิลเอริคดิ้นพล่านโวยวายลั่น แต่เซอร์ไวรอสไม่สนใจเขานัก แต่กลับหันไปปะทะกับร่างั์ทางฝั่งขวาทำให้ซีนต้องจัดการกับร่างั์ที่เหลือไปตามระเบียบ
เคร้ง!
เสียงดาบั์กระทบกับเล็บสีดำของเซอร์ไวรอสดังสนั่นเซอร์ไวรอสใช้มือซ้ายกันดาบไว้ แล้วอาศัยจังหวะะโกลับหัว เขาใช้มือขวายันไว้ที่พื้นแล้วสปริงตัวขึ้นมาหวังเตะเสยคางร่างั์ทว่าอีกฝ่ายกลับพุ่งตัวหลบไปด้านหลังได้ในทันทีที่เซอร์ไวรอสสปริงตัวขึ้นมา
“เห๋~ เจ๋งดีนี่งั้นข้าจะเป็เพื่อนเล่นให้สักพักล่ะกัน ศาสตราโลหิต” พลันมือขวาที่เคยว่างเปล่ากลับมีศาสตราที่สร้างจากโลหิตปรากฏดาบสีแดงปนดำน่าสะพรึงถูกเหวี่ยงออกไปฟาดฟันศัตรูตรงหน้า เ้าของร่างั์เบิกตากว้างแล้วใช้ดาบของตนกันดาบอีกฝ่ายเซอร์ไวรอสดึงดาบออกโดยให้ดาบทั้งสองเสียดสีกันจนเกิดเป็เสียงดังแสบแก้วหูก่อนจะหมุนตัวหลบดาบนั้น พลันรูปร่างของดาบโลหิตจึงกลายเป็กระบี่ที่แทงเข้ากลางลำตัวของศัตรูหลอดเืของฝ่ายตรงข้ามลดฮวบอย่างหน้าใจหาย เมื่อดาบเล่มนั้นดูดกลืนเืทุกครั้งที่เฉียดเฉือนโดนกายเซอร์ไวรอสดีดตัวออกพร้อมกับกระบี่ที่กลายเป็ธนูเขาเล็งมันไปยังร่างที่ทรุดอยู่กับพื้น ลูกธนูที่ถูกยิงพุ่งตรงใส่ศัตรูทว่าเขากลับเอี้ยวตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ดาบั์ถูกยกขึ้นฟันเข้ากับลูกธนูลูกอีกดอกก่อนความปวดร้าวราวกับร่างจะแหลกสลายกลับแล่นไปทั่วร่างเขากรีดร้องลั่นด้วยความเ็ป เืสีแดงสดพุ่งออกจากทวารทั้งเก้าเซอร์ไวรอสเหยียดยิ้มสมเพช
“ก..แก..แกทำได้..ยังไง” ร่างหนากระตุกเซอร์ไวรอสสลายธนูในมือแล้วเดินไปนั่งยองๆ ใกล้กับร่างที่ใกล้ตาย กงเล็บดำง้างขึ้นเหนือศีรษะ
“แล้วทำไมข้าต้องบอกเ้ากัน?” เล็บดำคมกริบเจาะทะลวงเข้ากลางคอของอีกฝ่ายจนแน่นิ่งลิ้นหยาบเลียไล่ไปตามเล็บที่เปื้อนโลหิต เขาหน้าเบ้ราวกับจะอาเจียน
“แหวะ! เืบ้าอะไรกันรสชาติเยี่ยงดิน เืหมาป่าเวรนั่นยังดีกว่าอีกถุ๊ย!” หลังจากสถบมานานเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองการต่อสู้ของผู้เป็นาย
“เฮ้ย! ให้ข้าช่วยไหม?” เซอร์ไวรอสะโถามซีนที่กำลังรับมือกับร่างั์อีกคนทว่าเขากลับย่นจมูกแล้วสั่งการ
“อย่าให้สตรีนางนั้นหนีไปได้!” สิ้นเสียงเซอร์ไวรอสจึงพุ่งตัวเข้าไปหาร่างบางที่กำลังร้อนรนเมื่อร่างั์ที่มากับเธอไม่สามารถสู้กับพวกเขาได้พลันดวงตาของเธอจึงเบิกตากว้างทันทีที่เห็นเซอร์ไวรอสพุ่งเข้ามาพริบตาเดียวแขนบางจึงถูกรวบไว้ด้านหลัง ร่างของเธอถูกกระแทกติดพื้นโดยไม่ทันที่จะขัดขืน
“ซิลเอริค ข้าขอดูดเืนังนี่ได้หรือไม่? ข้าไม่เคยชิมรสเืของเผ่าเอลฟ์มาก่อนเลย” มือหนาปัดเรือนผมยาวออกจากบริเวณลำคอเผยให้เห็นหูยาวแหลมของเผ่าเอลฟ์และคอเนียนขาว
“ตามใจเ้าสิ อย่าให้นางตายพอ” เขาะโเหนือร่างั์ใช้เข่าฟาดลงบนก้านคอ เสียงกระดูกต้นคอหักดังลั่นพร้อมกับร่างที่ทรุดลงกับพื้นก่อนจะกลายเป็แสงหายไปเมื่อเห็นดังนั้นซิลเอริคจึงเดินไปหาเซอร์ไวรอสที่กำลังฝังเขี้ยวลงบนคอเนียนที่มีเืไหลรินเ้าของร่างพยายามตะเกียดตะกายอยู่บนพื้นหวังเอาชีวิตรอด เธอมองหน้าซิลเอริคด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้นทั้งน้ำตา
“เซอร์ไวรอสหยุดก่อน ข้าขอถามนางเสียก่อนว่าไยต้องทำร้ายเราด้วย” คำสั่งของซิลเอริคทำให้เซอร์ไวรอสยอมถอนเขี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์นักทว่าเมื่อเห็นเอลฟ์สาวยังไม่ตอบ เขาจึงคำรามลั่น
“รีบๆ ตอบสิวะ อย่าให้ข้าต้องรอ!” มือหนาจิกกระชากลงบนผมของหญิงสาว
“โอ๊ยยย ก..ก็..ก็เมื่อเช้านายปฏิเสธฉันท่ามกลางฝูงชนนี่ ฉันก็เลยแค้นนาย!” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ซิลเอริคกลับไม่เข้าใจ
“แต่ข้าจำได้ว่าสตรีที่ข้ากับซีโร่ปฏิเสธไม่ใช่เ้านี่นา” ซิลเอริคพยายามทวนความจำ
“นี่นายจำฉันไม่ได้หรือไง นายนั่นแหละเป็คนปฏิเสธฉันกลางร้านหนังสือฉันจำนายได้แม่น! โอ๊ย!” เธอแผดเสียงใส่ซิลเอริคทำให้เซอร์ไวรอสไม่พอใจจึงกระชากผมเธอแรงขึ้น
“ร้านหนังสืองั้นหรือ?” ซิลเอริคยิ่งไม่เข้าใจในเมื่อพอเขาเข้ามาในเกมก็มุ่งหน้าไปยังป่ากับซีโร่ทันที จะมีก็แต่..
“เฮ้ยซิลเอริค! อย่าบอกนะว่าเป็คนที่คุยกับเ้าเมื่อครู่ข้าเห็นหน้ามันเหมือนกับเ้าเลยนี่” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างทันทีที่ได้ยิน
“ออ บุรุษที่เ้าเห็นเป็ฝาแฝดกับข้าชื่อซีโร่ แต่ไม่ใช่เ้านั่นหรอกเพราะเขาอยู่กับข้าั้แ่เริ่มเกมจนถึงตอนที่ข้าโดนซัดปลิวมา ตอนนั้นก็ราวๆเที่ยงแล้ว” ซิลเอริคเกาหัวเมื่อนึกถึงอีกบุคคลหนึ่งที่หน้าเหมือนกับเขาราวกับแกะ
“งั้นก็ต้องเป็นายสิ!” เธอมั่นใจ เสียงแหลมที่แสบแก้วหูเริ่มทำให้ซิลเอริคไม่พอใจเขากระชากคอเสื้อเธอหันมาสบกับดวงตาสีม่วง แล้วแผดเสียงใส่ร่างบาง
“ที่เ้าเห็นไม่ใช่ทั้งข้าทั้งซีโร่แต่เป็โซล พี่ชายฝาแฝดคนโตของพวกข้า” เมื่อพูดจบเขาก็เหวี่ยงคอเสื้อของหญิงสาวออก
“ฝ..แฝด..สาม” เธอเอ่ยพึมพำด้วยใบหน้าซีดในขณะที่เซอร์ไวรอสอ้าปากค้างจริงอยู่ที่เขาพอจะรู้ว่าเ้านายหนุ่มของตนเป็แฝดกับชายที่คุยโทรศัพท์เมื่อครู่แต่เขาก็นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็แฝดสาม
“เออ” ซิลเอริคพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ั้แ่เล็กจนโตเขามักจะเห็นพี่ชายฝาแฝดทั้งสองทะเลาะกันเป็ประจำในอดีตบ่อยครั้งที่จะมีกลุ่มอสูรคู่อริของซีโร่เข้ามาระรานโซลด้วยความเข้าใจผิด เพราะทั้งสองมีใบหน้าที่เหมือนกันจนแยกไม่ออกต่างจากซีนที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์พวกนั้นมาก่อนเพราะเพศที่แตกต่าง ทั้งผมที่ยาวจรดเอวใบหน้าหวานที่งดงามและชุดของสตรีที่เธอสวมใส่ ทำให้ทุกคนสามารถแยกแยะเธอได้แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเจอกับเหตุการณ์เข้าใจผิดอย่างนี้
“จัดตามชอบเลย” ซิลเอริคกล่าวกับคู่สัญญา ไม่สนใจหญิงที่ถูกจับกุม
“น..นาย.. นายมันหน้าตัวเมีย!” เธอแผดเสียงใส่ซิลเอริคที่ยืนลุกขึ้นยืน
“แล้วไง? คิดว่าข้าสนหรือ?” เขายิ้มเยาะ ในเมื่อข้าเป็สตรีแต่แรกแล้วข้าผิดตรงไหน?
“เซอร์ไวรอสดูดเืนางให้หมดตัวเสีย”ซิลเอริคสั่งอีกครั้ง เซอร์ไวรอสคิ้วกระตุก
“ถึงเ้าไม่สั่งข้าก็ทำอยู่แล้ว แต่รสเืของเอลฟ์มันปะแล่มๆ แฮะ” เซอร์ไวรอสอ้าปากหวังจะกัดคอนวลอีกครั้ง
“ไอ้ปะแล่มๆ ของเ้านี่ดีหรือไม่ดีแน่?” ซิลเอริคมองค้างคาวของตนที่กำลังดูดเืด้วยความสนใจเืสีแดงสดที่ไหลล้นออกมาจากลำคอของเ้าของร่างที่ดิ้นรน ทำให้ซิลเอริคจ้องมองตาไม่กระพริบการกระทำต่อมาของเขาทำให้เซฮร์ไวรอสอ้าปากค้างนิ้วเรียวยื่นเข้ามาปาดเืที่เปรอะเปื้อนคอของหญิงสาวก่อนจะถูกลิ้มชิมรสด้วยปลายลิ้นอุ่น
“ปะแล่มๆ อย่างเ้าว่าจริงๆ นั่นแหละ แต่สำหรับข้าถือว่าไม่อร่อย” ซิลเอริคเบ้ปากและส่ายหัว การกระทำของเขาทำให้เซอร์ไวรอสเผลอปล่อยคอบางให้เป็อิสระร่างของเขาจึงถูกถีบออกทันทีที่อีกฝ่ายเห็นโอกาส
“เฮ้ย!” ซิลเอริคร้องลั่นเมื่อร่างบางเป็อิสระนางหยิบยันต์ที่สีขาวออกมาทันที
“กลับเม...” ไม่ทันที่เธอจะพูดจบคมดาบโลหิตแหลมของเซอร์ไวรอสจึงเชือดเฉือนผ่านคองาม พร้อมกับเืสีแดงสดที่สาดกระจายเปรอะเปื้อนพุ่มไม้เขียว
“ชิ! อยู่ดีๆ ไม่ชอบ!” เขาสถบแล้วเอื้อมมือไปหยิบยันต์กลับเมืองของหญิงสาวออกมาส่งให้ซิลเอริค
“เ้าอิ่มแล้วหรือ?” ซิลเอริคถามขณะรับยันต์มา
“เหอะ! เืแค่นั้นคิดหรือว่าจะทำให้ข้าอิ่มได้?นังนี่มันบังอาจมาถีบข้าเอง ช่วยไม่ได้” เซอร์ไวรอสสถบซิลเอริคจึงถอนหายใจก่อนส่ายหน้าหน่ายๆ
“ว่าแต่ทำไมเ้าจึงไม่ใช่ใบกลับเมือง เราจะได้ไม่ต้องมาลุยป่า” เซอร์ไวรอสถาม ซิลเอริคจึงยักไหล่ไม่สนใจ
“ก็ข้าไม่มีนี่” เขาตอบแล้วเหยียดตัวด้วยความเมื่อยล้า
“จะบ้าเรอะ แล้วทำไมเ้าไม่ซื้อเก็บไว้กัน ใช้ใบนั่นเดี๋ยวนี้เลยไม่มีของสำหรับเดินทางเหตุใดจึงกล้ามาบุกป่าได้!” เซอร์ไวรอสโวยลั่น
“ช่างข้าเถอะ ว่าแต่ทำไมเ้าถึงรู้เื่พวกนี้ดีจัง แล้วไอ้ของพวกนี้ไปเอามาจากไหน” ซีนถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะดูใบกลับเมืองในมือในเมื่อเซอร์ไวรอสเองก็เป็เพียงระบบของเกมไม่น่าจะรู้อะไรละเอียดมากมายขนาดนี้ทั้งยังไม่น่ามาวีนแตกใส่ผู้เล่นได้เช่นนี้ด้วย ..หรือเขาดูถูกวิวัฒนาการของมนุษย์เกินไปนะ?
“ไม่รู้สิ อาจเป็เพราะตอนกลางคืนข้าชอบร่อนไปร่อนมาไปทั่วเลยเห็นพวกผู้เล่นตั้งแคมป์ล่ะมั้ง” เซอร์ไวรอสเกาคางด้วยความไม่เข้าใจ ในขณะที่ซิลเอริคใช้ใบกลับเมือง
ด้านซีโร่ที่แทบจะร่ำไห้เมื่อเขาคิดผิดมหันต์ที่มากับมนุษย์ผู้นี้ “อ๊ากกก เ้ารีบสั่งให้อสูรบ้าเืนั่นหยุดลากมอนสเตอร์พวกนั้นเสียที!” ซีโร่แหกปากลั่นขณะหนีตายจากงูนับร้อยด้านหลังของเขามีดาวเหนือที่ใกล้จะกลายเป็เหยื่ออันโอชะวิ่งตามมาไม่ห่างนัก
“ถ้าฉันสั่งมันได้ก็ทำไปแล้วโว๊ยย ไอ้ลูการ์ไอ้หมาบ้า!” ดาวเหนือกรีดร้องและด่าทอสุดเสียงต่างจากตัวการที่วิ่งลอยหน้าลอยตาอยู่ด้านหน้า
“รีบผนึกมันสิ!” ซีโร่สั่ง ข้าวิ่งมากว่าห้าชั่วโมงยังไม่ได้พักเลยนะ! เดี๋ยวก็ฝูงแมวป่า ฝูงพืชกินคน แล้วยังจะมาเจอฝูงงูอีก
“ผนึกได้ก็ผนึกไปแล้ว! ไอ้ลูการ์มันไม่ยอมเข้าแหวน!” ดาวเหนือร้องไห้
“โว๊ยยยย” ซีโร่แหกปากแทบจะทั้งน้ำตา พลันสายตาของดาวเหนือจึงไปสะดุดกับร่างใต้ต้นไม้ด้านหน้า
“เห้ย! นั่นคน นั่นคนนี่หว่า ไปให้ให้เขาช่วยเถอะ” ดาวเหนือชี้ไปที่เงาดำใต้ต้นไม้ห่างจากพวกเขาหลายสิบเมตรไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา ทั้งคู่รีบวิ่งตรงไปทันที
“ช่วยด้วยย~!” ดาวเหนือร้องขอความช่วยเหลือทำให้เ้าของเสื้อคลุมสีดำยาวจรดพื้นต้องหันมา มือหนาขาวซีดเก็บหนังสือในมือก่อนจะหันมามองผู้มาใหม่ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนราวกับไม่เห็นฝูงอสูรด้านหน้าเมื่อทั้งสองและลูการ์มาหลบด้านหลัง ชายคนนั้นจึงยกมือขึ้นหันไปทางฝูงอสูร
‘ผู้เล่นจีนัวโซลบรรลุทักษะSoul Bomb’
“SoulBomb” เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับอาคมเวทที่ปรากฏบนอากาศพลันะเิสีดำจึงอัดกระแทกและเผาฝูงอสูรเป็เถ้าธุลีทิ้งไว้เพียงหลุมลึกกลางป่า
“ขอบคุณ! ขอบคุณพี่ชายมากที่ช่วยพวกผมไว้” ดาวเหนือะโโลดเต้นแล้วจับมืออีกฝ่ายมาเขย่าด้วยความดีใจทว่าชายปริศนายังคงนิ่ง ซีโร่ที่เห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงทรุดนั่งบนพื้น
“เหนื่อยชะมัด ดาวเหนือเ้ารีบเอาอสูรเ้าเก็บไปได้แล้ว” ซีโร่ตาขวางใส่เพื่อนตน ดาวเหนือรีบพยักหน้าแล้วผนึกลูการ์ทันที
“ถึงจะรอดมาได้ก็เถอะ แต่ทำไมนายไม่จัดการพวกมันวะ” ดาวเหนือหันไปถามซีโร่ทำเอาอีกฝ่ายถลึงตามอง
“ใช้พลังเวทติดกันมาหลายชั่วโมงเ้าคิดว่าพลังเวทข้าจะไม่มีหมดหรือไง!” ซีโร่โวยวาย ดาวเหนือจึงเกาหัวแก้เก้อ
“ซีโร่งั้นหรือ?” ชายปริศนาเอ่ยเสียงขุ่นซีโร่จึงเงยหน้ามองเขาอย่างไม่พอใจ
“ทำไม? เ้ามีปัญหาหรือ?” เขาลุกขึ้นแล้วเข้าประชิดอีกฝ่ายอย่างเอาเื่
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรน่ะ เขาเพิ่งช่วยเรานะ!” ดาวเหนือรีบรั้งแขนเพื่อนไว้
“ฮึ! หากรู้ว่าเป็เ้า ข้าคงไม่เสียเวลาช่วย” เขาหันหลังทำท่าจะเดินจากไป ท่าทางยโสและดูแคลนทำให้ซีโร่ฉุนขาด
“ทำไม?! มีปัญหากับข้านักหรือไง?!” ซีโร่ถลกแขนเสื้อพร้อมมีเื่เต็มที่
“มี” ชายปริศนาดึงผ้าคลุมศีรษะลงดวงตาของซีโร่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของเขาอยู่ตรงหน้า
“ซิลเอริค!” ดาวเหนือร้องด้วยความดีใจพร้อมะโเข้ากอดทว่าซีโร่กลับกระชากคอเสื้อเขาอย่างแรง ดาวเหนือล้มลง
“อ๊อก! แค่กๆ แกทำบ้าอะไรของแกวะซีโร่” ดาวเหนือโวยวาย
“เ้านี่ไม่ใช่ซีน” ซีโร่คำราม ดวงตาเขาเต็มไปด้วยโทสะ
“เฮ้ย! จะบ้าเหรอ นี่ซิลเอริคชัดๆ” ดาวเหนือโวยวายพร้อมชี้หน้าอีกฝ่าย ในเมื่อคนตรงหน้าเหมือนซีโร่ขนาดนี้ก็ต้องเป็ซิลเอริคสิ ถึงแม้ท่าทางจะแปลกไปก็เถอะ
“ถ้าเ้านี่เป็ซีนข้ายอมตายตรงนี้เลย!” ซีโร่กระชากแขนดาวเหนือที่กำลังเหรอหราให้ลุกขึ้นและมาหลบด้านหลัง
“ฮะ? หมายความว่ายังไงในเมื่อหน้าเหมือนนายขนาดนี้!” ดาวเหนือถามด้วยความไม่เข้าใจยิ่งทำให้
“จะถามอะไรกันนักพวกข้าเป็แฝดสาม! โป๊ก!” ซีโร่กระชากเสียงพร้อมเขกเพื่อนตน โซลถอนหายใจเขายกมุมปากดูแคลนอีกฝ่าย
“โชคร้ายนัก ไยพระเ้าจึงไม่ให้ข้าเป็แฝดกับซีนเพียงคนเดียว” โซลส่ายหน้าเบาๆ ยิ่งทำให้ซีโร่ไม่พอใจ
“แล้วเ้าคิดว่าข้ามีหน้าเหมือนกับเ้านักหรือ!” เขาหักนิ้วแสดงท่าที้ามีเื่
“น..นี่มัน..อะไรเนี่ย...” ดาวเหนือที่ตกตะลึงจนเรียบเรียงลำดับไม่ถูกกระทั่งเขานึกถึงที่พึ่งสุดท้ายจึงรีบเปิดรายชื่อเพื่อนขึ้นมาและไล่หาชื่อแฝดคนสุดท้าย
‘ว่าไงมีอะไรงั้นหรือ?’ ใบหน้าที่เป็ประเด็นฉายขึ้นในกรอบสี่เหลี่ยมโดยมีเซอร์ไวรอสพยายามเบียดหน้าเข้ามาดู
“แย่แล้วซิลเอริค ตอนนี้ซีโร่กำลังตีกับคนๆนึงที่หน้าเหมือนนายอะ แถมดูท่าไม่จบง่ายๆ ด้วยฉันจะทำไงดี!” ดาวเหนือร้อนรน เขาเริ่มหายใจไม่ออกกับจิตสังหารรอบข้างที่ทวีคูณ
‘คนที่หน้าเหมือนข้า? เช่นนั้นก็โซลสินะ’ ซิลเอริคพูดแล้วเกาหัวอย่างเซ็งๆ
‘โซล? เ้าคนที่ปฏิเสธยัยเอลฟ์นั่นเหรอ?’ เสียงของเซอร์ไวรอสดังแทรกเข้ามาแต่ดาวเหนือไม่สนใจตอนนี้เขาอยากรู้เพียงแค่วิธีที่จะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้
‘ใช่ๆ’ ซีนหันไปตอบเซอร์ไวรอสแล้วหันกลับมาหาคู่สนทนา
“ปล่อยพวกนั้นไป อย่างมากผืนป่าคงหายไปเพียงครึ่งแถบส่วนอย่างน้อยเ้าก็คงต้องหามซีโร่กลับเมืองพร้อมทั้งเสียยาเพิ่มเืกับยาฟื้นฟู” ซิลเอริคตอบราวกับเป็เื่ปกติ ยิ่งทำให้ดาวเหนือแทบบ้า
“หมายความว่ายังไง ระดับซีโร่เนี่ยนะยังพ่ายแพ้?” ดาวเหนือทวนคำเสียงแหว
‘ก็ตลอดเวลาห้าร้...เอ๊ย! ยี่สิบสี่ปีที่ผ่านมาซีโร่ไม่เคยชนะโซลยังไงล่ะ เอ้ะ! เซอร์ไวรอสข้าอยากกินเ้านั่นไปซื้อให้ข้าหน่อย’ ซิลเอริคกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางใช้เซอร์ไวรอสไปซื้อปลาหมึกย่างที่แผงอาหารเมื่อได้ยินนายสั่งการเื่ไม่เป็เื่เซอร์ไวรอสจึงย่นคิ้วไม่พอใจ
‘เ้าก็ไปซื้อเองสิ!’
‘ชิ! ไปซื้อให้ข้าหน่อยไม่ได้หรือไงเล่าใกล้ๆ แค่นี้เอง’ เขาย่นปาก ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่สนใจ
“อย่าทำเป็เล่นสิเฮ้ย! ฉันไม่รู้ว่าจะห้ามสองคนนี้ยังไงดี” ดาวเหนือน้ำตาซึม เซอร์ไวรอสจึงเสนอทางใหม่
‘เ้าลองประชุมสายกับพวกนั้นสิ’ เขาเท้าแขนบนไหล่คู่สัญญา
‘แล้วมันทำยังไงเล่า?’ คำถามที่ตามมาทำเอาค้างคาวหนุ่มแทบอยากกินหัวนายตน
‘ไปที่เมนูเพื่อนเลือกปุ่มประชุมสายแล้วเลือกลายชื่อ’ เซอร์ไวรอสกัดฟันอธิบาย ซิลเอริคทำตามทันที หน้าจอทั้งสองที่ถูกเพิ่มขึ้นขนาบภาพของดาวเหนือ
‘โอ้โหแหะ เหมือนเ้าจริงๆ’ เซอร์ไวรอสเอ่ยตาเป็ประกายราวกับเป็เด็กที่เห็นของเล่นใหม่
“มีอะไร” ซีโร่พยายามกดเสียงลง ดูท่าเขาจะยังไม่สามารถลดโทสะได้ต่างจากโซลที่ตอบรับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ว่าไงซีน” ใบหน้าที่เ็าสลายไปราวกับไม่เคยปรากฏเขาฉีกยิ้มให้น้องสาวในร่างชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนทว่าปัญหาใหม่กลับตกเป็ของดาวเหนือ เมื่อเขาไม่สามารถแยกแยะหน้าจอได้
แล้วคราวนี้จอไหนมันเป็จอไหนวะ! เล่นหน้าเหมือนกันทั้งสามจอเลย ยังดีที่ซิลเอริคมีคนอื่นอยู่ด้วยไม่งั้นแยกไม่ออกแน่
‘พวกท่านน่ะเลิกทะเลาะกันเสียทีรู้หรือไม่ว่าดาวเหนือเครียดจนต้องติดต่อมาหาข้า’ ซิลเอริคถอนหายใจพลางหยิบปลาหมึกย่างในมือที่ไม่รู้เซอร์ไวรอสไปซื้อมาตอนไหนเข้าปาก
‘อร่อยเหมือนกันแหะ’ เขายกปลายนิ้วขึ้นมาปิดปากขณะเคี้ยวด้วยความเคยชินเซอร์ไวรอสหน้าบูดที่โดนแย่งของกิน
“ก็โซลมันหาเื่ข้าก่อน” ซีโร่ฟ้องแล้วชี้หน้าพี่ชายฝาแฝด
“ก็เ้านี่มันน่าหมั่นไส้” โซลเถียง เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นทำเอาซิลเอริคกุมขมับ
‘ช่างเถอะ ใครผิดใครถูกข้าไม่สน! จะทะเลาะกันก็ออกไปทะเลาะนอกเกม เจ็บจริงตายตายจริง จบ!! แล้วก็โซล หากเ้าจะปฏิเสธสตรีใดข้ามิขัดแต่ช่วยปฏิเสธให้มันจบอย่าให้นางมาตามรังควาญข้า เมื่อครู่มีหญิงเอลฟ์ผมดำมาหาเื่ข้า เพราะคิดว่าข้าเป็ท่าน!’ ซิลเอริคตะคอกพร้อมตัดสาย อายุก็ปาไปจะห้าร้อยเจ็ดสิบปีอยู่แล้ว ไยจึงไม่เลิกทะเลาะกันเป็เด็กๆหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน หนึ่งวันมียี่สิบชั่วโมง พวกเ้าเล่นเอาเวลาสิบหกชั่วโมงมาทะเลาะกันทุกวัน! เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงถอนหายใจ ก่อนจะหันมายังค้างคาวข้างตน
“ว่าแต่..ไหนเ้าว่าจะไม่ซื้อไงเล่า?” เขาหันมาถามเซอร์ไวรอสที่เคี้ยวปลาหมึกจนแก้มตุ่ย
“ก็กลิ่นมันหอมนี่ นานๆ กินอาหารมนุษย์สักทีคงไม่เสียหาย” เซอร์ไวรอสตอบหน้านิ่งพลางยัดปลาหมึกอีกชิ้นเข้าปากพฤติกรรมของเขาทำให้ซิลเอริคถอนหายใจ นับั้แ่ที่พวกเขากลับเมืองมาก็ยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากกิน
“งั้นข้าไปซื้อขายของก่อนแล้วกัน เ้ารออยู่นี่แหละ!” ซิลเอริคสั่งแล้วเดินไปย่านร้านค้าทิ้งให้เซอร์ไวรอสให้นั่งกินปลาหมึกต่อไปเมื่อเดินมาเรื่อยๆ ดวงตาสีม่วงจึงสะดุดเข้ากับร้านขายยา เขาจึงเดินเข้าไปทันที
“พี่สาวๆ ข้า้าจะขายไอ้นี่ ร้านท่านรับเท่าไร?” เขาหยิบเขี้ยวหมาป่าอสูรขึ้นมาให้NPCสาวดู
“สองพันห้าเพการ์จ่ะ” เธอพูดยิ้มๆโดยไม่ละสายตาจากใบหน้าของซีนแม้แต่น้อย
“โห่พี่! มากกว่านี้ได้ไหมอ่ะ? นะๆ พี่สาวคนสวย” ซีนย่นจมูก เขาใช้น้ำเสียงออดอ้อนต่อราคา
“แหม่น้องนี่ก็ พี่แพ้ทางคนหล่อปากหวานนะ~ เอางี้พี่จะบอกให้แล้วกันถ้าเป็น้องเอาของพวกนี้ไปขายร้านอาวุธจะได้ราคาสูงกว่าเยอะเลยจ่ะ แต่ถ้าเป็สมุนไพรก็ต้องมาร้านขายยา” NPCสาวเอ่ยเสียงหวานบิดไปมาด้วยความเขินอาย
“ว้า~! แย่จัง” ซีนยู่ปากเขาเก็บเขี้ยวนั่นลงกระเป๋าพลันสายตากลับเหลือบเห็นบางบางสิ่งที่มีสีแดงจึงหยิบออกมาดู
“นี่มันใบอะไรแดงๆ” ซีนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจเขาจำได้ว่าไม่ได้เป็คนเก็บมานี่
“เอ้ะ! ถ้าอันนั้นข้าเป็คนเก็บมาเอง” เซอร์ไวรอสโผล่ขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ซิลเอริคสะดุ้งเฮือกด้วยความใ
“เซอร์ไวรอส! จะโผล่ตัวมาก็ให้เสียงหน่อยสิ” ซีนโวยวาย ขณะที่NPCสาวก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือชายหนุ่ม
“ใบเกล็ดเื! น้องชายขายไอ้นี่ให้พี่เถอะนะ ถ้าเป็สมุนไพรชนิดนี้ล่ะก็พี่ให้ไปเลยใบละหนึ่งแสนเพการ์!” NPCสาววีดว้ายทันทีที่เห็นของในมือ
“แสนสองเพการ์นั่นคือราคาที่ข้าถามร้านตรงข้ามมา” เซอร์ไวรอสยิ้มเย็นแล้วชี้ไปร้านขายยาตรงข้ามที่ชะเง้อมองพวกเขา ราคาที่ได้ยินทำให้อีกฝ่ายชะงัก เธอลังเลเล็กน้อยแล้วตอบกลับมาว่า
“ก..ก็ได้ๆ ข้าให้แสนสามเพการ์เลยเอ้า ขายให้ข้าเถอะนะ” NPCสาวเค่นขอร้อง ให้ตายยังไงเธอก็ไม่คิดปล่อยให้ไอ้เฒ่าร้านตรงข้ามได้ไปเด็ดขาด
“เป็อันตกลงสิบใบหนึ่งล้านสามแสนเพการ์” เซอร์ไวรอสถือวิสาสะดึงใบเกล็ดเืออกมาจากกระเป๋าผู้เป็นายโดยไม่ถามเ้าตัวจำนวนของมันทำให้NPCสาวตาค้าง
“ข..ขอ..ขอพี่ไปเอาเงินแปปนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักก่อนจะรีบหายเข้าไปหลังร้านเมื่อกลับมาจึงโอนเงินเข้าไอดีซิลเอริคทันที
“ขอบใจ” เซอร์ไวรอสมองดูตัวเลขอย่างเป็สุขแล้วจึงลากเ้านายหนุ่มออกไป
“เ้าไม่ได้ไปร้านตรงข้ามมาสินะ”ซิลเอริคนิ่งฟังอยู่นานก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์ เซอร์ไวรอสผงะและหันกลับมายิ้ม
“เ้ารู้ได้อย่างไร”เขาถามกลับ อีกฝ่ายยักไหล่
“ท่าทางตื่นตระหนกของพี่สาวแสดงว่าสมุนไพรเมื่อครู่มีมูลค่าสูงมากเ้าเลยคิดโก่งราคา อาศัยเสียงเอะอะดึงให้ชายเฒ่าสนใจและใช้ท่าทางของเขาในการต่อรองราคาสินะนับว่าเป็ความคิดที่ไม่เลว” ซิลเอริคชื่นชมในขณะที่อีกฝ่ายตกตะลึง
“แล้ว.. เ้าไปเอาสมุนไพรพวกนั้นมาจากไหน”เซอร์ไวรอสกลอกตาไปมา ก่อนจะตอบตามตรง
“ข้าก็เก็บมาได้ระหว่างทาง ถึงมันจะหายากแต่ก็ขึ้นโดยรอบบริเวณถ้ำหรือตามที่อยู่ของสัตว์อสูรที่กินเืใบนึงทำยาเืได้หลายหมื่นขวด เป็ของหายากตามที่เ้าคาดนั่นแหละ” เซอร์ไวรอสอธิบายแล้วดึงซิลเอริคเข้าไปในร้านหนึ่ง
“ร้านอะไร?” เขาถามพร้อมกับกวาดตามองภายในร้านมีถุงอาหารและอัญมณีอยู่มากมาย
“ร้านสัตว์อสูร นี่เ้าอย่าบอกนะว่าลืมเื่ที่ต้องซื้ออัญมณีมาผนึกข้า จำไว้เลยนะให้ตายไงข้าก็ไม่เดินขาลากแบบวันนี้อีก!” เซอร์ไวรอสโวยลั่นแล้วลากซีนไปดูอัญมณีแต่ละชิ้นบางชิ้นก็ถูกดัดแปลงให้กลายเป็สร้อยบ้า แหวนบ้าง กำไลบ้างซิลเอริคจึงเดินดูอย่างสนอกสนใจ แต่เมื่อเดินดูรอบร้านแล้วก็ต้องย่นคิ้วแล้วเดินมาบอกเซอร์ไวรอสที่ยืนอยู่อีกมุม
“ไม่ล่ะ ข้าไม่ชอบสักชิ้น”