11
ล่าหมูป่าแต่ได้อย่างอื่นมาด้วย
เช้าวันใหม่อี้หลินตื่นมาแต่เช้ามืด วันนี้เธอทำอาหารง่ายๆอย่างโจ๊กไข่และหมั่นโถวมันหวาน วันนี้เธออารมณ์ดีเป็พิเศษเพราะวันเมื่อคืนเธอได้นอนร่วมเตียงเคียงหมอนกับพี่เซียวหรงของเธอ
เธอเตรียมอาหารเสร็จก็พบว่าพี่เซียวหรงนั้นเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าป่าล่าสัตว์แล้วหนิงหนิงยังคงพักผ่อนอยู่ เธอจัดเตรียมอาหารเอาไว้ที่ห้องโถงเมื่อคืนเธอบอกกับหนิงหนิงเอาแล้ว อี้หลินไม่อยากรบกวนการนอนของหนิงหนิงเธอและเซียวหรงเลยออกจากบ้านั้แ่ฟ้าเริ่มมีแสงสว่าง
เซียวหรงพาอี้หลินเดินเข้ามาในป่าลึกระหว่างทางเซียวหรงวางกับดักล่าสัตว์เอาไว้ด้วย ขาลงจากเขาค่อยแวะกลับมาดูตอนนี้เขาพาอี้หลินมุ่งหน้าเข้ามาที่ป่าลึก
"ชูว่ๆๆๆ"อี้หลินส่งเสียงบอกกับเซียวหรง ก่อนจะชี้นิ้วมือไปยังเป้าหมายที่เธอหมายตาดีจริงๆที่เธอเจอครอบครัวหมู่ป่า เซียวหรงที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วสบสายตามองอี้หลิน
เธอเอาหน้าไม้มาใส่ลูกดอกโดยที่ดอกหน้าไม้ของเธอนั้นมันอาบไปด้วยยาสลบสัตว์เธอสบมองเซียวหรงที่กำลังเล็งธนูไปที่เป้าหมาย
จากนั้นลูกธนูและลูกดอกหน้าไม้ถูกยิงออกไปพร้อมกันเป้าหมายคือหมู่ป่าที่กำลังกินผลไม้อยู่ใต้ต้นไม้นั้นเอง
พรึ่บบ....
พอยิงครั้งแรกไปโดนเป้าหมายก็ยิงครั้งที่สองและสามอย่างรวดเร็ว หมูป่ายังไม่ทันได้รู้ตัวก็ล้มลงเสียแล้วอี้หลินสบมองเซียวหรง พละกำลังของอีกฝ่ายนั้นมากจริงๆ แถมยิงธนูแม่นราวกับจับวางทุกจุดที่เล็งคือจุดอ่อนของหมู่ป่าแถมลูกธนูที่เซียวหรงใช้นั้นหัวธนูน่าจะทำมาจากเหล็กกล้าอย่างดี
เซียวหรงเองก็สบมองอี้หลินเช่นกันหน้าไม้ของอี้หลินช่างมีประสิทธิภาพยิงออกไปเพียงสองดอกก็ล้มหมู่ป่าได้อย่างง่ายดาย ตอนแรกเขาคิดว่าอีกมันจะหนีไปได้เพราะอี้หลินไม่ได้ยิงโดนจุดสำคัญของหมู่ป่า แต่เมื่อโดนดอกที่สองมันวิ่งไปได้ไม่ไกลก็ล้มลง
ทำให้ตอนนี้พวกเขาล่าหมูป่าได้สองตัวหัวใหญ่ที่เขาล่าได้น่าจะมีน้ำหนักห้าร้อยกว่าจินส่วนอีกตัวที่อี้หลินใช้หน้าไม้ล่าได้ น้ำหนักประมาณสองร้อยห้าสิบจิน
เซียวหรงมองไปที่หมูป่าที่ล่าได้เขาคิดได้ท่าทีหนักอกหนักใจ อี้หลินที่มองเซียวหรงอยู่จึงได้เอ่ยถามขึ้น
"มีอะไรหรือเปล่าพี่เซียวหรงหรือพี่ไม่ดีใจที่เราล่าหมูป่าได้"
"คือว่าเรามากันสองคนแบบว่าเราจะแบกมันลงไปยังไง" เซียวหรงเอ่ยออกมาด้วยความหนักใจถ้าหากมีหมูป่าเพียงตัวเดียว เขาสามารถแบกมันลงไปได้ แต่นี้มีสองตัวเขาแบบได้แค่ตัวเดียว ส่วนอีกตัวคงเป็อี้หลินที่ต้องแบกตัวอี้หลินก็แค่นี้จะแบกไหวได้ยังไง
"ฮ่าๆๆ พี่เซียวหรงน่ารักจัง"อี้หลินพอจะรู้สิ่งที่ชายหนุ่มกังวล เขาคงเป็ห่วงเธอกังวลว่าเธอจะแบกมันไม่ไหวช่างย่ารักจริงๆพี่เซียวหรงของเธอ
"เอาเป็เราสองคนแบกแค่หมูป่าตัวใหญ่ลงไปส่วนอีกตัวพี่ไม่ต้องกังวลฉันมีกระเป๋าโดเรมอน" อี้หลินบอกกับเซียวหรงเธอยังไม่ได้บอกเื่มิติให้เซียวหรงรู้ เอาเป็ว่าจัดการหมูป่าให้เรียบร้อยก่อนกลิ่นเืมันดึงดูดสัตว์ล่าเนื้อให้มาที่นี้
"อะไรคือกระเป๋าโดเรอมอน"เซียวหรงเอ่ยถามด้วยความสงสัย หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้จะเอาใส่กระเป๋าได้ยังไง
"เอาเป็ว่าพี่หลับตาลงก่อนได้ไหมคะ?"ตอนนี้เธอยังไม่มีเวลาอธิบาย เธอต้องรีบเอาหมูป่าใส่มิติก่อนจากนั้นกลบกลิ่นเืและรีบไปจากที่นี้ อยู่นานไม่ได้มันอันตรายเื่มิติเอาไว้ค่อยบอกกับพี่เซียวหรงทีหลัง
เซียวหรงเข้าใจเื่ที่อี้หลินกังวลเขาหลับตาลงอย่างว่าง่าย ถึงแม้จะมีเื่สงสัย แต่ก็ยอมทำตามที่เธอบอกอี้หลินพอเห็นว่าเซียวหรงหลับตา เธอรีบเอาหมู่ป่าทั้งสองตัวเข้าไปในมิติ
"พี่ลืมตาได้แล้วค่ะตอนนี้มาช่วยฉันเอาผงพวกนี้ไปโปรยเพื่อกลบกลิ่นเืแล้วเรารีบไปจากที่นี้กัน"เซียวหรงทำตามที่เธอบอก ไม่นานทั้งสองคนก็มุ่งหน้าลงจากเขา
อี้หลินเดินลัดเลาะตามป่าเขาอย่างชำนาญจนมาถึงลำธารที่เธอมาประจำมาล้างหน้าล้างตาและพักทานมื้อเที่ยงที่นี้
เซียวหรงมองอี้หลินั้แ่พบกับจนได้มาเป็สามีภรรยากันอี้หลินก็มีเื่ให้เขาได้ประหลาดใจเสมอเขาไม่รู้ว่าหมูป่าตัวใหญ่สองตัวมันหายไปไหนเพียงชั่วพริบตาคงจะเกี่ยวกับกระเป๋าโดโรอะไรของเธอสักอย่าง
"อี้หลินครับมาทานมื้อเที่ยงได้แล้วครับ" อี้หลินได้ยินเสียงเรียกเธอก็เดินเข้าไปสามีทั้งคู่ทานมั่นโถวที่อี้หลินเตรียมมา อี้หลินทานเพียงลูกเดียวส่วนอีกสองลูกเธอให้เซียวหรงทาน
จากนั้นนำน้ำที่เธอเตรียมใส่กระบอกไม้ไผ่มาในนี้มันคือน้ำที่มาจากน้ำตกวิเศษในมิติ เธอดื่มเสร็จแล้วส่งให้เขาดื่มต่อน้ำจากมิตินั้นช่วยขับไล่ความเมื่อยล้าได้เป็อย่างดีแถมดื่มเข้าไปแล้วทำให้สดชื่น ความปวดเมื่อยก็จะหายไป
เซียวหรงดื่มน้ำเข้าไปเขารู้สึกถึงความสดชื่น ร่างกายที่เมื่อยล้านั้นกลับมามีเรี่ยวแรงดังเดิมเขารู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่น้ำธรรมดาๆเสียแล้ว เขารู้สึกถึงความพิเศษของมันแผลเล็กๆที่นิ้วมือของเขานั้นหายไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่นั้นพิสูจน์ได้แล้วว่าน้ำนี้มันไม่ใช่แค่น้ำดื่มธรรมดา
อี้หลินน้องเป็ใครกันแน่นั้นคือสิ่งที่เขาสงสัยแต่เขาไม่เอ่ยปากถามออกไป
"พี่เซียวหรง" อี้หลินเอ่ยเรียกผู้เป็สามี
"ครับ"เซียวหรงหันไปสบตากับอี้หลิน
"พี่คงมีหลายอย่างที่สงสัยเกี่ยวกับตัวฉันฉันมีบางเื่ที่เอ่ยปากบอกใครไม่ได้ จะบอกพี่ว่ายังไงดีละ"อี้หลินไม่รู้จะเริ่มเล่าและอธิบายจากตรงไหน
"ถ้ามันลำบากใจอี้หลินไม่ต้องบอกพี่ก็ได้ครับ" เซียวหรงเห็นสีหน้าลำบากใจของอี้หลินถ้าหากเื่ที่จะเล่ามันทำให้เธอลำบากใจถึงแม้เขาจะอยากรู้แต่เขาไม่อยากให้เธอลำบากใจ
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะฉันแค่ไม่รู้จะเริ่มมันจากตรงไหน เอาเป็ว่าฉันสามารถทำแบบนี้ได้"เธอไม่รู้จะอธิบายยังไง เธอเลยหยิบหน้าไม้ของเธอขึ้นมาและเก็บมันเข้าไปในมิติ
หน้าไม้ที่อยู่ในมือของอี้หลินหายไปในพริบตาเซียวหรงมองด้วยความตกตะลึง
"ฉันสามารถเก็บมันได้และสามารถเอามันออกมาได้" อี้หลินพูดจบก็นึกถึงหน้าไม้ที่เก็บเข้าไปเมื่อสักครู่จากนั้นหน้าไม้ก็มาปรากฏที่มือของเธออีกครั้ง
อี้หลินสบมองหน้าของเซียวหรงเขาเองก็จ้องมองเธออยู่ เซียวหรงบอกให้ตัวเองตั้งสติดีที่เขาเคยฝึกการรับมือเื่ที่เหนือความคาดหมายมาทำให้เขาตั้งสติและรับรู้เื่ราวที่อี้หลินกำลังจะบอกเขา
"น้องสามารถเก็บสิ่งของได้และเรียกมันออกมาได้ มันคือมิติเก็บของ มันสามารถคงสภาพสิ่งของที่เก็บได้อย่างหมูป่าที่เราล่าได้มันจะยังคงสดใหม่เหมือนวันที่เราล่าได้ไม่ว่าจะถูกเก็บเอาไว้นานแค่ไหน"อี้หลินอธิบายเพิ่มเติมกับเซียวหรง
"น้องอย่าทำแบบนี้ต่อหน้าใครเป็อันขาดนะครับนอกจากพี่เท่านั้น" เซียวหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังอี้หลินนั้นมิติ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ถ้าไม่เห็นกับตาเขาคงไม่เชื่อถ้ามีคนรู้เื่นี้อี้หลินคงเป็อันตรายความลับนี้มันจะเป็ความลับที่ไม่มีใครรู้ จะมีแค่เขาและอี้หลินเท่านั้น
"น้องรู้ค่ะพี่เซียวหรงน้องไม่ได้อยากปิดบังพี่เื่นี้"
"ขอบคุณนะที่เล่าให้พี่ฟังขอบคุณที่อี้หลินไว้ใจพี่"สักวันหนึ่งเขาเองก็จะเล่าเื่ราวของเขาให้อี้หลินได้รับรู้เช่นกัน
อี้หลินเมื่อได้ฟังแบบนั้นก็สบายใจขึ้นมาอย่างน้อยเซียวหรงก็รับรู้ว่าเธอมีมิติที่เก็บของได้ ถึงจะไม่ได้รู้ทั้งหมดก็เถอะแต่อย่างน้อยก็รู้แล้ว เธอจะได้ทำอะไรได้สะดวกขึ้น
เมื่อพักทานอาหารกลางวันและพูดคุยเื่มิติจนเป็ที่เข้าใจกันแล้วเซียวหรงและอี้หลินก็เดินอ้อมกลับเข้าไปในป่ามุ่งหน้าไปยังที่วางกับดักสัตว์เอาไว้ ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นเซียวหรงก็สังเกตเห็นบางอย่าง
"อี้หลินระวังด้วย"เซียวหรงเอ่ยออกมา จากนั้นสายตาก็พบกับซากกวางและหมาป่าโชคดีที่หมาป่านั้นโดนเขาของกวางแทงทะลุลำตัว ทั้งกวางทั้งหมาป่าสีเทาตัวใหญ่นอนตายอยู่ด้วยกันสภาพของพวกมันน่าจะตายได้สองสามวันแล้ว
หงิ๊งงๆ
เสียงร้องของสิ่งมีชีวิตเล็กที่ร้องอยู่ทำให้อี้หลินหันไปหาตัวตนเหตุแล้วก็พบว่ามันคือลูกหมาป่าสองตัว
"พี่เซียวหรงนั้นลูกหมาป่า" อี้หลินบอกกับเซียวหรง เซียวหรงมองเ้าลูกหมาป่าสองตัวช่างน่าสงสารเสียจริง แม่ของมันตายจากไปแล้ว
"เราเอามันกลับบ้านด้วยได้ไหม"เซียวหรงบอกกับอี้หลินถึงมันจะเป็สัตว์ป่าแต่ถ้าได้รับการเลี้ยงดูั้แ่เด็กมันก็จะคุ้นเคยกับเ้าของ
"พี่ใจตรงกับฉันเลยฉันกำลังจะขอพี่เอามันไปเลี้ยงที่บ้านพอดี"พอได้ยินแบบนั้นอี้หลินก็ก้มไปอุ้มลูกหมาป่า ตัวหนึ่งสีขาว อีกตัวสีดำ
"ไปอยู่ด้วยกันนะเ้าตัวสีขาวชื่อเสี่ยวไป๋ ตัวสีดำชื่อเสี่ยวเฮยต่อไปนี้พวกเ้าคือสมาชิกบ้านสุ่ย"
หงิ๊ง หงิ๊ง
เหมือนพวกมันจะรู้ความอี้หลินอุ้มมันใส่ตะกร้าสะพ่ายหลังของตัวเองส่วนเซียวหรงนั้นกำลังจัดการกับเขากวางเขากวางพวกนี้มันสามารถนำไปขายได้ราคาดีทีเดียว
"เรากลับบ้านกันเถอะ"เซียวหรงเมื่อจัดการกับเขากวางเสร็จ ก็บอกกับอี้หลิน พวกเขามุ่งหน้าลงจากเขาและแวะเก็บกับดักที่วางเอาไว้ ได้ไก่ป่ามาอีก 3 ตัวกระต่ายป่าอีก 2 ตัว
พอใกล้ถึงป่าด้านนอกอี้หลินก็เอาหมูป่าตัวใหญ่ออกมา เซียวหรงตัดไม้ไผ่เตรียมเอาไว้แล้วเขาจัดการมัดขาของมันอย่างคล่องแคล่วจากนั้นก็ช่วยกันห้ามมันลงมา
ชาวบ้านที่เห็นเซียวหรงกับอี้หลินห้ามหมูป่าตัวใหญ่ก็พากันมองอย่างใด้วยพวกเขารู้ดีว่าเซียวหรงนั้นมีฝีมือด้านการล่าสัตว์เคยล่าได้หมูป่าอยู่บ่อยครั้ง ลุงฮุ่ยเต๋อเห็นเซียวหรงห้ามหมูป่าลงมาก็รีบวิ่งมาช่วย
"มาๆข้าช่วยแบบ"ฮุ่ยเต๋อนั้นบอกกับหญิงสาว คนเป็หลานสาวบ้านิแต่แต่งงานกับเซียวหรงตัวเล็กนิดเดียวไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนแบบหมูป่าลงจากเขา
"ขอบคุณนะครับลุงฮุ่ยเต๋อนี้อี้หลินภรรยาผมเอง" เซียวหรงบอกกับลุงฮุ่ยเต๋อ เขาพอจะสนิทกับลุงฮุ่ยเต๋ออยู่อีกฝ่ายเป็คนมีน้ำใจ เคยเข้าป่าล่าสัตว์กับเขาเวลาว่าง
"ขอบคุณนะคะลุงฮุ่ยเต๋อ"อี้หลินบอกกับอีกฝ่าย
"ไม่เป็ไรๆว่าแต่จะเอาไปที่บ้านหมูนำหมู่บ้านเหมือนเดิมไหม?" ฮุ่ยเต๋อเอ่ยถามเพราะหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ครอบครัวสุ่ยคงทานไม่หมด
"ครับ ลุงฮุ่ยเต๋อ"เซียวหรงบอกกับอีกฝ่าย เขาได้พูดคุยกับอี้หลินแล้ว หมูป่าตัวนี้เขาจะเอาไปเชือดที่บ้านผู้นำหมู่บ้านหัวหน้าฝ่ายผลิตเองก็จะได้รับส่วนแบ่ง และช่วยให้เขาแลกเปลี่ยนเนื้อหมูกับข้าวธัญพืช คูปอง ที่ชาวบ้านนำมาแลกเนื้อ
หัวหน้าฝ่ายผลิตเห็นว่าเป็การแลกเปลี่ยนเลยยอมให้เพราะนานๆจะล่าได้หมูป่า แต่การแลกเปลี่ยนต้องทำโดยที่มีหัวหน้าฝ่ายผลิตและคนของฝ่ายผลิตรู้เป็คนกลางเท่านั้น
-----