ผมเปิดประตูเข้าไปอย่างช้า ๆ
ครืด...
กลิ่นบางอย่างลอยเข้ามาปะทะจมูกทันที
กลิ่นเื
กลิ่นของยา
และกลิ่นของความตาย
ผมก้าวเข้าไปภายในห้องทดลอง
ด้านในกว้างกว่าที่คิด
อุปกรณ์เวทมนตร์จำนวนมากถูกวางเรียงรายอยู่ตามผนัง
ขวดแก้ว คริสตัล วงเวท
รวมถึงเครื่องมือที่ผมไม่รู้จักอีกมากมาย
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของผมที่สุด...
คือร่างของมนุษย์ที่นอนอยู่กลางห้อง
ร่างนั้นไม่มีลมหายใจ
ไม่มีการเคลื่อนไหว
และไม่มีิญญา
ผมมองมันเพียงครู่เดียว ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเซนิธ
เขายืนอยู่ข้างวงเวทขนาดใหญ่
ไม้เท้าอยู่ในมือ
สายตาของเขาจับจ้องไปยังศพตรงหน้า
“เข้ามา”
ผมเดินเข้าไปใกล้
เซนิธไม่ได้หันมามองผม
“จงดูซะ”
ผมหยุดอยู่ข้างวงเวท
เขาเพียงยกไม้เท้าขึ้น
กึก
ปลายไม้เท้ากระทบพื้น
วงเวทใต้ศพเริ่มส่องแสง
แสงสีทองค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ตอนแรกมันเป็เพียงประกายเล็ก ๆ
แต่ในเวลาไม่กี่วินาที...
มันก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆ
จนทั้งห้องถูกย้อมด้วยสีทอง
ผมต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
แสงนั้นหนาแน่นมาก
มันไม่ได้เหมือนมานาที่ผมเคยเห็น
มันให้ความรู้สึกบริสุทธิ์
อบอุ่น
และทรงพลัง
พลังศักดิ์สิทธิ์
ผมรู้ทันทท
นี่คือพลังเดียวกับที่เคยเห็นในตัวนักบวช
แต่ปริมาณของมัน...
มากเกินไป
เซนิธยกมืออีกข้างขึ้น
วงเวทอีกวงปรากฏขึ้นข้างตัวเขา
และสิ่งที่ออกมาจากวงเวทนั้น...
ทำให้ผมแทบลืมหายใจ
แสงสีดำ
มันเป็สีดำที่ไม่เหมือนความมืดธรรมดา
ราวกับมีบางอย่างจากก้นบึ้งของหุบเหวถูกดึงออกมา
มันมีขนาดเล็กมาก
เล็กกว่าแสงสีทองจนแทบเทียบกันไม่ได้
แต่ทันทีที่มันปรากฏขึ้น...
ผมกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่น่ากลัวอย่างอธิบายไม่ได้
มันไม่มีความอบอุ่น
ไม่มีความเมตตา
ไม่มีชีวิต
มีเพียงความว่างเปล่า
แสงสีดำค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาแสงสีทอง
ผมกำโคมในมือแน่นขึ้น
ทันทีที่ทั้งสองัักัน...
แสงสีทองเริ่มสั่น
แล้วถูกกัดกิ
น
ผมเบิกตากว้างเล็กน้อย
แต่รีบควบคุมสีหน้า
มันกำลังกินพลังศักดิ์สิทธิ์...
แสงสีดำค่อย ๆ จางลง
แต่ในเวลาเดียวกัน...
ขนาดของมันกลับใหญ่ขึ้น
จากจุดเล็ก ๆ
กลายเป็ก้อนแสงขนาดใหญ่
จากสีดำ...
เริ่มเปลี่ยนเป็สีเทา
เทาเข้ม
เทาอ่อน
จนสุดท้าย...
เหลือเพียงแสงสีเทาซีด
ผมชะงัก
แสงนั้น...
เหมือนกับแสงของลาล่า
เหมือนกับแสงของเหล่าเมด
เซนิธไม่ได้พูดอะไร
เขายื่นมือออกไป
แสงสีเทาลอยเข้าไปอยู่บนฝ่ามือของเขา
จากนั้นเขาก็เดินไปหาร่างที่นอนอยู่
วางมือบนหน้าอกของศพ
แสงสีเทาถูกส่งเข้าไปในร่างกาย
เงียบ...
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หนึ่งวินาที
สองวินาที
สามวินาที...
แล้วนิ้วมือของศพก็ขยับ
ผมจ้องมองมัน
แขนเริ่มขยับ
หน้าอกกระเพื่อม
และในที่สุด...
ร่างนั้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
ดวงตาเปิดขึ้น
ผมมองไปยังแสงภายในร่างของมัน
สีเทา
ซีดจาง
แต่ยังคงเคลื่อนไหว
เซนิธถามขึ้น
“รายงานสภาพร่างกาย”
อันเดธตรงหน้าตอบทันที
“ความจำปกติ”
เสียงของมันยังคงเป็เสียงของมนุษย์
“ร่างกายปกติ”
มันขยับแขนและมือ
“ไม่สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้”
หยุดเล็กน้อย
“สามารถใช้พลังมานาทดแทนได้”
มันกำหมัด
“ความแข็งแกร่งของร่างกายปกติ”
จากนั้นจึงพูดประโยคสุดท้าย
“พลังโดยรวมลดลง เนื่องจากพรศักดิ์สิทธิ์หายไป"
เซนิธนิ่งไป
เหมือนกำลังประเมินผลการทดลอง
จากนั้น...
เขาหันมามองผม
“เ้า”
ผมสะดุ้งเล็กน้อย
“เห็นอะไรบ้าง?”
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตอบทุกอย่างที่เห็น
“ตอนแรกมีแสงสีทองจำนวนมากออกมาจากวงเวท”
“มันมีลักษณะคล้ายพลังศักดิ์สิทธิ์”
“จากนั้นมีแสงสีดำปรากฏขึ้น”
ผมหยุด
“มันมีขนาดเล็กกว่าแสงสีทองมาก แต่สามารถกัดกินแสงสีทองได้”
เซนิธฟังโดยไม่พูดอะไร
“หลังจากนั้นแสงสีดำค่อย ๆ จางลง แต่กลับมีขนาดใหญ่ขึ้น”
“สุดท้ายมันเปลี่ยนเป็สีเทาซีด”
ผมมองไปยังอันเดธตรงหน้า
“เหมือนแสงของพวกเมด”
เซนิธเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพูดเพียงคำเดียว
“ดี”
เขาหันกลับไป
“ออกไปได้”
ผมชะงัก
“ครับ?”
“ข้าบอกว่าออกไปได้”
ผมพยักหน้า
“ครับ นายท่าน”
ผมหันหลังเดินออกจากห้อง
แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถาม
แสงสีดำคืออะไร?
ทำไมมันถึงกัดกินพลังศักดิ์สิทธิ์ได้?
แล้วทำไมสุดท้ายถึงกลายเป็สีเทา?
ผมยังไม่เข้าใจอะไรเลย
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจ...
เซนิธกำลังพยายามสร้างบางอย่าง
และสิ่งที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น...
อาจเป็สิ่งที่ไม่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน
เมื่อผมกลับมาถึงห้องโถงใหญ่
พ่อบ้านกำลังยืนรออยู่
ทันทีที่เขาเห็นผม...
สายตาของเขาก็เปลี่ยนไป
เขามองผมั้แ่หัวจรดเท้า
นานกว่าปกติ
ผมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
ก่อนที่เขาจะถามขึ้น
“คุณ...”
เขาหยุด
“ยังเป็มนุษย์อยู่หรือครับ?”
ผมชะงัก
“ใช้ครับ”
พ่อบ้านขมวดคิ้ว
“ทั้งร่างกาย?”
“ใช้”
“ทั้งจิตใจ?”
“ใช้ครับ”
พ่อบ้านนิ่งไป
ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“น่าแปลกใจยิ่งนัก...”
เขาหันมามองผมอีกครั้ง
“เพื่อไม่เป็การเสียมารยาท กระผมขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ”
เขาก้มศีรษะ
“กระผมชื่อ อัลเฟรด”
“หัวหน้าพ่อบ้านของนายท่านเซนิธครับ”
ผมพยักหน้า
“ทำไมตอนแรกคุณถึงไม่แนะนำตัวล่ะครับ?”
อัลเฟรดยิ้มบาง ๆ
“เพราะตอนแรกกระผมคิดว่านายท่านจะเปลี่ยนคุณให้เหมือนพวกเมด”
“เปลี่ยนผม?”
“ใช้ครับ”
ผมนิ่งไป
“เหมือนพวกเมด?”
“ใช่ครับ”
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าอย่างนั้น... ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”
“หากไม่เป็ผลเสียต่อนายท่าน กระผมตอบได้ทุกอย่างครับ”
ผมมองไปยังเมดที่กำลังเดินผ่านไป
“พวกเมดเป็อันเดด”
จากนั้นมองอัลเฟรด
“คุณก็เป็อันเดด”
“ถูกต้องครับ”
“งั้นทำไมพวกคุณถึงต่างกัน?”
อัลเฟรดเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ต่างกัน?”
“ครับ”
ผมตอบ
“ช่วยอธิบายความแตกต่างที่คุณเห็นได้ไหมครับ?”
อัลเฟรดนิ่งไป
ผมจึงพูดสิ่งที่ผมเห็น
“แสง”
“แสงหรือครับ?”
“ใช่”
ผมมองไปยังเมดที่อยู่ไกลออกไป
“แสงของพวกเมดซีดจางและเย็นชืด”
จากนั้นผมมองอัลเฟรด
“แต่แสงของคุณ...”
ผมหยุดเล็กน้อย
“มันสว่าง”
“พลิ้วไหว”
“และมีชีวิตชีวา”
อัลเฟรดนิ่งเงียบ
ก่อนจะยิ้มออกมา
“อย่างนี้นี่เอง...”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ตอนนี้กระผมเข้าใจแล้วว่าทำไมนายท่านถึงรับคุณเข้ามา”
ผมขมวดคิ้ว
“หมายความว่าอะไรครับ?”
อัลเฟรดไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที
เขากลับพูดขึ้นว่า
“แต่กระผมขอตอบคำถามของคุณก่อน”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
“คำตอบง่ายมากครับ”
ผมรอฟัง
อัลเฟรดมองผมตรง ๆ
รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้า
ก่อนจะพูดว่า
“ก็เพราะว่า...”
เขาหยุด
“กระผมยังไม่ตายยังไงล่ะครับ”