เฉิงอี้เฟยที่ได้ยินประมุขเฉิงกล่าวเช่นนั้น นางก็ไม่ได้แสดงท่าทางโกรธออกมาเลยสักนิด อีกทั้งนางยังยกยิ้มขึ้นมาอย่างสนุกด้วย
‘ เป็อย่างที่คาดการณ์ไว้ แม้ในตอนนี้จะยังไม่ถึงจุดเริ่มต้นของนิยาย แต่นิสัยของตัวละครในเื่ก็ยังคงเดิม ทำให้ข้าสามารถคาดเดาสิ่งที่พวกเขาจะทำได้ ’
ในขณะที่เฉิงอี้เฟยกำลังจะพูดบางอย่าง ก็มีคนได้เดินเข้ามาในห้องทำงานของประมุขเฉิง
เฉิงอี้เฟยที่เห็นผู้มาใหม่ นางก็ได้แต่แสดงสีหน้าประหลาดใจ ‘ นี่มันเื่อะไรกัน เหตุใดพ่อของพระเอกถึงได้มาอยู่ที่นี่ แล้วเขายังมาพร้อมกับพี่ชายของนางเอกอีก นี่ไม่แปลกเกินไปหน่อยรึ ’
ประมุขเฉิงที่เห็นว่าบุตรสาวของตนกำลังจ้องประมุขหวูอย่างไม่วางตา เขาก็ได้เข้าไปใกล้นางแล้วพยายามเรียกเฉิงอี้เฟยให้ได้สติขึ้นมา “ เฉิงอี้เฟย เฉิงอี้เฟย ”
เฉิงอี้เฟยที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง ก็ทำให้นางได้สติขึ้นมา นางรีบขอโทษประมุขหวูด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
เฉิงเกาติ๋งที่เห็นน้องสาวมีท่าทางตลก เขาก็หัวเราะออกมาอย่างไม่สนใจว่าผู้อื่นจะรู้สึกอย่างไร
“ ฮ่า ๆ ๆ หรือเ้าหลงรักท่านประมุขหวูเข้าให้แล้ว น้องพี่ถึงเป็เช่นนั้นก็มิใช่เื่แปลก เพราะประมุขหวูผู้นี้ทั้งที่อายุพอ ๆ กับท่านพ่อของเรา แต่ไม่ว่าจะเป็หน้าตาหรือรูปร่างก็ยังดูดี ”
หลังจากนั้นเฉิงเกาติ๋งก็ได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ เฉิงอี้เฟยแล้วกระซิบเบา ๆ “ ที่สำคัญภรรยาเขาก็ได้จากไปแล้ว เป็อย่างไรถูกใจเ้าไหม ”
เฉิงอี้เฟยและประมุขเฉิงพยายามเก็บสีหน้าให้มากที่สุด มิเช่นนั้นทั้งสองคงได้แสดงสีหน้าโกรธและโมโหออกมาเป็แน่
‘ เ้าลูกบ้านี่สมองหมูจริง ๆ พูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร หากผู้อื่นได้ยินน้องสาวของเ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน ถึงแม้นางจะชอบผู้ชายจากการเห็นหน้าเพียงครั้งเดียวจริง ๆ เ้าก็ไม่ควรพูดออกมาโต้ง ๆ แบบนี้ อีกทั้งยังพูดต่อหน้าประมุขหวูด้วย
เดี๋ยวก่อนนะ หากเฉิงอี้เฟยชอบประมุขหวูจริง ๆ ให้นางแต่งเข้าตระกูลหวูจะมิดีกว่ารึ ให้พวกผู้าุโนั่นได้ยินเื่นี้ พวกมันก็คงไม่กล้าขัดขวางเป็แน่ ฮ่า ๆ ๆ ’ ประมุขเฉิงรู้สึกพึงพอใจกับความคิดของตัวเองเป็อย่างมาก
ส่วนทางด้านเฉิงอี้เฟยก็ไม่ได้รู้เลยว่า ในตอนนี้พ่อของนางกำลังคิดเื่ราวแปลก ๆ อยู่ เพราะในตอนนี้สิ่งที่นางคิดมีเพียงเื่ที่อยู่ ๆ พ่อของพระเอกก็ปรากฏตัวก่อนนิยายจะเริ่มเสียอีก ทำให้เฉิงอี้เฟยรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก
ประมุขหวูมองไปยังเฉิงอี้เฟยด้วยแววตาอ่อนโยน เขาไม่ได้รู้สึกโกรธกับสิ่งที่เฉิงเกาติ๋งพูดเลยสักนิด อีกทั้งเขายังหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วย
“ ช่างเป็พี่น้องที่รักกันดีข้าอิจฉาจริง ๆ เพราะเป็ลูกคนเดียว ทำให้ข้ามิได้มีพี่น้องเหมือนบ้านอื่น ”
เฉิงเกาติ๋งที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ แต่ในตอนนี้เ้ามีข้าแล้วน้องชาย ”
ประมุขเฉิงที่ได้ยินว่าบุตรชายทำตัวเสียมารยาทกับประมุขหวู ซึ่งตระกูลหวูเป็ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยจนตระกูลเฉิงเทียบไม่ติด ยังไม่พอเ้าเฉิงเกาติ๋งยังเรียกประมุขหวูว่าน้องชายอีก
‘ เ้าลูกคนนี้คงไม่คิดจะลากตระกูลเฉิงให้หายไปจากแผ่นดินหรอกนะ ’
ประมุขเฉิงไม่รอช้า เขารีบขอโทษประมุขหวูที่บุตรชายของเขาเสียมารยาทในทันที
แต่ประมุขหวูก็ตอบสั้น ๆ ว่าไม่ต้องเป็กังวลกับเื่นี้
“ ท่านพ่อท่านไม่รู้อะไร เป็ข้าที่ได้เข้าไปล่าสัตว์ในป่า แล้วได้เจอกับน้องตงหลินที่กำลังเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก และข้าที่เป็ผู้มีเมตตาก็ได้เข้าไปช่วยเหลือเขาไว้ ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของข้า และ้าสาบานเป็พี่น้องกับข้า ฮ่า ๆ ๆ ” เฉิงเกาติ๋งพูดขึ้นด้วยความอารมณ์ดี
ประมุขเฉิงที่ได้ยินเขาไม่รู้สึกเชื่อถือบุตรชายของเขาเลยสักนิด เพราะเขารู้จักนิสัยของเฉิงเกาติ๋งดีว่า หากมีผู้ใดกำลังพบเจอสถานการณ์ยากลำบาก เ้าเฉิงเกาติ๋งนี่จะต้องหลบหนีก่อนเป็คนแรก
ประมุขเฉิงหันไปทางประมุขหวู เขาก็พบว่าประมุขหวูพยักหน้าให้เขา เพื่อแสดงว่าเื่ที่เฉิงเกาติ๋งเล่าเป็ความจริง ‘ นี่มันเื่อะไรกัน เ้านี่หกล้มจนนิสัยเปลี่ยนไปแล้วงั้นรึ หรือว่าจะมีสิ่งดี ๆ กำลังสิงบุตรชายของข้า ’
เมื่อประมุขเฉิงคิดว่ามีบางอย่างกำลังสิงบุตรชายของตน เขาก็เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา แต่มินานเขาก็เปลี่ยนเป็สีหน้ายินดี ‘ ช่างเถอะ หากเป็สิ่งดี ๆ เข้าสิง ข้าจะไปขัดขวางทำไมกัน ’
เฉิงอี้เฟยที่เห็นและได้ฟังเื่ราวทั้งหมดนางก็ได้แต่สับสน แต่สุดท้ายนางก็รู้สึกว่าปล่อยเนื้อหาในนิยายทิ้งไปจะง่ายกว่า เพราะในตอนนี้นางรู้สึกว่าต่อให้เข้ามาในนิยายที่เคยอ่าน นางก็ไม่สามารถนำสิ่งที่อ่านมาใช้ประโยชน์ได้เลยสักนิด
ประมุขหวูมองไปยังเฉิงอี้เฟยแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ เด็กสาวคนนี้เป็น้องสาวของเ้าสินะเฉิงเกาติ๋ง ”
“ ใช่แล้วสวยใช่ไหม ฮ่า ๆ ๆ ” เฉิงเกาติ๋งพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
ประมุขหวูพยักหน้าเบา ๆ
เฉิงเกาติ๋งมองไปยังเฉิงอี้เฟยแล้วเขาก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ จริงสิ เฉิงอี้เฟยข้ามิเคยเห็นเ้าจะเข้ามาหาท่านพ่อในห้องทำงานสักครั้ง แล้วเหตุใดวันนี้เ้าถึงได้เข้ามาล่ะ ”