ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    เปิดเผยพลัง(เล็กน้อย)

    สองเค่อต่อมา

    หนานเฟยหยุนปรากฏตัวขึ้นที่หมู่บ้านตระกูลหนาน

    เวลานี้แม้ว่าหมู่บ้านตระกูลหนานจะยังสร้างไม่เสร็จแต่จวนของตระกูลหนานถูกสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ภายในห้องโถงหลักตระกูลหนาน

    หนานเฟยหยุนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองดูผู้อาวุโสทุกคนของตระกูลหนาน

    ผู้อาวุโสของตระกูลหนานมีทั้งหมดห้าสิบเจ็ดคน ในช่วงเวลาที่ผ่านมากว่าห้าปี ผู้อาวุโสตระกูลหนานพัฒนากันอย่างรวดเร็ว

    ในตอนนี้ผู้อาวุโสที่อ่อนแอที่สุดของตระกูลหนานก็อยู่ในขั้นจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น ส่วนคนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ และยังมีถึงสี่คนด้วยกันที่เกือบจะเข้าสู่ระดับเหนือยุทธ์ได้แล้ว

    เพราะถึงอย่างไรถ้าหากผู้อาวุโสหรือคนในตระกูลหนานพัฒนามาถึงระดับราชันยุทธ์ พวกเขาก็จะได้รับโอสถเบิกยุทธ์จากหนานเฟยหยุนเป็นรางวัล ทำให้พวกเขาก้าวข้ามจากระดับราชันยุทธ์มาอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์ทันที 

    ซึ่งโอสถเบิกยุทธ์ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ตระกูลหนานมีจักรพรรดิยุทธ์มากขนาดนี้ ถ้าหากไม่มีโอสถเบิกยุทธ์ก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกสักหนึ่งปีกว่าคนตระกูลหนานจะมาถึงจุดนี้ได้

    นอกจากผู้อาวุโสทั้งห้าสิบเจ็ดคนแล้ว ก็ยังมีคนในตระกูลที่มาถึงจักรพรรดิยุทะ์แล้วเหมือนกัน แต่พวกเขาเป็นทั้งบ่าวรับใช้และรุ่นเยาว์ของตระกูลหนาน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ได้เขามาร่วมประชุมระดับผู้อาวุโส

    อย่างเช่นซวีลั่วภรรยาของหนานเฟยหยุน นางก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ แต่นางไม่ใช่ผู้อาวุโสของตระกูลหนาน นางจึงไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

    “ ทุกท่านมาถึงแล้วใช่ไหม? ” หนานเฟยหยุนถามขึ้น

    “ ตอนนี้มาครบกันหมดแล้วขอรับท่านผู้นำตระกูล ” หนานเฟิงวิน ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลหนานกล่าว

    หนานเฟยหยุนพยักหน้ารับและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหนานหมิงและหนานหลินให้กับทุกๆคนฟัง พร้อมทั้งยังบอกอีกว่าหนานหมิงอยากให้พวกเราตระกูลหนานแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้ประจักษ์แด่สายตาผู้คนอีกด้วย แม้ว่าจะไม่ต้องเปิดเผยขั้นสุด เอาแค่ให้รู้ว่าตระกูลหนานของพวกเขามีจักรพรรดิยุทธ์อยู่ก็พอ

    เมื่อเหล่าผู้อาวุโสได้ยินว่าหนานหลินถูกหาเรื่องโดยตระกูลโอวหยาง ตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองหลวง พวกเขาก็เกือบจะพุ่งตรงไปทำลายตระกูลโอวหยางทันที

    สำหรับพวกเขาแล้วสายเลือดตระกูลหนานคือที่สุด ถ้าหากมีใครกล้าหาเรื่องล่ะก็พวกเขาก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อสังหารคนเหล่านั้นทิ้ง

    ซึ่งนี้คือความสามัคคีของตระกูลหนาน ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นจักรพรรดิยุทธ์แล้วจะแสดงอำนาจหรือท่าทีแบบนี้ แม้แต่ตอนที่พวกเขายังเป็นตระกูลเล็กๆ ถ้าหากมีคนมาหาเรื่องตระกูลหนาน ทุกคนในตระกูลหนานก็พร้อมใจกันที่จะจัดการกับศัตรูทั้งหมด แม้ว่าพวกเขาจะต้องจ่ายในราคาที่แพงก็ตาม

    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่พวกเขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ ถ้าหากพวกเขาต้องการทำลายตระกูลโอวหยางจริงๆ ตระกูลโอวหยางก็คงไม่มีทางรอดจนถึงวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน

    “ ท่านผํ้นำตระกูลแล้วพวกเราจะเอาทำอย่างไร? " หนานหย่าจีผู้อาวุโสเก้าของตระกูลหนาน และนางยังเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวของตระกูลหนานที่มีพลังระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้น

    เนื่องจากในอดีตหนานหย่าจีเคยถูกฝึกโดยศาลาชุนหมิง พวกเขาทุ่มทรัพยากรจำนวนมากให้กับหนานหย่าจีบ่มเพาะ เพราะแบบนี้อำนาจของหนานหย่าจีในตระกูลหนานจึงมีมากกว่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ

    “ เหอะ! ในเมื่อพวกตระกูลโอวหยางกล้ารังแกคนตระกูลหนานเรา ข้าหนานเส้าหุยจะไปทวงความยุติธรรมเอง ” หนานเส้าหุย ผู้อาวุโสห้าของตระกูลหนาน ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูง

    ผู้อาวุโสคนอื่นๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที พวกเขาต้องการให้ตระกูลโอวหยางจ่ายค่าเสียหายให้กับหนานหลิน

    หนานเฟยหยุนฟังคำกล่าวของผู้อาวุโสทุกคนก่อนที่เขาจะปรบมือเบาๆ เพื่อให้ผู้อาวุโสทุกคนเงียบ

    “ ข้าคิดว่าการส่งคนไปที่ตระกูลโอวหยางก็ถือว่าเป็นการแสดงตัวตนของพวกเรา เพราะถึงอย่างไรตระกูลหนานไม่สามารถถูกหลบหลู่ได้ ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสสองและผู้อาวุโสเก้าพวกท่านทั้งสามคนไปที่ตระกูลโอวหยางและพูดคุยกับพวกเขาสักเล็กน้อยแล้วกัน ” หนานเฟยหยุนกล่าวขึ้น

    ผู้อาวุโสใหญ่หนานเฟิงวินและผู้อาวุโสสองหนานเถียนจู ทั้งสองเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์ และเมื่อรวมกับผู้อาวุโสเก้าหนานหย่าจียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ก็เพียงพอที่จะแสดงอำนาจตระกูลหนานให้ทุกๆคนได้เห็น

    “ รับคำสั่งท่านผู้นำตระกูล ” ผู้อาวุโสทั้งสามตอบรับก่อนที่จะออกจากห้องโถงทันที

    เมื่อผู้อาวุโสทั้งสามไปแล้ว หนานเฟยหยุนก็กล่าวขึ้นว่า “ ผู้อาวุโสทุกท่าน อีกไม่นานจะมีคนของกองกำลังต่างๆมาที่นี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ข้าคิดว่าพวกเราก็น่าจะแสดงความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาได้เห็นสักหน่อย ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร? ” 

    เมื่อผู้อาวุโสทั้งหมดได้ยิน พวกเขาก็ยิ้มอย่างตื่นเต้นและเสนอความคิดทันที 

    ครึ่งชั่วยามต่อมา

    บนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงต้าเหยียน

    ผู้อาวุโสทั้งสามลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับมองมายังเมืองหลวงด้วยแววตาตื่นเต้น

    “ ฮ่าฮ่า นี้คือครั้งแรกเลยที่ข้ามายังเมืองหลวง ถ้าหากไม่ใช่หย่าจีพวกเราคงหลงทางไปแล้ว ” ผู้อาวุโสสองหนานเถียนจูกล่าวพร้อมกับลูบเคราแพะของตัวเอง

    “ นั้นสิ…หย่าจีเจ้าเคยมาเมืองหลวงด้วยงั้นหรือ? ” หนานเฟิงวินถามขึ้นด้วยความสงสัย

    สำหรับพวกเขาที่เป็นเพียงแค่ตระกูลเล็กๆรอบภูเขามู่อวิ๋น พวกเขาไปไกลสุดก็คือเมืองฮุ่ย แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถเดินทางมาเมืองหลวงต้าเหยียนโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเท่านั้น เรียกได้ว่าความเร็วนี้รวดเร็วเป็นอย่างมาก

    ต้องไม่ลืมว่าเรือบินของสถาบันฉินเยี่ยกว่าจะมาถึงเมืองหลวงต้าเหยียนก็ต้องใช้เวลาเกือบยี่สิบวัน แต่นั้นคือความเร็วของระดับปราชญ์ยุทธ์ ไม่สามารถเทียบได้กับความเร็วของจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ไม่สิต้องบอกว่าความเร็วของผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสองนั้นเร็วกว่าระดับเหนือยุทธ์ขั้นต้นเสียอีก

    หนานหย่าจีพยักหน้ารับและกล่าวว่า “ เมื่อหลายเกือนก่อนข้าต้องมาจัดการธุระเล็กน้อยที่นี้จึงทำให้พอจำเส้นทางได้บ้าง ” 

    “ งั้นเจ้าก็คงรู้ใช่ไหมว่าตระกูลโอวหยางอยู่ที่ไหน? ” หนานเฟิงวินถามขึ้นอีกครั้ง

    หนานหย่าจีส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ในตอนที่มาครั้งที่แล้วนั้นข้ามาเพียงไม่กี่ชั่วยามแล้วก็กลับ แต่ข้าพอรู้มาว่าตระกูลโอวหยางหรือตระกูลใหญ่ทั้งหลายตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองหลวง ” 

    “ ทางเหนืองั้นหรือ ” หนานเถียนจูหรี่ตาพร้อมกับหยิบเอาเข็มทิศออกมาและตรวจสอบทันที

    “ ทางนั้น ” หนานเถียนจูกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังทิศเหนือของเมืองหลวง

    จากนั้นทั้งสามก็พุ่งตัวไปยังทางเหนือของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว

    หนานหมิงที่นั่งดื่มชาอยู่ในหอหมื่นสมุทรเขาก็มองไปยังทิศทางที่ผู้อาวุโสตระกูลหนานทั้งสามคนอยู่ด้วยแววตาประหลาดใจ

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกคนเถ้าคนแก่จะเคลื่อนไหวเร็วแบบนี้ ” หนานหมิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

    แม้ว่าจะเรียกว่าคนเถ้าคนแก่ แต่ผู้อาวุโสใหญ่ก็อายุเพียงแค่เก้าสิบปีเท่านั้น สำหรับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ที่อยู่ได้เป็นพันปี ผู้อาวุโสใหญ่ก็ยังคงเป็นรุ่นเยาว์อยู่เลย

    ทางฝั่งของหนานหลิน นางกำลังนั่งกินขนมอยู่กับชิงเหยาและหม่าซีเยว่

    ทันใดนั้นหนานหลินและหม่าซีเยว่ก็มองไปยังทิศเหนือของเมืองหลวงด้วยแววตาประหลาดใจ

    “ ดูเหมือนว่าตระกูลของเจ้าจะมาหาเรื่องตระกูลโอวหยางแล้วนะ ” หม่าซีเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะพร้อมกับกินขนมไปด้วย

    หนานหลินยิ้มอย่างสบายๆและกล่าวว่า “ ดูเหมือนว่าข่าวที่ข้าถูกแกล้งไปถึงหูท่านพ่อแล้ว ” 

    หนานหลินย่อมจดจำกลิ่นอายของผู้อาวุโสตระกูลหนานได้เพราะผู้อาวุโสตระกูลหนาน ไม่สิคนของตระกูลหนานทั้งหมดบ่มเพาะทักษะเซียนแบบเดียวกัน จึงทำให้มีกลิ่นอายที่เหมือนกัน และหนานหลินเองก็สัมผัสได้ถึงลมพลังปราณที่เหมือนกัน ทำให้นางมั่นใจว่าคนที่มานั้นคือคนของตระกูลหนาน

    ชิงเหยามองดูทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยความสงสัย

    “ นี้พวกเจ้ากล่าวอะไรกัน… ” ยังไม่ทันทีชิงเหยาจะกล่าวจบ กลิ่นอายของจักรพรรดิยุทธ์ก็กระจายไปทั่วเมืองหลวงต้าเหยียน

    กลิ่นอายของจักรพรรดิยุทธ์ทำให้เมืองหลวงต้าเหยียนสั่นสะเทือนในทันที ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าบรรพจารย์ยุทธ์ถึงกับล้มลงไปนั่งกับพื้น ส่วนบรรพจารย์ยุทธ์ ปราชญ์ยุทธ์และราชันยุทธ์ แม้ว่าจะดีกว่าแต่พวกเขาก็รู้สึกถึงพลังที่ทรงอำนาจกดทับจนแทบหายใจไม่ออก

    เหล่าจักรพรรดิยุทธ์ที่เพิ่งจะได้พักผ่อนก็ต้องขมวดคิ้วแน่นและมองไปยังบนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงด้วยแววตาเคร่งเครียดและหวาดกลัว พวกเขาสัมผัสได้ว่าออร่าที่ถูกปล่อยออกมานั้นคือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ แถมยังใกล้เคียงกับระดับเหนือยุทธ์อีกด้วย ซึ่งนี้แสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์สองคนนี้ได้ก้าวเข้าสู่ระดับเหนือยุทธ์ครึ่งก้าวแล้ว

    “ เกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ทำไมจู่ๆถึงมีจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์สองคนมาที่นี้อีก ” เหยียนเต๋าจวินอดไม่ไก้ที่จะสบถออกมา

    “ ไปกันเถอะ ” เหยียยลู่ซันกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาและคิดว่า ทำไมเพียงแค่วันเดียวถึงได้มียอดฝีมือระดับสูงปรากฏตัวออกมาให้เห็นเยอะจริงๆ

    เหล่าจักรพรรดิยุทธ์คนอื่นๆก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า ยกเว้นเพียงแค่จักรพรรดิยุทธ์ของตระกูลโอวหยางที่ได้รับบาดเจ็บจากหม่าซีเยว่

    “ แขกท่านสามท่านหยุดก่อน ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสามมีธุระอันใดที่เมืองหลวงนี้ ” เหยียนเฟิงหุยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ

    เนื่องจากแขกท่านสามท่านเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสมบูรณ์สองคน ส่วนอีกท่านหนึ่งแม้ว่าจะเก็บซ่อนพลังเอาไว้แต่เหยียนเฟิงหุยสัมผัสได้ทันทีว่าท่านที่เก็บซ่อนพลังเอาไว้นั้นต้องแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิยุทธ์ทั้งสองท่านนี้ หรือก็คือยอดฝีมือท่านนั้นคือยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์

    ไม่ใช่แค่เหยียนเฟิงหุยที่คิดแบบนั้น จักรพรรดิยุทธ์ทั้งหมดก็คิดเห็นเช่นเดียวกันกับเขา

    ' นี้มันบ้าอะไรกัน ทำไมถึงมียอดฝีมือระดับนี้ปรากฏตัวขึ้นมาสองคน? " เหยียนเฟิงวินและคนอื่นๆพากันคิด

    หนานเถียนจูเหลือบมองจักรพรรดิยุทธ์สิบกว่าคนที่อยู่ด้านหน้าด้วยแววตาเย็นชาและกล่าขึ้นว่า “ ลูกเต่าตัวไหนเป็นคนของตระกูลโอวหยาง? ” 

    เมื่อเหล่าจักรพรรดิยุทธ์และผู้คนในเมืองหลวงได้ยิน พวกเขาก็แทบจะสำลักและคิดว่าตระกูลโอวหยางไปขุดสุสานของสำนักที่ทรงพลังหรืออย่างไรถึงมีแต่ยอดฝีมือมาหาเรื่องแบบนี้

    “ พวกท่านมาหาตระกูลโอวหยางด้วยสาเหตุใดหรือ? ” เหยียนลู่ซันถามขึ้น

    หนานเฟิงวินหรี่ตาลงพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณพุ่งใส่เหยียนลู่ซันอย่างรวดเร็ว

    อัก! 

    เหยียนลู่ซันกระอักเลือดคำโตพร้อมกับรีบกล่าวขอโทษทันที “ ข้าน้อยเหยียนลู่ซันเป็นคนของราชวงศ์เหยียน ข้าน้อยไม่ได้หาเรื่องพวกท่าน ”    

    หนานเฟิงวินแค่นเสียงเล็กน้อยและกล่าวขึ้นว่า “ ถ้าเจ้าไม่ใช่คนของตระกูลโอวหยางงั้นก็เงียบปากไปซะ ข้าจะถามอีกครั้งว่าลูกเต่าตระกูลโอวหยางอยู่ไหน ถ้าหากพวกเจ้าไม่ปรากฏตัวขึ้นมาในสามลมหายใจ ข้าจะทำลายตระกูลโอวหยางทิ้ง ” 

    เสียงของหนานเฟิงวินกระจายไปทั่วเมืองหลวง แม้กระทั้งผู้คนที่อยู่นอกเมืองหลวงหลายสิบลี้ก็ยังได้ยินชัดเจน

    ทันใดนั้นโอวหยางชิวหลงและบรรพชนระดับจักรพรรดิยุทธ์ทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า

    เวลานี้โอวหยางเฟิงหุยและโอวหยางฟางรุ่ยอยู่ในสภาพบาดเจ็บอยู่ ใบหน้าของทั้งสองซีดขาว ดวงตาของทั้งสองมองมายังหนานเฟิงวินและคนอื่นๆด้วยความเคารพและหวาดกลัว

    “ ผู้อาวุโสข้าน้อยโอวหยางชิวหลงผู้นำตระกูลโอวหยาง ไม่ทราบว่าตระกูลโอวหยางของข้าน้อยสร้างปัญหาอะไรฝห้กับผู้อาวุโสงั้นหรือ? ” โอวหยางชิวหลงถามด้วยน้ำเสียงเคารพ

    “ เหอะ! ตระกูลโอวหยางของพวกเจ้ากล้าดียังไงถึงจะมาจับหลานสาวที่น่ารักของข้า ” หนานเถียนจูกล่าวอย่างไม่พอใจ

    “ นั้นสิ…เจ้าคิดว่าตระกูลโอวหยางของเจ้าแข็งแกร่งนักหรือยังไงถึงได้กล้าทำตัวหยิ่งผยองแบบนี้ ” หนานเฟิงวินเองก็กล่าวเสริม

    ใบหน้าของโอวหยางชิวหลงและบรรพชนทั้งสองถึงกับหน้าถอดสี 

    แม้กระทั้งจักรพรรดิยุทธ์คนอื่นๆที่อยู่รอบๆก็ถอยหายจากคนของตระกูลโอวหยางพร้อมกับมองพวกเขาด้วยแววตาที่แสดงถึงความเห็นใจ

    “ ไม่ทราบว่าหลานสาวของผู้อาวุโสคือใครหรือขอรับ? ” โอวหยางชิวหลงถามด้วยน้เสียงสั่นเทา

    ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมยอดฝีมือระดับนี้ถึงตามหาตระกูลโอวหยาง ที่แท้ก็เพราะมีคนของตระกูลโอวหยางต้องการลักพาตัวหลานสาวของพวกเขา

     “ หลานสาวของข้าคือหนานหลินและข้าคือปู่สองของนาง นามว่าหนานเฟิงวิน ” หนานเฟิงวินกล่าวขึ้น

    “ ส่วนข้าคือปู่สองของนาง นามว่าหนานเถียนจู ” หนานเถียนจูกล่าวเสริม 

    “ ข้าน้าสาวของนาง หนานหย่าจี ” หนานหย่าจีกล่าวขึ้นอีกคน

    เวลานี้โอวหยางชิวหลงและบรรพชนทั้งสองคนก็รับรู้ได้แล้วว่าทำไมผู้อาวุโสทั้งสามท่านถึงมาหาเรื่องตระกูลหนาน

    เหล่าจักรพรรดิยุทธ์และผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบๆถึงกับแสดงสีหน้าตกใจออกมา

    “ เดี๋ยวนะผู้อาวุโสทั้งสามท่านนี้เป็นคนของตระกูลหนาน? ใครเป็นคนบอกข้ากันว่าตระกูลหนานเป็นเพียงตระกูลเล็กๆที่ไม่มีแม้กระทั้งระดับอาจารย์ยุทธ์? ” เสวียนสุ่ยเถา บรรพชนของตระกูลเสวียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ

    “ นั้นสิข้าเองก็ได้รับรายงานแบบนั้นเหมือนกัน หรือว่าแท้จริงแล้วตระกูลหนานปกปิดตัวเองมาตลอด ถ้าหากไม่ใช่เพราะตระกูลโอวหยางสร้างปัญหาล่ะก็เกรงว่าพวกเราคงไม่รู้ว่ามีกองกำลังที่ทรงพลังนี้อยู่ในอาณาจักร ” ตงฟางฉิน บรรพชนตระกูลตงฟางกล่าวเสริม

    “ ถ้าหากเป็นอย่างที่ฟางฉินกล่าวมาจริงๆ เช่นนั้นก็ไม่แปลกใจเลยที่คุณหนูหนานหลินและคุณชายหนานหมิงจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมแบบนั้น ” มู่หยู่หวง บรรพชนตระกูลมู่กล่าวเสริมอีก

    “ สรุปแล้วน่าจะเป็นอย่างที่ตงฟางฉินกล่าวมานั้นแหละ ตระกูลหนานน่าจะเป็นตระกูลลับที่หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ” เฟยเสี้ยนหาน บรรพชนของตระกูลของตระกูลเฟย กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง

    “ ไม่ได้การล่ะข้าต้องไปเยือนตระกูลหนานด้วยตัวเอง ” เสวียนสุ่ยเถากล่าวด้วยท่าทีจริงจัง

    บรรพชนทั้งหลายก็เข้าใจความหมายของเสวียนสุ่ยเถาทันที 

    ในตอนแรกพวกเขาส่งเพียงแค่ผู้อาวุโสใหญ่หรือผู้อาวุโสระดับสูงไปเยือนตระกูลหนานเพราะพวกเขารู้สึกว่าแม้ว่าตระกูลหนานจะมีหอการค้าหมื่นสมุทรหรือหม่าซีเยว่ผู้ลึกลับอยู่เบื้องหลัง แต่พวกเขาก็เป็นเพียงแค่ตระกูลเล็กๆตระกูลหนึ่ง การส่งผู้อาวุโสระดับสูงไปก็ถือว่าเป็นการให้หน้าตระกูลหนานแล้ว

    แต่ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันเปลื่ยนไปแล้ว ตระกูลหนานที่ถูกมองว่าเป็นเพียงตระกูลเล็กแท้จริงแล้วพวกเขาน่ะแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชวงศ์เหยียนเสียอีก

    ต้องไม่ลืมว่าที่ปรากฏตัวออกมาคือผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสสองและผู้อาวุโสเก้า แล้วผู้อาวุโสที่เหลือก็น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์เช่นกัน แม้ไม่รู้ว่าจะมียอดฝีมือจักรพรรดิยุทธ์มากแค่ไหน แต่ดูจากจำนวนผู้อาวุโสแล้วอย่างน้อยๆก็มีจักรพรรดิยุทธ์ถึงเก้าคน

    ไม่สิถ้าหากต้องรวมกับผู้นำตระกูลและค่ดว่าจะต้องมีบรรพชนของตระกูลด้วย อย่างน้อยๆพวกเขาจะต้องมีจักรพรรดิยุทธ์มากกว่าสิบคนขึ้นไป และดีไม่ดีอาจจะมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่ด้วย

    ด้วยความแกร่งระดับนี้การส่งผู้อาวุโสไปเยือนถือว่าเป็นการลบหลู่ตระกูลหนานอย่างยิ่ง พวกเขาในฐานะจักรพรรดิยุทธ์ต้องไปเยือนตระกูลหนานด้วยตัวเองถึงจะเป็นการเคารพตระกูลหนาน

    เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นพวกเขาจึงรีบติดต่อไปยังผู้นำตระกูลของตัวเองและสั่งให้ขบวนผู้อาวุโสที่จะไปเยือนตระกูลหนานให้กลับมาก่อน เพราะพวกเขาจะเป็นผู้นำขบวนเอง

    ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องให้บรรพชนเหล่านั้นบอก เพราะผู้นำตระกูลใหญ่ทั้งสี่รีบแจ้งไปยังขบวนผู้อาวุโสให้หยุดและกลับมาที่ตระกูลก่อนแล้ว 

    ถึงอย่างไรกลิ่นอายของจักรพรรดิยุทธ์พวกเขาย่อมสัมผัสได้อย่างชัดเจน แถมพวกเขาในฐานะที่เป็นผู้นำตระกูลยังรู้อีกว่าการที่ผู้อาวุโสของตระกูลหนานปรากฏตัวขึ้นที่นี้ก็เพราะต้องการบอกกับกองกำลังทั้งหมดว่าตระกูลหนานคือตระกูลที่ไม่มีใครสามารถดูหมิ่นได้ ถือว่าเป็นการแสดงความแข็งแกร่งให้กับทุกๆคนดู พวกเขาเชื่อว่านี้เป็นเพียงแค่ยอดน้ำแข็งเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรทุกตระกูลก็ต้องปกปิดความแข็งแกร่งของตัวเองเอาไว้