บทที่ 2 ชาตินี้ฉันจะเป็ฝ่ายเริ่มก่อนเอง !
ชาวบ้านที่เดินผ่านมาต่างเบิกตากว้างด้วยความใ "เหมียนเหมียน… เธอหายดีแล้วเหรอ ?"
ถังซีเหมียนพยักหน้าพลางฉีกยิ้มกว้าง "ฉันหายดีแล้วค่ะ! สมองก็เบิกบานแจ่มใส !"
"เฮ้อ! ใช้ชีวิตให้ดี ๆ ก็พอแล้ว !"
"ถูกต้อง !"
ฉู่เจียงชวนก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ซึ่งนับเป็เื่ที่หาได้ยาก
เมื่อมาถึงคันนา สวี่กว่างเฟินก็เกี่ยวข้าวไปได้ครึ่งหมู่แล้ว ถัดไปเป็ที่นาของบ้านเซี่ยเหวินปัวแล้วถัดออกไปอีก ... ถัดออกไปอีกเป็ที่นาของบ้านใครกันนะ ?
ไม่รู้ทำไมถังซีเหมียนรู้สึกว่าตัวเองกำลังลืมเื่สำคัญบางอย่าง
คืออะไรนะ ?
"เหมียนเหมียน เธอมาแล้วเหรอ ?" เสียงของเซี่ยเหวินปัวนุ่มนวล แต่เมื่อเข้าหูถังซีเหมียน กลับฟังดูไม่ต่างอะไรกับพวกผู้ชายในไนท์คลับยุคหลัง !
เธอปั้นหน้าเ็า "เซี่ยเหวินปัว คราวหน้าเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ด้วย! ไม่ว่าจะยังไงเจียงชวนก็อายุมากกว่าหนึ่งปี นายไม่เคารพผู้าุโเลยหรือไง !"
ครอบครัวเซี่ยทุกคนชะงักงัน โดยเฉพาะเซี่ยเหวินปัวที่ถึงกับตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า
"เหมียนเหมียน เธอเป็อะไรไปเกิดอะไรขึ้น พวกเราไม่ใช่..."
"ฉันกับนายเราแค่อยู่หมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น ! นายคิดอะไรอยู่ ก่อนหน้านี้ฉันก็แค่โง่ไปหน่อย แต่ตอนนี้ฉันได้สติแล้วต่อไปพวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันทั้งนั้น !"
พูดจบเธอก็หันหลังกลับพร้อมกับยิ้ม "เจียงชวน คุณค่อย ๆ มัดฟ่อนข้าวไปนะ ฉันจะไปเกี่ยวข้าวเอง"
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ !
ถังซีเหมียนทำงานอย่างคล่องแคล่วว่องไว ั้แ่เด็กก็ทำหลายอย่างด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นจึงมีแรงไม่น้อยเลยทีเดียว จนกระทั่งไม่นานนักเธอก็ทำงานได้เร็วกว่าสวี่กว่างเฟินเสียอีก
เหงื่อไหลจากลำคอลงไปในเสื้อผ้า หลังจากเกี่ยวข้าวแถวนี้เสร็จถังซีเหมียนเงยหน้ามองฉู่เจียงชวนที่กำลังมัดข้าวและเก็บรวงข้าวอยู่ที่ไกล ๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "เจียงชวน คุณไม่ต้องรีบหรอก"
แม้ว่าเหงื่อเปียกแฉะจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่นั้นยิ่งตอกย้ำว่านี้คือความจริงเธอไม่ได้กำลังฝันไป
"คุณก็ไม่ต้องรีบเหมือนกันนะ"
น้ำเสียงของฉู่เจียงชวนแฝงไปด้วยความดีใจเล็ก ๆ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนไป แต่แค่เธอยอมอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ดีแล้ว !
ฟางเจวียนที่ถือน้ำมาให้คนทำงานในคันนาถึงกับตะลึงงัน ทำไมถังซีเหมียนถึงมาทำงานในทุ่งนาได้ ?
แถมเธอยังยิ้ม… ให้ฉู่เจียงชวนด้วย !
บ้าไปแล้ว !
"เหมียนเหมียน!" ฟางเจวียนะโ "ทำไมเธอถึงมาที่ทุ่งนาล่ะ !"
นี่มัน...
ถังซีเหมียนเงยหน้ามองสักครู่แล้วเข้าใจทันที "ฟางเจวียนเหรอ ? ฉันก็แค่ตายไปครั้งนึงก็เลยกลับมามีสติ! ฉันไม่คิดอะไรทั้งนั้น ต่อไปนี้จะใช้ชีวิตอย่างสงบกับเจียงชวนน่ะ !"
เดิมทีเธอนึกว่า ที่ดินข้าง ๆ เป็ของบ้านใครเสียอีก !
ฟางเจวียน เพื่อนสนิทในชาติก่อนของเธอ คนที่ชักจูงให้เธอแสวงหาความอิสระ แต่ความจริงหลังจากที่เธอจากไป ฟางเจวียนพยายามยั่วยวนฉู่เจียงชวน สุดท้ายก็โดนเขาทำให้แขนซ้ายหัก หลังจากนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรบ้า ๆ อีก
หึ…เพื่อนจอมปลอมแบบนี้น่ะเหรอ ฮึ จะเรียกว่าปลอมก็ยังดีเกินไปหล่อนก็แค่พวกไร้ค่า !
ฟางเจวียนทำหน้าตกตะลึง
ฉู่เจียงชวนเงยหน้ามองเธอ สายตาของเขาทำให้ฟางเจวียนรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เขารักผู้หญิงคนนั้นมากขนาดนี้เลยเหรอ ? ไม่คิดจะช่วยเธอพูดอะไรสักคำเลยเหรอ ?!
ตอนนี้เธอควรทำอย่างไรดี ทำไมมันถึงแตกต่างจากชาติก่อนมากขนาดนี้ !
หลังจากเกี่ยวข้าวไปได้พื้นที่ใหญ่ ถังซีเหมียนก็รู้สึกคอแห้ง เธอจึงนั่งลงข้าง ๆ ฉู่เจียงชวนและดื่มน้ำพลางเรียกสวี่กว่างเฟินมาด้วย "แม่คะ งานนี้เราไม่จำเป็ต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียวนะคะ สองหมู่นี่พวกเราพยายามหน่อยก็ทำได้ แต่ว่าอย่าทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปนะคะ"
สวี่กว่างเฟินเห็นเธอขยันทำงานก็ไม่ได้บ่นอะไร เพียงแค่พูดว่า "เธอดื่มน้ำเยอะ ๆ นะ คนไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนอย่าให้เหนื่อยจนล้มป่วยล่ะ"
ฉู่เจียงชวนหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนึงส่งให้ "เช็ดเหงื่อหน่อยเถอะ"
ถังซีเหมียนรับมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า "คุณยังเก็บมันไว้อีกเหรอ ?!"
ฉู่เจียงชวนไม่พูดอะไร
ตอนที่ถังซีเหมียนรับผ้าเช็ดหน้าคืนไป นิ้วก้อยของเธอได้เกี่ยวเบา ๆ ที่ฝ่ามือของเขา
ชาตินี้ให้ฉันเป็ฝ่ายลงมือทำบ้าง ให้ฉันได้เป็ภรรยาที่คลั่งรักสามีเถอะ !
ฉู่เจียงชวนมือสั่นสะท้านนึกถึงตอนที่เธอหอมแก้มเขาในห้องครัว ใบหน้าพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที
ถังซีเหมียนยิ้มบางแล้วหมุนตัวกลับไปทำงานต่อ
ตอนนี้ที่นาสองหมู่เหลืออีกแค่หนึ่งหมู่ ตอนบ่ายก็คงจะทำเสร็จแล้ว
เซี่ยเหวินปัวมองร่างที่กำลังยุ่งวุ่นวายของถังซีเหมียน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้คอยตามจีบเขาตลอดหรอกเหรอ ?
แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ !
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้น วันนี้ทุกคนที่เห็นถังซีเหมียนต่างรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป
ก่อนหน้านี้เธอชอบร้องงอแงจะกลับบ้านตลอด วิ่งไล่ตามลูกชายคนโตตระกูลเซี่ยทั้งวันเอาแต่พูดเื่หย่าร้าง แต่ตอนนี้ถังซีเหมียนเปลี่ยนไปแล้ว เธอเตรียมพร้อมจะใช้ชีวิตคู่ให้ดีแล้วเหรอ ?
ฉู่เจียงชวนแบกข้าวสาลีไว้บนหลัง แล้วค่อย ๆ เดินไปบนถนน แม้ว่าขาของเขาจะยังปวดเป็บางคครั้ง แต่เขากลับก้าวอย่างมั่นคง
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าความหนักบนหลังหายไป ฉู่เจียงชวนกำลังจะหันหลังไปมองก็ได้ยินเสียงของถังซีเหมียนดังมาจากด้านหลัง "ไปกันเถอะ ฉันจะไปกับคุณ !"
‘ฉันจะไปกับคุณ !’
มุมปากของฉู่เจียงชวนอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม
ข้าวสาลีถูกมัดไว้บนรถเข็น ฉู่เจียงชวนยื่นมือรินน้ำให้ถังซีเหมียน 1 ชาม "ดื่มน้ำหน่อยเถอะ"
ถังซีเหมียนยิ้มให้เขา แม้ว่าใบหน้าจะสกปรกมอมแมม หากแต่ก็เต็มไปด้วยความสดใส "นาของเราได้ข้าวประมาณสามร้อยจินแล้วใช่ไหม ? ทำไมได้น้อยจังเลยล่ะ ?"
"ใช่ แถวนี้พวกเรามีบ่อน้ำแค่บ่อเดียว มีที่นาเยอะแต่บ่อน้ำน้อยน่ะ"
ทั้งสองเข็นรถกลับบัาน ระหว่างนั้นถังซีเหมียนก็พูดว่า "ความจริงแล้วไม่ใช่แค่นั้นหรอก แต่เพราะพวกเราใช้ปุ๋ยน้อยต่างหาก"
ฉู่เจียงชวนไม่รู้ว่าเธอเพิ่งจะเข้าใจเื่พวกนี้ตอนเรียนมัธยมปลายหรือเปล่า เขาพยักหน้า "ใช่ ปุ๋ยหนึ่งถุง ราคาสามสิบกว่าหยวน แพงจนใช้ไม่ลง"
"บ้านเราปลูกพืชทั้งหมดห้าหมู่ข้าวสาลีหนึ่งพันกว่าจิน ข้าวโพดสองพันกว่าจิน แค่นี้ถือว่า เป็ปีที่ได้ผลผลิตดีแล้วนะ! แต่ราคาธัญพืชถูกถ้าบ้านเราไม่ได้ปลูกมันเทศด้วย แล้วก็มีผักที่ปลูกไว้หน้าบ้าน พวกเราคงอดตายไปแล้วมั้ง?"
ถังซีเหมียนอดถอนหายใจไม่ได้
ถ้าเป็อีกหลายสิบปีข้างหน้าที่นาหนึ่งหมู่จะได้ผลผลิตตั้งหนึ่งพันจิน !
เฮ้อ...
"ไม่ต้องกังวลหรอก เธอจะไม่อดอยากแน่นอน" ฉู่เจียงชวนปลอบโยนเมื่อเห็นเธอเงียบไป
ถังซีเหมียนพยักหน้า "ฉันรู้ !"
แต่หญิงสาวก็ยังคิดอยู่ว่า นอกจากอิ่มท้องแล้วจะสามารถกินให้ดีกว่านี้ได้ไหม ?
ฉู่เจียงชวนรู้ว่าเธอจะไม่หนีไปไหน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองภรรยาบ่อย ๆ เธอเป็หญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน ตอนอายุเพียงสิบเจ็ดปีก็มีคนหมายตาแล้ว แต่ไม่คิดว่าชั่วพริบตาเดียว เธอจะกลายเป็ภรรยาของเขา
เมื่อกลับถึงบ้านทั้งสองเร่งขนของลงจากรถเข็น ตอนนี้ลานบ้านของทุกครัวเรือนล้วนถูกทำความสะอาดเรียบร้อยเพื่อเตรียมไว้วางข้าวสาลี
ผ่านมาสองสามวันแล้ว วันนี้อากาศยังพอใช้ได้ เพราะฉะนั้นต้องรีบตากข้าวให้แห้ง
ถังซีเหมียนดื่มน้ำสองอึก ขณะที่กำลังถือกระบวยน้ำออกไปให้ฉู่เจียงชวน เธอก็ชนเข้ากับเขาอย่างจัง
"โอ๊ะ !"
น้ำหกราดใส่ตัวเธอพร้อมเสียงร้องใ
เสื้อเชิ้ตลายดอกสีเหลืองอ่อนเปียกจนดูโปร่งแสง เผยให้เห็นเสื้อด้านในเลือนราง
ฉู่เจียงชวนรีบหันหลังกลับทันที "เอ่อ..."
"รีบร้อนอะไรขนาดนั้นฉันก็แค่จะเอาน้ำมาให้คุณ! เดี๋ยวจะฉันเช็ดตัว คุณออกไปข้างนอกก่อนแล้วกัน" เสียงของถังซีเหมียนฟังดูไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น… ฉู่เจียงชวนยังได้ยินน้ำเสียงที่แฝงความเย้ายวนอยู่ในนั้นด้วย
ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ จากนั้นรีบหมุนตัววิ่งออกไปตามด้วยเสียงหัวเราะล้อเลียนของถังซีเหมียนดังไล่หลัง
หลังจากเหตุการณ์เล็ก ๆ นี้ระยะห่างระหว่างทั้งสองดูเหมือนจะลดลงกว่าเดิมจนกระทั่งถึงเวลาจุดตะเกียงในตอนค่ำ การทำไร่วันนี้ก็เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์
การทำงานเป็เื่ธรรมดา แต่พอถึงเวลานอนตอนกลางคืน ฉู่เจียงชวนและถังซีเหมียนต่างก็รู้สึกกังวล
พวกเขา… ต้องนอนด้วยกันเหรอ ?