บทที่ 11 เธอถูกแยกโดดเดี่ยวหรือเปล่า?
กู้เหลียนเพิ่งกลับถึงบ้านก็ถูกแม่เรียกไปที่บ้านหลังเก่าทันที “ลูกไปซ่อมหลังคาบ้านหลังนี้ให้หน่อย เดี๋ยวตัวอวี๋จะมาอยู่”
ใบหน้าของกู้เหลียนเขร่งขรึมลงอีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นเกลียดเขามากขนาดนั้นเลยหรือ?
“นี่! ลูกได้ยินไหม? ยืนนิ่งอยู่ทำไม?” แม่ของกู้เหลียนมองลูกชายของเธอ “รีบไปซ่อมหลังคาให้หน่อย แล้วก็ช่วยเธอเก็บของด้วย”
เสิ่นตัวอวี๋หัวเราะเบาๆ “ป้าคะ ของฉันมีไม่เยอะหรอกค่ะฉันขนเองได้”
พูดจบเธอก็ทำหน้ายียวน ทำให้แม่ของกู้เหลียนหัวเราะออกมา
เสิ่นตัวอวี๋ไม่สนใจกู้เหลียน เดินเข้าไปในบ้านทันที โชคดีที่มีเตียงไม้แผ่นเดียว
แต่พอก็นั่งลงไป “ตุ๊บ...” เตียงพัง เสิ่นตัวอวี๋แทบจะร้องไห้ มองไปที่กู้เหลียน “ฉัน...ฉันผอมนะ ไม่ใช่ความผิดของฉันนะ”
กู้เหลียนได้แต่กลั้นขำ ไม่พูดอะไรแล้วเดินออกไปทันที
บ้าชะมัด! ผู้ชายคนนี้เ็าเป็น้ำแข็ง แข็งทื่อเป็ท่อนไม้ ใช้วิธีรุนแรงแบบเงียบๆ เธอรับไม่ไหวหรอกแบบนี้
เสิ่นตัวอวี๋ส่ายหัว กู้เหลียนคงไม่ชอบเธอแน่ๆ เขาต้องชอบผู้ชายด้วยกันมากกว่า
แม่ของกู้เหลียนเป็คนใจกว้าง ตรงไปตรงมา ชอบเสิ่นตัวอวี๋มาก ขณะกำลังทำความสะอาดห้องเธอก็พูดว่า
“ในสวนมีแปลงผักสองแปลง ปลูกผักกาดไว้ก็ดีนะ ไม่งั้นพอหน้าหนาวจะไม่มีผักกิน
ที่นี่คนน้อยเดี๋ยวป้าไปเอาหมามาให้สองตัว ผู้หญิงอยู่คนเดียวมีหมาอยู่ด้วยก็ค่อยอุ่นใจหน่อย”
พูดจบเธอก็รีบออกไป
เสิ่นตัวอวี๋หัวเราะออกมา การเป็ชาวไร่ก็ไม่เลวร้ายนี่นา
เธอฮัมเพลงไปพลาง ทำความสะอาดสวนไปพลาง แล้วก็เห็นกู้เหลียนถือแผ่นไม้รองเตียงกลับมา เมื่อเห็นเธอฮัมเพลงอยู่ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจอีกครั้ง
กู้เหลียนจ้องมองเสิ่นตัวอวี๋ด้วยดวงตาสีดำสนิท “เธอกำลังหลบหน้าฉันอยู่หรือเปล่า?”
เสิ่นตัวอวี๋ใ “ฉัน...ฉันหลบหน้านายั้แ่เมื่อไหร่กัน?”
“ทำไมถึงย้ายออกจากบ้านฉัน?” กู้เหลียนคิดถึงเื่ที่เธอหลบหน้าเขา หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาเล็กน้อย หรือเธอยังคงคิดถึงลู่จวินอยู่?
เสิ่นตัวอวี๋พูดอย่างจนใจ “พี่สะใภ้ของนายแอบขโมยข้าวในห้องฉันบ่อยๆ ฉันเลยต้องหนี แล้วก็...อยู่คนเดียวสบายกว่า”
นอกจากจะไม่มีโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แล้ว ที่นี่ก็ดีไปหมด
กู้เหลียนมองริมฝีปากสีแดงของเธอ แล้วก็กลืนน้ำลายลงคอ หลบสายตา แล้วขนเตียงเข้าไปในห้อง
เหลือเพียงชายหนุ่มหญิงสาวสองคนในห้อง คนหนึ่งกวาดพื้น อีกคนหนึ่งประกอบเตียง ดูเหมือนคู่สามีภรรยา
“ตัวอวี๋ ดูสิ หมาสองตัวนี้ น่ารักไหม?” แม่ของกู้เหลียนอุ้มลูกหมาสีเหลืองสองตัวเข้ามา เสิ่นตัวอวี๋มองลูกหมาที่ยังลืมตาไม่ขึ้น แล้วเอื้อมมือไปรับมาอย่างเบามือ “น่ารักค่ะ ฉันชอบมาก ขอบคุณป้ากู้มากค่ะ”
“อย่าเกรงใจเลย! เราเป็ครอบครัวเดียวกัน ถ้ามีอะไรก็มาหาป้าหรือกู้เหลียนก็ได้ ช่างเถอะ ลูกชายป้าไปยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น? กลับไปได้แล้ว! ไปทำอาหารเย็นซะ!” แม่ของกู้เหลียนเตะไล่ลูกชายไป
กู้เหลียนเหลือบมองเสิ่นตัวอวี๋และลูกหมาในอ้อมแขนของเธอ ค่อยๆ เดินออกไป
เสิ่นตัวอวี๋ลูบหัวลูกหมา “ป้ากู้คะ ลูกหมาพวกนี้กินอะไรคะ? นมหรือเปล่า?”
แม่ของกู้เหลียนหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง “อุ๊ย! อย่าว่าป้าเลยนะ! คนชนบทอย่างเรา จะไปมีนมให้ลูกหมากินได้ยังไง? ใช้โจ๊กข้าวก็พอแล้ว หิวเมื่อไหร่มันก็กินเองแหละ”
เสิ่นตัวอวี๋พูดด้วยความยินดี “ป้าคะ ป้าใจดีกับฉันมากเลย เย็นนี้มากินข้าวเย็นด้วยกันนะคะ”
แม่ของกู้เหลียนมองเธอด้วยความเอ็นดู “ป้าต้องกลับแล้วนะ มีอะไรก็เรียกป้าได้นะ”
เสิ่นตัวอวี๋รู้สึกเสียดายเล็กน้อย ในชาติที่แล้วเธอเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวในห้องของเธอตลอดเวลา ไม่ค่อยมีอารมณ์จะคุยกับแม่ของกู้เหลียน หลังจากนั้นสองปี เธอก็ขนของย้ายไปอยู่หมู่บ้านอู่หลี่ถุน
เธอเทน้ำไปพลาง คิดไปพลางว่าอยากได้อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ไม่งั้นอาบน้ำก็ไม่สะดวก
หลังจากเช็ดตัวแล้ว เธอก็ต้มน้ำ เติมน้ำมันก๊าดลงโคมไฟ
แล้วก็ต้มบะหมี่ กินมื้อเย็นไปอย่างง่ายๆ ประตูต้องให้คนมาเสริม ต้องซื้อกับดักสัตว์เพิ่มอีกด้วย
คืนนี้หลับสบายมาก เช้าวันต่อมาเธอก็ทำขนมปังผัก ใส่ยอดเก๋ากิ๊และใส่ไข่ด้วย
หอมมาก เธอทำทั้งหมดหกชิ้น สองชิ้นไว้กินเอง สองชิ้นให้แม่กู้เหลียน อีกสองชิ้นให้เซี่ยเยว่เหมย
พอถึงทางเข้าหมู่บ้าน เธอก็เห็นเซี่ยเยว่เหมยกับชาวไร่อีกหลายคนกำลังเดินคุยกันอย่างสนุกสนาน
เซี่ยเยว่เหมยที่เห็นเสิ่นตัวอวี๋ ใบหน้ายิ้มแย้มก็เปลี่ยนไปทันที “นี่ เสิ่นตัวอวี๋ เธอมีอะไรจะบอกฉันเหรอ?”
เสิ่นตัวอวี๋พูดพร้อมรอยยิ้ม “ฉันทำขนมปังผักมาสองชิ้น อยากให้เธอพกไปกินที่กองผลิต”
เซี่ยเยว่เหมยปฏิเสธอย่างรีบร้อน “ไม่...ไม่ต้องหรอก ที่กองผลิตก็มีโจ๊กผักอยู่แล้ว เธอกินเองเถอะ!”
จ้าวเหวินที่อยู่ข้างๆ หัวเราะเยาะเย้ย
“ขนมปังผักแค่นี้ยังกล้าเอามาให้ เยว่เหมยอย่าไปหลงกลนะ เธอคิดว่าผู้หญิงคนนี้ใจดีจริงๆ เหรอ!
นี่อาจเป็ของที่เธอกินเหลือก็ได้ พวกเรารีบไปรายงานตัวที่กองผลิตกันเถอะ อย่าไปยุ่งกับคนแบบนี้ ไม่งั้นจะโดนร่างแหไปด้วย”
เสิ่นตัวอวี๋หน้าเสีย เซี่ยเยว่เหมยวิ่งไปกับคนอื่นๆ โดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังมามองเธอ หรือว่าเธอจะถูกทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดายแล้ว?
ช่างเถอะ! ถึงจะโดดเดี่ยวก็ไม่เป็ไร ชาติที่แล้วเสิ่นตัวอวี๋ก็เคยถูกทิ้งแบบนี้มาแล้ว ชาตินี้ก็ไม่กลัวเหมือนกัน
เสิ่นตัวอวี๋ไปที่บ้านของกู้เหลียนทันที พอเปิดประตูก็เห็นกู้เหลียนกำลังจะออกไป เธอยิ้มให้เขา แล้วก็เข้าไปหาแม่ของกู้เหลียน “ป้าคะ ขนมปังผักนี้ฉันทำเอง ป้าลองชิมดูนะคะ ฉันจะขึ้นไปบนเขาแล้วค่ะ!”
พูดจบก็เดินขึ้นเขาไป แม่ของกู้เหลียนพูดว่า “ ตัวอวี๋เป็คนน่ารักจริงๆ ถ้าเป็ลูกสาวฉันก็คงดี”
พ่อของกู้เหลียนพูด “ถ้าอย่างนั้นก็ให้แต่งงานเป็สะใภ้สามเลยดีไหม?”
“กู้เหลียนเป็อย่างนี้ คิดว่าจะคู่ควรกับสาวในเมืองได้เหรอ? พอแล้วๆ นี่ขนมปังผัก เอาไปกินตอนเที่ยง กินแต่โจ๊กผักทุกวัน เบื่อจะตายแล้ว” แม่ของกู้เหลียนยัดขนมปังผักให้พวกเขาทั้งสองคน
เสิ่นตัวอวี๋ปีนขึ้นไปบนูเา เมื่อวานก็เก็บสมุนไพรมาได้เยอะแยะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่สมุนไพรที่เธอ้า ตอนนี้สิ่งที่เธอ้ามากที่สุดคืออูโถวหรือดอกม่านถัวหลัว
หาอยู่นานทั้งวัน ขุดสมุนไพรได้อีกหลายอย่าง ในที่สุดก็พบดอกอูโถว
เสิ่นตัวอวี๋ขุดดอกอูโถวขึ้นมาพร้อมกับราก กินขนมปังผักแล้วก็หาต่อไป เจอต้นยาสูบป่า
ใบของยาสูบป่า ถ้าบดแล้วโยนลงไปในนาหรือบึง ก็จะทำให้ปลาในบึงมึนงง แล้วก็จับได้ง่ายๆ
เสิ่นตัวอวี๋อยากกินปลาต้มกะหล่ำปลี เธอเก็บยาสูบป่ามาเยอะ คืนนี้จะลองที่แม่น้ำข้างหน้าดู
วันนี้ที่ขุดได้คือสมุนไพรทั่วไปอย่าง ดอกหญ้าขม ดอกเบญจมาศป่า ดอกสายน้ำผึ้ง...
ยังเก็บเห็ดป่าได้อีกเยอะ ทั้งเห็ดมีพิษและไม่มีพิษ เธอก็เก็บหมด เห็ดมีพิษก็ดี เธอสามารถสกัดพิษได้
วันนี้ได้สมุนไพรเยอะมาก เสิ่นตัวอวี๋แบกตะกร้าสมุนไพรลงเขา
พอถึงบ้านเธอก็จัดการกับสมุนไพร จนกระทั่งพลบค่ำ เธอก็เอาตะกร้าไปริมแม่น้ำ โยนยาสูบป่าลงไปข้างๆ แม่น้ำไม่นานก็เห็นปลาประมาณยี่สิบตัวลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ...