ไข่เทพจะฟักเร็วขนาดนี้เลยหรือ?
เพียงชั่วพริบตาหัวเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีครามก็มุดออกมา บนหัวมีเขา ด้านหลังมีหาง นี่คือสัตว์เทพัครามในตำนานอย่างนั้นหรือ
"นายท่าน นายท่าน ข้ารักนายท่านที่สุดเลย!"
ัครามตัวน้อยพูดภาษามนุษย์ได้ พร้อมกับส่งเสียงเล็ก ๆ ที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู มันบินขึ้นไปบนไหล่ของนางด้วยความตื่นเต้นและคลอเคลียแก้มของนางอย่างสนิทสนม
"...เหตุผลข้าเข้าใจได้หมดนะ แต่ทำไมเ้าถึงพูดจาออดอ้อนน่ารำคาญแบบนี้?"
อาจเป็เพราะตอนแรกมันถูกพบที่เมืองไถเซิ่งหรือเปล่านะ? โอ้! ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็อะไร
ทันใดนั้นนางััได้ถึงสายสัมพันธ์ทางสายเืที่ใกล้ชิดซึ่งถูกสร้างขึ้นระหว่างนางกับัครามตัวน้อย าแที่กลางหว่างคิ้วเริ่มสมานตัว และในที่สุดก็หลงเหลือเพียงตราประทับสีแดงราวกับหยดเื ดูเย้ายวนและลึกลับ
ความเ็ปเจียนขาดใจยามถูกอวิ๋นเสวี่ยเวยชิงมิตินิมิตไปบัดนี้ก็ได้มลายหายไปสิ้นเช่นกัน อีกทั้งไม่รู้ว่าเป็เพราะนางดูดพลังิญญาของชายผู้นั้นหรือไม่ าแตามร่างกายและใบหน้าของนางจึงค่อย ๆ สมานตัวลงตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนที่ผ่านมา นอกจากจุดตันเถียนและดวงตาแล้ว ส่วนอื่น ๆ ล้วนกลับมาสมบูรณ์ไร้ที่ติ
ทันใดนั้นแผ่นดินสั่นะเื อวิ๋นหรั่นเยว่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเหวี่ยงออกจากห้วงมิติ!
ัครามตัวน้อยกอดขาของนางไว้แน่น ทั้งคนและสัตว์ถูกม้วนเข้าไปในกระแสน้ำพร้อมกัน เบื้องหน้าปรากฏหลุมดำที่เหมือนกับสัตว์ร้ายกำลังอ้าปากกว้าง
"นายท่านดูเหมือนจะเป็กลิ่นอายของแดนผีเ้าค่ะ! ข้ากลัวจังเลย!" ัครามตัวน้อยอ้าปากค้าง ไม่นานทั้งคนและสัตว์ก็ถูกความมืดกลืนกิน
"เกิดอะไรขึ้น!"
"หุบเขาิญญาล่มสลายแล้ว!"
ในชั่วพริบตา หุบเขาิญญาพังทลาย ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาจากที่นั่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
หลงเยี่ยเยี่ยนมาสายไปก้าวหนึ่ง เมื่อเห็นหลุมดำหายไปหัวใจของเขาก็พลันบีบรัด สีหน้าเ็าและเคร่งขรึม ในขณะนั้นทิศทางของจวนแม่ทัพเกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า!
กลิ่นอายสัตว์เทพปะทุขึ้น บนท้องฟ้ายามค่ำคืนปรากฏเงาร่างขนาดใหญ่ของเทาเถี่ย ดึงดูดให้ผู้คนหันมองและอุทานด้วยความใ
"กลิ่นอายสัตว์เทพช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก! ได้ยินว่าสัตว์นิมิตของคุณหนูเสวี่ยเวยคือสัตว์เทพเทาเถี่ย! ไม่นึกเลยว่าจะฟักออกมาแล้ว!"
"นางแพศยาอย่างอวิ๋นหรั่นเยว่ แม้แต่จะถือรองเท้าให้พี่สาวนางยังไม่คู่ควรเลย!"
หงส์เพลิงตัวน้อยยืนอยู่บนไหล่ของหลงเยี่ยเยี่ยน พลางมองไปยังทิศทางของจวนแม่ทัพ แล้วพูดขึ้นกะทันหันว่า "นายท่าน บนตัวสัตว์เทพเทาเถี่ยตัวนี้ ดูเหมือนจะมีกลิ่นของนายหญิงอยู่เ้าค่ะ!"
...
ห้าปีต่อมา
กลุ่มผู้ยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างความตกตะลึงให้โลกยามมีชีวิตยืนอยู่ที่ทางออกของแดนผี กำลังส่งอวิ๋นหรั่นเยว่และเสี่ยวอี้ลูกชายของนางด้วยความอาลัยอาวรณ์
อืม ใช่แล้ว ลูกชายของอวิ๋นหรั่นเยว่ชื่อว่า 'เสี่ยวอี้'
'อี้' ที่มาจากคำว่าไม่คาดคิด
เมื่อห้าปีก่อน นางถูกม้วนเข้าไปในแดนผีจากหุบเขาิญญาโดยไม่คาดคิด และได้ยอมรับกลุ่มผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วใต้หล้ายามมีชีวิตมาเป็อาจารย์โดยไม่คาดคิด และหลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิด
เจ็ดวันเจ็ดคืนนั้นช่างดุเดือดนัก เมล็ดพันธุ์ของชายผู้นั้นถูกนางขโมยมาจนหมด ทว่าเสี่ยวอี้กลับเข้าใจว่า 'อี้' ของเขามาจากคำว่าลิขิต์
เขาคือยอดดวงใจของท่านแม่คนงามเชียวนะ ไม่ใช่เื่ไม่คาดคิดเสียหน่อย! อีกอย่างการออกไปครั้งนี้ เขาจะต้องไปตามหาท่านพ่อที่ชอบเอาโซ่เหล็กมามัดตัวเองอย่างประหลาดผู้นั้นด้วย!
"เสี่ยวเยว่เยว่ ตอนนี้เ้าสำเร็จวิชาแล้ว พวกข้าไม่มีสิ่งใดจะสอนเ้าได้อีก ไปเถิด กลับไปยังโลกมนุษย์เพื่อสืบทอดสำนักโอสถอู๋จี๋ของข้า และทำให้มันรุ่งเรืองต่อไป!" ผู้เฒ่าที่มีท่าทางเหมือนเซียนส่งป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งให้ถึงมืออวิ๋นหรั่นเยว่ พร้อมกำชับอย่างจริงจัง
"สำนักโอสถจะมีอะไรดี! เชื่อข้าสิ ข้าไปเป็เ้าสำนักเทียนซ่า องค์กรนักฆ่าอันดับหนึ่งของข้า ต่อไปอยากจะฆ่าใคร ก็ฆ่าได้เลย!" ผู้เฒ่าที่มีกลิ่นอายสังหารทั่วร่างแค่นเสียงเย็น
"วัน ๆ รู้จักแต่ฆ่าฟัน สอนเด็กให้เสียคน! เยว่เยว่ไม่ต้องฟังพวกตาแก่พวกนี้ เสี่ยวอี้มีฝีมือการทำอาหารที่ล้ำเลิศ พวกเ้าไปสืบทอดเหลาอันดับหนึ่งในใต้หล้าของข้าเถิด จะได้นับเงินจนล้นมือทุกวัน!" หญิงวัยกลางคนผู้เลอโฉมนำสร้อยคอรูปตะหลิวทองคำเล็ก ๆ มาคล้องที่คอของเสี่ยวอี้ พร้อมกล่าวอย่างอ่อนโยน
เสี่ยวอี้พยักหน้า "ท่านอาจารย์ย่าวางใจได้เถิดขอรับ เสี่ยวอี้จะฝึกฝนฝีมือการทำอาหาร เพื่อเป็พ่อครัวที่เก่งที่สุดในใต้หล้า!"
ก็เพราะท่านแม่ของเขาชอบกินของอร่อย ๆ มากที่สุดนี่นา!
"เป็พ่อครัวจะมีอะไรดี ช่างเสียของจริง ๆ เยว่เยว่ เ้าจงสอนเสี่ยวอี้เื่การหลอมศาสตราให้มาก ออกไปแล้วให้ไปที่สำนักสุริยันแดง สำนักสุริยันแดงของข้าคือสำนักหลอมศาสตราที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!"
"ไม่ได้ ต้องไปสำนักยันต์เฉียนคุน..."
"ไปวังกระบี่เก้าดารา..."
"ไปหุบเขาหมอเทวดา..."
"ไปสำนักาาผี..."
"ไปสำนักค่ายกลฮุ่นตุ้น..."
อาจารย์ทั้งเก้าท่านต่างโต้เถียงกันจ้อกแจ้ก พร้อมกับยัดป้ายคำสั่งทีละชิ้นใส่มือของอวิ๋นหรั่นเยว่ เสี่ยวอี้เห็นว่าป้ายเหล่านี้หนักจนถ่วงมือท่านแม่ จึงรีบนำกล่องใบหนึ่งออกมาช่วยท่านแม่เก็บป้ายทั้งหมดลงไป
เมื่อเห็นป้ายของตนถูกเก็บลงกล่องดัง 'เคร้งคร้าง' ราวกับเก็บขยะ ทั้งอาจารย์ทั้งเก้าคนต่างพากันมุมปากกระตุก
นั่นคือป้ายก่อตั้งสำนักที่ผู้ฝึกตนทั่วใต้หล้าต่างปรารถนา เป็สัญลักษณ์ของสถานะบรรพชนผู้ก่อตั้ง เพียงหยิบออกมาชิ้นเดียวก็สามารถทำให้ดินแดนผู้ฝึกตนสั่นะเืได้
"ท่านอาจารย์ทั้งหลาย หรั่นเยว่ได้รับสืบทอดวิชาของพวกท่านย่อมต้องทำให้รุ่งเรืองอย่างแน่นอน การออกจากแดนผีครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อใด ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพด้วยเ้าค่ะ"
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่ได้บอกว่าจะสืบทอดสำนักของอาจารย์ท่านใด นางมีแผนการของนางเอง หากพูดออกมาเกรงว่าจะทำให้ท่านอาจารย์ใ
การจากลาเป็เื่เศร้าเสมอ ทุกคนต่างอาลัยอาวรณ์นางและเสี่ยวอี้มาก ทว่าพวกเขาไม่สามารถออกจากแดนผีได้และไม่สามารถให้คนเป็อยู่ในแดนผีได้ตลอดไป
"เยว่เยว่ จำไว้ ห้ามไปข้องแวะกับเ้าลูกเต่าของสำนักศึกษาชางหลานเด็ดขาด เขาไม่ใช่คนดี!" ก่อนจากไปอาจารย์ท่านแรกกำชับนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจัง
อวิ๋นหรั่นเยว่พยักหน้าอย่างว่าง่าย พลางคิดในใจว่าช่างประจวบเหมาะพอดี นางกำลังอยากจะไปหาตาเฒ่าคนนั้นเพื่อล้างแค้นอยู่พอดี
ตอนนั้นเป็ตาเฒ่าคนนั้นที่แอบทำบางอย่างในพื้นที่ห้วงมิตินิมิตของนางขณะทดสอบพร์ อวิ๋นเสวี่ยเวยจึงสามารถเปิดห้วงมิติของนางได้อย่างง่ายดายและชิงไข่เทพเทาเถี่ยไป อีกทั้งตอนนี้อวิ๋นเสวี่ยเวยน่าจะยังศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษาชางหลาน
แค้นนี้นางต้องชำระ มิฉะนั้นคงไม่อาจระงับไฟแค้นในใจได้
หลังจากออกไปแล้ว นางยังต้องตามหาพ่อแท้ ๆ ของเสี่ยวอี้ ไม่รู้ว่าได้สร้างความบอบช้ำทางใจให้ชายผู้นั้นมากเพียงใด อย่างไรเสียก็ต้องชดเชยให้บ้าง
"ท่านอาจารย์ย่า ท่านอาจารย์ปู่ พวกเราไปแล้วขอรับ ไม่ต้องส่งแล้วกลับไปกันเถิดขอรับ! เสี่ยวอี้จะปกป้องท่านแม่ให้ดีที่สุดเลย!"
เสี่ยวอี้สะพายห่อสัมภาระพะรุงพะรัง โบกมือให้พวกเขา พลางเดินออกจากเขตแดนอาคมพร้อมกับท่านแม่โดยหันกลับมามองเป็ระยะ เื้ัเขตแดนอาคมบิดเบี้ยว เหล่าอาจารย์และแดนผีที่มืดมิดหายวับไปพร้อมกัน สองแม่ลูกปรากฏตัวขึ้นในป่าลึก
อวิ๋นหรั่นเยว่ถอนหายใจออกมา ทางออกแดนผีนี้เป็สิ่งที่ท่านอาจารย์ทั้งเก้าท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเปิดให้ นางและเสี่ยวอี้ออกมาได้ง่าย แต่หากคิดจะกลับไปเยี่ยมพวกเขาอีกเกรงว่าจะยากยิ่งกว่าการปีนขึ้น์
"ท่านแม่อย่าถอนหายใจเลย ท่านยังมีเสี่ยวอี้และเิเินะ พวกเราจะอยู่เคียงข้างท่านแม่ตลอดไป"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว!"
ยามนี้ัครามตัวน้อยแปลงกายเป็ปิ่นลายัคราม ปักอยู่บนมวยผมสีดำขลับของอวิ๋นหรั่นเยว่ มันยังคงพูดจาออดอ้อนเหมือนเดิม ตอนที่เสี่ยวอี้เริ่มหัดพูดใหม่ ๆ เกือบจะถูกมันทำให้ออกนอกลู่นอกทางเสียแล้ว
"ลูกรัก แม่ไม่อยากเดิน มาแบกแม่เร็ว" อวิ๋นหรั่นเยว่ี้เีเกินไป ถ้านั่งได้นางจะไม่ยืน ถ้านอนได้นางจะไม่นั่ง
หลังจากดวงตาถูกอวิ๋นเสวี่ยเวยควักออกไป ท่านอาจารย์เจ็ดก็ได้หลอมเนตรผีให้นางคู่หนึ่ง ดูภายนอกไม่ต่างจากดวงตาปกติ แต่นางกลับเกลียดแสงแดดมาก การต้องเดินกลางแดดสำหรับนางแล้วนั้น ถูกแทงสักแผลยังจะดีเสียกว่า อีกอย่างลูกชายเกิดมาก็เพื่อให้ใช้งานนี่แหละ!
"ท่านแม่ ถ้าเสี่ยวอี้แบกท่านจะทำให้คนอื่นใเอาได้นะขอรับ ถึงไม่ทำให้คนใ แต่ถ้าทำให้ดอกไม้ใบหญ้าใก็ไม่ดีเหมือนกัน" เสี่ยวอี้กลอกตาไปมา ก่อนจะหยิบกระดาษและกรรไกรออกมา
"ข้าว่าให้ข้ารับใช้ผีแบกท่านแม่ดีกว่าขอรับ!"