ความมืดมิดในโถงบันไดไม้ชั้นล่างดูราวกับจะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งสีดำสนิท ท่ามกลางความสลัวรางของเงาสลัว ชาญหยุดฝีเท้ากึกอยู่กับที่บนขั้นบันไดไม้กึ่งกลางทางเดิน หัวใจของชาญเต้นกระตุกกระชั้นแรงราวกับจะหลุดลอยออกไปนอกอก ร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างกึ่งทึบของเอกในชุดเสื้อสีดำ ยืนพิงแนบชิดติดกับแนวกำแพงเสาปูนคอนกรีตไม่ยอมขยับไหวติง แววตาดำขลับที่ไร้แววอารมณ์คู่เรียวคมกริบของเขายังคงจ้องเขม็งเพ่งเขม็งตรงแน่วขึ้นมาสบประสานสายตาชงักงันของพ่ออย่างเยือกเย็นเฉียบขาด
ความระทึกขวัญและปวดร้าวสะกดจิตชู้กระตุกเกร็งจนชาญสะอึกกักลมหายใจไว้ในลำคอ เหงื่อเย็นพลันหลั่งไหลไหลซึมทะลวงแนวหน้าผากย่น ชาญรวบรวมเรี่ยวแรงกระดูกชราขยับกล้ามเนื้อคอที่แข็งเกร็งราวเสาตอม่อสะพาน เค้นเอ่ยถามถามออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบาแสนเบา หวังกลบเกลื่อนรอยต่อความลับดำมืดชู้สาวลับหลังลูกรัก
"อ้าว... เอก... ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะลูก? ลงมายืนทำอะไรมืดๆ ตรงนี้คนเดียวล่ะ?" ชาญถามออกไปพร้อมแสร้งพยายามขยับรอยยิ้มอารมณ์ดีแบบคนชราใจดีสู้เสือ ทั้งที่เข่าสั่นพะยิบพะยับเกือบพับลงไปกองกับพื้นไม้
เอกยืนมองชาญนิ่งเงียบงันอยู่ชั่วระยะเวลาหลายวินาทีที่แสนสั้นกะทันหันแต่กลับบีบคั้นใจประดุจเข็มเวลาคุกตารางเดินเฉียดฉิว ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เคลื่อนไหวร่างกายขยับถอนตัวออกจากเสาปูนคอนกรีตอย่างแผ่วเบาเนิบช้า เอกผ่อนลมหายใจออกมาบางเบาชวนให้ห้องโถงด้านล่างอบอวลไปด้วยกระแสความหนาวเหน็บหนาวระทึก
"ผมลงมาตรวจดูประตูกระจกบานเลื่อนและตัวล็อกกลอนหลังบ้านครับพ่อ" เอกเอ่ยตอบน้ำเสียงราบเรียบ ไร้โทนเสียงแข็งกระด้างหรือตื่นตระหนกใดๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งบนยางมะตอยถนน "ช่วงนี้พายุฝนฤดูฝนตกชื้นค่อนข้างหนัก ลมพายุกระหน่ำจนบานเลื่อนมันขยับเขย่าส่งเสียงดังแกรกเบาๆ ผมกลัวว่ากลอนกลไกเหล็กมันจะชำรุดทรุดโทรมแล้วตัวล็อกจะหลุดออกมาเองน่ะครับ อีกอย่าง... ตั้งแต่เรื่องยามโฉมโดนจับกุมคดียาเสพติดและลักทรัพย์ไป ผมรู้สึกไม่ค่อยวางใจระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกของโครงการใหม่นี้เท่าไหร่ เลยต้องกวดขันตรวจตราประตูล็อคในบ้านเดี่ยวนี้ด้วยตัวเองทุกคืน"
สายตาเรียวคมของเอกเลื่อนจากระดับใบหน้าเหี่ยวย่นของชาญลงไปจ้องมองมือขวาที่ยังเกาะแน่นคาแนวราวบันไดไม้ปูน ราวกับต้องการสังเกตปฏิกิริยาการสั่นสะท้านของปลายเรียวนิ้วของพ่อบังเกิดเกล้า ชาญรีบชักมือหลบเลี่ยงอาการเกร็งสั่นเบาๆ ยัดนิ้วก้อยข้างซ้ายที่สวมแหวนหยกสีเขียวมรกตเข้าซ่อนลึกในกระเป๋ากางเกงขาสั้นสีเทาขุ่นทันที
"อ๋อ... อย่างนั้นหรอกรึ ดีแล้วล่ะเอก ตรวจตราไว้หน่อยก็ดี... พ่อเองก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะลมฝนกระพือพัดหลังคาปูนเสียงดังแปลกๆ เลยว่าจะลงมากระดกน้ำเย็นดื่มให้ชุ่มคอแก้อึดอัดเสียหน่อย" ชาญปั้นเรื่องชี้แจงความเคลื่อนไหวตนเองเพื่อเอาตัวรอดพัลวัน ก่อนจะรีบขยับก้าวเดินเลี่ยงเงาร่างสูงใหญ่ของลูกชายตรงไปยังอ่างล้างจานและตู้เย็นครัวปูนชั้นล่างอย่างเก้ๆ กังๆ
เอกมองตามร่างผอมบางแห้งเหี่ยวของชาญเงียบๆ พยักหน้ารับคำสั้นๆ โดยไม่เอ่ยปากถามซักไซ้อะไรต่อ
"ดื่มน้ำเสร็จแล้วก็รีบขึ้นไปนอนพักผ่อนนะครับพ่อ คนชราอายุกระดูกปูนขนาดนี้ไม่ควรนอนดึกหรือขยับเดินไปไหนมาไหนในความมืดคนเดียวบ่อยๆ เดี๋ยวจะก้าวเหยียบพลาดลื่นล้มข้อเท้าหักพังไปจะลำบากแย่" เอกกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใยตามมารยาทลูกชาย แต่สำหรับหูของชู้รักบาปอย่างชาญ มันช่างเหมือนคำเตือนเชิงข่มขู่คาดโทษคาตาว่าเอกกำลังเกาะติดจับจ้องทุกตารางความคลื่นไหวของพ่อตนเอง
เมื่อชาญกระดกน้ำดื่มดื่มเสร็จรีบก้าวเดินขึ้นบันไดไม้กลับห้องนอน ล็อคกลอนสลักประตูแน่นหนาแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนอนด้วยความหวาดผวาขวัญกระเจิงตลอดรุ่งเช้า ทว่า... ชะตากรรมที่เลวร้ายและกระแสความระแวงบีบคั้นของเอกยังไม่หยุดนิ่งลงเพียงเท่านั้น บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวป้ายแดงในวันต่อๆ มากลับทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ประหนึ่งปูนคอนกรีตตอม่อสะพานที่ค่อยๆ แห้งหดตัวจนเกิดรอยแยกแตกร้าวแตกละเอียดจากส่วนฐานราก
เอกเปลี่ยนวิธีการและพฤติกรรมการกบดความเคลื่อนไหวในบ้านอย่างเห็นได้ชัดชวนขนลุก วิศวกรหนุ่มคุมไซต์ไม่ส่งเสียงโวยวาย ไม่ถามคาดคั้นหรือพ่นอารมณ์ฉุนเฉียวใส่แก้มหรือพ่อของตนอีกเลย ทว่าเขากลับทำสิ่งต่างๆ ด้วยความนิ่งสงบ เยือกเย็นและมีระบบระเบียบจับตาพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
ทุกๆ เช้าก่อนออกเดินทางไปคุมปูนที่ไซต์งานต่างจังหวัด เอกจะตื่นขึ้นมาเดินวนตรวจกลอนหน้าต่างกระจกและลูกบิดสลักประตูหน้าบ้านหลังบ้านทุกบานอย่างเชื่องช้าละเอียดลออ เขาจะใช้ปลายนิ้วหยาบกวดสัมผัสลากไล้ผ่านขอบไม้ขอบปูน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ เอกเริ่มพกพาสมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำมืดเล่มหนึ่งติดตัวไว้ตลอดเวลา ชาญและสะใภ้แก้มมักจะเหลือบไปเห็นเอกหยิบปากกาสเตนเลสขึ้นมาจดเขียนข้อความบันทึกสั้นๆ ลงในสมุดเล่มนั้นเสมอ หลังจากที่เขากลับเข้าบ้านเดี่ยวหรือหลังจากที่เขาเดินสำรวจบริเวณสวนปูนหน้าบ้านหลังบ้านเสร็จสิ้น
"เอกเขา... จดเขียนอะไรในสมุดเล่มดำนั้นเหรอคะพ่อ?" แก้มแอบกระซิบกระซาบเอ่ยถามชาญเสียงแผ่วเบาสั่นพร่าสอดส่องสายตาระแวงภัย ในช่วงสายวันหนึ่งที่เอกขับรถกระบะคุมงานออกไปตรวจไซต์งานสะพานยกระดับสระบุรีแล้ว สองชู้รักพ่อผัวสะใภ้ยืนหลบเงากำแพงครัวหลังบ้านเดี่ยวสลัวรำไร ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปแตะต้องประคองเนื้อนุ่มนิ่มของกันและกันเฉกเช่นวันวานเก่าๆ เพราะเกรงสายตาปีศาจปูนคอนกรีตจับจ้อง
"พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันแก้ม... แต่ช่วงนี้เอกมันดูจ้องจับผิดกลอนประตูและกล้องวงจรปิดรอบบ้านนิติบุคคลจัดสรรถี่ผิดปกติมาก พ่อสังเกตเห็นมันเอาหน้าจอมือถือขึ้นมาสแกนดูบันทึกเหตุการณ์ประวัติคนเข้าออกหมู่บ้านของนิติโครงการบ่อยๆ ราวกับมันกำลังสืบค้นเปรียบเทียบตารางความเคลื่อนไหวในพิกัดป้อมยามช่วงวันเวลาที่ยามโฉมแบล็คเมล์เงินเรา" ชาญตอบด้วยความวิตกจริตปอดเกร็งลึกซึ้ง เม็ดเหงื่อพุดพรายขึ้นมาตามไรผมขาวขุ่น
"แก้มกลัวเหลือเกินค่ะพ่อ... ทุกวันนี้แก้มแทบจะอึดอัดจิตใจจนหายใจไม่ออกเวลาต้องอยู่กับเอกสองคนในห้องนอน สายตาของเอกมันมองแก้มแบบเย็นชืด ไร้ความรักความโหยหาเหมือนเดิม ราวกับเขากำลังเฝ้ามองสิ่งของชำรุดทรุดโทรมที่รอวันผุพังพินาศพังทลายลงไปคาอกสะใภ้" แก้มเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมขมขื่นจนน้ำตาซึมคลอเบ้าสวย หล่อนอยากจะโผตัวเข้ามากอดแผ่นหลังหนาอุ่นปูนของชาญเพื่อหาที่พึ่งพิงใจยามขวัญเสีย ทว่าชาญต้องรีบยกมือข้ามขัดขวางขยับดึงเรียวกายของแก้มให้ออกห่างไว้ทันท่วงที
"อย่าแก้ม!... ห้ามแตะต้องตัวกันในบริเวณบ้านหลังนี้เด็ดขาดในช่วงเวลานี้ เอกมันอาจจะลอบทิ้งกับดักร่องรอยหรือแอบสังเกตการณ์จับพิรุธเราอยู่เงียบๆ ก็ได้ เราต้องทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ห่างกันไว้ให้มากที่สุดจนกว่าพายุระแวงนี้จะพัดผ่านสงบลงไปเอง" ชาญสั่งความเข้มงวดด้วยระดับเสียงสั่นเครือ รู้สึกทรมานแทบสิ้นใจที่ต้องหักห้ามใจไม่ให้สัมผัสรสสวาทหรือประคองประโลมสะใภ้แสนรักที่กำลังขวัญผวาสะท้านตึงเต้า
ทว่าคำเตือนของชาญดูเหมือนจะสายเกินแก้ไปเสียแล้ว ยิ่งวันเวลาเลื่อนเคลื่อนผ่านพ้นไป เอกก็ยิ่งสร้างบรรยากาศที่คล้ายกับการล้อมรั้วคอนกรีตตารางลอบบดขยี้สองชู้รักสะใภ้พ่อผัวให้จนมุมเงียบงันปานหมดทางสลัดหนี เอกเริ่มสอบถามคำถามกึ่งทดสอบลองเชิงความจำอย่างละเอียด เช่น ถามแก้มว่าช่วงบ่ายสองโมงวันก่อนแก้มทำความสะอาดบ้านอยู่ในห้องไหน ทำไมสายโทรศัพท์มือถือเข้าถึงโทรไม่ติดติดต่อไม่ได้ยาวนานเกือบชั่วโมง หรือถามชาญว่าปูนที่สั่งมาเทลานจอดรถแห้งดีหรือยัง ทำไมเห็นชาญชอบเดินไปดูหลังป้อมยามจัดสรรบ่อยๆ ชาญและแก้มต้องคอยประสานสายตาช่วยกันคิดคำตอบอธิบายปั้นแต่งพัลวันเพื่อหลบเลี่ยงช่องโหว่ความจริง แต่ทุกครั้งที่ชาญแก้ต่าง เอกก็จะเพียงแค่ยิ้มบางๆ นิ่งเฉยและเปิดสมุดบันทึกสีดำเล่มเล็กขึ้นมาจดเวลาตารางคำบอกเล่าเปรียบเทียบเป้าหมายอย่างเย็นชาชวนผวาใจสั่น
ความบีบคั้นกดดันที่สะสมแน่นหนาภายในอกเสื้อชู้ของชาญและปอดของแก้มทวีคูณหนักหน่วงราวกับภูเขาหินปูนหนักอึ้งทับกระแทก ทั้งคู่แทบจะทนรับสภาพกักขังวิญญาณชู้รักในบ้านหลังเดียวกันไม่ได้อีกต่อไป ความโหยหาต่อรสสวาทและการกอดปลอบอุ่นอุ่นซ่านที่เคยเสพสมร่วมเสพรักกันในความมืด คืนไฟดับ คืนระเบียง ใต้ฝักบัวอาบน้ำหรือโซฟาทำงาน กลายเป็นความกระหายรุนแรงที่กัดกินลึกซึ้งเข้าไปในขั้วหัวใจชราและเรียวกายอ่อนไหวของสะใภ้หนุ่มสาว ทว่าพวกเขาก็จำต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบตัณหากามกิเลสนั้นไว้ด้วยความหวาดประหวั่นลนลานกลัวความพินาศฉิบหายคุกตารางคามือสามี
จนกระทั่งค่ำคืนราตรีกาลสงัดมาเยือนอีกครั้ง เอกต้องทำงานส่งรายงานแปลนไซต์งานสระบุรีด่วนจนดึกดื่น ส่วนแก้มขึ้นไปอาบน้ำนอนพักผ่อนแล้ว ชาญที่นั่งเงียบกบดอยู่ในห้องพักช่างแขกชั้นล่าง รู้สึกเครียดเกร็งจนหน้าอกปวดแปลบระบมกระดูก จึงตัดสินใจก้าวขยับเดินเลี่ยงออกไปรับลมนอกตัวบ้านเดี่ยวป้ายแดงตรงระเบียงปูนข้างสวนหลังบ้านเพื่อระบายลมหายใจร้อนผ่าวในอกท่ามกลางความมืดมิดรำไรสลัวแสง
ขณะที่ชาญเอื้อมมือไปกะเกณฑ์กวาดกิ่งไม้แห้งใบไม้ร่วงที่ข้างเสาปูนหลังบ้านเดี่ยวอย่างเงียบงัน พลัน! สายตาของชาญก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำมืดของเอกเล่มนั้น วางคว่ำทิ้งอยู่บนโต๊ะไม้กลมริมสวนหย่อมข้างบ้านเดี่ยวอย่างประจวบเหมาะ เอกอาจจะลืมมันทิ้งไว้หลังจากก้มลงมาจดบันทึกกลอนสปริงประตูสวนในช่วงเย็นที่ผ่านมา
หัวใจชราของชาญเต้นโครมครามกระดอนสะกดเกร็งระทึกขวัญทันใด ความอยากรู้อยากเห็นและความวิตกกังวลภัยสะท้านทรวงคุกคามให้ชาญขยับสืบฝีเท้าก้าวเดินแผ่วเบาเลาะฝ่าเงาสวนมืดเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ ชาญสอดส่องสายตาระแวงเหลียวมองซ้ายขวาอย่างตื่นตกใจจนปอดสั่นระรัว เมื่อแน่ใจว่าเอกยังคงพิมพ์คีย์บอร์ดเคลียร์งานในห้องนั่งเล่นโถงสว่างและแก้มหลับสนิท ชาญจึงรีบยื่นมือหนาใหญ่สั่นระริกเอื้อมหยิบสมุดบันทึกสีดำมืดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดแง้มเปิดหน้ากระดาษอย่างระมัดระวังภัยเงียบงันสลัวราบ
และทันทีที่กระดาษแผ่นขาวพิมพ์ลายเส้นเขียนตัวอักษรของเอก ปรากฏประกายกระทบแสงไฟสลัวจากห้องนั่งเล่น ดวงตาชราของชาญก็ต้องเบิกกว้างขยายขึ้นด้วยความตื่นช็อกตระหนกตกใจสุดขีดแทบหมดสติล้มพับกองคาสวนหย่อม! หัวใจของช่างชราร่วงหล่นลวบลงลึกปานเสาปูนรากคอนกรีตทรุดจมดิ่งนรกบาปชู้พินาศคาที่!
บนหน้ากระดาษแผ่นขาวสมุดเล่มดำเขียนตัวอักษรลายมือหัวหน้าช่างของเอก สะกดระบุตารางข้อมูลเวลาและพิกัดความเคลื่อนไหวในบ้านอย่างละเอียดถี่ยิบประหนึ่งตารางคุมงานเทคอนกรีตขุดตอม่อโยธา:
* [14:15 น.] - พ่อและแก้มอยู่ด้วยกันสองคนในห้องนั่งเล่นโถงล่าง (ตรวจสอบกล้องหน้ารถจดจำเสียงลมแอร์/เสียงคุยแผ่วเบาแปลกประหลาดจับพิรุธไม่ได้ความ)
* [20:30 น.] - พ่อชราเดินเลี่ยงลงมาข้างล่างอ้างกินน้ำอุ่น ดึงเช็กประวัติกลอนเปิดปิดห้องนอนพ่อและห้องนอนแขกห่างกันไม่ถึง 3 วินาที
* [23:45 น.] - เสียงเป่าแตรพายุตก ล็อกกลอนประตูกระจกบิดเบือน มีรอยแง้มแสงไฟโผล่ลอดจากห้องนอนพ่อ
* [วิเคราะห์รอยต่อรอยบิ่นแหวนหยก] - ตำหนิรอยหยักโค้งมนตรงข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายของพ่อในภาพถ่ายแบล็คเมล์ไลน์ของยามโฉม มีลักษณะขอบปูนบิ่นบิดเบี้ยว 1.5 มิลลิเมตร ตรงกับทรงบิดเบี้ยวแหวนหยกมรกตแท้โบราณของพ่อเป๊ะ 100%!
* [เป้าหมายถัดไป] - วางแผนแกล้งบอกไม่อยู่บ้านสระบุรี 2 วัน เพื่อทดสอบเปิดไฟตัณหาของสองคน... ดักติดตั้งระบบสปายลับบันทึกหลักฐานคาหนังคาเขาจับกุมชู้รักชั่วข้ามคืนสะใภ้พ่อผัว!
ตัวอักษรคำวิเคราะห์ทดสอบดักดักแฉคามือของลูกชายตนเอง สว่างจ้าแทงทะลวงลูกตาชราของชาญจนสั่นระริกปานสะเก็ดปูนกระเด็นตำ ปืนลูกกระเบื้องระเบิดชนวนสงครามแตกหักจ่อคาคอดังติ๊กๆ ชาญตระหนักรู้ตัวได้ทันใดว่า ชะตากรรมพินาศฉิบหายกบดความชู้ต้องห้ามสะสะสางของตนและแก้ม กำลังจะเจอกับกับดักมรณะดักจับล้างแค้นอันเหี้ยมเกรียมสะท้านทรวงของเอกในวันเวลาอันสั้นนี้แน่นอนพังทลายสลายกลายเป็นจมใต้โคลนตมบาปคามือลุ้นระทึกเงียบงันปอดสั่นระรัวหมดทางดิ้นรนสิ้นท่าหมดรูปจริงๆ!