17 (2/2)
ตอนที่20 อัครมหาเสนาบดี (2)
“กลับไม่ต่างกัน”
ไปหลี่ฮานขานตอบพร้อมรอยยิ้มเคลื่อนสะบัดพัดในมืออรชรนุ่มนวล สวยสง่าประดุจเทพเซียนะร่ายรำ
เย่หลีเทียนพ่นลมหายใจใส่เฮือกใหญ่ไปคราหนึ่งไม่คิดจะเข้าไปพัวพันเสียเวลากับมันอีกต่อไปหันมองไปที่เซียถงปรบมือพร้อมกล่าวชื่นชมว่า
“คุณหนูเซียฝีมือช่างหาญกล้า”
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่มิทราบว่าเ้ากำลังลองวรยุทธ์หรือ้าสังหารข้ากันแน่? ถึงขั้นสำแดงใช้อาวุธนักฆ่าเคลือบพิษร้ายปานนี้?หรืออยากเห็นทักษะถอนพิษของข้ากระมัง?”
เซียถงหนี่สายตาหดแคบกล่าวถากถางสุ้มเสียงเ็าใส่
“แล้วใครจะไปคิดว่าจะมีหญิงสาวบางคนสามารถหยิบใช้ใบไม้ริมทางทำร้ายผู้อื่นได้ด้วย? อย่าได้ถือโทษสาวน้อย ข้าเพียง้าทำความรู้จักเท่านั้น”
เซียถงสีหน้าการแสดงออกยังเ็าไม่แปรเปลี่ยนทางฝั่งเย่หลีเทียนโค้งคำนับเล็กน้อยเป็เชิงขอโทษ
แต่ก็แน่นอนท่าทางของเซียถงช่างเฉยเมยยิ่งนักราวกับว่านางไม่เห็นสิ่งใด
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่สุภาพเกินไปแล้วสาวน้อยนางนี้แสดงพฤติกรรมหยาบคายต่อท่านก็หลายหนหลังจากนี้ข้าจะอบรมนางให้ดีกว่านี้ โปรดอย่าถือโทษโกรธกัน”
เซียอี้เฉินเพิ่งกลับมาได้สติฟื้นตัวสิ่งแรกที่ทำคือรีบเร่งโค้งคำนับเพื่อขอโทษเย่หลีเทียนทั้งนี้รีบหันไปกล่าวสวัสดีทักทายกับไป๋หลี่ฮานในเวลาต่อมา
“เสนาบดีเซี่ยเื่ระหว่างเราค่อยกล่าวกันต่อยังมิสาย เห็นว่ามีแขกคนอื่นมาเยี่ยมเยือน เช่นนั้นข้าไม่อยากรบกวนแล้ว”
เย่หลีเทียนส่งยิ้มให้เซียอี้เฉินเล๋กน้อยก่อนจะลาจากออกไปทันทีและแน่นอว่าไม่ลืมปลายสายตาเหลือบมองไปที่เซียถงเป็การทิ้งท้าย
เมื่อเห็นว่าเย่หลีเทียนออกไปแล้วไป๋หลี่ฮานเองก็กล่าวคำอำลาขอตัวไปเช่นกัน มิทราบว่าสองคนนี้เป็อะไรก่อนไปก็เหลือบสายตามองเซียถงเช่นกัน
“ถงเอ๋อร์สำหรับเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้พ่อก็อยากให้เ้าจดจำเป็บทเรียนและอย่ากระทำการบุ่มบ่ามเช่นนี้อีกส่วนพรุ่งนี้พ่อจะขอให้บ่าวรับใช้ไปช่วยทำความสะอาดเรือนเก่าแล้วพาท่านแม่ของเ้าย้ายเข้าไปอยู่”
คล้อยหลังจากที่เย่หลีเทียนและไป๋หลี่ฮานแยกย้ายจากไปเซี่ยอี้เฉินก็หันมายิ้มแย้มกล่าวกับเซียถงพอเห็นว่าขุมพลังความแข็งแกร่งของลูกสาวคนนี้กลับมาดังเดิมแล้วคำพูดคำจาในยามนี้ช่างนุ่มนวลผิดกับก่อนหน้าโดยสิ้นเชิงราวกับว่าเหตุการณ์ณ์ก่อนหน้านี้ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น
การตัดสินใจให้ท่านแม่ของเซียถงย้ายจากกระท่อมเรือนเล็กแสนซ่อมซ่อมาเป็เรือนเก่าที่เคยอยู่นับว่าเป็ที่น่าพึงพอใจสำหรับเซียถง ดังนั้นนางจึงมิได้คัดค้านอะไร
“แต่ท่านพี่ฮูหยินหลี่นางป่วยเป็โรคติดต่อร้ายแรงหากท่าน้าย้ายนางไปที่นั่นอาจทำให้ผู้คนอื่นติดเชื้อร้ายได้!”
ฮูหยินรองเฉิงรีบกล่าวคัดค้าน
“เช่นนั้นทั้งเ้าและคนอื่นๆ ล้วนต้องรู้จักรักษาเนื้อรักษาตัวให้มากขึ้นแล้วข้าขอเตือนไว้ก่อน อย่าทำให้ถงเอ๋อร์กับแม่ของนางต้องลำบากใจอีกในอนาคต!”
เซี่ยอี้เฉินถลึงตาใส่ฮูหยินรองเฉิงไปทีหนึ่งก่อนเดินกลับเข้าตัวเรือนพักของตัวเองไป
แม้ว่าฮูหยินรองเฉิงจะไม่เต็มใจแต่เมื่อเห็นสีหน้าการแสดงออกของอีกฝ่าย นางเองก็ไม่กล้ารบเร้าดื้อดึงใดๆ อีกต่อไปทำได้เพียงจำใจเดินติดตามกลับเข้าเรือนพักไป
“ท่านพ่อ เย่หลีเทียนนับเป็บุคคลอันตรายไม่น่าคบหาสัมพันธ์ หากท่านร่วมมือกับเขาในไม่ช้าก็เร็วมันจะต้องลอบแทงข้างหลังท่านเป็แน่!”
เซี่ยหลู่เฟิงะโไล่หลังเซียอี้เฉินไปเสียงดังลั่นเพราะทันทีที่ได้เห็นเย่หลีเทียนอยู่ในจวนแห่งนี้ เขาก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่ามีเหตุประการใดอีกฝ่ายถึงปรากฏตัวภายในนี้ และในที่สุดคล้อยหลังได้ฟังประโยคทิ้งทวนสุดท้ายของเย่หลีเทียน มันก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาคิดถูกท่านพ่อในขณะนี้กำลังถูกล่อลวงซื้อใจอยู่จริงๆ
เซียอี้เฉินชะงักหยุดฝีเท้าชั่วขณะเบือนหน้าหันกลับมามมองเซี่ยหลู่เฟิงและเอ่ยกล่าวอย่างแช่มช้าว่า
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำลงไปก็เพื่อประโยชน์ของตัวเ้าเอง”
หากคอยเฝ้าติดตามเย่หลีเทียนอยู่ท้ายหลังลูกชายเพียงคนเดียวของเขาจะไม่มีทางได้รับภัยอันตรายใดๆ จากศัตรูรอบข้างแน่นอน
“ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?”
เซียถงมองไปยังคราบเืบนชุดเสื้อผ้าของเซี่ยหลู่เฟิง
เซี่ยหลู่เฟิงส่ายหัวกล่าวกับนางว่า
“ข้าสบายดีต้องขอโทษด้วยสำหรับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้”
พึงทราบว่าเื่ในวันนี้ล้วนมิได้ข้องเกี่ยวกับเซี่ยหลู่เฟิงใดๆเซียถงจึงส่ายหัวเอ่ยตอบเสียงเบาไปว่า
“ขอบคุณที่ช่วยปกป้องข้าจากแส้นั่น”
ที่แส้หางเหล็กนั่นมิได้ฟาดฟันเข้าใส่นางทั้งหมดเป็เพราะเซียหลู่เฟิง ถึงแม้ตัวนางจะมีปัญญาหลบได้ไม่ยากแต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้สึกชื่นชมก็คือความกล้าหาญที่ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือโดยไม่มีลังเลความปรารถนาดีในครั้งของเขาได้จำจดไว้ในใจของเซียถงไว้เรียบร้อยแล้ว
ตามที่เซียอี้เฉินกล่าวเอาไว้ฮูหยินหลี่ได้ย้ายออกจากกระท่อมโสโครกหลังน้อยที่พร้อมถล่มพังลงได้ทุกเมื่อและเข้ามาอยู่อาศัยในเรือนขนาดกลาง พื้นถูกปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีสว่างสดใสอาณาเขตค่อนข้างกว้างขวาง แม้ตำแหน่งที่ตั้งออกจะห่างไกลจากเรือนหลักไปบ้างทว่าโดยรวมแล้วนับว่าดีกว่าเดิมไม่รู้กี่สิบทวีเท่า นอกเหนือจากนี้เซียอี้เฉินยังจ้างวานหมอผู้มีชื่อเสียงเพื่อมาดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยของฮูหยินหลี่เป็การส่วนตัวอย่างใกล้ชิด
เมื่อเห็นว่าท่านแม่ของนางมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นเซีนถงก็มุ่งความสนใจสำหรับการเตรียมตัวเข้าประลองในงานชุมนุมลมปราณที่ใกล้จะเปิดฉากขึ้นเร็วๆนี้ ต่อมาเซียถงถึงกับประหลาดใจไม่น้อยเช่นกันที่รู้ว่าเซี่ยหลู่เฟิงเองก็ยังสมัครเข้าร่วมงานประลองนี้อีกด้วยพอลองครุ่นคิดพินิจดูให้ดีกลับหาใช่เื่แปลกไม่ เพราะเขาเองก็ปรารถนาที่จะพัฒนาพลังฝีมือให้แกร่งกล้าขึ้นเช่นกัน
สามวันต่อมางานประลองชุมนุมลมปราณได้เริ่มต้นขึ้นสถานที่จัดการแข่งขันตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสในเมืองมีสนามประลองย่อยทั้งหมดยี่สิบจุดผู้ชนะของแต่ละสนามเท่านั้นที่จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปเพื่อเฟ้นหาสองคนสุดท้ายในการประลองรอบชิงชนะเลิศ
หมายเลขสนามประลองและลำดับรอบการแข่งขันจะมีเกณฑ์ตัดสินผ่านการจับฉลากซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
ในเวลานี้เองโดยรอบสนามประลองทั้งหมดถูกห้อมล้อมไปด้วยวงแหวนอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยฝูงชนจับกลุ่มสนทนากันอย่างสนุกสนานและเหล่าผู้เข้าร่วมการประลอง
“ในที่สุดงานชุมนุมลมปราณอันยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิตงหลี่ของเราซึ่งสามปีจะจัดขึ้นหนึ่งครั้ง บัดนี้ได้เวลากันอีกคราแล้ว!เพื่อเป็การกระตุ้นให้ผู้ร่วมการประลองทุกท่านมีกะจิตกะใจแข่งขันกันมากยิ่งขึ้นจึงมีของรางวัลหายากมาล่อใจ สำหรับผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับเห็ดหลินจือมรกตไปครอง!และแน่นอนว่าจุดประสงค์ของงานชุมนุมลมปราณครั้งนี้ยังคงเหมือนเดิมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการต่อสู้ของเหล่าผู้บำเพ็ญตบะในจักรวรรดิดังนั้นกฎเหล็กข้อสำคัญคือ ห้ามพรากชีวิตคู่ต่อสู้”
“นี่ก็ถึงเวลาอันควรแล้วผู้เข้าประลองทุกท่านสามารถเข้าประจำสนามประลองของตนเองได้เลยเพื่อรอสัญญาณการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น”
เสียงป่าวประกาศผ่านลมปราณอันลึกล้ำดังกึกก้องไปทั่วบริเวณซึ่งเขาผู้นี้ก็คือชายชราในชุดสีเทาที่เป็คนทดสอบลมปราณของเซียถงในวันนั้น
คล้อยหลังกล่าวตบเขาก็หยุดพูดพร่ำโบกมือไปทีหนึ่งและนั่งลงประจำที่แต่ละสนามประลองล้วนมียอดฝีมือคอยตรวจสอบตาเขม็งขึงขังเพื่อป้องกันมิให้ผู้เข้าประลองต่อสู้กันถึงตาย
เซียถงจับฉลากได้สนามประลองหมายเลขหนึ่งซึ่งนางก็พาอิ๋งเอ๋อร์ไปยังสนามหมายเลขหนึ่งด้วยกัน บรรดาฝูงชนรอบข้างต่างหลีกให้พวกเขาเหล่านี้เองก็กำลังสนทนาอย่างจ้าละหวั่นเช่นกันว่างานชุมนุมลมปราณครั้งนี้นางจะคว้าอันดับหนึ่งเป็สมัยที่สองได้หรือไม่? แน่นอนว่าหัวข้อร้อนแรงดังกล่าวย่อมถูกแบ่งออกเป็สองฝ่าย
“คุณหนูคราวนี้ต้องเป็ท่านที่คว้าอันดับหนึ่งอีกคราเป็แน่!สามารถสร้างาแให้แก่ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่ได้ถึงสองครั้น ยังมีใครหน้าไหนเป็คู่ต่อสู้ของท่านได้อีก?”
อิ๋งเอ๋อร์ยังกล่าวกับเซียถงอีกว่า
“ั้แ่ครั้งนั้นฮูหยินรองกับคุณหนูรองก็ไม่กล้ากลั่นแกล้งพวกเราอีกต่อไป!”