ตอนที่ 9 ช่างหัวมันปะไร
"สตรีแซ่หรงจะเหินตัวไปที่ใดก็ช่างนาง คำถามของข้าหมายไปที่หลินเหอเหยา ฉไหนเอาแต่รายงานเื่ของผู้ที่ข้าไม่อยากได้ยิน"
เขาตบหน้าขาฉาดอธิบายความผิดที่ตงฮุ่ยสมควรได้รับโทษ... ตงฮุ่ยที่รับใช้ข้างกายหลายสิบปีถลึงตาแทบหลุดจากเบ้าเมื่อเห็นเหรินม่อเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน ทั้งที่เดิมทีเขามักให้หรงเจียนจื้อเป็ที่ตั้ง หลายปีมานี้เขารายงานเื่นางทุกย่างก้าวจนเคยตัว
[อิงตามคำสั่งข้า... นางน่าจะอยู่ที่กระโจมหมอ เช่นนั้นข้าจะไปดูนางสักหน่อย]
ผ้าไหมมัดหมี่ในมือต้องเป็หมันเมื่อเขาขนสัมภาระที่มารดาฝากให้นางมาถึงหน้ากระโจมหมอ ใบหน้าคมราวเหล็กเจียระไนเพ่งมองฝ่ายตรงข้ามแล้วจึงหย่อนตากลับมามองมือตนเอง หัวใจแกร่งร้อนผ่าวราวถูกหลอม... ั์ตาย้ำชัดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา หยวนเหรินม่อรู้สึกฉุนเฉียวไม่เป็ตัวเองทุกครั้งที่เห็นเหอเหยาใกล้ชิดหลี่เชี่ยน ยิ่งเ้าบุรุษหน้าหยกเห็นเขาจ้องมองอย่างบาดหมางก็จงใจแสยะยิ้มเย้ยหยันเปล่งเสียงซ้ำเติมน่าหมั่นไส้
"อะโอ้ยข้าเจ็บ... คุณหนูหลินข้าเจ็บตรงนี้"
"สหายหลี่เชี่ยนท่านไปทำอะไรมาถึงได้าเ็"
"ข้าจะไปทำอะไรได้ ก็ท่านแม่ทัพสั่งข้าหาบน้ำั้แ่เช้าจนค่ำน่ะสิ สาเหตุก็มาจากที่ข้ายุ่มย่ามกับท่านมากเกินไป เขาช่างไม่มีเหตุผลเอาซะเลย"
[เ้านั่นรนหาที่ตายแท้ๆ รู้อย่างนี้ข้าน่าจะสั่งคาดโทษหนักกว่านี้อีกสักร้อยหน!]
เหรินม่อทนกัดกรามมองอยู่ครู่หนึ่งรสขมเฝื่อนตีบตันปะทุขึ้นมาในลำคอเมื่อเห็นนางคล้องมือประคองชายอื่น ยามนี้หน้าอกด้านซ้ายชาหนึบประหนึ่งในใจคล้ายมีก้อนชิ้นส่วนบางอย่างหล่นหายไป ความคิดไม่เข้าท่าแล่นเข้ามาในหัว เขาไม่ยอมปล่อยผ่านทิ้งผ้าแพรไว้ปลายเท้า เดินย้ำหนักเข้าประชากแขนบางไปยังที่ลับตาคน
"ปล่อยนะ... ข้าเจ็บ" การกระทำโผงผางไร้เกียรติทำนางหงุดหงิดจนหว่างคิ้วหด หญิงสาวกระทบส้นเท้าเหยียบหนังเสือที่เขาสวมใส่หุ้มปลายรองเท้าโดยไม่ไยดีว่าเขาจะเจ็บหรือไม่
"ไหนบอกว่าชอบข้า ปรารถนาข้า การแสดงออกของเ้าเมื่อครู่หมายว่าจะแต่งกับคุณชายหลี่ผู้นั้นหรือ"
เขาเฉหน้าหลบขณะพูด ดูเหมือนแค่จูบเดียวจะทำให้เขาพูดมากได้ขนาดนี้ ว่าแล้วหญิงสาวก็อยากแกล้งหูหนวกตาบอกเหย้าแย่คนหัวใจหมีดีเสือดาวผู้นี้สักหน่อย มือเล็กลูบไล้แผงอกแกร่งช้าๆ แต่สีหน้าของนางดันสวนทาง หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นสูงเปล่งเสียงทุ้มให้เขาตระหนักถึงอารมณ์โกรธของนาง
"เดิมทีก็อยากแต่งกับสกุลหยวน หลายวันมานี้ได้ใกล้ชิดกันทุกอิริยาบถ คนผู้มีแรงมากกลับเอาแต่หาเื่ข้า เอาเปรียบข้ารังแกข้าสารพัด ข้าปรารถนาสามีที่ตามใจอย่างหลี่เชี่ยนผู้นั้นมากกว่า" พูดแล้วก็ตีหน้าเศร้าคลอหน่วยน้ำตาเล็กๆ
"แต่ช่างเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว ในใจท่านมีคุณหนูหรงดูแลเอาใจใส่ ข้าหลินเหอเหยาจะไปมีประโยชน์อะไร สถานะของเราก็แค่พันธะที่ผู้ใหญ่ผูกไว้เท่านั้น"
"ท่านพี่หยวน... เหอเหยาจะปลดพันธะหมั้น"
ประโยคสุดท้ายลั่นลงและจบไปอย่างแช่มช้า นี่เป็สิ่งที่เขา้ามาตลอดไม่ใช่หรือ แต่ยามมือเล็กถอนออกจากแผ่นอกเขากลับทำสีหน้าราวกับไม่พอใจ จากที่เฉหลบก็ผินใบหน้าคมกลับมาจดจ้องนางอย่างสื่อความหมาย
"ก็เ้าไม่เกี้ยวข้าแล้ว... อีกทั้งยังดูแลเ้าหนุ่มนั่น ขโมยดวงใจข้าได้สำเร็จก็จะทำเช่นนี้หรือ..."
เหอเหยาหมุนตัวคล้าย้าเดินจากไป ลำมือสากคว้าข้อแขนนุ่มเอาไว้ทัน เขากระตุกเพียงเล็กน้อยร่างบางก็เซถลาเข้าหาอ้อมกอด สายตาแพรวพราวมองนางอย่างหมายปอง เขาเคลื่อนนิ้วเรียวทั้งห้าของอีกฝ่ายลูบคลำกล้ามอกไล่ั้แ่ส่วนนมยาวลงมาที่หน้าท้องเล็กได้อย่างตามใจชอบ
"ท่านทำอะไร" สีหน้าของนางราวไฮยีนาเห็นเหงื่อแต่ยังแสร้งกลืนน้ำลายสอทำเป็ไม่้า
"เ้าไม่พอใจข้าเื่หรงเจียนจื้อ ส่วนข้าไม่พอเ้าเื่หลี่เชี่ยน พวกเราหายกัน"
"ท่านมันบุรุษหน้าไม่อายเห็นแก่ได้" นางเม้มปากเข้าหากันด้วยความเขินอาย ในใจกึกก้องหวีดร้องไปด้วยเสียงของความปลาบปลื้ม ในที่สุดเสือแก่ก็กลายเป็หมาน้อยตัวหนึ่ง
"ข้าไม่สนหรงเจียนจื้อ... นางออกจากค่ายั้แ่เช้าตรู่อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าจอมโจรผู้ร้ายกาจที่แอบนำผงคันไปโรยบนเตียงนางก็คือเ้า" ร่างสูงโปร่งโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเหอเหยาเบาๆทำนางใจนตัวยืดหัวไหล่สั่นเทา ไม่คิดว่าจะถูกจับได้ แววตาคมเฉี่ยวราวเหยี่ยวป่าอย่างเขาไม่ว่ากระทำการใดคงยากจะปิดบัง
"ขะข้าไม่สบาย จะกลับกระโจมหมอไปกินยา" ใบหน้านวลผุดเหงื่อเย็นขึ้นมาหลายเม็ด ใบหูและช่อแก้มแดงเรื่อราวผลท้อสุกงอม เหอเหยากลืนน้ำลายอึกใหญ่ผ่านลำคอก่อนจะถอนมือเล็กออกจากอกอีกครั้ง
ทว่าเหรินม่อไม่ยินยอมสำหรับเขาแล้วนางก็เป็แค่จิ้งจอกที่รักสนุกแต่ไม่มีพิษสงอันใด ดังนั้นสตรีแซ่หลินที่อายุอ่อนกว่าจึงกลายเป็จุดบอดในใจที่สามารถทำให้เขาปากชาบ้าใบ้ไปชั่วขณะยามนางพูดว่าจะไป หากใช้แค่แรงกระชากเกรงว่าจะรั้งนางไม่ได้ ชายหนุ่มลากลำแขนโอบกอดอรชรไว้ น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูอย่างใจเย็นทำนางขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ข้าจะแต่งกับเ้า"
ยามนี้เขารู้แล้วว่าตนเองตัดสินใจผิด อย่างไรก็ต้องแต่งกับหลินเหอเหยาตามที่บิดามารเห็นสมควร แม้ใกล้ชิดกับนางแค่ไม่กี่วันใช่ว่าไม่มีใจ ต่อให้นางประหลาดไปจากสตรีเมืองหลวงที่ควรเพียบพร้อมไปด้วยมารยาทงดงามก็ตามเถอะ เดิมทีคนเราวัดกันที่ใจใช่ภายนอก
คำพูดสั้นๆเพียงหนึ่งประโยคทำนางชาหนึบไปทั้งใจ หยวนเหรินม่อขึ้นชื่อว่าเ็าไร้ใจ แต่เพื่อเอาใจนางแล้วเขายอมพูดมากเพียงนี้ คำพูดที่สบถออกมาล้วนหวานย้อยราวน้ำผึ้งเดือนเก้ากวนเดือดสิบชั่วยามแล้วจึงบรรจุลงไหฝังใต้ดิน
หลินเหอเหยาม้วนตัวกลับมา ยามนี้นางคิดว่าลมปากของเขาช่างหอมหวานและเย้ายวนนักหากเป็ริมฝีปากอิ่มคู่นั้นเล่าจะหวานเพียงใด ว่าแล้วก็ถกชายเสื้อตัวนอกของอีกฝ่ายเพื่อรั้งส่วนคอให้เขาค่อมตัวต่ำ ริมฝีปากเล็กจึงค่อยช้อนหมับประกบคนตรงหน้าสอดลิ้นเล็กเข้าไปขโมยน้ำอัมฤทธิ์ในปากอย่างตะกละตะกลาม
"นี่เ้า!" ดวงตาคมเบิกโพลงยามนางทำตัวล่อแหลมเช่นนี้ เขาผละร่างบางออกห่างและถอยร่นเมื่อได้ยินฝีเท้าผู้อื่นย้ำเข้ามา เชือกคาดเอวที่หละหลวมถูกรวบให้แน่นขึ้นก่อนจะแยกย้ายคนละทาง ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ท่านแม่ทัพขอรับ หาท่านตั้งนานมาอยู่ที่นี่เองหรือ"
"มีอะไรด่วนนักหรือ จ้องอย่างกะข้าทำอะไรผิด ข้าก็แค่... ก็แค่... ออกมาปลดทุกข์ท้ายค่ายเท่านั้น"
พลทหารเล็กกล่าวแค่ประโยคเดียวแต่ตอบกลับซะยาวยืด ทั้งที่เขาก้มหน้าประสานมือคำนับไว้ตลอด เหรินม่อกลับเขินอายและหลบเลี่ยงใบหน้าไม่ให้พวกเขาจับพิรุธทั้งที่ความจริงแล้วเขาเผยพิรุธโจ่งแจ้งซะนี่กะไร เหอเหยาได้แต่หลบหลังต้นไม้ใหญ่กระเถิบกายถอยหนีทีละคืบพร้อมโบกมือลาขยิบตาสื่อสาร
"อะเอ่อ... มีเื่ด่วนขอรับ เชิญท่านแม่ทัพเข้าฐานบัญชาการด่วน" ทหารเล็กตอบกลับด้วยสีหน้ามึนงงห่อเสียงกะกุกตะกักก่อนจะผายมือเชื้อเชิญไป
ในขณะที่ฐานบัญชาการตึงเครียด หลินเหอเหยาขยับปากฮำเพลงเบิกบานใจ ใบหน้านวลยิ้มน้อยใหญ่ประหนึ่งคนบ้า แผงอกหน้าก้อนมัดกล้ามโตไหลออกจากหัวนางไม่ได้ เหอเหยายังคงจำไอร้อนหมู่นั้นได้ดีจับใจ นิ้วเรียวเล็กเด็กยอดหญ้าขึ้นมาลูบสันจมูกบางเบา นางเคล้นเสียงอือ อือ อาอา คล้าย้าฝึกครางเอาใจบุรุษ
"เหรินม่อ...ท่านยอมให้ข้าเกี้ยวแล้ว แผนต่อไปของข้าก็แค่หลอกกินเต้าหู้ท่าน" ริมฝีปากบนหยักคิดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคืนสวาทร้อนและแก่นกายเขา