คณะคุ้มภัยของอี้หย่งหยางเจี๋ยรีบเร่งหาโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านใกล้ๆเพื่อให้ชายนิรนามพักรักษาตัว โชคดีเืมากมายที่เห็นเป็ของคนอื่นนอกจากแผลลึกที่สีข้างแขนขวาหักกับาแเล็กๆน้อยๆตามตัวก็ไม่มีอะไรน่าห่วง ใส่ยาพันแผลพักผ่อนสักหน่อยรอแผลสมานเป็อันใช้ได้
“แค่กๆ” การเคลื่อนไหวบนเตียงเรียกคนที่นั่งจิบชาอยู่ไม่ไกลหันไปสนใจ หลัวเจิ้งเหยียนลุกเต็มความสูงเดินไปรินน้ำให้คนพึ่งฟื้นดื่มแก้กระหาย
“ดื่มน้ำก่อนนะขอรับ” น้ำจอกเล็กยื่นไปตรงหน้าบุรุษบนเตียงค้างอยู่เช่นนั้นเพื่อรอให้อีกฝ่ายประมวลผลถึงสถานการณ์ปัจจุบันอย่างใจเย็น นานสองนานถึงขยับตัวทว่าความเ็ปจากแขนที่หักทำให้ไม่สามารถขยับได้ดั่งใจ เห็นดังนั้นหลัวเจิ้งเหยียนจึงช่วยยกไปให้ถึงปาก คนผู้นั้นเหลือบตามองด้วยความคลางแคลงใจ
"ในเมื่อข้าช่วยท่านไว้ย่อมไม่มีเหตุผลที่ต้องวางยาทีหลัง"หลัวเจิ้งเหยียนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาไร้ซึ่งเจตนาร้ายคนผู้นั้นจึงยอมเผยอริมฝีปากดื่มน้ำเพื่อชโลมลำคอที่แห้งผาก
“ขอ..บ..คุ..ณ” เสียงที่ตอบกลับมาแหบแห้งแ่เบาทว่าพอจับใจความได้
หลัวเจิ้งเหยียนพงกศีรษะรับวางจอกน้ำไว้บนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง “ข้าจะไปนำยามาให้นะขอรับ”
“…….” ริมฝีปากขยับทว่าเสียงไม่ออกมาด้วย อ่านจากปากก็ไม่รู้เื่หลัวเจิ้งเหยียนจึงหันหลังเดินออกไปเพื่อไปนำยามาให้ตามที่กล่าวไว้
แววตาอ่อนแรงของคนพึ่งฟื้นมองตามหลังชายหนุ่มไปจนลับสายตา พร้อมกับความรู้สึกคุ้นเคยลึกๆ ในใจแต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร
.
.
.
.
การฝึกอย่างสม่ำเสมอนับว่าได้ผลก้าวะโเป็ที่พอใจ วันนี้ก็เป็อีกวันที่อันจื่อเทาหลบมาฝึกวรยุทธ์หลังจากกำหนดบทเรียนให้พี่น้องสกุลหลัวแล้วโยนให้แดเนียลช่วยสอนเช่นทุกครั้ง มีคุณชายใหญ่สกุลหลัวนั่งเป็ผู้ชมบ้างครั้งบางคราวตามแต่จะมีเวลาว่างมากน้อยแค่ไหน
"เ้าพัฒนาไวมาก"กระบวนท่าถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของร่างกายจนทุกอย่างลงตัวและฝึกฝนจนชำนาญในเวลาอันสั้น หลัวสุ่ยิเห็นถึงพัฒนาการเ่าั้อดจะออกปากชมไม่ได้
"....."อันจื่อเทาไม่ได้ตอบสิ่งใดออกไป จบกระบวนท่าสุดท้ายทำเพียงนั่งพักใช้น้ำล้างหน้าล้างตาเช่นเดิม และก็มีผ้าเช็ดหน้าจากคนเดิมยื่นมาให้แม้เขาจะไม่เคยใช้เลยก็ตาม
หลัวสุ่ยิไม่ได้ถือสากับความเฉยชาของอดีตคนที่เคยพึงใจตน จะเรียกว่าชินแล้วก็ว่าได้เพราะตลอดหลายวันมานี้ที่มายังที่แห่งนี้อี้หย่งเพ่ยซานเคยปฏิบัติกับเขายังไงก็ยังคงเป็อย่างนั้น เฉยชาไร้ซึ่งบทสนทนาหากเขาไม่เอ่ยขึ้นก่อนหรือเ้าตัวไม่อยากพูดจริงๆ
หลัวสุ่ยิตอนก็แรกไม่ชอบใจ ตลอดชีวิตบุตรชายคนโตของตะกูลหลัวมีแต่คนนับหน้าถือตา ไปที่ใดก็มีคนเข้าหามากมายจนเกิดเป็ความเคยชิน เมื่อถูกเมินจึงค่อนข้างรับไม่ได้แต่ไม่มากมายอะไรพอนานไปกลายเป็ความชินชาค่อนไปทางแปลกใหม่
ดวงตาคมมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เ้าตัวเองก็คงไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนทุกครั้งที่ใครคนนี้อยู่ในสายตา ทุกการกระทำกลายเป็ภาพน่ามองไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มชินแล้วเหมือนกันหลังๆมาถึงไม่ทักอะไรแม้เขาจะจ้องมองตรงๆก็ตาม
ทางด้านอันจื่อเทาเมื่อพักจนพอใจแล้วจึงบิดกายคลายเมื่อยก่อนลุกยืนเต็มความสูงเอ่ยสั้นๆ "กลับกัน"
จบคำก็หันหลังกลับเรือนโดยไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะตามมาหรือไม่ ขาเรียวก้าวเดินไปตามทางที่คุ้นเคย เบื้องหน้าปรากฏภาพอาทิตย์อัสดง แสงสีส้มอาบย้อมไปทั่วผืนฟ้าแสดงให้เห็นว่าการฝึกในครั้งนี้กินเวลานานกว่าทุกวัน
ป่านนี้แล้วหรือ ทุกคนคงแยกย้ายเรือนใครเรือนมันแล้วกระมัง
มันควรเป็เช่นนั้น เมื่อกลับถึงเรือนมองไปทางศาลากลางทะเลสาปที่เป็เสมือนห้องเรียนจำเป็ก็ไม่เจอใครดั่งที่คิดไว้ ทว่าสิ่งที่แปลกไปคนที่ควรจะรออยู่กลับไร้ซึ่งวี่แวว กลับเรือนก่อนแล้วหรอ?
"หลี่ซูเซียนกลับเรือนแล้วหรือ?"หลัวสุ่ยิแสร้งเดินมาอีกทางมองหาภรรยาในนามที่ต้องมารับกลับเรือนเหมือนทุกวัน
"อยู่ในเรือนกระมัง"เป็ไปได้ว่าพวกนั้นอาจเปลี่ยนที่สอนไม่ก็แอบอู้กันอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของเรือน ยิ่งมีเ้าเด็กเกรียนอยู่ด้วย แท็กทีมกับกองสนับสนุนชั้นยอดอย่างเ้าเด็กหัวทึบหลัวเจี้ยนฮ่าวแล้วความเป็ไปได้ว่าจะแอบอู้สูงไปอีก
"ข้ารอตรงนี้"ความหมายคือให้เข้าไปตามออกมาให้สินะ อันจื่อเทารับรู้แต่ไม่ได้รีบเร่งสองเท้าก้าวเดินเรื่อยเฉื่อยเป้าหมายในหัวคือห้องโถงใหญ่
ทว่ายังไม่ทันถึงหน้าเรือนดีประตูตรงหน้าพลันเลื่อนเปิดออกมาพร้อมบุคคลที่พึ่งนินทาในใจไป หลัวเจี้ยนฮ่าวมีสีหน้าร้อนรนในคราแรกแต่เมื่อเห็นหน้าอันจื่อเทากลับเปลี่ยนเป็ใอย่างเห็นได้ชัด
"หืม?"คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความฉงน ่ที่เขาไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นรึป่าว?
"เพ่ยเอ๋อร์ กลับมาแล้วหรือลูก"เฉินซือเยว่ยิ้มแย้มเข้ามาพร้อมกับเลี่ยงชิงที่ประคองกาชามาด้วย อันจื่อเทายิ้มรับแม้ในใจจะตงิดกับคำว่ากลับมาแล้วของแม่สามีก็ตามที
เื่ที่อันจื่อเทาหลบไปฝึกวรยุทธคนเดียวนอกจากหลัวสุ่ยิที่แอบตามไปก็ไม่มีใครรู้ หลี่ซูเซียนกับเด็กๆรู้ว่าเวลาเดิมเขาจะหลบไปอยู่คนเดียวแต่ไม่รู้ว่าเขาไปไหนไปทำอะไร แล้วเฉินซือเยว่ที่อยู่แต่ในห้องแทบทั้งวันจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาพึ่งกลับมา?
"หลัวเจี้ยนฮ่าว..."เพียงเอ่ยนามเต็มยศเ้าของชื่อก็สะดุ้งอย่างมีพิรุธ ไม่ต้องเดาให้ยากว่า่ที่เขาไม่อยู่เด็กพวกนี้ต้องเล่นอะไรแผลงๆแน่
"เอ่อ....."หลัวเจี้ยนฮ่าวอับจนคำพูด ปากอ้าๆหุบๆอย่างคนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมากล่าวดี ง่ายๆคือหาเื่แถไม่ได้นั่นเอง อันจื่อเทาไม่ปล่อยให้คิดหาเื่แถให้เสียเวลาเอ่ยดักทาง
"หากไม่บอกแล้วข้ารู้ทีหลัง คงรู้นะข้าไม่ปล่อยผ่านง่ายๆแน่"น้ำเสียงเรียบเรื่อยหากแต่แฝงไปด้วยความกดดัน หลัวเจี้ยนฮ่าวมีหรือจะทนความกดดันนี้ได้คว้ามือพี่สะใภ้มาบีบคล้ายจะบอกให้ใจเย็นๆ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบพลางมองมารดากับพี่สะใภ้สลับก้มหน้าอย่างกลัวความผิด
"เอ่อ....คือว่า....พี่สะใภ้หลี่บอกว่าเรียนไปทำไมปวดหัวเปล่าๆ....สู้ไปเดินเล่นชมของสวยงาม....นอกจวนมิดีกว่าหรือ....พวกเราก็เลย.....ก็เลย....."
"ก็เลยหนีเรียนแล้วออกไปเที่ยวเล่น?"เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนปล่อยมือแล้ววิ่งไปหลบหลังมารดายื่นหน้าออกมามองพี่สะใภ้ด้วยสายตาเชื่องซึมไร้ซึ่งความดื้อดึงเหมือนที่ผ่านมา
"นานๆผ่อนคล้ายหน่อยคงไม่เป็ไรกระมัง ท่านก็อย่าได้เคร่งครัดนักเลย"
ดูเอาเถอะศิษย์คนดีของอันจื่อเทา ไม่น่าไว้ใจคิดว่าแดเนียลจะสอนเด็กพวกนี้ได้ตลอดรอดฝั่งเลย ให้ตายเถอะ
อันจื่อเทาผ่อนลมหายใจปลงตกเงียบๆคนเดียว คิดในแง่ดีทุกคนล้วนมีความเกียจคร้านเป็ธรรมดา นานๆปล่อยให้ผ่อนคลายบ้างก็ไม่เป็ไรอย่างที่เ้าเด็กหัวทึบว่านั่นแหละ
"แล้วคนที่เหลืออยู่ที่ใด?"พระอาทิตย์ใกล้ตกดินเต็มที สามีเขาก็มารอรับแล้วเื่วันนี้ผ่านมาแล้วก็แล้วไป ควรให้คนกลับไปก่อนจะดีกว่า
"คือว่า....."สีหน้าลำบากใจของหลัวเจี้ยนฮ่าวทำให้ลางสังหรของอันจื่อเทากู่ร้องเตือนว่าเื่นี้ชักมีเค้ารางไม่ดีแล้ว
"พูดมาให้หมด"
"พี่สะใภ้หลี่กับท่านพี่บอกจะไปเดินเล่นที่ย่านการค้าั้แ่ยามอู่...."ประโยคต่อจากนั้นอันจื่อเทาพอเดาได้ ดวงตาคู่งามฉายแววตำหนิพาให้คนถูกมองมีท่าทีสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"พวกเ้าแอบหนีเรียนไปเที่ยวเล่นมาแล้วกี่ครั้งกัน?"มาถึงตรงนี้จะดุด่าว่าอะไรไปล้วนไม่มีประโยชน์แล้ว ที่อันจื่อเทา้าตอนนี้คือความจริงหลังจากที่เขาไม่อยู่เด็กพวกนี้แอบเล่นพิเรนท์อะไรบ้างลับหลังเขา
หลัวเจี้ยนฮ่าวยิ้มแห้งชูมือทั้งสองขึ้นมาด้วยจำนวนนิ้วไม่เท่ากัน นับๆแล้วนอกจาก่ไม่กี่วันแรกที่เหลือเด็กพวกนี้แอบโดดเรียนหนีเที่ยวตลอดเลยสินะ ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์จำเป็ที่อันจื่อเทารับรู้แล้วว่าไม่ควรฝากเด็กให้เลี้ยงเด็ก!
.
.
.
ภาระกิจที่รับมาไม่สามารถรั้งอยู่นานจนชายนิรนามที่พึ่งทราบว่าแซ่เยี่ยหายได้ หลัวเจิ้งเหยียนจึงให้เฉียนตัดกุดหมอประจำขบวนและลูกน้องคนสนิทอีกสามคนอยู่ดูแลจนกว่าบุรุษแซ่เยี่ยจะหายดี ทั้งยังกำชับว่าให้ดูแลเป็อย่างดีก่อนล่วงหน้ากลับสำนักเพื่อรายงานผลของภารกิจเช่นที่ควรจะเป็
"ดูเ้าห่วงใยท่านลุงคนนั้นจังนะ"อี้หย่งหยางเจี๋ยทักขึ้นขณะควบม้าวิ่งเหยาะๆตีคู่นำหน้าขบวน
"เ้าคิดมากไปแล้ว เห็นคนาเ็ไม่ช่วย ช่วยแล้วไม่ดูแลให้ดีได้อย่างไร"คำสั่งสอนของท่านเ้าสำนักหรืออีกอย่างก็คืออาจารย์ที่สอนสั่งทุกสิ่งให้แก่หลัวเจิ้งเหยียนั้แ่วัยเยาว์ถูกยกมา เห็นคนาเ็อยู่ตรงหน้าย่อมมิอาจเมินเฉยทำเป็ไม่เห็นได้ เมื่อช่วยมาแล้วจะทำแบบขอไปทีก็กระไรต้องดูแลให้ดีตามความเหมาะสมและกำลังที่มี
"ก็จริงของเ้า"ที่ผ่านมาอาจเป็เพราะพวกเขาไม่ค่อยได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้กระมัง พอลองคิดดูอีกครั้งการที่สหายดูแลท่านลุงเป็อย่างดีนับเป็เื่สมควรทำตามท่านพ่อเคยพร่ำสอนศิษย์ทุกคนมาั้แ่เด็กจวบจนป่านนี้ เมื่อสิ่งที่คาใจกระจ่างอี้หย่งหยางเจี๋ยไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีกบทสนทนาจึงจบลงเพียงเท่านั้น
.
.
.
หลังจากซักถามทุกอย่างจากศิษย์หัวทึบอยู่นานสองนานได้ใจความเพียงอย่างเดียว คือหลังจากอี้หย่งเพ่ยซานปลีกตัวออกไปเด็กพวกนี้ก็พากันโดดเรียนไปเที่ยวเล่นทุกวัน หลัวผู่เยว่ตอนแรกไม่เห็นด้วยแต่ไม่อาจต้านทานการชักนำของพี่สะใภ้ใหญ่ได้เลยคล้อยตามกันไปในที่สุด จนถึงวันนี้ก็เช่นกัน แต่ที่ต่างออกไปคือวันนี้หลัวเจี้ยนฮ่าวไปด้วยไม่ได้เพราะบทเรียนที่พี่สะใภ้รองให้ไว้ต้องทำให้เสร็จก่อนเพื่อไม่ให้เกิดการระแคะระคาย ในภายหลังหากจะแอบออกไปจะยากขึ้นไปอีก
ทำงานเป็กระบวนการจริงเชียวเด็กพวกนี้!
"หลี่ซูเซียนยังมิกลับมาเช่นนั้นหรือ?"คนที่อันจื่อเทาลืมไปแล้วมาหยุดอยู่ด้านหลังั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ และคงได้ยินเื่ราวทั้งหมดแล้วถึงได้ถามเข้าประเด็นตรงๆ
"ข้าก็กำลังรออยู่เหมือนกัน แต่ป่านนี้แล้วไม่รู้ทำไมยังไม่กลับมาอีก"หลัวผู่เยว่มิใช่คนเหลวไหลการจะเดินเที่ยวจนลืมเวลาไม่ใช่วิสัยของนาง
คงไม่ใช่ว่าเ้าเด็กเกรียนคิดพิเรนท์จะอยู่เที่ยวหอนางโลมหรอกนะ
"นี่ก็จวนจะมืดค่ำเต็มทีแล้ว อาฮ่าวไปตามพี่เ้ากลับมาเถิดลูก"เฉินซือเยว่ฟังเงียบๆอยู่นานหันไปบอกบุตรชายคนเล็กด้วยความเป็ห่วงเกรงว่าหากมืดค่ำกว่านี้บุตรสาวของนางอาจมีอันตรายได้
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วงข้าจะไปพากลับมาเอง"อันจื่อเทากุมมือมารดาสามีไว้บีบเบาๆให้นางคลายความกังวล
"รบกวนเ้าอีกแล้วเพ่ยเอ๋อร์"สตรีวัยกลางคนมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อสะใภ้ออกปากจะจัดการให้ "พวกเ้าช่างน่าตีจริงเชียวไม่บอกสิ่งใดแถมยังโป้ปดมารดาอีก"
"ท่านแม่ข้าขอโทษ"เด็กหนุ่มคว้ามือมารดามาแนบใบหน้าตนเองมองกลับไปด้วยสายตาขอความเห็นใจระคนรู้สึกผิด
"เอาเถิด แม่ไม่ตำหนิเ้าแล้ว"มือบางเริ่มมีริ้วร้อยตามกาลเวลาเปลี่ยนไปลูบศีรษะบุตรชายด้วยความรักใคร่ระคนจนใจจะต่อว่าสิ่งใดอีก
ภาพตรงหน้าคล้ายสะท้อนเข้าไปในใจของใครบางคน ความอ่อนโยนของมารดาที่ไม่เคยได้รับ มีเพียงความรักอันมากมายจากปากที่พร่ำบอกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันหากแต่ไม่เคยรับรู้ได้สักครั้ง พอมาเห็นภาพเช่นนี้ก็อดจะ….ริษยาไม่ได้
"เลี่ยงชิงเ้าพาท่านแม่ไปรอในเรือนก่อน"เวลาไม่รอช้าหากรั้งอยู่อีกคงมืดค่ำเสียเปล่า ก่อนออกไปอันจื่อเทาแจงหน้าที่ให้บ่าวรับใช้ ไม่ลืมคาดโทษเด็กหนีเรียนไว้ก่อนมาชำระทีหลัง "ส่วนเ้าอยู่เตรียมมื้อเย็น หากไม่ได้เื่นะ"
"ท่านเป็ั์เป็มารชัดๆ"คนมีความผิดโอดครวญขอความเป็ธรรม สำรับแต่ละมื้อไม่ได้มากมายแต่ให้ทำคนเดียวใช่จะเสร็จในเวลาสั้นๆ ถึงจะเสร็จทันแต่ฝีมือทำอาหารของหลัวเจี้ยนฮ่าวก็จัดอยู่ในขั้นพอทำได้ไม่ถึงกับอร่อยเหมือนมารดาและพี่สาวพี่ชายทำ พี่สะใภ้ใจั์แกล้งกันชัดๆ
*************************