ตอนที่ 17 หน้าแดง (2)
หลินเฉินเห็นท่าทางที่เดี๋ยวก็หน้าแดงขึ้นอย่างไร้เหตุผลของลูกศิษย์ตัวน้อยผู้นี้บ่อยมากจนไม่รู้สึกแปลกประหลาดอะไรแล้วบางครั้งเวลาอีกฝ่ายฝึกวิชากับเขาอยู่ที่ยอดเขาซู่หมิงเจ้าลูกศิษย์คนนี้ก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ เขาเองก็ไม่คิดอะไรมากในเมื่อนิยายต้นฉบับวางอุปนิสัยของอีกฝ่ายเอาไว้ว่าเป็นหนูน้อยน่ารักใสซื่อไร้เดียงสาอยู่แล้วแต่เดิมที
เพียงแต่ เขาก็ยังหันไปเหลือบมองอีกฝ่ายอยู่ดีเป็นอย่างที่คิด หน้าอีกฝ่ายแดงก่ำอย่างกับก้นลิงจริงด้วย
‘เจ้าลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้น่ารักจริงๆ’ เขาคิด
จ้าวเสียวเป่าเบนสายตากลับมามองหลินเฉินอีกครั้งแล้วกะพริบตาปริบเด็กน้อยจ้องเขาอยู่แบบนั้น ต่อให้หลินเฉินจะแน่วแน่มากเพียงใดแต่เมื่อโดนคนอื่นมานั่งจ้องแบบนี้ เขาก็ขนลุกเหมือนกัน
“มีอะไรหรือ” หลินเฉินเบนสายตาไปมองจ้าวเสียวเป่า
จ้าวเสียวเป่าส่ายศีรษะแล้วยิ้มแหยๆ อย่างไร้เดียงสา“ไม่มีอะไรขอรับ ข้าเพียงแต่คิดว่าพี่ชายเทพเซียนดูดีมากเหลือเกิน”
โห เจ้าเด็กคนนี้ปากหวานเกินไปไหมถึงหลินเฉินจะรู้ดีว่าตัวเองหล่อ หล่อมาก หล่อเกินใครเปรียบ แต่เขาจะเอาแต่พูดว่า ‘ข้ารู้อยู่แล้วว่าตัวเองหล่อ ไม่ต้องให้เจ้าบอกหรอก’ จะได้หรือ คนเราต้องอ่อนน้อมถ่อมตนหน่อยสิ
หลินเฉินชายตามองจ้าวเสียวเป่า สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร
ฉือม่อเองก็เพิ่งกลับสู่สภาวะอารมณ์ปกติจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้จะว่าไปเขาก็รู้สึกว่าจ้าวเสียวเป่าพูดถูกเหมือนกันถึงขนาดรู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดได้ตรงกับใจเขามาก อาจารย์ดูดีมากจริงๆอีกอย่างยังเป็นคนดีที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมาเลยด้วย ตอนที่เจออาจารย์ครั้งแรกเขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายดุจดั่งเทพสวรรค์ที่จุติลงมาบนโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น
หลินเฉินหลุบตาลง ขนตายาวพริ้มสะท้อนเป็นเงายาวบนใบหน้าเมื่อมีแสงสีเหลืองนวลจากเปลวเทียนส่องสะท้อนใบหน้าเขาก็ยิ่งขับให้ดูงดงามอย่างน่าประหลาด
ในเวลานี้เอง จ้าวไคฝูก็เดินยกหม้อก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาก่อนนำไปวางลงบนโต๊ะ
จ้าวเสียวเป่าท้องร้องโครกครากนานแล้ว พอเห็นจ้าวไคฝูยกอาหารเย็นเดินเข้ามาก็รีบยื่นหน้าเข้าไปดูทันที จ้าวไคฝูทำได้เพียงดันศีรษะอีกฝ่ายออกอย่างช่วยไม่ได้เอ่ยตักเตือนด้วยท่าทางเข้มงวด “เจ้าจะรีบร้อนอะไรกันนักท่านเซียนหลินอยู่ตรงนี้ด้วยนะ!”
จ้าวเสียวเป่าเบ้ปากพูดอย่างน่าสงสาร “ข้าก็จะตักให้พี่ชายเทพเซียนอยู่นี่ไงขอรับ”
ฝาหม้อค่อยๆ ถูกเปิดออก ควันกรุ่นร้อนลอยโชยขึ้นจ้าวไคฝูเอ่ยอย่างรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไร “ท่านเซียนหลิน ขออภัยด้วยนะขอรับครอบครัวของเรายากจนข้นแค้น เลยไม่มีอาหารดีๆ มาต้อนรับท่าน...”
“ไม่เป็นไร” หลินเฉินไม่ถือสาเรื่องอาหารการกินเท่าไรนักข้อแม้เพียงหนึ่งเดียวของเขาคือ อย่าทำเหมือนที่ฉือม่อทำเมื่อคราวก่อนก็พอแบบนั้นเขารับไม่ไหวจริงๆ
โจ๊กฝีมือจ้าวไคฝูนี่หน้าตาดูดีไม่เลวคงจะพอลิ้มรสได้สักหน่อย
จ้าวไคฝูตักอาหารให้หลินเฉินไป พลางพูดอธิบายให้เขาฟังไปด้วย“ตอนนี้เป็นช่วงชุนเฟินพอดี ข้าเห็นด้านนอกมีผักป่าขึ้นเยอะ จึงเก็บกลับมานิดหน่อยท่านเซียนหลินกับท่านฉืออย่าถือสาเลยนะขอรับ”
โจ๊กชามหนึ่งถูกวางลงตรงหน้าหลินเฉิน เขาเหลือบมองทีหนึ่งเรียวนิ้วขาวผ่องจับขอบชามยกขึ้นจ่อริมฝีปากแล้วจิบไปคำหนึ่ง ใครจะไปคิดว่าพอดื่มเข้าไปแล้วแววตาเขาจะทอประกายขึ้นมาเล็กน้อย
โห นี่อร่อยกว่าอาหารที่เขากับฉือม่อทำตั้งเยอะแม้จะใช้แค่วัตถุดิบที่เรียบง่ายที่สุดอย่างข้าวสารกับผักป่าก็เถอะแต่โจ๊กหม้อนี้ก็ต้มจนงวดได้ที่ เนื้อโจ๊กเหนียวนุ่มกลมกล่อม ดื่มแล้วคล่องคอสุดๆ
เมื่อดื่มลงไปแล้ว ไม่เพียงได้รสชาติอันเหนียวนุ่มของข้าวยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของผักป่าอีก น้ำแกงผักเข้มข้นเมื่อต้มกับข้าวจนงวด ให้รสชาติอ่อนๆอร่อยเหลือเกิน
ไม่นานเขาก็ค่อยๆ วางชามลง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8