
....หลินเซียนเปลี่ยนจากชุดผ้าไหมที่เคยสวมใส่เป็ชุดชาวบ้านสีเทาเก่า ๆ ผ้าขาดตรงชายเสื้อเล็กน้อย พอให้ดูไม่ต่างจากชาวบ้านธรรมดาที่เดินไปมาในตลาด เขาดึงหมวกงอบลงต่ำเพื่อบดบังใบหน้า หัวใจยังคงเต้นไม่เป็จังหวะยามก้าวผ่านผู้คน
เขายังคงครุ่นคิดไม่หยุดถึงความเป็ไปได้
สำนักอวิ๋นเจิ้งอาจส่งคนออกมาตามล่าเขาอยู่ทุกย่างก้าว หรือบางทีหลิวเซี่ยง ไอ้อ้วนขี้อิจฉานั่น อาจลงมือเอง ส่งลูกน้องมือดีเฝ้าดักตามทางสายหลัก
หลินเซียนไม่กลัวตาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาหนักใจคือท่านแม่ หากเขาพลาดท่า ศัตรูเ่าั้อาจลามไปถึงผู้ให้กำเนิด ความคิดนั้นทำให้ทุกก้าวที่เหยียบพื้นหินเย็นะเืหนักอึ้งยิ่งกว่าูเา
มือเขาเผลอกำแน่นที่ชายเสื้อ หูคอยเงี่ยฟังทุกเสียงรอบด้าน เสียงฝีเท้าคนเดิน เสียงลมพัดกลีบดอกไม้ เสียงใด ๆ ก็อาจแฝงมีดสั้นจากเงามืดได้ทั้งสิ้น
สายตาของเขากวาดมองรอบตลาดครั้งแล้วครั้งเล่า แม้เพียงร่างคนเมาสะดุดล้ม หลินเซียนก็สะดุ้งนึกว่าเป็ศัตรูมาโจมตี ความกังวลกัดกินใจ แต่สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้คือภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของมารดาในความทรงจำ
เขาต้องอยู่รอดให้ได้… ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อปกป้องนางจากเล่ห์กลของคนใจดำทั้งหลาย
หลินเซียนกำมือแน่น ความคิดหมุนวนไม่หยุด หากยังอยู่แค่ปราณพื้นฐานขั้นกลางเช่นนี้ วันหนึ่งต้องตกเป็เหยื่ออย่างแน่นอน
"ข้าต้องรีบทะยานขึ้นสู่ขั้นปลายให้เร็วที่สุด"
"ไม่…ไม่พอ!"
"ต้องรีบไปให้ถึงระดับ 3 แกนปราณ!"
มีเพียงพลังเท่านั้นที่จะปกป้องเขาและท่านแม่จากเงื้อมมือของศัตรูทั้งปวง
หลินเซียนขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลจนไร้แววสงบสุข
ริมฝีปากเม้มแนบสนิท ราวกับจะกักเก็บเสียงสะท้อนแห่งความกลัวไม่ให้เล็ดรอดออกมา
....ประตูไม้เก่าเอี๊ยดอ๊าดเปิดออก เผยให้เห็นร่างหญิงชราผิวซีด ผมขาวแซมร่วงลงตามกรอบหน้า มือข้างหนึ่งกำตำราขาดวิ่นไว้แน่นเพื่อพยุงตัวแทนไม้เท้า ดวงตาที่เคยอ่อนแรงยังส่องประกายความอบอุ่นไม่เปลี่ยน นางก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า ก่อนเอ่ยเรียกลูกชายเสียงแ่เบา
“เซียนเอ๋อร์ เป็อะไรไปลูก”
นางเอื้อมมือผอมบางออกมาแตะลงบนไหล่ของหลินเซียน แรงัันั้นเบาราวกับสายลม แต่กลับหนักอึ้งด้วยความรักความห่วงใย
เสียงไอแ่หลุดรอดจากริมฝีปากซีดเซียว ทว่าแววตาที่ทอดมองบุตรชายยังเต็มไปด้วยความอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยน
“เ้าคือดวงใจของแม่…หากเหนื่อยก็พักอย่าฝืนนะลูก”
"แม่รู้ว่าเ้ามีความในใจ"
หลินเซียนเม้มปากแน่น หัวใจสั่นสะท้านยามรับรู้ถึงความอ่อนแรงของนาง ยิ่งตอกย้ำว่าตนต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้โดยเร็วที่สุด
....ท่านแม่หยิบตำราเก่าที่ถืออยู่แน่นในมือ ค่อย ๆ ยื่นให้หลินเซียนอย่างระมัดระวัง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน
“เซียนเอ๋อร์…นี่คือสิ่งที่พ่อฝากไว้ให้ ตอนนี้เ้าเป็เซียนแล้ว บางทีตำรานี่จะมีประโยชน์ต่อเ้าลูกแม่”
หลินเซียนรับตำราอย่างระมัดระวัง ใบหน้าเขาตึงเครียดด้วยความสงสัยและตื่นเต้น ท่านแม่เริ่มเล่าเสียงแ่ แต่ทุกถ้อยคำช่างหนักแน่นและทรงพลังในใจของเขา
“ครั้งหนึ่ง…พ่อเ้าขอให้เ้าร่วมกับแม่ทัพบุกตีแคว้นหนึ่ง จนไปถึงพระราชวัง แม่ทัพสั่งให้ฆ่าทุกคนไม่เว้น โดยเฉพาะนางสนมและเชื้อพระวงศ์ต้องฆ่าให้หมดโดยไม่มีข้อแม้"
"แต่พ่อเ้าของเ้ากลับ…สงสารหญิงสูงศักดิ์ผู้หนึ่งที่อุ้มทารกน้อยหลบอยู่ในห้องสุขาที่มีประตูหนีลับสำหรับหลบหนีเล็กๆ ซ่อนอยู่"
"เ้าก็เหมือนกับเขาลูกแม่ เนื้อแท้พ่อของเ้าก็มีจิตใจดีเหมือนเ้า เขาฆ่าเด็กทารกและแม่คนนั้นไม่ลง…”
หลินเซียนเงยหน้ามองนาง แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและซาบซึ้ง เสียงแม่สั่นเล็กน้อย ขณะเอ่ยต่อ
“พ่อเ้าบอกกับแม่ทัพว่า…ไม่เจออะไรเลย ทำราวกับทุกอย่างผ่านพ้นไป นางหญิงนั้น…รู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของพ่อเ้ามาก ห่อนหลบหนีเข้าช่องลับ นางได้มอบตำราเล่มนี้ไว้ให้เป็คำขอบคุณ"
"ภายในเล่มมีเพียงเมล็ดพืชหนึ่งเมล็ด กับคำอธิบายถึงวิธีการเพาะปลูกและปรุงยา…พ่อเ้าของเ้าตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ก็แอบเอาเมล็ดนั้นไปปลูกในป่าลึกหลังบ้านเรา”
ท่านแม่ถอนหายใจช้า ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความระลึกถึงอดีต “เมื่อต้นไม้โตขึ้น…มันกลับไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดาเลย พ่อเ้ากลัวคนอื่นจะจับสังเกตเห็น พิรุธ จึงสร้างบ้านหลังนี้อำพรางไว้ และย้ายพวกเราออกจากหมู่บ้านมาสร้างบ้านใหม่อยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัย”
หลินเซียนนิ่งไป มือของเขากำตำราหนาแน่น ราวกับจับหัวใจของพ่อและแม่เอาไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน
ความดีงามของบิดา ความห่วงใยและความรักที่มารดามอบให้
"ข้าไม่ใช่ขยะ แต่ข้าคือผู้ชายที่โชคดีที่สุดที่ได้เกิดมาเป็ลูกของพ่อและแม่ที่รักข้ามากสุดหัวใจ"
เขาััได้ทั้งร่างกายและหัวใจ พลังใจเขากระเพื่อมอย่างประหลาด รู้สึกถึงสายเืของความดีและความรักแท้ที่วิ่งวนอยู่ในหัวใจของครอบครัว
เขาเงยหน้ามองแม่ น้ำตาคลอเบ้าแต่ยังคงเก็บไว้ มือบางของนางลูบใบหน้าเขาเบา ๆ
"เขารู้ว่าวันหนึ่งเ้าต้องได้เป็เซียนเหมือนตอนนี้แน่ๆ เพราะเ้าพูดอยากเป็เซียนั้แ่เด็กๆ"
"พ่อเ้าเชื่อว่าสักวันเ้าต้องทำความฝันให้เป็จริงได้แน่"
“พ่อเ้า....เขาถึงทำทุกสิ่งนี้ทิ้งไว้ให้เ้า แม้จะไม่เข้าใจ แต่เขาหวังว่ามันจะเป็ประโยชน์ต่อเ้าในสักวันหนึ่ง"
"เขาชอบพูดเสมอว่าลูกชายข้าจะเติบโตได้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าข้า เขาจะเป็ที่พึ่งของผู้คนมากมาย"
หลินเซียนสะอื้นเงียบ น้ำตาไหลอาบแก้ม ราวกับทุกความดีงามและความรักที่พ่อทิ้งไว้ล้นทะลักเข้ามาในหัวใจ
เขากำมือแน่นที่ตำรา รู้สึกถึงแรงใจและความห่วงใยของพ่อที่ยังคงอยู่กับเขาแม้พ่อจากไปแล้ว
หัวใจเขาอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังขึ้นมาอย่างไม่อาจอธิบายได้ ราวกับได้รับมรดกของความรักแท้จากสายเืผู้เป็บิดา
"ต้นๆ นี้อยู่ในป่าหลังบ้านเราไม่ไกลนี่เอง แต่...ที่ไม่มีใครเห็นเพราะมีเพียงผู้ถือตำราเล่มนี้เท่านั้นที่จะมองเห็นมันได้"
"ลูกจงเปิดอ่านมันเถิด มันจะบอกวิธีให้เ้าเห็นต้นไม้ต้นนี้"
"แม่หวังว่าสิ่งที่พ่อเ้าเก็บไว้ให้เ้านี้จะช่วยเ้าได้"
หลินเซียนก้มหัวลงคุกเข่าต่อหน้าท่านแม่ มือทั้งสองประกบกันแน่น ดวงตาของเขาสะท้อนความเคารพและความกตัญญู
“ข้าคำนับแม่…” เสียงเขาแ่เบาแต่หนักแน่น ราวกับทุกถ้อยคำหลอมรวมหัวใจของเขาเข้ากับแม่
จากนั้นเขาคำนับอีกครั้งอีกครั้ง เพื่อก้มคำนับท่านพ่อผู้ล่วงลับและท่านย่า ดวงตาชื้นน้ำตา แต่แฝงด้วยความเคารพและรักอย่างสุดหัวใจ
ทุกการคำนับเป็ทั้งสัญญาและคำอธิษฐาน ว่าเขาจะไม่ลืมสิ่งที่บิดามารดาฝากไว้และจะปกป้องครอบครัวด้วยชีวิต
.....ต้นไม้ต้นนี่อยู่หลังบ้านเขาไม่ไกลจริงๆ แต่ไม่มีผู้ใดเห็น เพราะต้นไม้ลึกลับนี้มันมีพลังอาคมซ่อนอำพรางตัวเองได้
เขายืนอยู่ตำแหน่งสถานที่ๆ แม่เขาบอกพลิกหน้าตำราอ่าน “วิธีเปิดค่ายกล”
เขาเอากิ่งไม้เขียนเป็สัญลักษณ์โบราณและเส้นลวดลายประหลาดตามที่ตำราบอก เรียงร้อยเป็รหัสที่ต้องใช้ความตั้งใจและสมาธิสูงสุด
สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านร่างเขา ทำให้ใบหน้าเขาเย็นะเื แต่หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
หลินเซียนสูดลมหายใจลึก แล้วค่อย ๆ เริ่มท่องรหัสและทำตามขั้นตอนที่ตำราบอกใจเย็น
อาคมถูกคลายเผยให้เห็นต้นไม้์ที่ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นในโลกนี้
ลำต้นสูงไม่มาก แต่เปล่งประกายสีเขียวมรกตอ่อน ๆ ใบไม้แผ่กิ่งก้านราวกับจับแสงอาทิตย์ไว้ทั้งฟ้า
ผลไม้บนต้นเป็สีม่วงสว่าง ล้อมรอบด้วยเกล็ดแสงกราณบางเบาเหมือนพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่รอบตัว
กลิ่นหอมเย็นชื่นใจลอยมาตามลม ทำให้หลินเซียนรู้สึกเหมือนหัวใจและิญญาถูกสะกดด้วยความศักดิ์สิทธิ์
ทุกสายตาที่มองต้นไม้ ราวกับััได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่และรอให้ผู้คู่ควรปลุกขึ้น
ตรงบริเวณโคนต้นไม้มีดาบไม้ของเล่นเก่าๆ เล่มหนึ่งวางไว้
นั่นคือดาบไม้ที่เขากวัดแกว่งเล่นบนเทพเซียนบนหลังพ่อของเขาในสมัยยังเด็ก
"พ่อ....ท่านพ่อ" เขาถือดาบไม้เก่านั้นด้วยอดีตอันแสนสุข
หลินเซียนเบนสายตาไปมองผลไม้สีม่วงที่ส่องแสงกราณรอบตัว ตำราบอกชื่อของมันว่า “อวิ๋นฮวา" (ผลไม้แห่งเมฆาและดวงดาว)
ผลไม้แต่ละผลราวกับเก็บพลังปราณอันบริสุทธิ์ของ์ไว้ภายใน เมื่อลูบผิวมันจะรู้สึกถึงความร้อนละมุนและพลังที่หมุนเวียนอยู่รอบกาย
ตำรากล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่บริโภคผลอวิ๋นฮวา จะสามารถเพิ่มพลังปราณให้ขยายออกอย่างมหาศาล
ยิ่งผลสดสุกเต็มที่ แสงปราณที่ล้อมรอบจะยิ่งชัดเจน ราวกับเป็ดวงดาวขนาดเล็กโอบล้อมร่างผู้กิน
ผู้ใช้สามารถ ฝึกวิชาขั้นสูงได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่า และยังช่วยฟื้นฟูร่างกาย ปราณชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในร่าง
ตำรากำชับด้วยว่า อวิ๋นฮวาผลเป็ของมีค่ายิ่ง ไม่ควรกินเกินพอดี เพราะพลังเกินขีดจำกัดของร่างจะทำให้ปราณพลุ่งออกผิดทาง
แม้เพียงกลิ่นหรือแตะเพียงผิวผล ก็สามารถทำให้หัวใจของผู้ใช้เต้นแรงและรับรู้ถึง พลังอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่
หลินเซียนรู้ทันทีว่าผลไม้เซียนนี้คือกุญแจสำคัญที่จะพาเขาทะยานขึ้นสู่ระดับ 3 แกนปราณ เพื่อปกป้องทั้งตนเองและครอบครัวได้...
