เมฆาสืบล่าผี (ฉบับไร้เวท) - ภาคพิเศษ - ปริศนาเงาแฝด

    (13) บ้านริมฝั่งน้ำ

            ตอนที่ 13 — บ้านริมฝั่งน้ำ


            เสียงล้อรถบดไปตามถนนดินชื้น พอแสงไฟหน้ารถส่องถึงตัวบ้านริมฝั่งน้ำ—ทุกคนก็เงียบ

            บ้านไม้สองชั้นทรุดโทรม ทาสีเทาอมเขียวจนหลุดลอก บันไดหน้าบ้านเอนเล็กน้อยเหมือนพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อ

            ผนังบางส่วนมีรอยไหม้สีดำเป็๲แนวตั้ง ดูเหมือนเคยถูกไฟลุกวาบจากข้างใน

            “นี่มัน... บ้านผีสิงที่อยู่ในตำราผีไทยทุกเล่มเลยนะครับพี่” วรุฒพูดพลางยกกล้องขึ้นมาถ่าย

            “บันไดเอียง, หน้าต่างแตก, ไฟไม่ติด และมีแมวดำเดินผ่าน—ครบเซ็ตเลย!”

            จิตราหัวเราะหรี่ “นายยังไม่พูดเลยว่าตอนนี้ฝนกำลังจะตกด้วยนะ จะได้หลอนเต็มสูตร”

            เมฆายืนมองบ้านนิ่ง เขากลับไม่ได้สนใจความน่ากลัว แต่จ้องไปยังลวดลายที่ไหม้บนฝาไม้

            “นั่นไม่ใช่รอยไฟธรรมดา... เหมือนเกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่วมากกว่า”

            เขาก้มดูพื้น “ที่นี่เคยติดเครื่องมือช่างแน่ ๆ ดูร่องรอยเจาะน็อตสิ น่าจะเป็๲ห้องทำงานหรือห้องเก็บอุปกรณ์”

            วรุฒเบือนกล้องถ่ายรอบ ๆ “พี่นี่มันสายวิทย์แท้ ๆ เลยนะ บ้านผีสิงยังกลายเป็๞ห้องทดลองเฉย” “ทุกบ้านผีสิงคือที่ทดลองของธรรมชาติทั้งนั้น” เมฆาตอบเรียบ ๆ “แค่คนยังไม่เข้าใจสูตรมันเท่านั้นเอง”

            เสียงสายฝนโปรยลงมาพอดีเหมือนตั้งเวลาไว้

            เมฆายกไฟฉายขึ้น ส่องไปที่บันได 

            วีรดามองนิ่งไปที่ตรงนั้น ก่อนพูดขึ้น “แม่เคยเล่าให้ฟังว่า บ้านนี้เคยมีคนดูแลพื้นที่สะพาน เขาเป็๲คนเก็บค่าผ่านทางเมื่อหลายสิบปีก่อน”

            “แล้วตายที่นี่หรือ?” จิตราถาม 

            “ใช่ค่ะ แต่ไม่มีใครเห็นศพ บางคนว่าเขาหายไปกับน้ำ...”

            วรุฒย่นคิ้ว “งั้นบ้านนี้ไม่ใช่แค่บ้านผีเด็ก แต่มีผีเ๯้าหน้าที่ด้วยเหรอเนี่ย ผมจะขอเบรกกาแฟสักแก้วก่อนเข้าได้มั้ย”

            เมฆาเดินนำขึ้นบันไดโดยไม่ฟังคำค้าน “ไปกันเถอะ เดี๋ยวฝนแรงกว่านี้อุปกรณ์จะเปียก”

            เสียงบันไดไม้ร้องเอี๊ยดทุกครั้งที่พวกเขาก้าวขึ้น เสียงฝนข้างนอกเริ่มกลืนทุกเสียงลงทีละน้อย

            ในห้องโถงใหญ่ เฟอร์นิเจอร์เก่าถูกคลุมด้วยผ้าขาวเต็มไปหมด มีเพียงโต๊ะตัวหนึ่งที่ไม่มีผ้าคลุม

            บนโต๊ะนั้นมีเทียนตั้งอยู่หนึ่งเล่ม กับกล่องเหล็กเล็ก ๆ วางคู่กัน

            “ของจริงเหรอเนี่ย” วรุฒพูดพลางส่องกล้องไปมา “ใครมาจุดเทียนไว้ ทั้งที่บ้านร้างมานาน?”

            จิตราลองหยิบกล่องขึ้นมา มันเย็นเฉียบราวกับแช่ในน้ำแข็ง

            เมฆาบอก “อย่าเพิ่งเปิด เดี๋ยวถ่ายภาพสนามแม่เหล็กก่อน”

            แต่ไม่ทันแล้ว — ฝาเปิดเองต่อหน้าต่อตา

            ลมเย็นพัดวูบออกมา เทียนดับทันที

            วรุฒสะดุ้งสุดตัว “พี่เมฆา! อย่าบอกนะว่าผีเ๯้าหน้าที่กลับบ้าน!”

            เสียงหนึ่งดังแ๶่๥เบามาจากชั้นบน “ใคร... อยู่ในบ้านฉัน...”

            “โอ้โห ผีพูดสุภาพจัง” วรุฒพึมพำ “ผมชอบผีมีมารยาทแบบนี้นะ”

            เมฆายกไฟฉายขึ้น “ไม่ใช่ผี... เสียงมันสะท้อนมาจากท่อระบายอากาศ”

            เขาเดินตามเสียงขึ้นบันไดชั้นสอง

            ระหว่างทาง แสงไฟฉายสะท้อนภาพกรอบรูปที่แขวนอยู่เรียงราย — ทั้งหมดเป็๲รูปเด็กหญิงคู่หนึ่ง ใบหน้าเหมือนกันเป๊ะ

            แต่ในบางรูป มีเพียงคนเดียวที่ถูกขีดทับด้วยหมึกดำ

            เมฆาหยุดมองนานก่อนพูด “คนที่อยู่ที่นี่... รู้เ๱ื่๵๹รดาและวิรดามาก่อนเราอีก”

            พวกเขามาถึงห้องบนสุด ประตูปิดสนิท แต่มีเสียงน้ำหยดอยู่ข้างใน

            เมื่อเมฆาเปิดเข้าไป — ภายในเต็มไปด้วยบันทึกเก่า เครื่องชั่งขนาดเล็ก และถุงสารเคมี

            บนผนังมีข้อความเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ว่า


            “ร่างที่เหลืออยู่ ต้องคงไว้เพื่อการทดลองต่อไป”


            จิตราหน้าซีด “นี่มัน... ไม่ใช่แค่บ้านเ๯้าหน้าที่ธรรมดา เขาทดลองกับเด็ก?”

            เมฆาเดินไปดูขวดแก้ว “มีร่องรอยไซยาไนด์อ่อน ๆ ... เหมือนที่ใช้กับร่าง'มารีน่า'ในคดีตอนนั้น”

            วรุฒชะงัก “อย่าบอกนะพี่... ว่าคดีปลอมงานศิลป์กับคดีผีเด็ก มันโยงกัน?”

            เมฆายิ้มบาง ๆ “โลกมันกลมกว่าที่คิด... ผีไม่ได้โผล่มาเพราะอยากหลอกใคร แต่เพราะมีบางคนยังโกหกอยู่ต่างหาก”

            ทันใดนั้น เครื่องบันทึกเสียงในมือวรุฒสั่นเอง แล้วเปิดเล่นอัตโนมัติ เสียงเด็กพูดแ๵่๭เบาออกมาจากลำโพง

            “อย่าเชื่อคนที่อยู่หลังสะพาน...”

            เสียงนั้นสะกดให้ทุกคนเงียบ วรุฒกลืนน้ำลาย “พี่เมฆา... เรากลับไปสะพานกันไหมครับ ผมว่าผีเขาเรียกเราแล้ว...”

            เมฆาตอบเรียบ ๆ “ไม่ใช่ผีหรอกวรุฒ... คนต่างหากที่อยากให้เรากลัว”

            ฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด เสียงฟ้าผ่าดังครืนไกล ๆ

            และในเงามืดนอกหน้าต่าง — เงาของ “คน” หนึ่ง ยืนอยู่ริมฝั่งน้ำ

            ไม่ขยับ... แต่เหมือนกำลังมองตรงมาที่พวกเขา


            ตอนที่ 14 — “เงาหลังสะพาน”

            จะเปิดเผยว่าเงานั้นเป็๲ใคร และความเชื่อมโยงกับ “เสี่ยใหญ่” และคดีของ'มารีน่า'เริ่มปรากฏขึ้น