ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 42 [อ่านฟรี 17 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 42





    ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชื่นชอบเมิ่งจือหลัน แต่เธอเชื่อว่าถ้าหากเธอได้แต่งงานกับเมิ่งเหวินฮั่นแล้วละก็ หลังจากนี้หญิงสาวที่อีกฝ่ายรักใคร่ที่สุดจะต้องเป็นเธออย่างแน่นอน และทรัพย์สินของครอบครัวเมิ่งจะต้องตกเป็นของเธอที่เป็นสะใภ้คนเดียวของบ้านเมิ่ง


    เพียงแค่คิดถึงเงินทองและความสะดวกสบายที่ตัวเองจะได้รับในอนาคต ใบหน้าของเลี่ยงเหมยหรูก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมามากขึ้นไปกว่าเดิม และแน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้การเดิมพันในครั้งนี้ของเธอต้องสูญเปล่า ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูจึงหันไปมองเพื่อนสนิทของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง


    “เวลานี้เธอยังติดต่อกับสวี่เจี่ยงหลงหรือเปล่า”


    จางเพ่ยอินมองเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างรู้ทัน เนื่องจากเธอรู้ดีว่าสวี่เจี่ยงหลงนั้นเป็นคนมีอิทธิพลเพียงใดในตำบลเจิ้งหยวน แม้กระทั่งทหารบางคนยังไม่กล้าเข้าไปมีเรื่องกับอีกฝ่ายเลยเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นสวี่เจี่ยงหลงก็คุมพื้นที่ในตำบลเจิ้งหยวนเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะว่าอีกส่วนยังคงเป็นนายทหารในพื้นที่ให้ความดูแลอยู่


    “แน่นอนสิ ฉันพึ่งพบเจอกับพี่เจี่ยงหลงเมื่อวันก่อนเอง เห็นเขาบอกว่าอีกไม่นานจะมียาตัวใหม่ออกมาด้วยนะ และดูเหมือนว่ายาตัวนี้จะเหมาะสำหรับพวกเราสองคนในโอกาสนี้อีกด้วย”


    เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเธอก็เคยซื้อยานอนหลับจากอีกฝ่ายมาใช้เช่นเดียวกัน เพราะว่าเธอรู้สึกไม่ชื่นชอบผู้หญิงบางคนในหมู่บ้านเฟิงหยวน เนื่องจากผู้หญิงคนนั้นมักจะได้รับความสนใจจากชายหนุ่มภายในหมู่บ้านมากกว่าเธอนั่นเอง ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูจึงคิดที่จะนำยานอนหลับนี้มาใช้กับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งแน่นอนว่ายานอนหลับนั่นใช้งานได้ดีเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่มีคนมาพบเจออีกฝ่ายเสียก่อน ดังนั้นผู้หญิงคนนั้นจึงรอดพ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้


    อีกทั้งหลังจากวันนั้นครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นก็มักจะติดตามอีกฝ่ายอยู่เป็นประจำ ทำให้เลี่ยงเหมยหรูไม่สามารถยื่นมือเข้าไปจัดการอีกฝ่ายได้


    “ดีจริง ว่าแต่ยาที่เธอบอกมันใช้ทำอะไรได้เหรอ”


    จางเพ่ยอินส่งยิ้มให้กับเลี่ยงเหมยหรู “ยาชนิดนี้เพียงแค่เรานำไปใส่ในน้ำดื่มหรืออาหาร แล้วนำไปให้กับคนอื่นกินหรือดื่มเข้าไปแล้วนั้น คนเหล่านั้นก็จะเกิดอาการร้อนรุ่มขึ้นมานั่นเอง และหลังจากนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าเธอจะต้องทำอะไรบ้าง”


    เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกสนใจตัวยาที่เพื่อนสนิทของเธอพูดมากในทันที เพราะถ้าหากเธอใช้ยาตัวนี้กับเมิ่งเหวินฮั่น หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็จะให้ความสนใจในตัวของเธออย่างแน่นอน และถ้าหากชาวบ้านคนอื่นๆ มาพบเจอในตอนที่เธอและเมิ่งเหวินฮั่นอยู่ด้วยกัน เลี่ยงเหมยหรูรับรองได้เลยว่าอีกฝ่ายจะต้องแต่งงานกับเธอเป็นแน่ และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการนั่นเอง


    “แบบนั้นก็ดีเลยนะสิ ว่าแต่ยาตัวนี้ราคาเท่าไหร่เหรอ”


    จางเพ่ยอินขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าในครั้งนั้นพี่เจี่ยงหลงจะบอกว่าตัวยาชนิดนี้เขาจะขายอยู่ที่สามสิบหยวน”


    ทันทีที่เลี่ยงเหมยหรูได้ยินราคาของตัวยา เธอก็รู้สึกตื่นตะลึงขึ้นมาอยู่พอสมควร เพราะด้วยจำนวนเงินถึงสามสิบหยวนนั้น เธอสามารถนำไปซื้อเสื้อผ้าและอาหารได้หลายอย่างเลยทีเดียว แต่เมื่อนึกถึงคุณสมบัติของตัวยาชนิดนั้น เลี่ยงเหมยหรูก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลอย่างที่ควรเป็น เพราะว่าตัวยาชนิดนั้นสามารถทำให้คนคนหนึ่งต้องการปลดปล่อยความต้องการของตัวเอง โดยไม่สนใจเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นใครก็ตาม


    “เธอคงจะคิดว่ามันแพงใช่ไหมล่ะ ตอนแรกฉันก็คิดว่ามันแพงเหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่พวกเราจะได้รับแล้วนั้น ฉันเชื่อว่าด้วยราคาสามสิบหยวนไม่ได้แพงเลย”


    เลี่ยงเหมยหรูพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของจางเพ่ยอิน “ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยซื้อยาตัวนั้นให้กับฉันด้วยก็แล้วกัน ฉันจะนำมันมาใช้กับเมิ่งเหวินฮั่นและหลังจากนั้นฉันก็จะได้กลายเป็นคนในตำบลเหมือนกับพวกเขา และไม่ต้องมาอยู่อย่างอุดอู้ในชนบทแบบนี้อีกต่อไป”


    “ได้เลย ฉันก็จะสั่งมาใช้กับเพื่อนของเมิ่งเหวินฮั่นเหมือนกัน และหลังจากนั้นพวกเราสองคนจะได้แต่งงานกับคนในตำบลเสียที และไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในชนบทแบบนี้จนวันตาย”


    จางเพ่ยอินส่งยิ้มให้กับเลี่ยงเหมยหรู


    “แต่ถ้าหากเธอแต่งงานกับเมิ่งเหวินฮั่นไป ยังไงเธอก็ต้องเจอกับเมิ่งจือหลันไม่ใช่เหรอ ทำไมพวกเราไม่ใช่โอกาสนี้ในการทำให้เมิ่งจือหลันต้องแต่งออกไปอยู่กับคนในชนบทละ”


    ทันทีที่เลี่ยงเหมยหรูได้ยินคำพูดของจางเพ่ยอินเธอก็รู้สึกให้ความสนใจ เพราะถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงานกับเมิ่งเหวินฮั่นไปแล้ว แต่ถึงยังไงเมิ่งจือหลันก็ยังไม่ได้แต่งงานและจะต้องอยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับเธออยู่ ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของจางเพ่ยอิน เลี่ยงเหมยหรูก็คิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้


    “ว่าแต่ยาพวกเราจะซื้อมานั้นมันใช้งานได้กี่ครั้งเหรอ”


    “ไม่ต้องเป็นห่วง ตัวยาชนิดนี้เป็นแบบผงและเราสามารถแบ่งใช้มันได้ถึงสามครั้งเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากเธอจะนำไปใช้กับเมิ่งจือหลัน ฉันก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยนะ อีกอย่างหลังจากที่เธอแต่งงานกับเมิ่งเหวินฮั่นแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างในบ้านเมิ่งก็ควรจะเป็นของเธอเพียงคนเดียวไม่ใช่เหรอ ถ้าหากเมิ่งจือหลันยังคงอยู่ภายในบ้านหลังนั้น อีกฝ่ายก็ต้องใช้เงินที่ควรจะเป็นของเธอใช่หรือเปล่าละ”


    ถึงแม้ว่าจางเพ่ยอินจะเป็นเพียงหญิงสาวที่มักจะแวะเวียนไปเล่นสนุกกับผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่สำหรับเลี่ยงเหมยหรูนั่นเธอคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธออย่างใจจริง เพราะว่าเธอเคยได้รับความช่วยเหลือมาจากอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอรับรู้ได้ว่าเลี่ยงเหมยหรูนั้นจริงใจกับเธอมากที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้


    ดังนั้นจางเพ่ยอินจึงคาดหวังว่าต่อจากนี้ไปเพื่อนสนิทของเธอคนนี้จะมีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าในตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสถานะทางบ้านที่ดีมากกว่าเธอก็ตาม แต่เธอก็อยากให้เพื่อนของเธอคนนี้ได้ออกไปจากชนบทแห่งนี้นั่นเอง และเธอก็คาดหวังว่าการลงมือในครั้งนี้ของพวกเธอ จะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของพวกเธอในอนาคต


    “แบบนั้นก็ดีไปเลย ฉันมีลูกพี่ลูกน้องฝั่งแม่ของฉันอยู่คนหนึ่ง ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของฉันคนนี้เป็นเพียพ่อม่ายที่มีลูกติด ดังนั้นถ้าหากเมิ่งจือหลันได้เสียกับอีกฝ่ายแล้วละก็ เธอก็จะต้องแต่งงานให้กับลูกพี่ลูกน้องของฉันคนนี้ และหลังจากนั้นฉันก็สามารถทำให้เธอตกอยู่ในนรกไปตลอดชีวิตของเธอเลยทีเดียว”


    เลี่ยงเหมยหรูนึกถึงลูกพี่ลูกน้องของเธอคนหนึ่ง ซึ่งเธอรับรู้มาจากแม่ของเธอและคนในหมู่บ้านที่มักจะจับกลุ่มนินทาคนอื่นอยู่เสมอ โดยลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้เป็นคนที่ไม่เอาการเอางาน เขาเคยแต่งงานกับผู้หญิงในหมู่บ้านกู้เถาแล้วครั้งหนึ่งและมีลูกชายจากภรรยาคนนั้น


    แต่ด้วยความที่ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นเป็นลูกชายคนโปรดของพ่อแม่ ทำให้อีกฝ่ายไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานแต่อย่างใด แต่ไม่ใช่กับลูกสะใภ้ที่จะต้องทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในแปลงนา การทำงานบ้าน เลี้ยงลูกหรือแม้กระทั่งดูแลพ่อแม่สามี


    นอกจากนี้ลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้ยังชื่นชอบลงไม้ลงมือกับภรรยาของตัวเองอีกต่างหาก ทำให้ในท้ายที่สุดภรรยาของตัวเองก็ถูกตบตีจนตาย แต่ถึงอย่างนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านกู้เถาก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ เพราะว่าพวกเขาต่างก็เป็นคนยากจน ดังนั้นจึงไม่มีเวลาที่จะใส่ใจกับความเป็นความตายของผู้อื่นอยู่แล้ว


    รวมไปถึงพ่อของอีกฝ่ายก็เป็นหัวหน้ากลุ่มการผลิตอีกด้วย ทำให้ไม่มีชาวบ้านคนไหนคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความตายของภรรยาลูกพี่ลูกน้องของเธอ รวมไปถึงบ้านของภรรยาลูกพี่ลูกน้องของเธอก็ด้วยเช่นกัน เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการผิดใจกับหัวหน้ากลุ่มการผลิตนั่นเอง


    “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องรีบติดต่อลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนั้นแล้วละ เพราะว่าวันนี้ฉันว่าจะแวะไปหาพี่เจี่ยงหลงซะหน่อย ถ้าหากพวกเราลงมือเร็วเท่าไหร่ เราสองคนก็จะได้ออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้เร็วเท่านั้นไม่ใช่เหรอ”


    จางเพ่ยอินตั้งใจว่าวันนี้เธอจะไปหาสวี่เจี่ยงหลง เพราะเธอต้องการออกไปจากบ้านจางก่อนที่ปู่ของเธอจะตายนั่นเอง ไม่อย่างนั้นมีหวังย่าของเธอคงจะหาวิธีจัดการเธอเป็นแน่ และในบางทีอีกฝ่ายอาจจะใช้โอกาสนี้จับเธอแต่งงานกับชายในชนบทก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าจางเพ่ยอินไม่ต้องการแบบนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าการเป็นลูกสะใภ้ในชนบทแห่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงแค่ดูตัวอย่างจากแม่ของเธอก็ทราบรู้


    เลี่ยงเหมยหรูพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของจางเพ่ยอิน เพราะว่าเธอก็ต้องการลงมือกับเมิ่งเหวินฮั่นโดยเร็วที่สุดเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าเธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะไปจากหมู่บ้านเฟิงหยวนในเวลาไหน ดังนั้นถ้าหากเธอชิงลงมือเสียก่อนย่อมดีต่อตัวเธอนั่นเอง


    “ถ้าหากได้ยามาเมื่อไหร่ฉันจะลงมือกับเมิ่งเหวินฮั่นก่อน แล้วหลังจากที่ฉันได้แต่งงานกับเขาแล้ว ฉันก็จะลงมือกับเมิ่งจือหลันในทันที ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถอยู่อาศัยในตำบลได้อีกต่อไป”


    เพียงแค่คิดถึงอนาคตตรงหน้า เลี่ยงเหมยหรูก็รู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเธอคิดถึงช่วงเวลาที่เมิ่งจือหลันได้สูญเสียความบริสุทธิ์ให้กับลูกพี่ลูกน้องของเธอ และจะต้องแต่งกับอีกฝ่ายแล้วไปอาศัยอยู่ในชนบท


    “ฉันจะช่วยเธอเอง”


    เลี่ยงเหมยหรูเอื้อมมือจับมือบางของจางเพ่ยอินเอาไว้ “ขอบคุณเธอมากเลยนะเพ่ยอิน ถ้าหากไม่มีเธอช่วยเหลือฉันแล้วละก็ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องจมอยู่ในชนบทแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน”


    จางเพ่ยอินตบมือลงไปบนหลังมือของเลี่ยงเหมยหรูเบาๆ


    “เธอไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอเหมยหรู เพื่อนก็ต้องช่วยเหลือกันจริงไม่”


    “อืม”






    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน