“ท่านแม่ทัพทำเช่นนี้ได้อย่างไรเ้าคะท่านไม่รู้หรือว่าข้าคิดอย่างไรกับท่าน?” ลู่เจินจือไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไปตอนนี้นางทั้งคับแค้นทั้งเสียใจเขาทำเช่นนี้กับนางได้อย่างไร
“เ้าคิดอย่างไรกับข้าก็เป็เื่ของเ้าไม่เกี่ยวกับข้าอีกอย่างข้าเพียงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ชายของเ้าก็เท่านั้น”คำพูดที่ไร้เยื่อใยเช่นนี้ช่างบาดลึกหัวใจของผู้ที่ได้ยินเหลือเกินเหตุใดเขาจึงได้ไร้หัวใจเช่นนี้
“ฮึก ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าทำเช่นนี้กับข้าเลยเ้าค่ะข้าไม่อยากไปจากที่นี่ได้โปรดอย่าไล่ข้าไปเลยนะเ้าคะ” ลู่เจินจือพยายามเอ่ยขอร้องให้เขาเปลี่ยนใจนางไม่อยากไปอยู่ที่อื่นนางไม่อยากจากเขาไป
“เ้าคงจะฟังข้าไม่เข้าใจสินะหากยังดื้อด้าน...ทางเลือกเดียวที่เหลือของเ้าก็คงไม่พ้นโกนผมบวชชี”เขาไม่อยากบังคับใครหากนางไม่ยอมที่จะแต่งงานทางเดียวที่จะทำให้นางไม่ต้องลำบากก็คือออกบวชไปซะ
“ฮึกๆ ฮือๆ ทะ ท่านแม่ทัพ ได้โปรด”ลู่เจินจือยังคงพยายามอ้อนวอนให้เขาเห็นใจนางร้องไห้จนตัวโยนปากก็เอาแต่เรียกท่านแม่ทัพๆ
“มีใครอยู่ข้างนอก”โม่อี้เฟิงรำคาญเสียงร้องไห้ของนางเต็มทน จึงเรียกให้คนที่อยู่หน้าประตูเข้ามา
“ขอรับท่านแม่ทัพ” บ่าวรับใช้หน้าประตูเดินเข้ามาเตรียมพร้อมรับคำสั่ง
“พาคุณหนูเจินจือกลับเรือน”เขาหันไปสั่งบ่าวรับใช้จากนั้นก็หันมาเอ่ยกับลู่เจินจืออีกครั้งว่า“หากเ้ายังคิดไม่ได้ก็ไม่ต้องรอให้ถึงอีกสามวันข้าก็สามารถส่งเ้าไปวัดได้ทันที”
ลู่เจินจือที่ได้ยินก็แทบจะกรีดร้องออกมาเสียเดี๋ยวนั้น นางไม่ยอมให้เื่เป็เช่นนี้แน่นางจะต้องอยู่ที่จวนนี้ต่อไปให้ได้
บ่าวรับใช้เมื่อได้รับคำสั่งก็เดินเข้ามาเชิญให้ลู่เจินจือออกไปนางไม่ได้ต่อต้านหรือดื้อดึงที่จะอยู่ต่อเพียงส่งสายตาน้อยเนื้อต่ำใจให้กับอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปเมื่อกลับมาถึงเรือนของตนแล้วนางจึงได้ระบายอารมณ์โดยการปาข้าวของทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่เว้นแม้กระทั่งชุนอี้ก็ด้วยที่ถูกแรงอารมณ์ของลู่เจินจือเล่นงาน
ฟางซูซินไม่ได้ไปเข้าพบเ้าของเรือนอย่างที่ลู่เจินจือทำนางกำลังคิดว่าควรจะพูดเื่หย่ากับท่านแม่ทัพอย่างไรดี ดูท่าเขาจะเป็คนที่พูดคุยด้วยยากจากเมื่อวานที่ได้พบเจอมาเื่นี้คงจะต้องคิดให้รอบคอบอีกสักหน่อย
ลี่ซือก้าวเข้ามาภายในห้องนางมีท่าทางเหนื่อยหอบราวกับเพิ่งจะวิ่งมาอย่างนั้นไม่ทันได้เอ่ยปากถามอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นมาก่อนว่า
“ฮูหยินเ้าคะๆ เมื่อครู่บ่าวไปห้องครัวมาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูเจินจือผู้นั้นด้วยเ้าค่ะ”ลี่ซือบอกเล่าอย่างตื่นเต้น นางไม่คิดว่าจะได้ยินข่าวเช่นนี้มาก่อนทั้งรู้สึกดีใจทั้งโล่งอกแทนฮูหยินของนาง
“เื่อะไรรึ?” ฟางซูซินได้ยินว่าเป็ข่าวเกี่ยวกับลู่เจินจือก็พอจะเดาได้บ้างว่าคงจะเป็งานแต่งของนางกับท่านแม่ทัพกระมั้ง
“บ่าวได้ยินมาว่าคุณหนูเจินจือผู้นั้นกำลังจะออกเรือนแล้วเ้าค่ะ”ลี่ซือหยุดหายใจสักครู่แล้วจึงพูดต่อว่า“เห็นว่าเ้าบ่าวเป็บุตรชายคนโตของตระกูลจิน เป็ขุนนางขั้นเจ็ดเลยนะเ้าคะ”ลี่ซือยิ้มกว้างยามที่บอกเล่าเื่ราวดูก็รู้ว่ายินดีกับข่าวที่ได้ยินมาไม่น้อย
หือ? ตระกูลจิน...เหตุใดมิใช่ท่านแม่ทัพเล่า
“เ้าได้ยินมาไม่ผิดใช่หรือไม่ เหตุใดถึงเป็ตระกูลจินมิใช่ท่านแม่ทัพหรอกหรือ?” ฟางซูซินทำหน้าฉงน นางไม่เข้าใจเหตุใดท่านแม่ทัพจึงยกนางให้แต่งกับผู้อื่น
“เื่นี้บ่าวก็ไม่ทราบเช่นกันเ้าค่ะแต่ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วจวนแล้วหากไม่มีมูลผู้คนก็คงไม่นำมาเล่าต่อกันเช่นนี้เป็แน่เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ...ช่างเถอะ ล้วนแต่เป็เื่ของพวกเขาจะทำอะไรก็คงไม่เกี่ยวกับพวกเรา”ปัญหาของพวกเขาก็ย่อมเป็พวกเขาที่ต้องจัดการกันเอาเองนางเป็เพียงคนนอกจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้อย่างไร
“เป็เช่นนี้แล้วฮูหยิน...ท่านยังจะหย่ากับท่านทัพอยู่หรือไม่เ้าคะ” ลี่ซืออดใจไม่ถามไม่ได้จริงๆตอนแรกนางก็คิดว่าคุณหนูเจินจืออะไรนั่นเป็คนรักของท่านแม่ทัพหากฮูหยินของนางจะหย่ากับเขาก็คงไม่แปลกที่จะต้องยอมถอยให้กับคู่รักแต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปแล้วคุณหนูผู้นั้นกำลังจะแต่งออกไปเช่นนี้ฮูหยินของนางยังจะทำตามแผนเดิมที่วางไว้หรือไม่
“เขาจะแต่งหรือไม่แต่งกับใครมันก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่ดีเื่ที่ข้าจะหย่ากับเขาอย่างไรก็ต้องเกิดขึ้นเขาไม่ได้รักข้าและข้าเองก็ไม่ได้รักเขาอยู่ด้วยกันจะมีความสุขได้อย่างไรสู้ให้เขาได้เลือกหญิงสาวที่ตนพอใจมาเป็ภรรยาข้างกายเขาไม่ดีกว่าหรือข้าเองก็ยินดีที่จะให้เป็เช่นนั้น”
“เ้าค่ะ ไม่ว่าท่านจะทำอะไรข้าก็จะสนับสนุนท่านเต็มที่”ลี่ซือกล่าวหนักแน่น
ฟางซูซินยิ้มให้สาวใช้ของนางเื่หย่ากับท่านแม่ทัพนางตั้งใจเอาไว้แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนางก็จะไม่เปลี่ยนใจนางไม่อยากเป็เช่นท่านแม่ที่อยู่กับคนที่ไม่ได้รักตนเลยสักนิดจะอยู่เช่นนั้นเพื่อทรมานตนเองไปทำไมกัน
่บ่ายฟางซูซินไม่มีอะไรทำจึงได้ออกไปเดินเล่นในสวนยามบ่ายเช่นนี้มักเงียบสงบไร้ผู้คนรบกวนนางจึงชอบออกมาเดินเล่นในเวลานี้แต่ก่อนที่จะเดินไปถึงศาลาพักก็ดันเห็นขบวนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้พอดี
เป็ท่านแม่ทัพ สองพี่น้องตระกูลหยาง หยางอันเทียนกับหยางอันเล่อส่วนบุรุษอีกคนนางไม่รู้จักพวกเขาต่างก็เห็นนางแล้วเช่นกันเื่จะเดินหลบไปอีกทางคงจะเป็ไปไม่ได้แล้วจึงทำได้เพียงเดินเข้าไม่กล่าวทักทายแขกของสามีเพียงเล็กน้อยแล้วก็ค่อยขอตัวออกมา
“คารวะท่านแม่ทัพ คุณชายใหญ่หยาง คุณหนูหยางแล้วก็เอ่อ...” ฟางซูซินกล่าวทักทายทุกคนยกเว้นบุรุษผู้นั้น นางไม่รู้ว่าจะต้องเรียกเขาว่าเช่นไรโชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้ถือสาเขายิ้มกว้างพร้อมทั้งแนะนำตนเองว่า
“สวัสดีน้องสะใภ้ ข้าเป็ลูกพี่ลูกน้องของอี้เฟิงชื่ออู๋ิเฉินต่อไปเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ก็ได้ ข้าไม่ถือ” ฟางซูซินมองใบหน้าของคนพูดรอยยิ้มของเขาช่างสว่างสดใสเปล่งประกายราวกับดวงอาทิตย์เสียจริงช่างแตกต่างกับลูกพี่ลูกน้องของเขาลิบลับ
“แล้วนี่น้องสะใภ้กำลังจะไปไหนหรือพวกเรากำลังจะไปที่ศาลาใหญ่เ้าไปด้วยกันดีหรือไม่?” อู๋ิเฉินเขาช่างกระตือรือร้นดีเสียจริงเพิ่งจะรู้จักกันก็ทำท่าสนิทสนมกันเสียแล้ว
“ข้า...” ฟางซูซินที่ยังไม่เอ่ยตอบก็ลูกอีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า
“หรือว่าน้องสะใภ้ไม่สะดวกใจไปกับพวกเรา”กล่าวจบเขาก็ทำหน้าตาละห้อยราวกับว่าถูกนางรังแกอย่างไรอย่างนั้นโม่อี้เฟิงที่เริ่มรำคาญลูกพี่ลูกน้องของตนจึงได้เอ่ยขึ้นเพื่อตัดปัญหาไปว่า
“ก็ไปกันให้หมดที่แหละ” ว่าจบยังส่งสายตารำคาญให้ทั้งนางและก็ลูกพี่ลูกน้องของเขาอีกด้วยแล้วนางจะสามารถปฏิเสธได้อีกหรือพอหันไปมองิเฉินก็เห็นเขายิ้มแป้นไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาที่ถูกส่งมาให้เลยสักนิด
พวกนางเดินมาถึงศาลาหลังใหญ่ที่ถูกเตรียมข้าวของไว้เรียบร้อยแล้วดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาเลี้ยงฉลองที่ท่านแม่ทัพกลับมามีทั้งอาหารคาวหวานสุรารสเลิศที่ถูกเตรียมไว้พรั่งพร้อมฟางซูซินถูกจัดให้นั่งข้างสามีด้วยฝีมือิเฉินส่วนเขาก็นั่งลงอีกด้านของนาง
“น้องสะใภ้ไม่ต้องเกรงใจเ้ากินดื่มได้เต็มที่”ิเฉินกล่าวอย่างใจดี เขาดูจะเป็คนเดียวในกลุ่มที่พูดคุยกับนางมากที่สุดแล้วกระมังฟางซูซินไม่ได้ตอบกลับเพียงแต่ยิ้มรับไมตรีที่เขาส่งมาให้ก็ยังถือว่าดีกว่าไม่มีคนให้คุยด้วย
“เอาล่ะๆพวกเรามาฉลองให้อี้เฟิงที่กลับมาอย่างปลอดภัยกันเถอะ ดื่มๆ”ิเฉินรินสุราให้ครบทุกคนก่อนจะเอ่ยเปิดงาน ดูเหมือนว่าเขา
จะาุโที่สุดในกลุ่มจึงได้ทำตัวราวกับพี่ใหญ่เช่นนี้
ทุกคนต่างก็ดื่มสุราที่ิเฉินรินให้ฟางซูซินก็เช่นกันแต่เมื่อกลืนมันลงคอกลับรู้สึกว่ารสชาติของมันช่างบาดคอยิ่งนักนางจึงเผลอทำหน้าเหยเกออกมาเมื่อไม่สามารถรับรสชาติของสุรานี้ได้ิเฉินเห็นเข้าจึงหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่ะฮ่ะฮ่า น้องสะใภ้ดื่มไม่เก่งหรอกหรือนี่อ่าข้านี่แย่จริงๆ ไม่ได้เตรียมสุรารสอ่อนให้เ้า”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหล่ตาไปทางโม่อี้เฟิงที่หันมามองเช่นกันทั้งสองส่งสายตาราวกับพูดคุย
“เ้าจะทำอะไร?” โม่อี้เฟิงส่งสายตาถาม
“ข้าเปล๊า” ิเฉินรีบส่งสายตาปฏิเสธทันที
“อย่ามามากแผนการกับข้า”โม่อี้เฟิงส่งสายตาดุไปอีกครั้ง
“ก็แล้วแต่เ้าจะคิดสิ เ้าน้องรัก หึหึ”ิเฉินยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
ฟางซูซินไม่ได้รับรู้ว่าบุรุษทั้งสองกำลังทำอะไรกันอยู่ตอนนี้นางรู้สึกได้เพียงว่าสุราที่กลืนลงท้องไปมันกำลังออกฤทธิ์ นางเริ่มร้อนและร้อนมากขึ้นจนอยากจะถอดเสื้อผ้าออกตอนนี้เสียเลย
อ่า~ ร้อนเหลือเกิน