เด็กน้อยทั้งสองหายใจหอบจนตัวโยน รู้สึกกินแรงอย่างยิ่ง โชคดีที่สำเร็จตามแผน
ท่านอาจารย์กล่าวถูกต้อง ไม่ว่าปีศาจจะเ้าเล่ห์แสนกลเพียงใด เนื้อแท้ของมันคือเย่อหยิ่งจองหอง ตะกละตะกลามเป็ที่สุด เมื่ออยู่ต่อหน้ามนุษย์ซึ่งเป็อาหาร โดยเฉพาะเด็กเล็ก มันยากจะห้ามใจต่อเนื้อหอมละมุนนุ่มลิ้นได้ ยิ่งเป็เด็กพวกมันยิ่งไม่ระวัง
เด็กทั้งสองรู้สึกยินดีอย่างยิ่งแต่ในใจยังคงมีคำถาม ท่านอาจารย์ทราบได้อย่างไรว่า ปีศาจจะลอบโจมตีที่นี่คืนนี้
ขณะที่ผู้ใหญ่โดยรอบต่างอึ้งงัน ปีศาจสามตัวที่ก่อนนี้ยังอาละวาด ฆ่าคนตายเป็เบือ กลับตายไปทั้งอย่างนี้ด้วยฝีมือของเด็กสองคน...
องค์ชายโมริฮิระและพระสหาย!
ใครจะรู้ที่แท้โมริฮิระชินโน พระโอรสในสมเด็จพระจักรพรรดิมุราคามิ พระอนุชาร่วมสายโลหิตของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน จะเล่าเรียนเวทวิชากลายเป็ ‘องเมียวจิ’
นอกจากความรู้สึกตกตะลึงระคนยินดี ยังรู้สึกประทับใจในความแยบคายและสติปัญญาของ คาโมะ โนะ ยาสึโนริ ในการรับองค์ชายเข้าสำนัก ต่อแต่นี้องเมียวโดจะกลายเป็วิถีหลักของราชวงศ์ บางทีอาจแซงหน้าพุทธศาสนานิกายชินกงก็เป็ได้
เหล่าเชื้อพระวงศ์ต่างมองลึกลงไปอีกขั้น ต่างคนต่างตัดสินใจ หากผ่านคืนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย จะส่งบุตรหลานเข้าศึกษาสำนักองเมียวให้เป็ศิษย์น้องของพระอนุชา เพื่อรับประกันว่าตระกูลจะยังคงอยู่ต่อไป พวกเขายังจำเื่ราวที่เกิดสมัยซางะเทนโนได้ ในคราวนั้นถึงกับกำหนดกฎ ’ชินเซคิโคกะ’ * เพื่อลดจำนวนเชื้อพระวงศ์
แต่ทว่ามาซาโกะโคโกวกลับไม่ได้คิดเื่พวกนี้เลย ภัยคุกคามตรงหน้าเพิ่งหายไปก็จริง ทว่าเภทภัยยังคงอยู่ ปีศาจไม่ได้โง่เขลา หาก้าสังหารคนทั้งหมดในที่นี้ แค่ปีศาจคอยาวสามตนยังไม่พอ ต้องมีหมากตามหลังอย่างแน่นอน
จังหวะนั้นเองพระสนม คิริทสึโบ โนะ โคอิ ธิดาที่ปรึกษาราชสำนัก พระญาติห่าง ๆ ซึ่งก้มตัวหลบอยู่ด้านหลังพระแท่นมาตลอดกลับแสดงอาการประหลาด
คิริทสึโบผู้นี้เป็ผู้มางานเลี้ยงคนสุดท้าย และเป็ผู้เดียวที่ั้แ่การโจมตีเริ่มขึ้น ก็หลบซ่อนอยู่ตรงนี้ตลอด ไม่เคยส่งเสียงใด ๆ คล้ายไม่้าให้ผู้คนรู้สึกถึงการคงอยู่ของตน
จู่ ๆ คิริทสึโบ โนะ โคอิ พลันส่งเสียงเห่าหอน…
เห่าหอนดังลั่น!!!
โบร๋วววว!
นางใช้สองมือแตะพื้น ใช้สองมือต่างเท้า กระทำตัวคล้ายกับสัตว์ชนิดหนึ่ง
สุนัข!
หลังเสียงเห่าหอนสิ้นสุด อย่างไม่ทันตั้งตัวปากจิ้มลิ้มของนางฉีกถึงใบหู กรามโค้งมนยืดออกจนกว้าง ดวงตาเปี่ยมเสน่ห์กลายเป็แข็งกร้าวฉายแววแห่งความคลุ้มคลั่ง
หมากตามหลังที่มาซาโกะโคโกวคาดคิดเอาไว้ กลับเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงนี้!
ขณะผู้คนกำลังตกตะลึง มือขาวเนียนพลันพุ่งออกมาจากปากของพระสนม กรงเล็บงอกยาวจู่โจมไปที่แผ่นหลังของพระจักรพรรดินี
…นี่จึงเป็การโจมตีที่แท้จริง ก่อนหน้านี้คือตัวหลอกทั้งสิ้น
ก่อนที่กรงเล็บแหลมคมจะจู่โจมถึงเป้าหมาย นางสนองพระโอษฐ์สองคนซึ่งเฝ้าอยู่มุมพระแท่นด้านหลัง พลันใช้สองมือยันพื้นยกตัวขึ้น เท้าข้างหนึ่งถีบไปที่หน้าอก อีกข้างหนึ่งเตะเข้าที่ศีรษะของนางปีศาจ
การลอบทำร้ายเกิดขึ้นรวดเร็วดุจประกายไฟ ทว่าปฏิกิริยาโต้ตอบของนางสนองพระโอษฐ์ทั้งสองกลับรวดเร็วยิ่งกว่า น่าเสียดายหากศัตรูเป็มนุษย์ การจู่โจมนี้คงเกิดผล ทว่าศัตรูคือปีศาจ แถมเป็ปีศาจที่เก่งฉกาจอย่างยิ่งตนหนึ่ง
จยิโกะคุ (นรกภูมิ)
ปีศาจจิ้งจอกหกหาง บำเพ็ญตบะมากกว่าหกร้อยปี อีกไม่ถึงสี่ร้อยปีก็จะเป็เซียนจิ้งจอก น้องชายฝาแฝดของเท็งโกะคุ (์ภพ)
ที่แท้การที่เท็งโกะคุรีรอไม่จู่โจมพระจักรพรรดิ เพราะ้าถ่วงเวลาไม่ให้หัวหน้าสำนักองเมียวปลีกตัวมาช่วยเหลือทางนี้ได้ทัน สองคนพี่น้องยังคงปฏิบัติตามคำสั่งของเ้านายอย่างเคร่งครัด
“ก่อนฟ้าสางจงนำศีรษะขององค์ชายองค์หญิงมาให้ข้า แสดงพลังของร้อยแปดอสูร”
ปฏิกิริยาโต้ตอบของนางสนองพระโอษฐ์รวดเร็วก็จริง ทว่ายังเร็วไม่พอ ไม่ทันที่เท้าทั้งสองของพวกนางสนองจะกระทบถูกร่างของปีศาจจิ้งจอก ขาทั้งสองข้างกลับกลายเป็เศษเนื้อไปเสียก่อน หยดเืพร่างพรม ดอกไม้โลหิตเบ่งบาน
บัดนี้ไม่มีอะไรหยุดยั้งการสังหารพระจักรพรรดินีได้อีกแล้ว เล็บแหลมคมยังคงพุ่งตรงไปที่กลางหลังของพระองค์ ขณะอยู่ห่างเพียงข้อนิ้ว อยู่ ๆ ตัวอักษรภาษาสันสกฤตปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า กั้นขวางกรงเล็บเอาไว้ พร้อมกับบทสวดมนต์สรรเสริญพระธรรมดังขึ้นจากท้องฟ้าเบื้องบน ราวกับดังมาจากแดนสุขาวดี สยบหมู่มารรอบทศทิศ...
मन्त्र (มันตระ mantra)
หลังมนตราสำแดงเดช มือของจยิโกะคุถูกตรึงไว้อย่างนั้น ราวกับมีเส้นด้ายล่องหนพันธนาการเอาไว้ ไม่กี่อึดใจต่อมาเปลวไฟสีฟ้าราวกับเพลิงพิโรธจากนรกภูมิพุ่งขึ้นมาจากพื้น เปลวเพลิงนี้ร้อนแรงเฉพาะกับปีศาจ อ่อนโยนตุ่์และวัตถุสิ่งของ นุ่มนวลดั่งสายลมยามวสันตฤดู
ร่างของนางสนมสลายเหลือเพียงกองขี้เถ้า!
มนตราซึ่งสมณะ ‘คุไค’ ผู้ก่อตั้งพุทธศาสนานิกายชินกงสลักเอาไว้ ได้สำแดงฤทธิ์ของมันแล้ว
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อเนื่องตามกัน จนแทบตั้งตัวไม่ทัน
นับแต่เสียงประหลาด ตามด้วยนางกำนัลกลายร่างเป็ปีศาจคอยาว จากนั้นถูกองค์ชายและพระสหายสังหาร ยินดียังไม่ทันไรพระสนมกลายร่างเป็ปีศาจ นางสนองพระโอษฐ์ถูกทำร้าย ขณะที่คิดว่าจักรพรรดินีคงเสียท่าให้ปีศาจแล้ว กลับได้ยินเสียงสวดมนต์ อยู่ ๆ เปลวเพลิงลุกโหม ร่างพระสนมกลายเป็ขี้เถ้า
พระญาติซึ่งรวมตัวกันอยู่หน้าพระแท่น ยังไม่ทันได้แตกฮือหลบหนี เหตุการณ์กลับจบลงอย่างรวดเร็ว สร้างความยินดีให้พวกเขาอย่างยิ่ง แต่ก็มีบางคนคิดว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ อย่างโมจิฮิโตะโอวที่รอดตายมาได้อย่างฉิวเฉียด บัดนี้พยายามออกห่างจากพระแท่นให้ไกลที่สุด แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่กล้าออกจากเรือนแห่งนี้ เพราะไม่แน่ใจว่าสถานที่อื่นเป็เช่นไร
พระจักรพรรดินีมาซาโกะรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ โชคดีที่พระนางเป็บุตรกตัญญู พระราชบิดาตรัสอะไรล้วนทำตามไม่เคยขัด เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจ พระราชบิดาเป็ตัวอย่างของผู้ไม่เคยห่างจากพระแท่น ถึงขนาดยามเสด็จพระราชดำเนินยังศาลเ้าใหญ่อิเสะ เพื่อบูชามหาเทพอามาเทราสึ โอวมิคามิ (天照大御神) ยังทรงนำพระแท่นติดตามไปด้วย
ก่อนพระราชบิดาจะต ด้วยความรักบุตรสาวดั่งแก้วตาดวงใจจึงมอบพระแท่นนี้ให้พระนาง แต่ไม่ทันได้สั่งความอะไรเพิ่มเติม พระองค์ก็จากไปก่อน ที่แท้มีความลับซุกซ่อนไว้เช่นนี้เอง
ท่ามกลางความยินดีของผู้คน กองขี้เถ้าของพระสนมคิริทสึโบพลันมีร่างชายหนุ่มคืบคลานออกมา คนผู้นี้หน้าตาคมคายราวสลักจากหยก ผิวขาวซีด รูปร่างผอมบาง ให้ความรู้สึกเย็นเยือกดุจสายลมยามเหมันต์
นับั้แ่มันโผล่กายออกมา อากาศโดยรอบเหมือนผนึกค้าง ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในหล่มน้ำแข็ง แทบไม่อาจหายใจ ไร้เรี่ยวแรงหลบหนี กระทั่งเด็กน้อยทั้งสามและจักรพรรดินีซึ่งอยู่ในค่ายเวทป้องกัน ยังรู้สึกไม่ต่างกัน แสดงว่าอิทธิฤทธิ์ของปีศาจตนนี้ต้องเท่ากันหรือเหนือกว่าข่ายเวทเป็แน่
หากเป็เช่นนี้ต่อไป พวกเขาจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร?
คงไม่กี่อึดใจ ศีรษะของเด็กทั้งสี่คงถูกนำไปเป็ของขวัญแก่จอมมารเป็แน่
จะทำประการใดดี?
*ชินเซคิโคกะ (臣籍降下) คือกฎที่กำหนดให้เชื้อพระวงศ์ที่มีอายุได้ 15 ปี ซึ่งมีสายเืห่างจากจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน หรือเชื้อพระวงศ์ชั้นที่ 2-5 บางกลุ่มต้องออกจากฐานันดรศักดิ์มาเป็สามัญชน ถูกบังคับให้รับราชการเป็ขุนนางหรือทหาร
ทั้งนี้อาจเป็บัญชาจากจักรพรรดิให้ออกจากฐานันดรศักดิ์ หรือเชื้อพระวงศ์เป็ผู้ขอออกเองก็ได้ เชื้อพระวงศ์เหล่านี้ยังคงถูกเรียกว่า ‘โชโอว’ ความเคารพนับถือตามฐานันดรยังมีอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ลดอำนาจในฐานะเชื้อพระวงศ์ลงส่วนหนึ่ง