ผมหายไปจากหน้าจอนี้มาเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม ไม่ใช่เพราะหมดไฟ ไม่ใช่เพราะี้เี แต่เพราะผมกลัว ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
ข้อความนั้นปรากฏขึ้นบนไฟล์ต้นฉบับ ทั้งที่ผมไม่ได้พิมพ์มัน
ยอดอ่าน: 401
คอมเมนต์:
Arant: นิยายมันสั้นไปอะ ขอยาว ๆ กว่านี้
giftttt: รอนานแล้วนะ กลับมาต่อเร็ว ๆ คิดถึง
Veena: ฆาตกรมันโหดไปนะ ฆ่าผู้หญิงตั้ง 12 คน
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผมก็อยากกลับมาเขียน แต่ผมกลัวไงครับนักอ่าน ผมไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือผีหรือเปล่า แต่ผีมาแฝงเป็ตัวละครที่ผมเขียนอย่างงี้เหรอ มันหลอนเกินไปแล้วนะ
แต่วันนี้ ผมไม่มีทางเลือกแล้ว อีกสองเดือนข้างหน้า ผมต้องจ่ายหนี้ กยศ. และไม่มีทางอื่นเลยที่ผมจะหาเงินทัน ถ้าไม่เขียนเื่นี้ ให้จบ
ผมกลับมาเปิดหน้าจอคอมอีกครั้ง เปิดแค่โคมไฟข้างโต๊ะ พอให้เห็นแป้นพิมพ์
ไฟล์เดิมยังอยู่ และแน่นอนว่าข้อความนั้นก็ยังอยู่ ผมจะไม่ไปแตะต้องมันเด็ดขาด แค่เลื่อนลงมาล่างสุด แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมความกล้าที่จะเผชิญกับข้อความที่มันอาจจะเด้งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไหร่ก็ได้ เอาวะ! ผีก็ผีเหอะ ผมจะอดตายอยู่แล้ว มาดูกัน ว่าใครมันจะอยู่ได้นานกว่ากัน
นิยาย
เสียงฝีเท้าดังสม่ำเสมอบนพื้นกระเบื้องของอาคาร ผู้คนในเครื่องแบบเดินสวนกันไปมา บางคนถือแฟ้ม บางคนถือแก้วกาแฟ มีการพูดคุยกันเป็ระยะ เพราะพวกเขาเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมความคืบหน้าของคดีฆาตกรต่อเนื่อง
อินทรถอดเสื้อคลุมตำรวจพาดไว้บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตัวเอง มือของเขายังหยุดนิ่งอยู่บนแฟ้มเอกสารที่สรุปการประชุมคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
คดีที่เขาอยู่กับมันมานานถึง 3 ปีเต็ม
‘มี DNA ของฆาตกรที่ตรง แต่ไม่มีหลักฐานทางดิจิทัลที่จับภาพคนร้ายได้ชัด ๆ’
ประโยคนี้วนซ้ำในทุกการประชุม
โลกความจริง
ติ๊ง!!!
ผมหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ มีคนส่งข้อความมาแฮะ ไหนดูสิ ใครส่งมา
Guy: นธีเป็ไงบ้าง ไม่เจอกันนานเลย
พี่กลับมาอีกแล้ว คนนี้คือพี่กาย เรารู้จักกันตอนมัธยมปลาย เจอกันตอนงานวิชาการของโรงเรียนเครือข่าย เราทั้งคู่แข่งโครงงานเหมือนกัน แต่อยู่คนละโรงเรียน พี่เขาแอดเพื่อนผมมา แล้วเริ่มทักมาชวนผมคุยเรื่อย ๆ เริ่มแสดงออกมาชัดเจนว่ากำลังตามจีบผมอยู่ แต่ตอนนั้น ผมปฏิเสธพี่เขาไป แล้วเราก็หายจากกันไปเลย
ผม: สบายดีครับ พี่กายล่ะ
หัวใจเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกแล้ว ถึงเราจะไม่ได้คุยกันั้แ่วันนั้น แต่เรายังรับรู้การเคลื่อนไหวของกันและกันในแอพ ถ้าถามผมว่าตอนนี้รู้สึกยังไงน่ะเหรอ ไม่รู้สิ! แต่ก็ดีใจนะ ที่ได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง
Guy: วันนี้ไม่ค่อยสบายอะ
ผม: เป็ไข้เหรอครับ กินยาหรือยัง
จู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่อก เมื่อพี่ข่าวบอกว่าไม่สบาย ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไร
Guy: ดีใจจัง นทีเป็ห่วงพี่ด้วย
ตึกตัก! ตึกตัก!
ใจเต้นแรงเกินไปแล้วนะ
ผม: แล้วพี่กายกินยารึยัง
Guy: กินแล้วครับ เป็หวัดนิดหน่อย ตากฝนเมื่อ่เย็น
ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก น่าจะไม่เป็ไรมาก กินยาแล้ว เดี๋ยวก็หาย
ผม: ครับ พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ
Guy: ครับ ฝันดีนะครับ
ตึกตัก! ตึกตัก!
ไอ้บ้าเอ๊ย!!! เป็บ้าอะไรอีกเนี่ย เต้นแรงอยู่ได้ ผมก้มหน้าทะเลาะกับหัวใจของตัวเอง แล้วเงยหน้ากลับมาพิมพ์ตอบ
ผม: ฝันดีครับ
อ๊ายยยยยยย ผมบ้าไปแล้ว เมื่อก่อนปฏิเสธเขาไป แต่ตอนนี้กับดีใจที่เขาทักมา
และนั่นไม่ใช่วันเดียวที่พี่เขาทักมาคุย พี่เขาเล่นทักมาตลอด 3 เวลาหลังอาหาร และก่อนนอน คุยแต่ละที ยิ้มไม่หุบเลยผม พอ ๆ ได้เวลาเขียนนิยายต่อแล้ว
นิยาย
เสียงเครื่องปรับอากาศดังคลอเบา ๆ ในห้องประชุมขนาดกลางที่ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของอาคาร แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ขาวจัดกระทบผิวโต๊ะไม้สีอ่อนสะท้อนความเ็าอย่างชัดเจน
สารวัตรเมฆานั่งอยู่หัวโต๊ะ ฝั่งขวาคือ อินทร ภัทราวดี และก้องภพ ฝั่งซ้ายคือพิศาล และธนาธิป
พิศาลเริ่มเปิดประเด็น
“รายงานล่าสุดจากหน่วยลับในโรงพยาบาล ผมให้สายเข้าไปแฝงตัวแล้วครับ เป้าหมายคือแพทย์ 3 คนในแผนกศัลยกรรม ซึ่งมีประวัติเข้ากับไทม์ไลน์ของการหายตัวไปของเหยื่อหลายราย”
สาวัตรเมฆาพยักหน้า “ตามต่อไป เราอาจได้อะไรบางอย่างกลับมา”
“ครับ” พิศาลพยักหน้า
3 ชั่วโมงผ่านไป
“วันนี้ขอบคุณทุกคนมากครับ” สารวัตรพูดกับทุกคนขณะประชุมจบ เขาก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนเดินออกจากห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“ทุกคนน่ารักมาก ผมดีใจที่เราได้อยู่ทีมเดียวกัน เดี๋ยวเราก็จับมันได้ ทุกคนไม่ต้องกังวลไปน้า สู้ ๆ นะครับ” อินทรยิ้มอย่างสดใสให้กับทุกคน
โลกความจริง
หาว ผมง่วงแล้วอะ อัพเพิ่มเป็ตอนสั้นให้คนอ่านก็แล้วกัน วงเล็บท้ายตอนนิยายว่า (เพิ่มเติม) คนอ่านจะได้อ่านมากขึ้น อัพเสร็จผมก็ไปอาบน้ำ เตรียมเข้านอน แล้ววันนี้พี่กายก็ทักมาคุยด้วยนิดหน่อยก่อนนอน และไม่ลืมที่จะบอกฝันดีผมด้วย
เวลา 05:21 น.
ผมสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินข้างบ้านทะเลาะกัน เฮ้อ…เอาซะผมหลับต่อไม่ได้ ไหน ๆ ก็นอนไม่หลับแล้ว ไหนเปิดดูคนอ่านสิ ถึงไหนแล้ว
ยอดอ่าน: 1,201
คอมเมนต์:
Arant: อะไรเนี่ยนักเขียน! ทำไมอินทรเปลี่ยนไปอะ เอาอินทรคนเดิมกลับมา
giftttt: ไม่ชินกับอินทรคนนี้ ตอนก่อนหน้ายังโหดอยู่เลย ไงตอนนี้ ออกแนวน่ารักอะ
Veena: ฉันว่า…นักเขียนแปลก ๆ แล้ว
Dalin: นักเขียนลืมบุคลิกเริ่มต้นของอินทรป้ะ ทำไมเขียนออกมาแบบนี้!
Hasaki: กะว่าจะอ่านแบบลุ้นตามเฉย ๆ ว่าจะไม่คอมเมนต์แล้ว
แต่นิยายตอนใหม่นี้ ลบออกเหอะ ดูยังไงก็ไม่ใช่อินทร
เฮ้ย!!! เกิดอะไรขึ้นอะ ผมรีบเปิดตอนล่าสุดอ่านทันที ก็…เฮ้ย!! ผมเปลี่ยนบุคลิกของอินทรจริง ๆ ด้วย โอ๊ยยยย คุยกับพี่กายเยอะ จนเอาพี่กายมาเขียนเป็อินทรเลยเหรอเนี่ย ผมกดลบนิยายตอนล่าสุด
ลบ
เอ้า!! ทำไมมันลบไม่ได้อะ เครื่องรวนอีกแล้วเหรอ
ลบ
อะไรอีกเนี่ย!!! ทำไมลบนิยายไม่ได้เลย คนอ่านจะสาปผมไหมเนี่ย ซวยแล้วผม…
(ภาพฉากในห้องประชุมหยุดนิ่ง ยกเว้นอินทรที่ขยับร่างกายได้ อินทรมองภาพตรงหน้า ที่กำลังนิ่งค้าง ผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะดึงปลั๊กชาร์จออกจากไอแพด อีกคนกำลังลุกออกจากเก้าอี้ ส่วนอีกคนกำลังเก็บสมุดใส่กระเป๋า และผู้หญิงคนสุดท้ายกำลังมองหน้าจอโทรศัพท์เหมือนมีคนโทรเข้ามา แต่หน้าจอเบลอ ทำให้อินทรมองไม่ชัดว่าเป็เบอร์ใคร อินทรหยิบปากกาจากกระเป๋าเสื้อของตัวเอง แล้วนำมาเขียนลงในกระดาษ A4 เปล่า ที่วางอยู่ตรงหน้า
<กลับมาแล้วสินะ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมคุณถึงควบคุมผมได้>)