เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 หึงจนอิ่ม?

            ได้ยินสิ่งที่ซูเจี่ยนอันพูดแล้วเจียงเส้าข่ายแทบสะดุ้งตกจากเตียงผู้ป่วย

            ยัยซูเจี่ยนอันนี่ปกติก็ฉลาดหลักแหลมดีอยู่หรอกแต่ทำไมพอเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้เนี่ย?

            ลู่เป๋าเหยียนถึงขนาดตามมาด้วยแบบนี้มีเหรอจะยอมให้เธออยู่กับเขาสองต่อสอง?

            ใช้สมองคิดบ้างไหมเนี่ยยัยบ้า!

            ซูเจี่ยนอันดันกล้าไล่ลู่เป๋าเหยียนกลับไปก่อนอีกให้ตายเถอะ นี่เธอกะให้ลู่เป๋าเหยียนเผาห้องพักสุดหรูของเขาทิ้งอย่างนั้นเรอะ!?

            “อะแฮ่ม!”เพื่อรักษาห้องผู้ป่วยแสนสุขห้องนี้เอาไว้ เจียงเส้าข่ายจึงตัดสินใจไล่แขก

            “เจี่ยนอันเรื่องงานเอาไว้ฉันหายดีก่อนแล้วค่อยว่ากันคดีนั้นพวกเราพยายามหาคำตอบกันมาก็ตั้งหลายปีแล้วยังแก้ไม่ได้ตอนนี้มานั่งถกกันก็เสียเวลาเปล่า ตอนบ่ายฉันต้องตรวจร่างกายอีกเธอปล่อยฉันไปเถอะ”

            ในจังหวะนั้นนางพยาบาลสาวก็ผลักประตูห้องเข้ามาพอดี

            “คุณเจียงคะได้เวลา...”

            “ได้เวลาที่ผมจะต้องไปตรวจเช็กร่างกายแล้วใช่ไหมครับ”เจียงเส้าข่ายรีบพูดต่อ

            “ได้เลยครับพวกเราไปกันเลยดีกว่า”

            คนที่สามารถเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลนี้ได้นอกจากความรู้จะต้องถึงแล้ว ไหวพริบก็ต้องดีด้วยนางพยาบาลสาวรีบเข้ามาประคองเจียงเส้าข่ายอย่างแนบเนียน

            “หมอหลิวเตรียมการเรียบร้อยแล้วค่ะถ้าตรวจรอบนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ คุณก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะค่ะ”

            เสียงของเจียงเส้าข่ายและนางพยาบาลเริ่มไกลออกไปซูเจี่ยนอันดูแล้วเจียงเส้าข่ายคงไม่น่าจะกลับมาได้ในเร็วๆ นี้เธอจึงลุกขึ้นและพูดกับลู่เป๋าเหยียน

            “งั้นพวกเรากลับกันเถอะ”

            พูดจบเธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่าสีหน้าของลู่เป๋าเหยียนดูมืดมนผิดปกติ เขาลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันทีเขาทิ้งเธอเอาไว้ในห้องผู้ป่วยคนเดียวโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย

            ตามปกติเขาจะต้องจูงมือเธอและเดินไปด้วยกัน

            ซูเจี่ยนอันกำมือซ้ายอย่างรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยแต่ก็ก้าวเท้าเดินตามลู่เป๋าเหยียนไป

            เขาเดินเข้าลิฟต์ไปแล้วและประตูลิฟต์ก็ค่อยๆ ปิดลง

            “รอฉันด้วย!”

            เธอวิ่งสี่คูณร้อยตรงเข้าไปแต่ประตูลิฟต์ก็ใกล้ปิดสนิทเต็มที แถมลู่เป๋าเหยียนเองก็ดูเหมือนไม่คิดจะรอเธอร่างสูงใหญ่ของเขาค่อยๆ เลือนไปจากสายตา

            ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?

            ซูเจี่ยนอันยืนนิ่งห่างจากลิฟต์สามถึงสี่เมตรเธอมองประตูลิฟต์ที่ปิดลงอย่างไร้เยื่อใย และเริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมา

            แต่ก่อนที่เธอจะแน่ใจว่าลู่เป๋าเหยียนคงไม่คิดจะสนใจเธออีกแล้วจู่ๆ ประตูลิฟต์ก็เปิดออก มือของลู่เป๋าเหยียนกดค้างอยู่ที่ปุ่มเปิดประตูและพูดเชิงคำสั่ง

            “เข้ามา!”

            เธอค่อยๆเดินเข้าไป จากนั้นลู่เป๋าเหยียนจึงปล่อยนิ้วออกจากปุ่มกด ลิฟต์จึงค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไปช้าๆ

            จนกระทั่งลิฟต์ถึงจุดหมายทั้งสองคนก็ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ขายาวๆ ของลู่เป๋าเหยียนเดินนำอยู่ด้านหน้าซูเจี่ยนอันวิ่งซอยเท้าตามเขาอยู่ด้านหลัง แต่ยิ่งวิ่งเธอก็ยิ่งรู้สึกโมโหเธอจึงผ่อนฝีเท้าของตัวเองลง และค่อยๆ ทิ้งระยะห่างออกจากเขา

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งคนขับถึงรู้ตัวว่าซูเจี่ยนอันเดินตามอยู่ข้างหลังอย่างช้าๆห่างออกไปเป็นสิบเมตร เธอเดินก้มหน้าก้มหน้าไม่ยอมมองมาทางเขา

            “เร็วหน่อย”เขาขมวดคิ้วและออกคำสั่ง

            ซูเจี่ยนอันก้าวเท้าให้เร็วขึ้นอย่างว่าง่ายและเข้าไปนั่งในรถ

            ปัง! ประตูรถถูกปิดลงอย่างแรง

            ลู่เป๋าเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาสตาร์ทรถและขับ ONE77 ออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งตรงกลับบ้าน

            วิวด้านนอกหน้าต่างที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วทำให้ซูเจี่ยนอันที่มองอยู่เริ่มมึนหัว เธอปิดตาลงและเอนพิงเบาะเพื่อพักสายตาและก็รู้สึกได้ว่าลู่เป๋าเหยียนเริ่มขับรถให้ช้าลง

            เธอมั่นใจว่าเขาตั้งใจขับช้าลงแน่ๆ

            งี่เง่าชะมัดตานี่!

            เมื่อกลับถึงบ้านลู่เป๋าเหยียนลงจากรถไปก่อน ซูเจี่ยนอันลุกตามและพูดตะโกนเสียงดังตามหลังลู่เป๋าเหยียนไป

            “หยุดนะ!”

            เธอวิ่งไปขวางด้านหน้าและจ้องตาเขา

            “นายกำลังโกรธอยู่ใช่ไหม”

            ลู่เป๋าเหยียนหลบสายตาไปทางอื่น

            “เปล่า”

            พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินหนีซูเจี่ยนอันจึงใช้สองมือจับตัวเขาไว้

            “แล้วทำไมนายไม่ยอมคุยกับฉัน”

            เธอใช้ชีวิตร่วมกับลู่เป๋าเหยียนมาสามเดือนถึงจะไม่ได้เข้าใจเขาไปหมดทุกเรื่องแต่อย่างน้อยเธอก็อ่านสายตาเขาออกว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดี

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากแบบที่คนมองไม่แน่ใจว่าเขากำลังยิ้มจริงๆหรือแค่ยิ้มเยาะกันแน่

            “ไม่ใช่ว่าเธอมีเรื่องต้องคุยกับเจียงเส้าข่ายเลยไล่ฉันกลับหรือไง แล้วจะมาคุยกับฉันทำไม”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปลู่เป๋าเหยียนจึงใช้โอกาสนี้เดินอ้อมหลบเธอเพื่อเข้าบ้าน

            เธอนิ่งเงียบไปอยู่นานหลังจากนั้นจึงมั่นใจอะไรบางอย่าง

            ซูเจี่ยนอันยิ้มและวิ่งตามลู่เป๋าเหยียนขึ้นชั้นสองไป

            ในขณะที่เขากำลังจะปิดประตูห้องซูเจี่ยนอันก็รีบยื่นมือผ่านประตูเข้าไปจับมือเขา เขาไม่กล้าปิดประตูหนีบมือเธอจึงได้แต่ใช้สายตาเย็นชามองมา

            “มีเรื่องอะไร”

            ซูเจี่ยนอันชี้หน้าเขาและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “นายต่างหากที่มีเรื่อง!”

            ได้ยินดังนั้นลู่เป๋าเหยียนจึงยิ้มออกมา

            “ไหนว่ามาสิฉันมีเรื่องอะไร”

            “นายหึงฉัน”ซูเจี่ยนอันจ้องตาเขาพลางพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับวกำลังพูดเรื่องธรรมดาทั่วไป

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงสายตาเขาดูเย็นชายิ่งกว่าเดิม ซูเจี่ยนอันเองก็เริ่มกังวล แต่ยังคงไม่ยอมแพ้

            “ฉันแค่อยากคุยเรื่องงานกับเจียงเส้าข่ายที่ให้นายกลับมาก่อน...ก็เพราะคิดว่านายมีเรื่องงานที่ต้องสะสางถ้าฉันบอกให้นายอยู่ต่อตอนฉันคุยกับเขา นายก็คงยิ่งโกรธจริงไหม”

            ลู่เป๋าเหยียนแย้มยิ้มบาง“ฉันไม่โกรธ แต่ฉันคงจับเจียงเส้าข่ายโยนออกนอกห้องไปซะ!”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกเสียวสันหลังวาบเธอห่อไหล่ลงเล็กน้อย

            “เอาเป็นว่าฉันกับเจียงเส้าข่ายไม่ได้มีอะไรกัน ถ้าฉันกับเขาคิดอะไรเกินเลยกว่าเพื่อนฉันก็คงไม่มาแต่งงานกับนายหรอก”

            ความเยือกเย็นและมืดมนบนใบหน้าของลู่เป๋าเหยียนเริ่มจางหายไปทีละนิด

            ปัง! เสียงประตูไม้ปิดลงจนคนที่ยืนอยู่นอกห้องถึงกับสะดุ้ง

            “เป็นอะไรอีกล่ะเนี่ย!”ซูเจี่ยนอันบ่น “รู้งี้ฉันไม่น่าอธิบายให้นายฟังเลย”

            ว่าแล้วเธอก็เตรียมหันหลังเดินกลับห้องตัวเองแต่คิดไปคิดมาเธอจึงเดินลงไปข้างล่าง

            ลุงสวีเดินเข้ามาหาเธอทันที

            “อาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับคุณผู้หญิง”

            “อาหารที่ทำเสร็จแล้วพวกคุณลุงกินกันเลยค่ะ”ซูเจี่ยนอันพับแขนเสื้อขึ้น “มื้อเที่ยงวันนี้หนูจะลงมือทำเอง อ้อใช่ ลุงสวีคะเอ่อ... ลู่เป๋าเหยียนเขาชอบกินอะไรคะ”

            ลุงสวียิ้ม“คุณชายไม่ชอบกินขึ้นฉ่ายกับผักชีครับ นอกนั้นกินได้หมดทุกอย่าง”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปในครัวจากนั้นจึงลงมือทำกับข้าวสองสามอย่าง ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของลู่เป๋าเหยียน

            “คุณชายอาจจะนอนอยู่มั้งครับ”ลุงสวีบอก “ถ้ายังไงคุณผู้หญิงลองขึ้นไปเรียกดีไหมครับ พวกผมคงไม่กล้าขึ้นไปรบกวนถ้าช้ากว่านี้ เกรงว่าจะเลยเวลาอาหารเที่ยงนะครับ”

            เวลาลู่เป๋าเหยียนอารมณ์ไม่ดีค่อนข้างน่ากลัวแต่ซูเจี่ยนอันเคยสัมผัสกับความน่ากลัวนั้นมาแล้ว เธอพยักหน้าและวิ่งขึ้นชั้นบนไป

            ประตูห้องของเขายังคงปิดสนิทซูเจี่ยนอันยกมือเคาะประตูสองที

            “ลู่เป๋าเหยียน”

            “...”ไร้ปฏิกิริยาตอบรับใดๆ

            เธอลองเคาะอีกสองที

            “ลู่เป๋าเหยียน?”

            เธอลองเคาะอีกหลายทีแต่ลู่เป๋าเหยียนก็ยังไม่ตอบ ซูเจี่ยนอันนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นโรคกระเพาะ

            เขากินข้าวไม่ตรงเวลาหรือว่าอาการจะกำเริบ?

            แค่คิดไปถึงภาพตอนที่เขาป่วยซูเจี่ยนอันก็เริ่มกังวล เธอวิ่งไปหาลุงสวีเพื่อขอกุญแจสำรองหลังจากเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นเขากำลังนอนอยู่บนเตียง

            “ลู่เป๋าเหยียน!”

            เธอรีบวิ่งเข้าไปแขนเรียวยาวของลู่เป๋าเหยียนก่ายอยู่บนหน้าผาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ปิดคิ้วของเขาที่กำลังขมวดยุ่งเอาไว้ไม่มิด

            “ลู่เป๋าเหยียนนายไม่สบายงั้นเหรอ?” เธอเขย่าตัวเขาพลางถาม “ไม่สบายตรงไหน หรือว่าปวดกระเพาะอีกแล้ว?”

            คิ้วของเขาขมวดยุ่งมากขึ้นไปอีกซูเจี่ยนอันยิ่งมั่นใจในความความคิดของตัวเอง แต่ในขณะที่คิดจะพาเข้าไปโรงพยาบาลมือของลู่เป๋าเหยียนก็จับเข้าที่ท้ายทอย และดึงเธอให้ขึ้นมานอนบนเตียง

            แต่สุดท้ายเธอก็ได้แต่คุกเข่าโดยที่ท่อนบนซบอยู่บนตัวเขา เธอรู้สึกได้ถึงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นเป็นจังหวะ

            “เงียบหน่อย”เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “เธอหนวกหูเป็นบ้า”

            ซูเจี่ยนอันยังคงติดใจอยู่เรื่องเดิม

            “นายไม่สบายหรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนลืมตาและได้เห็นสายตากังวลของปีศาจน้อยข้างกาย เขาถอนหายใจ

            “ฉันไม่เป็นไรเมื่อกี้ก็แค่หลับไป”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งงัน“สรุปคือ ฉันเป็นคนทำเสียงดังจนนายตื่นงั้นเหรอ”

            “ไม่งั้นจะใครล่ะ”

            ซูเจี่ยนอันหน้าเสียเธอเอามือของเขาออกจากท้ายทอย

            “เอ่องั้นนายคิดซะว่าฉันไม่ได้มาที่นี่แล้วกันนะ...”

            พูดจบเธอก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี

            แต่ลู่เป๋าเหยียนมีเหรอจะปล่อยเธอไปง่ายๆเขารั้งตัวเธอให้เข้ามาใกล้

            “เธอเรียกฉันทำไม”

            “เรียกให้กินข้าวไง”ซูเจี่ยนอันตอบ “ฉันทำไก่น้ำแดงกับปลานึ่งเอาไว้ นายจะตื่นไปกินไหม”

            ลู่เป๋าเหยียนมองซูเจี่ยนอันนิ่งพลางคิดว่าที่ปีศาจน้อยดีกับเขาขนาดนี้ตนมองผิดไปหรือเปล่า

            แต่ซูเจี่ยนอันที่เห็นดังนั้นกลับคิดว่าเขากำลังลังเลเธอเบ้ปากเล็กน้อย

            “ไม่กินก็ช่างฉันลงไปกินแล้วนะ อ้อใช่ นายคงอิ่มความหึงไปแล้วล่ะสิ”

            สายตาของลู่เป๋าเหยียนเย็นเยียบขึ้นอีกครั้งตามคาดซูเจี่ยนอันเห็นท่าไม่ดี จึงคิดจะวิ่งหนีไป แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับจับตัวเธอลากขึ้นเตียงและคร่อมทับไว้

            ซูเจี่ยนอันเบิกตากว้างอย่างตกใจพลางดิ้น

            “ลู่เป๋าเหยียนปล่อยฉันนะ!”

            เธอตีไหล่กว้างของเขาอย่างประท้วงแต่เขากลับไม่สะทกสะท้านสักนิด

            “เมื่อกี้เพราะอยู่โรงพยาบาลเธอเลยไม่ยอมแต่ตอนนี้เราอยู่ที่บ้าน แล้วมีเหตุผลอะไรอีกที่จะให้ฉันปล่อยเธอ”

            ซูเจี่ยนอันยังคงดิ้นอย่างขัดขืน“ไม่ได้นะ พวกเรา...”

            ลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าเธอจะพูดอะไรคงไม่พ้นเรื่องที่พวกเขาไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ แต่เรื่องนี้มันเก่าไปแล้วเขาไม่อยากได้ยินมันอีก

            เพราะฉะนั้นการปิดปากเธอซะคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

            เขาจูบเธออย่างเอาแต่ใจยิ่งกว่าเมื่อตอนอยู่ดรงโรงพยาบาลเสียอีกหลังประกบปากลงมาเขาก็บังคับให้เธออ้าปาก และแลกลิ้นกับเธออย่างดูดดื่มซูเจี่ยนอันรู้ตัวว่าตนคงหนีไม่รอดแล้ว จึงตั้งใจจะกัดเขาแต่ยังไม่ทันได้ทำตามที่คิด เสียงของเขาก็ดังขึ้น

            “ถ้าเธอกล้าก็ลองกัดฉันดูสิ!”

            ซูเจี่ยนอันมองสายตาอันตรายของเขาแล้วจึงล้มเลิกความตั้งใจ พลางบ่น

            “คนลามก!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มบาง“ต้องโทษเธอ”

            ไม่รอให้ซูเจี่ยนอันเข้าใจคำพูดเมื่อครู่เขาก็กลับไปครอบครองเรียวปากงามของเธออีกครั้ง และจูบอย่างหนักหน่วง

            จุมพิตร้อนแรงของเขาราวกับจะกลืนกินซูเจี่ยนอันเข้าไปการดิ้นและขัดขืนของเธอไม่ได้ช่วยอะไรแถมสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงการกระทำที่เอาแต่ใจยิ่งกว่าเดิมของเขา

            จนกระทั่งเธอเริ่มหอบเพราะหายใจไม่ทันลู่เป๋าเหยียนจึงยอมผละริมฝีปากออก แต่ตัวเขายังคงคร่อมทับเธอไม่ยอมขยับไปไหน

            “ฉันหึงจนอิ่มจริงๆ”เขาพูดพลางยิ้มเล็กน้อย “แต่ฉันหวังว่าครั้งหน้าเธอคงไม่ป้อนความหึงให้ฉันกินจนอิ่มแบบนี้อีก”

            ซูเจี่ยนอันถามอย่างเคืองๆ“งั้นฉันต้องป้อนนายด้วยอะไร?”

            “แน่นอนว่าควรป้อนด้วย...ตัวเธอ”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808