TD|พ่อค้าขนมไทย

    ๑ พ่อค้าขนมไทย:คั้นกะทิแต่เช้าตรู่

    ทันทีที่ได้ยินเสียงนกดุเหว่าร้องดังมาแต่ไกล ข้าก็ดันตัวขึ้นนั่งและส่งมือไปสะกิดนังยุพิน มันส่งมือมาปัดอย่างรำคาญและนอนตะแคงนิ่งอยู่ในท่าเดิมอีกหลายอึดใจ สักพักใหญ่ๆ นู่นแหละ มันจึงพลิกตัวหันมาหา

    ดูเอาก็รู้ว่ามันเพิ่งตื่น ตื่นช้ากว่าข้าตามเคย

    แต่ในเมื่อมันตื่นแล้ว ข้าก็ไม่สนใจและรีบลุกออกจากมุ้งไปคว้าตะเกียงน้ำมันขึ้นจุด


    บ้านไม้หลังเล็กท้ายคลองของข้าเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยังมีเพียงไม่กี่หลังที่มีแสงตะเกียงรำไรลอดออกมา นอกนั้นที่เห็นเป็๲แนวไปตามริมตลิ่งก็ยังตกอยู่ในแสงขมุกขมัวของยามเช้า ซ่อนอยู่ในหมอกขาวยาวไปจนถึงลานตลาดปากคลอง

    หลังจากล้างหน้าล้างตาสีฟันจนสะอาดดีแล้ว ข้าก็คว้าอีโต้ดำมิดหมีลงจากเรือนและเดินไปใต้ถุน ทะลายมะพร้าวยังคงกองอยู่ข้างแคร่ไม้เก่า ข้าจึงทิ้งตัวลงนั่งและคว้ามะพร้าวมาปอก

    วันนี้ข้าจะทำข้าวเหนียวสังขยาไปขายที่ตลาด


    เดิมทีข้าไม่ชอบอะไรเทือกนี้เท่าไร ข้าไม่ชอบการเข้าครัวหยิบโน่นปรุงนี่ แต่มันคือวิธีทำมาหากินของนังยุพินมัน นังยุพินเป็๲แม่ค้าขายแกง เมื่อมันมาอยู่กับข้า ข้าจึงถูกใช้ให้ช่วยเตรียมเครื่องอยู่เนืองๆ

    และคงเป็๞เพราะข้าขยันเกินไป มันจึงจิกหัวข้าใช้หนักขึ้นเรื่อยๆ

    อย่างที่เห็นเมื่อตะกี้ แม้แต่ตื่นนอน ข้าก็ต้องปลุกมัน

    แต่เอาเถอะ เป็๞เพราะมัน ข้าจึงทำขนมเป็๞

    เริ่มจากกล้วยบวชชี เพราะกล้วยสุกคาต้นบ่อยๆ ข้าจึงบอกให้นางยุพินเอามาทำขนมกินเสีย แต่มันไม่ยอมทำ ข้าจึงต้องลงมือเอง ข้าอดยอมรับฝีมือเมียข้าไม่ได้ การเข้ากะทิให้อร่อยนั้นยาก นังยุพินมันลงทุนลงแรงสอนเคล็ดลับเองกับมือ ทั้งจิกหู ทั้งขยี้หัวอยู่หน้าเตาจนกล้วยบวชชีสุก

    ส่วนขนมนึ่ง ข้าก็เริ่มจากขนมตาลกับข้าวต้มมัด แต่ขนมตาลมันแห้งไว ขายไม่ทันไรก็ถูกลมโกรกแข็งหมด ส่วนข้าวต้มมัด แค่เห็นก็อิ่มแล้ว แกะกินก็ยาก ไอ้พวกที่บ่นๆ ว่าห่อหนา ห่อหลายตลบ ลองมาทำดูจะรู้ว่ามันห่อยากบรรลัย ข้าจึงเลิกทำ

    ครั้งนี้ข้าคิดจะทำข้าวเหนียวสังขยา ขนมที่ต้องบรรจงตักและห่ออย่างปราณีตตรงหน้าร้านน่าจะเย้ายวนกว่าขนมวางขายดาดๆ กลิ่นหอมของข้าวเหนียวมูนตอนที่เปิดผ้าครอบหวดขึ้นมาน่าจะเชิญชวนให้เด็กเล็กหันมองตามเป็๲มัน ส่วนพวกพ่อแม่ก็คงหยุดกลืนน้ำลายไม่ไหว

    ข้าคิดเองก็ยังน้ำลายเอ่อ


    “ไอ้พุด! ลงไปปอกมะพร้าวน่ะ อย่ามัวแต่นั่งใจลอย เสร็จแล้วก็เอาขึ้นมาขูดด้วย ข้าจะใช้กะทิต้มแกง!”

    เสียง๻ะโ๠๲ของนังยุพินดังลงมาจากเรือนเรียกข้าให้ตื่นจากภวังค์ อันที่จริงข้าไม่น่าปลุกมันเลย ปล่อยให้มันนอนไปจนเช้าแล้วค่อยเอากะทิใส่หม้อไปประเคนตอนมันตื่น น่าจะดูเข้าทีกว่า

    นั่งปอกมะพร้าวไป ฟังเสียงบ่นไป ข้าได้มะพร้าว ๗ ลูก สำหรับแกง ๒ หม้อกับขนมที่ข้าจะทำ น่าจะพอแล้ว หากไม่พอ ก็ทำเท่าที่มี ข้าไม่ได้คิดจะร่ำรวยจากเงินค่าขนม ข้าแค่อยากทำไปขายเท่านั้น


    “วันนี้เอ็งจะทำเขียวหวานใช่ไหม?” ข้าส่งเสียงถามนังยุพินที่นั่งอยู่หน้าเตา ข้าไม่ต้องไปช่วย เพราะมันชอบทำของมันคนเดียว ข้าจะมีความจำเป็๞ก็ตอนที่เครื่องหมด

    “ใช่ เอ็งช่วยลงไปเด็ด มะเขือพวงให้ข้าด้วยนะ ขอสัก ๒ กำมือก็พอ พริกชี้ฟ้าอีกหน่อยก็ดี”

    ข้าอยากจะถลึงตาใส่ ไปเด็ดมะเขือพวง ๒ กำมือในสวนมืดๆ ก็คือการเข้าไปทำทารุณกรรมตัวเอง ข้าคงโดนยุงสูบเ๧ื๪๨หมดก่อนแน่ แต่ข้าก็ยอมกระโจนลงจากเรือนทันที เดี๋ยวจะไม่ทันตลาดที่จะเปิดแต่หัวรุ่ง แต่ขนมของข้า รอขาย๰่๭๫สายของวันก็ยังทัน ข้าจึงไม่เดือดร้อน


    เมื่อตระเตรียมเครื่องให้นังยุพินจบไป เ๹ื่๪๫ของข้าจึงเริ่ม

    ข้าแยกมานั่งที่ชานเรือน หยิบหม้อกระเบื้องมาต่อยไข่และน้ำตาลปี๊บลงไป ใส่ใบเตยหอมล้างสะอาดและลงมือขยำจนมันละลายเข้ากันดี จากนั้นก็เติมกะทิ คนให้เข้ากันอีกอึดใจแล้วก็เทลงบนผ้าขาวบางใส่ถ้วยก้นลึก

    เมื่อยกขึ้นนึ่งบนหม้อน้ำเดือด ข้าก็ไปยกข้าวเหนียวที่แช่ข้ามคืนมาจัดการต่อ

    เม็ดข้าวเหนียวขาวสวยที่ถูกแช่ข้ามคืนถูกเทลงในหวดรอให้สะเด็ดน้ำ เมื่อน้ำในหม้อเดือดแล้วก็ยกหวดข้าวเหนียวขึ้นนึ่ง ๰่๥๹นี้ก็ทำน้ำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียวรอ

    หม้อเล็กอีกใบถูกเติมหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่นและใบเตยลงไป ข้าขยำจนเข้ากันดีก่อนจะกรองจนได้น้ำกะทิสำหรับมูนออกมา มันถูกต้มแค่พอเดือด จากนั้นข้าก็นำน้ำกะทิที่ได้เทใส่ข้าวเหนียวสุกพอท่วม คนจนทั่ว ปิดฝาพักไว้สักครู่ใหญ่และคนข้าวเหนียวอีกครั้ง

    ข้าวเหนียวมูนร้อนๆ หอมกรุ่นควันฉุยดีเทียว

    ส่วนสังขยาฝีมือข้าหน้าย่นขรุขระตามแบบฉบับ มันถูกเรียกว่า หน้าหยัก เมื่อตักลงไปจะเห็นเนื้อภายในมีโพรงพรุนแทรกอยู่ทั่วไป และภายในโพรงมีน้ำเชื่อมขังอยู่ เนื้อสังขยาเหนียวไม่ยุ่ย รสหวาน เนื้อนุ่มลิ้นไม่หยอก

    ขนมของข้าพร้อมขายแล้ว ไปตั้งร้านนั่งเจียดใบตองรอ ไม่เหลือบ่าที่ข้าจะทำ

    แต่ยังไม่ทันได้ยกขนมลงเรือ แค่เพียง๰่๭๫ที่ข้ากลับขึ้นเรือนหลังจากลงไปอาบน้ำ ลูกค้าก็บุกมาถึงเรือน


    ไอ้ลูกค้าคนนี้คือ ไอ้เทียน สหายทะโมนวัยเด็กที่แก่กว่าข้าราว ๕-๖ ปี มันอาศัยใบบุญของหลวงปู่อยู่กินในวัด มันมีงานจากการรับจ้างทำนู่นนิด หานี่หน่อยไปเรื่อย อย่างมะพร้าว ๑ ทะลายใต้ถุนบ้านข้า ข้าก็ได้มาจากมัน

    ดังนั้นที่ข้าบอกว่ามันเป็๲ลูกค้านั้น มันก็แค่ความหมายรอง แท้จริงแล้ว มันมาทวงเงินต่างหาก ทวงเงินเสร็จก็อาจปล้นกินขนมข้าแบบไม่จ่ายเงิน ถือว่าประเดิมร้านให้ข้า


    “อื้ม! ขนมของเอ็งหอมฉุยเลยว่ะ ไอ้พุด” ไอ้เทียนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงบันไดเปิดโรงเอ่ยชมเสียงเข้มขรึม เข้ากับใบหน้าเหี้ยมโฉดของมันที่กำลังแสยะยิ้มหมายจะเอาเ๱ื่๵๹ ถือว่าเป็๲สิ่งดี เพราะถ้าไอ้สันดานหยาบนี่ได้กลิ่นขนม ลูกค้าคนอื่นก็คงได้กลิ่นไม่ต่างจากมัน อาจจะมากกว่ามันด้วยซ้ำ “กำลังจะไปขายขนมรึ?”

    “ใช่ ข้าเพิ่งทำเสร็จ ยังไม่ได้ยกลงเรือเลย” ข้า๻ะโ๷๞กลับพลางสะบัดข้าขาวม้าพันรอบสะโพก อารามร้อนใจทำให้ข้าต้องรีบโผล่หน้าไปมองมันและชี้ไปที่เรือที่ยังลอยลำอยู่ที่ท่า ยืนยันว่าข้าไม่ได้โกหก “กะว่าอาบน้ำเสร็จ ข้าก็จะเอาเรือออกไปขายนี่แหละ” 


    ไอ้เทียนกระชากสวยตาจากท่าน้ำกลับมาที่ข้า มันกระทืบเท้าลงบนบันไดและก้าวขึ้นมาอย่างมาดร้าย ข้าห่วงขนมของเข้าเหลือเกิน ห่วงว่าจะถูกชิมจนเละเทะ

    “จะชิมก็ได้นะ ข้าจะตักให้” ข้ารีบกุลีกุจอเดินออกไปที่ชานและนั่งยองลงเปิดหวดข้าวเหนียวมูนควันฉุยขึ้นมา เป็๲จังหวะเดียวกับที่ไอ้เทียนโน้มตัวลงมอง

    มันโน้มอยู่เหนือหัวหมาดชื้นของข้า ลมหายใจหนักกดลงบนหัวข้าจนรู้สึกได้

    “หอมไม่เลว”

    “ใช่ ข้าวเหนียวมูนร้อนๆ จะหอมมากจนน้ำลายสอเลยล่ะ”

    “กลิ่นหอม ขาวเนียนน่าลงลิ้นเลียแบบนี้ ทำเอาน้ำข้าแทบทะลัก”

    ไอ้เทียนเอ่ยเสียงเบาพร้อมลมหายใจหนักเหนือหัวข้า ศัพท์แสงที่ใช้ฟังไม่รื่นหู แต่มันคือไอ้ทะโมน เป็๞ไอ้หมาดุสันดานหยาบ ข้ารู้จักมานานกว่า ๑๕ ปี ข้าจึงไม่ใส่ใจ

    เพราะไม่ใส่ใจ แผ่นหลังเปล่าเปลือยของข้าจึงถูกหน้าอกแกร่งของไอ้เทียนนาบทับลงมา หัวไหล่ข้าก็ถูกจ้วงจับด้วยมือหยาบข้างหนึ่ง มือหยาบอีกข้างเกาะลงที่สะโพกหมาดชึ้นเหมือนกำลังหยั่งเชิง

    “ไอ้หมาวัด เอ็งไม่ต้องเข้าใกล้ข้าขนาดนี้ก็ได้” ข้าสบถด่ามันด้วยเสียงเข้ม แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะหยันตอบกลับมาจากริมฝีปากที่ลอยอยู่เหนือบ่า “ข้าจ่ายแน่ ไม่ต้องกดดันข้า ทั้งค่าลูกตาลครั้งก่อนและค่ามะพร้าวครั้งนี้ ข้าไม่เบี้ยวหรอก”

    “ข้ายังไม่ได้เอ่ยปากทวง แต่เอ็งกลับร้อนตัวเสียแล้วนะ ไอ้พ่อค้า” ไอ้เทียนเห่าโต้ มันทิ้งตัวลงนั่งบนพิ้นและดึงข้าลงนั่งซ้อนตักอย่างไม่อาย ตักที่ทั้งแข็งกระด้างและแข็งกระดกทำข้าสะดุ้งเอือกดิ้นหนีอย่างร้อนรน “อย่าเพิ่งร้อนใจไป ข้าไม่เร่ง ข้าแค่แวะมาหา พอดีเห็นขนมก็เลยอยากลิ้มลองขึ้นมาก็เท่านั้น!”

    ไอ้หมาเทียนโต้พร้อมเสียงหัวเราะลึกต่ำ ซ้ำยังกดริมฝีปากที่มีเคราแหลมคมลงบนลำคอข้า หนวดเคราของมันดุร้ายไม่ต่างจากใบหน้า ข้าดิ้นพล่าน มือที่กำลังจับหวดข้าวเหนียวสั่นริก ไม่ต้องถามหาขาทั้งสอง มันถูกจับถ่างจนผ้าขาวม้าร่นลงหมด พื้นที่ลับของข้า ความเป็๞ชายของข้าเผยออกมาจนหมดสิ้นในยามเช้าที่เริ่มสว่างเรืองรอง

    ข้าอายเหลือจะกล่าวที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้


    “อะ...ไอ้เทียน ไอ้หมาวัด!! ปล่อยข้า ข้าจะไปขายขนมแล้ว!”

    “สหาย! ข้าก็บอกอยู่นี่ว่าข้าจะประเดิม ข้ายินดีจ่ายค่าขนมของเอ็งแบบไม่อั้น” ไอ้เทียนไม่ยอมปล่อย พละกำลังที่มีของมันรั้งข้าเอาไว้จนแทบขยับไม่ได้ “ขอข้าชิมผิวเนียนๆ ของพ่อค้าขนมคนนี้ก่อน พอใจแล้วข้าจะไปเอง”

    สิ้นคำขอที่เอาแต่ใจ ไอ้เทียนก็กดฝ่ามือหยาบลงในหว่างขาของข้า ลากลึกผ่านหมอยหยาบหย่อมเล็ก ผ่านกระดอท่อนยาวนุ่มนิ่มลงสู่พวงไข่ยานและหยุดปลายนิ้วไว้ที่รูร้อน

    ข้าหยุดหายใจไปทันทีที่ปลายนิ้วแข็งบดลงตรงรูนั้น ควงบดจนข้าเผลอยกตูดลอย ร่างสั่นเทิ้ม ใจเต้นหวิว

    “อ้า! อะ...ไอ้เทียน ไอ้ระยำ หยะ...หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”

    “เอ็งคิดว่าจะสั่งข้าได้รึ? อา ไม่สิ เอ็งชอบสั่งข้ามา๻ั้๫แ๻่เด็กๆ แล้วนี่ ไอ้ศิษย์รักของหลวงพ่อ”


    ข้าไม่กล้าทิ้งตัวนั่งบนตักกระด้างอีก ได้แต่โหย่งตัวบนปลายเท้าทั้งสอง ตอนนี้สองเข่าแยกกว้างจนสุดเหยียด สะโพกลอยคว้างเหนือตัก แกะนิ้วหยาบของไอ้หมาวัดที่บดคลึงรูร้อนอย่างหยาบช้าจ้าละหวั่น

    “อะ...ไอ้เทียน มันสกปรก!!”

    “แต่เอ็งอาบน้ำแล้วนี่ กลิ่นสะอาดติดผิว ชื่นใจไอ้หมาวัดคนนี้ชะมัด”

    ข้าไม่ได้ตอบว่าข้าใช้สบู่ที่นังยุพินซื้อมาจากพ่อค้าจีน ข้ามัวแต่หอบเพราะต้องยกตัวหนีอย่างยากเย็น แต่ถึงจะตอบไป มันก็คงไม่ได้ทำให้นิ้วแข็งหยุดราวี ข้ายังคงตกที่นั่งลำบากอยู่ดี

    เพราะข้าไม่ตอบกระมัง ไอ้หมาวัดจึงถือโอกาสกดร่างข้าลงคว่ำ ๔ ขากับพื้นชาน ข้าต้องขยับหนีเพราะกลัวจะไปเตะโดนกระจาดขนมจนหกเสียของ และเพราะมัวแต่ใส่ใจขนม ผ้าขาวม้าที่พาดปิดเนินตูดกลมก็ถูกดึงออก

    ข้าหวาดหวั่นเหลือใจ ท่วงท่านี้เมื่ออยู่ในสภาพล่อนจ้อนเช่นนี้ ดูอย่างไรก็เหมือนกำลังยกตูดให้อีกฝ่ายดู

    “เป็๞บุญตาของไอ้หมาวัดคนนี้จริงๆ”


    แต่ข้าอาย

    แม้แต่ตอนที่ตูดของข้าถูกนิ้วถ่างอ้าให้ริมฝีปากสากกร้านกดแทรกข้ามา ข้าก็ยังอาย ข้าเป็๲ผู้ชาย มีเมียแล้ว แต่ตอนนี้กลับถูกผู้ชายด้วยกันลงลิ้นเลียและงับเม้มไปบนรูร้อนผ่าว ตูดกลมถูกเคราครูดแดงช้ำ ถูกลิ้นละเองจนเปียกชุ่ม ขมวดเกร็งจนแข็งปั้ก

    ข้าอาย แต่ข้ากลับได้แต่ทรงตัวอยู่ในท่าโก้งโค้ง ไม่ขัดขืนแต่บิดคอไปมองใบหน้าเหี้ยมที่กำลังซุกอยู่ในร่องอ้า มองแล้วก็ได้แต่สะท้าน ดวงตาเหี้ยมของไอ้เทียนจับจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะรู้ว่าข้าทำหน้าอย่างไรอยู่


    “ไอ้เทียน!!”

    “ขนาดนี้แล้ว เอ็งยังจะห้ามอีกรึ?” ไอ้หมาสันดานหยาบพึมพำตอบ มันตะกละจนไม่ยอมดึงปากออกมาเถียง แต่สิ่งนี้แหละที่ทำให้ข้าใจฝ่อ ลิ้นของมันพลิ้วดีเหลือใจ “ตูดเอ็งเนียนดีชะมัด ไอ้พุด หากได้น้ำกะทิราดลงไป ข้าคงเลียจนหมด”

    ฟังแล้วกระดอข้าก็กระดกหงึก มันแข็งกว่าตอนเล่นสวาทกับนังยุพินเสียอีก

    “เสียใจด้วยไอ้หมา กะทิเอามาทำขนมหมดแล้ว” ข้าโต้มันอย่างสะใจ มันจะไม่ได้อย่างที่๻้๵๹๠า๱ แต่แล้วใบหน้าข้าก็ร้อนวาบเมื่อมันถอนปากขึ้นมาจ้อง ลิ้นแดงสดชุ่มวาววาดไปบนริมฝีปากกร้านราวสัตว์ร้าย มันขยับตัวขึ้นคล่อมหลังข้าและดันตัวขึ้นมาจนริมฝีปากกดลงที่บ่า หยุดกระดอแข็งโง้งในกางเกงผ้าไว้ที่ร่องตูดอย่างจงใจ ข้าถึงกับเสียววาบไปทั้งแผ่นหลัง “ขะ...ข้าไม่ได้โกหก”

    “ถ้าอย่างนั้นเอ็งก็คั้นเอาจากข้าสิ เก็บมาจนจะล้นไข่แล้วละ ไอ้พ่อค้า” มันกระซิบ

    กระซิบข้างหูเบาๆ แต่กดสะโพกใส่ข้าจนหลังแอ่น

    ข้าตัดสินใจไม่ตอบ หากแต่สอดมือลงใต้ลำตัวและดันผ่านไปถึงหว่างขา มือสั่นเทาของข้าพุ่งไปจับกระดอแข็งปั้กในกางเกงผ้าย้วยๆ ของมันและคลึงรูดไปตามความยาวก่อนจะจ้วงลงใต้พวงไข่ พ่อของไอ้หมาวัดเป็๞ใครไม่รู้ แต่เขาให้สมบัติมันเยอะเกินไปจนน่าอิจฉา ทั้งยาวใหญ่ ไข่แฝดก็พวงเบ้อเริ่ม

    “จะคั้นให้หมดเลยไอ้หมาวัด” ข้าเอี้ยวหน้าไปขู่ แต่ถูกจมูกของมันกดบี้กลับมา “อยากโดนคั้นด้วยมือหรือปากล่ะ?”

    “โถ ไอ้เด็กน้อย เอ็งคิดว่าหมาวัดชอบมือหรือปากหรือไงวะ? ไม่เอาทั้งสองอย่างเว้ย!!” ไอ้เทียนเห่าตอบ น้ำเสียงไม่ซ่อนแววเย้ยเยาะแม้แต่น้อย “ข้าจะคั้นท่าหมา คั้นในตูดกลมๆ ของเอ็งนี่แหละ ไอ้พ่อค้าขนมหวาน!”


    ข้าโง่เองที่ถามไปแบบนั้น