บทที่ 5 สิทธิพิเศษ [ความทรงจำ] (2)
‘ช่างเป็คนดีเสียจริง’
ในบรรดาผู้คนที่ชีกุกเคยพบในชาติที่แล้ว คุณพ่อจางเป็คนดีในคนดีเพียงไม่กี่คนที่เขารู้จัก
‘ไม่ใช่เื่ปกติที่ผู้คนจะยอมคุกเข่าเพื่อเด็กที่ไม่ใช่สายเืของตัวเอง’
หลังจากที่นายอนถูกอันธพาลสกุลยังคนนั้นทิ้งอย่างน่าเวทนา ชีกุกก็เอาชนะหมอนั่นและพรรคพวกจนหมดเกลี้ยง
แน่นอนว่าเกิดความโกลาหลขึ้นและพ่อแม่ของรุ่นพี่คนนั้นก็เป็ผู้มีอิทธิพลในเขตคึมชอน อีกยืนกรานว่าชีกุกควรถูกลงโทษในคดีอาญา
ตอนนั้น คุณพ่อจางเดินไปหาทั้งสองคน คุกเข่า และทำข้อตกลงอย่างลำบากยากเย็น...ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การรับโทษของชีกุกสิ้นสุดลง
‘ตอนนั้นมันน่าสมเพชชะมัด’
ชีกุกส่ายหัว
นอกจากนี้ มันยังมีพี่น้องฝาแฝดที่ดูเหมือนกับคัดลอกกันมาคู่นั้นอีก
‘พี่น้องสกุลคิม’
อนาคตของพวกเขาก็ไม่สดใสเช่นกัน
ก่อนอื่น ใน่ปลายปี 2019 ทั้งสองถูกชีกุกทำร้ายจนเกือบเสียชีวิตจริง ๆ
เพราะพวกเขาเป็คนแนะนำนายอนให้แก่รุ่นพี่สกุลยังและทำให้เธอต้องตกนรก
แม้ว่าพวกเขาจะอายุมากกว่าชีกุกหนึ่งปี แต่เมื่อชีกุกขึ้นมัธยมต้น คนพวกนั้นก็ไม่คณามือชีกุกที่เติบโตขึ้นแม้แต่น้อย
‘สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือไอ้พวกสารเลวนั่นตายก่อนคุณพ่อจาง’
หลังจากถูกชีกุกทำร้ายจนเกือบเสียชีวิต ทั้งสองก็เสียชีวิตในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีต่อมา
กลางดึกคืนหนึ่ง คนพวกนั้นขับมอเตอร์ไซค์ขณะเมาสุรา ย้อนศรบนถนนแปดเลนชนเข้ากับรถสปอร์ตที่เมาเช่นกันแล่นมาด้วยความประมาท ทำให้ทั้งสองคนเสียชีวิตคาที่
‘ไม่ใช่แค่คนเ่าั้หรอก’
ชีกุกมองคนอื่น ๆ ทีละคน
อนาคตที่เคราะห์ร้ายของพวกเขา คล้ายกับคำทำนายที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
....ทุกคนคือเพื่อนที่บ้านพักพิง เป็ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง
เพราะได้เห็นอนาคตของพวกเขาจากชาติที่แล้ว
ชีกุกจึงแน่ใจทีเดียวว่า...
‘ในท้ายที่สุด ทุกคนที่นี่ต่างโชคร้าย’
ชีกุกดื่มโคล่าจนหมด
จังหวะนั้น นายอนก็เข้ามา
“ทำไมดื่มแต่โคล่าล่ะ? ไม่กินเค้กเหรอ? ถ้าไม่กินก็เอามาให้ฉัน”
ชีกุกยื่นเค้กให้นายอนที่พูดขึ้นอย่างเรียบ ๆ ด้วยความคาดหวัง
แน่นอน นายอนชอบอย่างเห็นได้ชัด เธอถือจานเค้กและกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
‘และฉันเองก็เหมือนกัน...สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องลงเอยแบบนั้น’
วายร้ายแรงก์ B!
วายร้ายที่ทุกคนต่างหวาดกลัว ดูถูก และถูกไล่ล่าตลอดเวลา
มีสถานที่มากมายที่เขาผ่านไป ใช้ชีวิตเหมือนคนเร่ร่อน และเกลียดการถูกผูกมัดไว้ที่บ้านเกิด
ชีวิตที่กังวลว่าพรุ่งนี้จะสามารถตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ไหม กระวนกระวายอยู่เสมอ และต้องระวังตัวอยู่ตลอด
‘แต่ครั้งนี้ ฉันจะไม่ใช้ชีวิตแบบนั้น’
ชีกุกยิ้มเมื่อนึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของเขา
เขาหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วนำเข้าปาก
รสชาติละมุนกระจายไปทั่วปากและลิ้นของเขา
‘ความจำเท่าเดิม ความสามารถเท่าเดิม ถ้าได้รับสิทธิพิเศษนี้แล้วยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ก็ถือว่าโง่แล้วล่ะ’
ชีกุกคิดในขณะที่เขาเทโคล่าลงในแก้วเปล่า
‘แน่นอนว่าเขาไม่มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตเหมือนชาติที่แล้ว’
เขาคิดขณะปิดฝาโคล่า
'หากยึดตามประวัติศาสตร์ ประตูจะถูกเปิดเป็ครั้งแรกในวันที่ 1 มกราคม 2020 และผู้มีพลังที่ตื่นขึ้นจะปรากฏตัวจากทั่วทุกมุมโลก'
ชีกุกดื่มโคล่าเล็กน้อย
‘ภายในสองปี สมาคมกับกิลด์มากมายก็ได้จัดตั้งขึ้น’
ชีกุกมองแก้วที่ว่างเปล่าของเขา
‘และในปี 2028 ประธานาธิบดีรัสเซียได้ถึงแก่กรรม และการรุกรานของสัตว์ประหลาดก็เกิดขึ้น ทำให้โลกเข้าสู่ความโกลาหล’
มีใครคนหนึ่งแวบผ่านเข้าไปในความทรงจำของชีกุก
‘ใน่เวลาที่วุ่นวาย จะมีคนที่ก้าวขึ้นมาสู่ชนชั้นที่มีอภิสิทธิ์ของสังคมอยู่เสมอ และคนคนนั้นในตอนนี้...’
รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของเขา
‘มีอะไรดี ๆ เหรอ ทำไมยิ้มแบบนั้น?’
นายอนที่เห็นแบบนั้นคิดขึ้น
‘ดีขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือจะเป็งานเลี้ยงวันเกิด? ปีก่อนก็ไม่เห็นยิ้มแบบนี้นี่นา’
อย่างไรก็ตาม ความคิดแบบเด็ก ๆ ของเธอก็ยังจำกัดอยู่แค่นั้น
***
“พี่ครับ ทำไมพี่ถึงอยู่คนเดียวเหมือนฟรีแลนซ์ล่ะครับ?”
เป็คำถามที่วายร้ายแรงก์ C ซึ่งพบกันระหว่างเดินทางไปมา กำลังพูดคุยเกี่ยวกับพี่ชายของเขาอย่างสนิทสนมว่าเคยทำงานด้วยกันไม่กี่ครั้ง
“คุณคิมยังกิ แรงก์ C ยังสามารถครองตำแหน่งจักรพรรดิแห่งโลกมืดของเกาหลีได้ หากเป็พี่คงไม่ปกครองแค่ในเกาหลี แต่พี่น่าจะยังสามารถขึ้นปกครองได้ในฐานะจักรพรรดิทั้งประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีเลยนะ พี่ไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ?”
สำหรับวายร้ายแรงก์ C ที่ถามตรง ๆ ออกมาแบบนี้ ชีกุกจึงให้เพียงคำตอบง่าย ๆ เท่านั้น
“มันน่ารำคาญ”
นี่คือคำพูดจากใจจริง
ั้แ่อาศัยอยู่ในบ้านพักพิงเทวทูต ชีกุกก็ลังเลที่จะออกไปเที่ยวเป็กลุ่ม
เป็เพราะเกลียดความรู้สึกที่ถูกจองจำที่ไหนสักแห่ง
นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมจึงมีเพื่อนเพียงหนึ่งหรือสองคนที่มีรสนิยมคล้ายกัน และพฤติกรรมนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะกลายเป็วายร้ายแล้วก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ชีกุกจึงเป็ทหารรับจ้างที่ได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าขององค์กรวายร้าย
เมื่องานที่สั่งเสร็จสิ้น และคิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะสลัดมือทิ้งไป เพราะที่นั่งของเขาไม่ถูกคุกคาม
“ถ้าฉันใช้ชีวิตในฐานะนักล่าหรือตัวแทนล่ะ?”
วันหนึ่งถ้าฉันเมาและถามตัวเองด้วยคำถามนั้น คำตอบคงออกมาอย่างรวดเร็ว
“บางทีคงใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ได้แล้วล่ะมั้ง?”
นักล่าหรือตัวแทนคือผู้ที่ลงทะเบียนกับกิลด์หรือสมาคม พวกเขาต้องผูกพันธะกับองค์กรอย่างเลี่ยงไม่ได้
หัวหน้ากิลด์ หัวหน้าสมาคม หัวหน้าหน่วยจู่โจมดันเจี้ยน และหัวหน้าหน่วยจับกุมวายร้าย
ในระบบแบบนั้น ชีกุกจะอดทนอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
แม้จะถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ได้คำตอบเหมือนเดิม
“ถ้าอดทนได้สักเดือนก็คงถือว่าดีมากแล้ว”
และมันก็คงไม่ได้มีอะไรต่างออกไปแม้จะเป็การหวนคืนก็ตาม
***
3 พฤษภาคม 2017 เวลา 00:03 น.
่เวลาที่ทุกคนหลับ
ห้องเต็มไปด้วยเสียงหายใจและเสียงกรนของเด็ก ๆ ที่นอนรวมกันหกคน ชีกุกตื่นขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในมุมหนึ่งของห้อง
เมื่อยืนยันว่าทุกคนหลับไปแล้ว เขาจึงเคลื่อนไหวอย่างไม่มีเสียง
เขาออกมาจากห้องนั่งเล่น เปิดประตูหน้า และออกมาที่สนาม ปล่อยให้อากาศในคืนฤดูใบไม้ผลิได้ทักทายเขา
ชั่วขณะหนึ่ง ชีกุกรู้สึกตื่นเต้น เขาตรวจสอบร่างกายของตัวเองอีกครั้งด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบในทันที
‘หน้าต่างสถานะ’
『พลังชีวิต: 3300/3300 』
『มานา: 2400/2400 』
『สติ: 100%』
สกิล: จิติญญาการต่อสู้ (B) ประเด็นปัญหา (C) ดาบสังหาร (B)
เห็นได้ชัดว่าสกิลพวกนี้ที่มีตัวอักษรกำกับและตัวเลขที่มองเห็นได้ของเขาไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีนัก
มุมปากของชีกุกยกขึ้นเล็กน้อย
‘จิติญญาการต่อสู้’
10% ของมานาถูกใช้ไป และสกิลพื้นฐานที่ผู้มีพลังได้ติดตัวมา ถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง
ความแข็งแกร่งของผู้มีพลังแรงก์ B ได้ไหลเข้าสู่กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขา
ร่างกายเบาขึ้นและประสาทััก็เฉียบคมกว่าเก่า
ในสภาวะนั้น ชีกุกะโข้ามกำแพงเบา ๆ
ชีกุกมองกำแพงนั้นสักพัก ก่อนจะเริ่มออกวิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ