นายวาทิตที่โดนคนเป็ภรรยาสั่งให้กลับมาหาคนเป็พ่อเพื่อถามถึงเื่ที่ท่านได้คุยเมื่อกลางวันว่าพูดจริงหรือแค่พูดเอามัน และที่มาตอนนี้ไม่ใช่แค่เขาแต่น้องชายอย่างวิทยาก็พาลูกชายอย่างเรวันต์กับภรรยามาด้วย และตอนนี้เด็กนั่นก็กำลังพูดประจบประแจบอย่างออกนอกหน้า ทั้งที่ปกติไม่เคยโผล่หน้ามาเลย เทียบกับคนงานยุ่งอย่างวาทีไม่ได้เลย
“คุณปู่อยากได้หลานผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะครับ” เรวันต์ที่ตอนนี้นั่งอยู่บนพื้นขณะที่มือก็เกาะแข้งเกาะขาของคนเป็ปู่ไม่ยอมห่าง
“อะไรก็ได้” นายเวโรจน์ในวัยแปดสิบห้าแต่ยังแข็งแรงดีปลายตามองหลานชายและหลานสะใภ้แล้วยิ้มบาง ๆ
“ดีเลย ผมว่าอีกไม่นานคุณปู่น่าจะสมหวัง ดีไม่ดีอาจจะมีแล้วก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมพาแนนไปตรวจดีกว่า ใช่ไหมแนน” เรวันต์หันไปพูดกับคนเป็ภรรยาที่เอาแต่นั่งก้มหน้าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ค่ะ” นันทิดาตอบรับเสียงแ่เบา ไร้ซึ่งความมั่นใจผิดกับคนเป็สามีโดยสิ้นเชิง
“ถ้าผมได้บริษัทของคุณปู่มาดูแลจะทำให้ดีที่สุด” เรวันต์โอ้อวดแม้จะยังไม่รู้เลยว่าจะได้มันมาอยู่มือหรือเปล่า แต่ถ้าเงื่อนไขอย่างที่คนเป็ปู่เสนอมาเขาย่อมได้เปรียบ เขามีเมียแต่วาทีแม้แต่แฟนมันยังไม่มีเลย
“แล้วบริษัทของพ่อเราน่ะดูแลได้ดีใช่ไหม” นายวาโรจน์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่มีความประชดประชัน
“แน่นอนสิครับ ปีนี้ทำกำไรมหาศาล”
“อย่างนั้นเหรอ อีกไม่นานคงจะเป็บริษัทใหญ่โตและมีชื่อเสียงสินะ ใช่ไหมเ้าวิท” นายเวโรจน์ถามลูกชายคนโตเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าคนที่รีบตอบรีบกลับเป็หลานชาย
“แน่นอนครับ”
ในขณะที่คนถูกถามตอบรับทีหลังด้วยน้ำเสียงแ่เบาไร้ซึ่งความมั่นใจ “ครับ” แล้วปรายตามองลูกชายที่ไม่ได้รู้อะไรเลยพลางส่ายหน้า พ่อของเขาถือว่าเป็นักธุรกิจมือฉมังมีหรือจะไม่รู้ว่าในเครือที่ท่านมอบให้เขาดูแลตอนนี้มันย่ำแย่ขนาดไหน จากฝีมือการบริหารที่ไม่ได้เื่ของเรวันต์ ท่านไม่ได้แกกะโหลกกะลา จะได้รู้ไม่ทันเด็กกะโหลกกะลาอย่างลูกชายของเขา
“อยู่กินข้าวด้วยกันสิ นาน ๆ จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเสียที” นายเวโรจน์เอ่ยปากชวนเมื่อแม่บ้านเดินมาบอกว่าตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
“คุณน้ามณีกับไอ้ทีไม่มาเหรอครับ” เรวันต์แย้งพลางยิ้มเยาะ และรู้สึกดีเป็บ้าที่ไอ้เด็กเวรที่อวดเก่งไปเสียทุกอย่างจนไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา
“เ้าทียังไม่กลับจากทำงานน่ะ” นายวาทิตแก้ต่างให้ลูกชาย ส่วนภรรยานั้นไม่ต้องบอกก็เข้าใจกัน อย่างเมื่อกลางวันที่คนเป็พ่อพูดเื่หลานกับบริษัท ภรรยาของเขาก็ถึงกับลมออกหูเถียงกับพ่อเขายกใหญ่ จนต้องรีบพากลับบ้านไปสงบสติอารมณ์ เขาถึงได้ย้นกลับมาที่นี่อีกครั้งคนเดียวในตอนเย็นเพื่อที่จะพูดคุยและถามถึงเงื่อนไขที่คนเป็เสนอว่าเอาจริงหรือแค่พูดเล่น
“ไม่เป็ไรหรอกไอ้ทีน่ะมันมาหาปู่ทุกอาทิตย์อยู่แล้ว” นายเวโรจน์บอกก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องรับประทานอาหาร และนั่นทำให้เรวันต์ที่เพิ่งรู้รีบเดินตามไปคุยกับคนเป็ปู่
“จริงเหรอครับ”
“จริงสิ บางวันยังพาปู่ออกไปกินข้าวข้างนอกด้วย” ฟังจากน้ำเสียงและแววตาคนฟังสามารถััได้เลยว่าท่านรู้สึกเอ็นดูหลานชายคนนี้มาก ไม่เว้นแม้แต่เรวันต์ ที่ถึงกับกัดฟันกรอด “คราวหน้าผมจะมาพาคุณปู่ไปบ้างนะครับ”
“ได้สิ” นางเวโรจน์พยักหน้ายิ้ม ๆ ให้หลานชายคนโตเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่คนดูแลเป็คนเลื่อนออกให้ “กินข้าวกัน กินให้อร่อยนะ” พูดจบนายเวโรจน์ก็หัวเราะอย่างพอใจ ที่นาน ๆ ลูกชายสองคนจะมากินข้าวอย่างพร้อมหน้าเสียที
ไม่ใช่ว่าลูก ๆ ไม่ใส่ใจดูแลแต่เป็เพราะนายเวโรจน์ต่างหากที่จะอยากจะอยู่ที่นี่กับคนดูและและพวกเด็กรับใช้มากกว่า เรียกง่ายใช้คล่อง ขืนไปอยู่บ้านลูกชายคนใดคนหนึ่งได้เป็ประสาทตาย เพราะเมียลูกชายแต่ละคนไม่เข้าตาเลยจริง ๆ แม้จะเป็พวกผู้ดีแต่ก็เอาแต่ใจทุกคน ขออยู่แบบนี้สบายใจกว่าเยอะ ไม่ได้เหงาอะไร แถมหลานชายอย่างวาทีก็แวะมาหาอยู่บ่อยครั้ง สำหรับคนแก่คนหนึ่งแค่นี้ก็ดีใจแล้ว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารถือว่ารื่นรมพอสมควร เรวันต์คอยเอาใจใส่คนเป็ปู่ตลอดเวลา หลังจากกินข้าวเสร็จก็ไปนั่งบีบนวดให้ ก่อนกลับก็ยังไม่วานย้ำ “เดี๋ยวผมจะแวะมากินข้าวกับคุณปู่บ่อย ๆ นะครับ”
นายเวโรจน์พยักหน้าอย่างพอใจ เมื่อครอบครัวลูกชายคนโตกลับไปแล้ว จึงหันมาถามลูกชายคนเล็กที่ยังนั่งไม่ยอมขยับไปไหน
“มีอะไรจะพูดกับพ่อใช่ไหม”
“ครับ ผมอยากรู้ว่าเงื่อนไขที่คุณพ่อเสนอเมื่อกลางวันนี่เอาจริงใช่ไหมครับ” นายวาทิตถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง
“จริงสิ” นายเวโรจน์ตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด
“แต่บริษัทนั้นเ้าทีมันดูและอยู่ คุณพ่อก็เห็นว่ามันทุ่มเทมากขนาดไหน ถ้าเ้าเรย์ที่บริหารงานไม่ได้เื่มาทำละก็เละเป็โจ๊กอีกแน่ ๆ คุณพ่อทนได้เหรอครับ” นายวาทิตถามคนเป็พ่อเสียงเข้ม ั้แ่ครั้งแรกที่ได้ยินคือไม่พอใจ มันเหมือนยื่นข้อเสนอเบนเข็มให้เข้าทางเรวันต์ชนะั้แ่ยังไม่ทันรู้ผล
ก็แน่นอนสิ เรวันต์มีเมีย ในขณะที่ลูกสาวแฟนยังไม่มีเลยสักคน
“พ่อทนไม่ได้ เมียแกก็ทนไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ คิดเหรอว่าจะให้เ้าทีมันแพ้ง่าย ๆ ใช่ไหมล่ะ” นายเวโรจน์กดยิ้มก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าใของลูกชาย
“อย่าบอกนะว่า...”
“ใช่ ขอยืมมือเมียแก หาคู่ให้เ้าทีมันทีเถอะ พ่อน่ะอยากให้มันมีคู่สักที มันจะแต่งกับงานไม่ได้ เก่งหน้าตาดีอย่างนี้มันต้องมีผู้สืบทอดสิถึงจะถูก” จากเหตุที่กล่าวมาทั้งหมด เหนือสิ่งอื่นใดคือวาทีมีชิวตที่ขาดรสชาติ ดูนิ่งและไร้ความรู้สึกเกินไปแล้ว ในฐานะปู่ทนดูไม่ได้หรอก
“แล้วถ้ามณีทำไม่สำเร็จละครับ” นายวาทิตถามอย่างเป็กังวล และหวังว่าจะได้ยินทางหนีทีไล่จากคนเป็พ่อ แต่เหมือนเขาจะคิดผิด
“พ่อพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเ้าเรย์มันทำสำเร็จก็ต้องยกบริษัทให้ดูแลล่ะนะ ดังนั้นคือเมียแกต้องทำสำเร็จเท่านั้น ไม่มีหนทางอื่น”
นายวาทิตพยักหน้ารับพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะแย้งคนเป็พ่อก็คงไม่ฟัง เื่ความดื้ออีกฝ่ายก็ไม่มีใครเกินเหมือนกัน ที่พอจะทำได้คือต้องหาเมียให้ลูกชายอย่างวาทีให้ได้!
*********
แล้วเจอกันใหม่ในตอนหน้านะคะ