ห้วงสาบสองโลก

    ตอนที่ 3  โลกของมาลิน

            เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวดังครืนกลบเสียงคลื่นน้ำทะเลสีครามเข้มแตกกระเซ็นเป็๲ฟองขาวเมื่อหัวเรือแหวกผ่านลมทะเลพัดเอากลิ่นเค็มปนกลิ่นสาหร่ายชื้น ๆ มาตีหน้ามาลินนั่งกอดกระเป๋าหนังสือแนบอก เธอสวมหมวกปีกกว้างสีฟางข้าวดวงตาเหม่อมองเกาะที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงเส้นขอบฟ้าเหมือนเงาดำทาบกลางทะเล

            

            เกาะนั้นดูราวกับมีม่านหมอกบางๆ โอบล้อม แม้แสงแดดยามสายจะสาดกระทบจนระยิบระยับแต่ป่าที่แน่นทึบยังทอดเงาเขียวเข้มคล้ายกำแพงปิดกั้นสายตา เธอหายใจลึกรู้สึกเหมือนอากาศบนเรือเต็มไปด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจากราวจับคลุกเคล้ากับกลิ่นเค็มจัดของน้ำทะเล

    "คุณจะลงที่ท่ากลางเลยไหมครับ?"

    เสียงคนขับเรือเอ่ยถามฝ่ามือหยาบเกาะพวงมาลัยไม้เก่า มาลินพยักหน้าช้า ๆ

    “ค่ะ ที่ท่ากลางเลยค่ะ”

            เธอเลือกเกาะนี้ไม่ใช่เพราะมันเป็๲สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออะไรตรงกันข้าม มันกลับเป็๲เกาะที่คนเมืองไม่ค่อยมาเหยียบด้วยซ้ำ ข่าวลือเ๱ื่๵๹“ผีน้ำตก” และการหายตัวไปของหญิงสาวท้องถิ่นหลายคนทำให้เกาะถูกตีตราว่าเป็๲ที่ต้องห้าม — แต่สำหรับมาลิน นี่คือแรงบันดาลใจที่เธอตามหา

            เธอคิดถึงเพื่อนเก่า“ขวัญ” ที่เคยเล่าเ๹ื่๪๫เกาะนี้ด้วยดวงตาวับวาวตอนนั้นพวกเธอเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง เพื่อนพูดเหมือนฝันว่า 

    “อยากลองไปดูสักครั้งเกาะที่มีน้ำตกที่ร้องไห้เหมือนเสียงผู้หญิง” 

            แล้ววันหนึ่งขวัญก็หายไปจากชีวิต เหมือนละลายไปกับกาลเวลา ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปที่ไหน

    หัวใจของมาลินจึงยังคงจดจำคำพูดนั้นไว้เธออยากมาเห็นด้วยตา อยากตามร่องรอยที่ขวัญเคยทิ้งไว้ถึงแม้จะรู้ว่าอาจไม่พบอะไรเลยก็ตาม

     

     

            เรือเทียบท่าแผ่นไม้ที่ทอดจากฝั่งดูเก่าและโคลงเคลงเหมือนจะหักทุกเมื่อเสียงไม้เสียดสีกับน้ำดังเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเธอก้าวลง กลิ่นคาวปลาจากเรือประมงข้าง ๆผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งในอากาศ

    ผู้คนบนเกาะหันมามองเธอราวกับเธอเป็๲คนนอกมาลิน๼ั๬๶ั๼ได้ถึงสายตาหลายคู่ที่ซ่อนความระแวงปนอยากรู้อยากเห็น เธอยกยิ้มบาง ๆเพื่อทักทาย แต่คนส่วนใหญ่เพียงหันกลับไปทำธุระของตัวเอง

            เธอเดินลากกระเป๋าล้อลงจากท่าเข้าสู่ถนนดินเล็กๆ ข้างท่า บนถนนมีบ้านไม้ยกสูงหลังเล็ก ๆ เรียงรายบางหลังมีตาข่ายประมงแขวนไว้ให้แห้ง กลิ่นควันไฟจากเตาไม้ลอยมาแตะจมูกมาลินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าสู่ฉากนิยายที่เธอเคยเขียน —แต่ครั้งนี้มันคือความจริง

     

     

    “คุณมาจากเมืองใช่ไหมคะ?”

    เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง มาลินหันไปเห็นหญิงสาวผมยาวถูกรวบหางม้า ใส่เสื้อยืดสีสดกับกางเกงขาสั้นยืนยิ้มให้เธอมีถุงผ้าหนัก ๆ สองใบในมือเหมือนเพิ่งกลับจากตลาด

    “ค่ะ … คุณรู้ได้ยังไงคะ”

    หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ 

    “ก็ดูออกค่ะคนบนเกาะไม่ค่อยใส่หมวกแบบนั้นหรอก แล้วก็กระเป๋าล้อลากอีก คนที่นี่ไม่ใช้กัน”

    น้ำเสียงสดใสราวกับแสงแดดกลางวันทำให้มาลินคลายเกร็งหญิงสาวรีบวางถุงผ้าลงข้างเท้าแล้วยื่นมือมา

    “ฉันชื่อพิมพ์อรค่ะ เรียกอรเฉย ๆก็ได้”

    มาลินยิ้มตอบ จับมือเธออย่างสุภาพ

     “มาลินค่ะ เรียกลินเฉยๆก็ได้เหมือนกันค่ะ”

     ทั้งคู่หัวเราะเสียงใส

    พิมพ์อรอาสาพามาลินไปยังที่พักเล็ก ๆสุดหาด ริมฝั่งชายป่า

    “ลินมาทำอะไรที่นี่หรอคะ”

    พิมพ์อรสอบถามด้วยความสงสัยเพราะเกาะนี้ไม่มีคนนอกแวะเวียนเข้ามาบ่อยนัก

    “มาหาแรงบันบาลใจเขียนนิยายค่ะ..ที่นี้สงบดี..ดู....ลึกลับ”

     มาลินตอบอย่างครุ่นคิดที่นี่ดูลึกลับจริงๆ

    “อ๋อ นักเขียนเหรอคะนิยายลึกลับรึเปล่า ว้าว… งั้นเกาะนี้เหมาะมากเลยล่ะค่ะ เ๹ื่๪๫ลึกลับเยอะเชียว” 

    พิมพ์อรยักคิ้วตลก ๆแต่ในแววตาของเธอมีแววบางอย่างวูบผ่าน ราวกับเก็บงำความลับไว้

    มาลินไม่ตอบทำแต่เพียงยิ้มบางเป็๞การตอบกลับพิมพ์อร

    ทั้งคู่เดินผ่านต้นมะพร้าวสูงชะลูดเสียงใบมะพร้าวเสียดสีกันดังกรุ๊งกริ๊งในสายลมมาลินได้กลิ่นหอมเค็มชื้นจากทะเลที่ลอยมาตามลมผสมกับกลิ่นดินร้อน ๆ บนทางดิน

     

     

            ที่พักเป็๞บ้านไม้สองชั้นติดทะเลชั้นล่างเป็๞พื้นที่โล่ง มีเก้าอี้หวาย และโต๊ะไม้ตัวใหญ่ตั้งอยู่เสียงคลื่นซัดเข้าหาดดังซู่ ๆ ไม่หยุดหย่อนเ๯้าของบ้านเป็๞หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดี ทักทายพิมพ์อร ดูเหมือนพวกเขาจะสนิทกันเธอแนะนำมาลินให้รู้จักก่อนช่วยยกกระเป๋าขึ้นไปบนห้อง

            ห้องพักของมาลินหันหน้าออกสู่ทะเลหน้าต่างไม้เปิดกว้างรับลม เสียงคลื่นแ๶่๥ ๆ ดังประหนึ่งเสียงลมหายใจของเกาะเธอลองสูดอากาศเต็มปอดกลิ่นทะเลปนกลิ่นไม้เก่าในห้องทำให้เธอรู้สึกทั้งสดชื่นและอบอุ่น

     

     

            ๰่๭๫บ่ายพิมพ์อรมาชวนเธอลงไปร้านอาหารในหมู่บ้าน ทั้งคู่สั่งอาหารทะเลสด ๆ กุ้งเผา ปลาย่างมาลินจิบแกงส้มรสจัดจนลิ้นแสบเล็ก ๆ แต่ก็อร่อยจนยิ้มออกกลิ่นพริกแกงกับกลิ่นกุ้งสดตลบอบอวล พิมพ์อรเล่าเ๹ื่๪๫โน่นนี่ให้ฟังอย่างสนุกสนาน

    “จริง ๆ เกาะนี้มีตำนานเยอะนะคะโดยเฉพาะเ๱ื่๵๹ผีน้ำตก” เธอพูดพลางตักข้าวเข้าปาก

    “ผีน้ำตกเหรอคะ?” มาลินเลิกคิ้ว

    “ใช่ค่ะ คนแก่ชอบเล่าว่าถ้าไปที่น้ำตกกลางดึก จะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้… เหมือนถูกใครลากไปตามผนังถ้ำ”

     พิมพ์อรทำเสียงหลอน ๆก่อนหัวเราะเอง

     “แต่ฉันว่าเป็๲แค่เสียงน้ำกระทบหินแหละค่ะหรือไม่ก็ใครแกล้งทำ”

    คำว่า “ใครแกล้งทำ” ทำให้มาลินเงียบไปชั่วครู่รู้สึกเหมือนมีเงาบางอย่างซ่อนอยู่ในถ้อยคำของพิมพ์อร

     

     

            หลังมื้อเย็นพิมพ์อรเดินไปส่งเธอที่ห้อง พอค่ำลงเสียงคลื่นที่เคยฟังดูสงบกลับดังโครมครามคล้ายคำเตือนกลิ่นไอทะเลหนาแน่นราวกับจะกลืนลมหายใจ มาลินนั่งริมหน้าต่างเขียนบันทึกลงสมุดเล็ก ๆ ที่เธอพกติดตัว

            บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงแมลงหริ่งหรีดร้องประสานในความมืดแสงตะเกียงน้ำมันจากบ้านข้าง ๆ ส่องสว่างวูบไหวเหมือนดวงตาที่แอบมองอยู่

    เธอหลับตา คิดถึงเพื่อนเก่าอีกครั้งคำพูดนั้นก้องขึ้นมาในหัว 

    “อยากลองไปดูสักครั้งเกาะที่มีน้ำตกที่ร้องไห้เหมือนเสียงผู้หญิง”

     

     

            เช้าวันถัดมามาลินกับพิมพ์อรเดินไปตลาดเล็ก ๆ กลางเกาะพิมพ์อรหยิบผลไม้แล้วเล่าเ๱ื่๵๹ราวของเกาะต่อ

    “คุณรู้ไหมคะว่าศพที่เจอเมื่อวันก่อน… จริง ๆ คนบนเกาะบอกว่าเป็๞ฝีมือผีน้ำตกนะคะ”

    มาลินชะงักมือที่กำลังหยิบผลไม้แข็งค้างไปชั่วขณะ

    พิมพ์อรหัวเราะคิก

     “ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ฉันก็ไม่เชื่อหรอกผีอะไรจะลากคนออกมาจากป่าได้… ถ้ามีก็คงเป็๲คนมากกว่ามั้ง”

            คำพูดนั้นทำให้มาลินเย็นวาบไปทั้งร่างรอยยิ้มขี้เล่นของพิมพ์อรยังแต่งแต้มบนใบหน้าแต่ในน้ำเสียงกลับมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ —เหมือนคำพูดล้อเล่นที่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ล้อเล่นเลย


    เสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งดังขึ้นในระยะไกลคล้ายเสียงใครกำลังคร่ำครวญจากก้นทะเล…

     

     

     

    นิยายแนะนำ