ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 150 นี่แค่เริ่มต้น

            เบื้องหลังการมาของคนผู้นี้ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจ

            เมื่อหลายวันก่อนหลี่จ่างกุ่ยแห่งหอสุราประตูมังกรยังเดินทางมาด้วยตนเองหวังจะทุ่มเงินห้าร้อยตำลึงเพื่อซื้อสูตรอาหารทั้งหมด เมื่อการเจรจาล้มเหลวสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นดำคล้ำในบัดดล

            ว่ากันว่านับตั้งแต่ภัตตาคารซานไห่เปิดทำการกิจการของหอสุราประตูมังกรก็ทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงนี้ความเงียบเหงาของหอสุราประตูมังกร ผู้คนทั้งหลายต่างก็เห็นกันอยู่

            นั่นเป็นทรัพย์สินของตระกูลหลงนิสัยใจคอของคนตระกูลหลง ผู้คนในที่นี้ล้วนรู้กันดีอยู่แล้วภัตตาคารของตระกูลซูแย่งลูกค้าของพวกเขาไป แล้วจะไม่โดนเล่นงานได้อย่างไร?

            หลายวันก่อนก็ส่งคนไปดักรอซูอี้หว่านบนถนน แต่แทนที่จะได้ลงมือ กลับถูกนางโต้กลับจนเสียท่าแล้วตระกูลหลงจะยอมให้เรื่องนี้จบลงเช่นนั้นหรือ?

            เกรงว่าวันนี้ที่เกิดขึ้นคงเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

            ผู้คนทั้งหลายแทบจะจินตนาการได้ว่าภายหน้าภัตตาคารซานไห่แห่งนี้ คงมิได้สงบสุขแล้ว บางทีอาจมีผู้คนมาหาเรื่องทุกๆสองสามวัน

            หากมิได้ปั่นป่วนให้ร้านอาหารของพวกนางเปิดทำการต่อไปมิได้คนของตระกูลหลงย่อมไม่มีวันยอมรามือ

            น่าสงสารคนตระกูลซูช่างโชคร้ายเสียจริง สามแม่ลูกลี้ภัยมาถึงที่นี่ อาศัยความพยายามของตนเองค่อยๆเริ่มต้นจากแผงอาหารเช้า จนกระทั่งเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ขึ้นมาในระหว่างนั้นจะต้องประสบกับความยากลำบากและความเหนื่อยยากสักเพียงใด?

            เดิมทีครอบครัวนี้ภายหน้าก็จะสามารถมีชีวิตที่ดีได้แล้วแต่กลับไปยั่วยุตระกูลหลงเข้าเสียได้เห็นทีหลังจากนี้คงจะหาวันคืนอันสงบสุขได้ยากเต็มที

            พอคิดถึงจุดนี้หลายคนก็เริ่มใจไม่ดี ในเมื่อตระกูลหลงตัดสินใจที่จะจัดการตระกูลซูเช่นนั้นต่อไปภายหน้า หากยังมาเยือนร้านอาหารแห่งนี้จะไม่ถูกตระกูลหลงเขม่นไปด้วยหรอกหรือ?

            จะว่าไปแล้วต่อให้เรื่องมันไม่เลวร้ายถึงเพียงนั้น แค่ออกมากินข้าวมื้อหนึ่งก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกรบกวน สุดท้ายก็ย่อมกระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้คนอยู่ดี

            ลูกค้าหลายรายเริ่มลังเลที่จะกลับมาและตัดสินใจเงียบๆ ว่า ครั้งหน้าคงต้องงดเว้นการมาร้านอาหารตระกูลซูไปก่อนเพราะเกรงว่าตระกูลหลงจะวางแผนร้ายอะไรอีกแล้วตนเองก็จะถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย

            แน่นอนว่าไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่คิดเช่นนั้นเพราะอาหารของร้านตระกูลซูนั้นอร่อยล้ำเกินห้ามใจ เมื่ออาหารอันโอชะอยู่ตรงหน้านักกินย่อมมองข้ามบางสิ่งไปได้ แต่การถูกขัดจังหวะความสุขในการกินก็ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวอยู่บ้าง

            นับว่ายังดีที่มีล/ะครสนุกให้ดูเล่นจึงไม่ถึงกับเสียหายอะไร

            เห็นได้ชัดว่าบุรุษผู้นั้นคาดไม่ถึงว่าเหล่าลูกค้าจะพร้อมใจกันเข้าข้างจางอ้ายหลินไม่มีใครเอ่ยปากช่วยเหลือเขาเลย สีหน้าของเขาก็พลันบึ้งตึงกัดฟันกรอดพูดอะไรไม่ออก

            เห็นท่าทางเช่นนั้นจางอ้ายหลินอดหัวเราะเยาะออกมามิได้ "อย่างไรเล่านี่เจ้ารู้สึกผิดขึ้นมาแล้วหรือ?"

            "ท่านลูกค้า ข้าเกรงว่าคงต้องพูดให้ชัดเจนเสียหน่อยหากท่านยังยืนยันว่าแมลงสาบตัวนี้พบเจอในร้านของเราเช่นนั้นเราคงต้องพึ่งพาอำนาจศาลแล้วข้าเชื่อมั่นว่าท่านเจ้าเมืองจะตัดสินด้วยความเที่ยงธรรม"

            จางอ้ายหลินเองก็ไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลายเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเริ่มซีดเผือด นางจึงกล่าวช้าๆ เน้นชัดทีละคำ"หากท่านเต็มใจกล่าวความจริงและยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความเข้าใจผิดเรื่องราวก็คงต้องจบลงเพียงเท่านี้... 

            แน่นอนว่านางมิได้หวาดกลัวสิ่งใดนางตระหนักดีว่า ถึงแม้จะนำเรื่องนี้ขึ้นโรงขึ้นศาล เรื่องนี้จบลงก็คงไร้ผลอันใดอย่างมากก็แค่ชายผู้นั้นโดนเฆี่ยนตีไม่กี่ครา

            นางไม่ได้มีอคติใดๆต่อท่านเจ้าเมือง ในทางกลับกันจางอ้ายหลินเชื่อว่าการที่เมืองอวิ๋นเฉิงสงบสุขได้ถึงเพียงนี้ในภาวะเช่นนี้ท่านเจ้าเมืองฉินผู้นี้ย่อมมิใช่คนธรรมดา

            แต่นางก็เข้าใจเช่นกันว่าตระกูลหลงที่มีอำนาจหยั่งรากลึกอยู่ในเมืองอวิ๋นเฉิงมานับร้อยปีการดำรงอยู่ของพวกเขา แม้แต่ท่านเจ้าเมืองอวิ๋นเฉิงก็มิอาจสั่นคลอนลงได้โดยง่าย

            อำนาจทั้งสองฝ่ายนี้ไม่ว่าในที่ลับจะมีการแข่งขันกันเช่นไร เบื้องหน้าก็ยังคงต้องรักษาความสงบเอาไว้มิฉะนั้นเมืองอวิ๋นเฉิงจะตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างแท้จริง

            นั่นเป็นหายนะต่อชาวเมืองอวิ๋นเฉิงและสำหรับพวกเขาก็เช่นกัน ย่อมมิเกิดผลดีอันใด

            จางอ้ายหลินมิได้เป็นคนใจเร็วผลีผลามมีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า ‘ใช้ไม้อะไรตีเขาก็ต้องโดนไม้นั้นตีกลับ’  (หมายถึง ใช้วิธีของเขาตอบแทนคืนแก่ตัวเขา) 

            ตระกูลหลงเล่นสกปรกกับพวกนางพวกนางก็สามารถเอาคืนได้เช่นกัน ไยต้องปล่อยให้ผู้อื่นตามราวีไม่จบสิ้น

            ทำให้คนจากหอสุราประตูมังกรพากันหัวปั่นจนไม่มีแก่ใจมาวุ่นวายกับภัตตาคารซานไห่อีกหรือต่อให้คิดจะทำ ก็คงต้องไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

            อันที่จริงชาวเมืองอวิ๋นเฉิงต่างรู้กันดีว่าครอบครัวนี้มีความใกล้ชิดกับจวนเจ้าเมืองครั้งหนึ่งหว่านหว่านเคยช่วยชีวิตคุณหนูใหญ่ของจวนเจ้าเมืองไว้เรื่องนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมืองอวิ๋นเฉิงมาจนถึงบัดนี้

            ถึงตระกูลหลงจะอหังการเพียงใดก็ยังต้องไว้หน้ากันบ้าง ย่อมไม่กล้าข่มเหงพวกนางจนเกินงามมิเช่นนั้นจางอ้ายหลินคงต้องหันไปพึ่งพิงจวนเจ้าเมืองเชื่อมั่นว่าท่านเจ้าเมืองฉินย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย

            ด้วยตระหนักถึงข้อนี้เองจางอ้ายหลินจึงมิได้เกรงกลัวตระกูลหลงมากนักถึงอย่างไรตระกูลหลงก็คงทำได้เพียงเล่นงานพวกนางลับหลังด้วยกลวิธีตื้นๆ เท่านั้น

            เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ชายตรงหน้าก็เข้าใจดีพอเขาได้ยินคำพูดนี้ ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ถึงกับไม่กล้าสบสายตาจางอ้ายหลิน

            ชายผู้นั้นกัดฟันกรอดยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกำหมัดแน่น เขาแค่นเสียงต่ำ"ข้าขอยอมรับว่า พวกเจ้าเก่งจริง!" แล้วหันหน้าไปเตรียมจะเดินออกจากประตู

            จางอ้ายหลินส่งสัญญาณให้หนึ่งในสองลูกจ้างรีบขวางหน้าชายผู้นั้น"ท่านลูกค้า อาหารโต๊ะนี้ยังมิได้ชำระเงินเลยขอรับ!"

            ชายผู้นั้นเข้าใจไปว่าคนทั้งสองจะลงมือทำร้ายตนในใจจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เพราะเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวเช่นนี้แต่ไม่นึกว่าพวกเขา... แค่จะเรียกเก็บเงินค่าอาหารเท่านั้น

            เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาชายผู้นั้นก็รู้สึกอึดอัดจนขบกรามแน่น จากนั้นจึงล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อหยิบเหรียญทองแดงกำมือหนึ่งออกมา โยนไปยังลูกจ้าง

            ลูกจ้างทั้งสองมิได้รู้สึกขุ่นข้องแต่อย่างใดรีบรับเงินค่าอาหารทั้งหมดไว้อย่างทุลักทุเล ทว่าก็ยังคงรั้งตัวเขาไว้หลังจากตรวจสอบเงินค่าอาหารอีกครั้ง ก็กล่าวว่า "ต้องขออภัยด้วยขอรับ ท่านลูกค้าค่าอาหารของท่านรวมแล้วเป็นสามร้อยหกสิบอีแปะ ยังขาดอีกสองร้อยอีแปะนะขอรับ!”

            คำพูดนั้นทำเอาสีหน้าชายผู้นั้นแทบจะเขียวคล้ำ!

            เพียงได้เห็นท่าทางของเขาเหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังเพราะความขบขัน

            สภาพน่าสมเพชของชายผู้นั้นในตอนนี้เมื่อเทียบกับมาดกร่างพร้อมหาเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ ทำให้รู้สึกสะใจเกินบรรยาย

            เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะที่ไม่ปิดบังของผู้คนโดยรอบสีหน้าของชายผู้นั้นก็ยิ่งบิดเบี้ยว ยื่นมือออกจากแขนเสื้อและอกเสื้อทั้งควักทั้งค้นหาเงินอีกหลายครั้ง สุดท้ายก็หาเหรียญทองแดงมาได้อีกสองพวงนับแล้วก็โยนออกไปอีก "คราวนี้พอแล้วใช่หรือไม่?"

            น้ำเสียงของชายผู้นั้นเจือด้วยความขุ่นเคืองราวกับจะกัดกินทว่าลูกจ้างทั้งสองกลับไม่แยแส เนื่องจากมีผู้คนมากมายอยู่โดยรอบถึงชายผู้นี้จะโกรธเกรี้ยวสักเพียงไหน คงไม่บังอาจลงไม้ลงมือ

            เมื่อนับจำนวนเงินได้พอดีลูกจ้างทั้งสองจึงขยับหลีกทาง ชายผู้นั้นเห็นดังนั้น จึงไม่ชายตามองก้าวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530