เดิมทีเขาก็คิดจะตอบกลับไปว่า‘ฉันคือซูเจี๋ยนอีกคน’ แต่พอจะอ้าปากพูดก็พลันตระหนักถึงสถานการณ์ของตัวเองตอนนี้ขึ้นมาได้ เวรเถอะ เกือบลืมไปแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพหญิงสาวผมยาวหน้าอกตู้มคนหนึ่งต่อให้แท้จริงแล้วตัวเขาเองจะประสบอุบัติเหตุ กลับมาเกิดใหม่กลายเป็ผู้หญิงเื่จริงเหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเปิดเผยให้ชาวบ้านรับรู้กันทั่วไปได้สักหน่อยใต้ร่มเงาอันสูงส่งของลัทธิมาร์กซิส-เลนิน ยังมีแิของท่านประธานเหมาและหลักการของเติ้งเสี่ยวผิงทั้งสามอย่างนี้รวมกันแถมตบท้ายด้วยเื่ตรรกะเหตุผลตามแบบวิทยาศาสตร์ของยุคสมัยที่พัฒนาแล้วเข้าไปอีกทฤษฎีวิทยาศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 21ที่น่ารังเกียจนี่ได้ปฏิเสธการคงอยู่ของไสยศาสตร์ภูตผีทั้งมวลอย่างเด็ดขาดสุดๆเื่พวกนี้จะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในโลกนิยายแฟนตาซีผีสางของเด็กสาวไร้เดียงสาบนหน้าเว็บเทียนหยาเหลียนเผิงกุ่ยฮว่า[4] เท่านั้นแหละ พูดออกไปจะมีใครเชื่อถือ?
หรือต่อให้มีใครเชื่อเป็ตุเป็ตะเข้าจริงๆหลังจากคนพวกนั้นพบว่าแท้จริงแล้วเขาเป็คนที่ตายไปแล้วคนหนึ่ง แต่กลับฟื้นขึ้นมากลายเป็หญิงสาวอีกคนหนึ่งคนพวกนั้นจะมองเขายังไง? ที่เป็ไปได้มากที่สุดก็คือเขาถูกจับไปขังไว้ในกรงเหมือนอยู่ในสวนสัตว์ที่ไหนสักแห่งได้รับกล้วยเลี้ยงดูประทังชีวิตไปวันๆ สร้างความสนุกสนานตื่นเต้นให้ผู้คนหรือไม่แน่ว่าเขาอาจจะถูกจับไปกักขังไว้ในห้องทดลองเสียสละตัวเองเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์โดยการถูกสังเวยไปอยู่บนเตียงผ่าตัด!หรือบางทีเขาอาจจะได้ไปอยู่ในรายการโชว์งมงายลวงโลกสักตอนหนึ่งเช่นรายการ《เจาะลึกวิทยาศาสตร์》ในช่องของสาธารณรัฐ : ‘ฟื้นตื่นขึ้นมาจากอุบัติเหตุรถชนพบว่าตัวเองตายไปแล้วและได้มาเกิดใหม่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือจากที่เป็ชายกลับกลายเป็ผู้หญิงไปทั้งตัว!นี่คือการวิวัฒนาการตามธรรมชาติหรือว่าเป็เหตุการณ์เหนือธรรมชาติกันแน่? รายการ《เจาะลึกวิทยาศาสตร์》ของเราจะแถลงไขปริศนานี้ให้คุณเอง—แท้จริงแล้วเมื่อยี่สิบเก้าปีก่อนนั้นคุณแม่ซูได้ให้กำเนิดเด็กหญิงสติไม่ดีคนหนึ่ง!’
ดูเหมือนจะเหลือทางเลือกเดียวแล้ว นั่นก็คือ ‘ความจำเสื่อม’
ซูเจี๋ยนแค่นเสียง: “ฉันจำได้ที่ไหนกันล่ะ”
อันอี่เจ๋อจ้องมองเขาแน่วนิ่ง: “งั้นเธอรู้จักฉันรึเปล่า”
ไม่รู้จักได้เหรอ? หน้าตานายก็ไม่ได้เปลี่ยนไปซักนิดฉันยังจะจำไม่ได้ได้ยังไง ไอ้ผู้ชายที่ทำให้สี่ปีในรั้วมหา’ลัยของฉันเป็ได้แค่นักศึกษาปริญญาตรีโสดสนิทเหี่ยวแห้งคนหนึ่งแถมหลังเรียนจบมาแล้วก็ยังตามมาหลอกหลอนไม่เลิกรา.... คนที่เคยเป็ศัตรูหัวใจตัวหายนะอันดับหนึ่งแบบนี้ ฉันจะไม่รู้จักนายได้ยังไง?
ซูเจี๋ยนถลึงตากลมกว้างใส่เขาอีกครั้ง“ฉันจะไปรู้จักได้ยังไง!”
“ฉันคืออันอี่เจ๋อ”
ฉันรู้อยู่แล้วว่านายมันคืออันอี่เจ๋อ! ตัวอักษรสามพยางค์นี่แค่ได้ยินก็ชวนให้โมโหทุกครั้งนั่นแหละ!
“เธอก็คือซูเจี๋ยน”
หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ! ป๊ะป๋าคนนี้ไม่ใช่ซูเจี๋ยน!เอ่อไม่สิ ป๊ะป๋าก็คือซูเจี๋ยนนั่นแหละแต่ไม่ใช่ซูเจี๋ยนบ้านแกว้อยย!ป๊ะป๋าคนนี้เดินไม่เปลี่ยนชื่อนั่งไม่เปลี่ยนแซ่ ชื่อหลักก็คือซูเจี๋ยนชื่อเล่นวัยเด็กก็คือ ‘เสี่ยวเจี๋ยนเจี่ยน’ (เจี๋ยนเจี่ยนน้อย) คนในเรียกฉันว่า ‘เป๋าต้าน’(ไข่ล้ำค่า) ส่วนคนนอกเรียกฉันว่า ‘ต้าเอ๋อร์ตัวถูถู’!(ถูถูใบหูใหญ่)
“ถ้าเธอลืมไปแล้วจริงๆ งั้นฉันจะเป็คนบอกเธอเองฉันก็คือสามีของเธอ”
“อ๊ะ–”
จู่ๆซูเจี๋ยนก็รู้สึกว่าไม่อาจทนข่มกลั้นต่อไปได้อีก ทันใดนั้นความตื่นตระหนกกราดเกรี้ยวขุ่นแค้นทั้งหมดทั้งมวลหลังจากได้ฟื้นขึ้นมาในร่างใหม่ก็พลันะเิออกมาอย่างกะทันหันเป็เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนแผ่นดินะเืเลื่อนลั่น
“อ๊ะ–อั๊ดชิ้วววว!!”
การจามของซูเจี๋ยนครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและกึกก้องอย่างยิ่งไม่เพียงแต่อันอี่เจ๋อที่อึ้งงันตาค้างไปแม้แต่คุณหมอที่ถูกพยาบาลคนนั้นเรียกมาและเพิ่งเปิดประตูเข้ามาถึงก็ชะงักค้างไปทั้งร่างเช่นกัน
อันอี่เจ๋อค่อยๆ หันไปมองคุณหมอกล่าวขึ้นอย่างเคร่งขรึม “คุณหมอ ภรรยาฉันดูเหมือนจะหลงลืมเื่ราวไปหมดแล้ว”
ซูเจี๋ยนลอบเย้ยหยันอยู่ในใจ: เฮอะ ป๊ะป๋าคนนี้ไม่เคยลืมซักเื่เดียว!อย่าได้หวังว่าป๊ะป๋าคนนี้จะลืมว่าแกหยามเกียรติทารุณทำร้ายฉันไว้ยังไงบ้าง!ตอนนี้ป๊ะป๋าก็แค่ต้องกล้ำกลืนความแค้นไว้ก่อนเพื่อรอทำการใหญ่ในวันข้างหน้ารอจนมีโอกาสได้แก้เผ็ดก่อนเถอะ จะแย่งสาวของแกมา จะล้างอายให้หมด —— เอ๊ะ เดี๋ยวนะตอนนี้ด้วยตัวตนที่ป๊ะป๋าเข้ามาสิงอยู่....ก็ไม่ใช่ว่าเป็การขโมยเมียของเ้าอันอี่เจ๋อมาแล้วหรอกเหรอ?การล้างอายครั้งนี้นับว่ามาได้เหมาะเจาะจริงๆ วะฮ่ะฮ่าฮ่าฮ่า!.....เอ่อ เดี๋ยว! เวร ไม่ใช่ละ! แย่งแฟนมันมาก็เป็เื่นึงแต่กลายเป็แฟนมันซะเองแบบนี้นี่คนละเื่กันเลยนี่หว่า! นี่มันสุดยอดของความขายขี้หน้าชัดๆ! อ๊ากก! คว่ำโต๊ะแม่ม! (╯°□°)╯︵ ┻━┻
คุณหมอทำการตรวจสอบข้อมูลของซูเจี๋ยนอย่างละเอียดเขาไม่ได้พบอาการผิดปกติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามคุณหมอได้เห็นแล้วว่าสีหน้าของซูเจี๋ยนนั้นแปรเปลี่ยนสลับไปมาระหว่างลิงโลดยินดีกับขุ่นแค้นโศกสลดดูแล้วแปลกประหลาดพิลึกอย่างมาก ดังนั้นคุณหมอจึงเกิดอาการลังเลขึ้นมาทันที
“คุณผู้ชายอันผลการตรวจระบุว่าร่างกายของคุณผู้หญิงอันไม่มีอะไรผิดปกติครับ”
“แล้วทำไมเธอถึงจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง”
“คุณผู้หญิงอันตกอยู่ในสภาวะหมดสติมาหลายวันอาจเป็ไปได้ว่าที่ศีรษะถูกกระทบกระเทือนเข้าจากอุบัติเหตุรถชนจึงกลายเป็สูญเสียความทรงจำชั่วคราวอีกเดี๋ยวผมจะจัดให้คุณผู้หญิงอันเข้ารับการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกที คุณผู้ชายอันวางใจได้เลยครับ”
เห็นทั้งคุณหมอคุณพยาบาลพากันเดินออกไปทิ้งเขากับอันอี่เจ๋อไว้เพียงลำพังในห้องพิเศษซูเจี๋ยนได้แต่ขบคิดในสมองอย่างเร่งรีบพยายามหาวิธีการที่เหมาะสมมารับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า
ก่อนอื่นเลย อย่างแรกก็คือว่าเขาฟื้นตื่นขึ้นมาหลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนพบว่าตัวเองกลายเป็คนอื่นไปแล้ว และคนอื่นที่ว่านั่นก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่งอีกทั้งผู้หญิงคนนี้ยังเป็ภรรยาของอันอี่เจ๋อแม้เหตุที่อุบัติขึ้นนี้จะน่าตื่นตระหนกจนแทบตกตาย แต่ก็เป็ความจริงอันจริงแท้แ่าราวกับตะปูตอกตรึงลงบนแผ่นเหล็กไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้
อย่างที่สอง เขาไม่สามารถบอกความจริงกับใครได้เพราะผลกระทบที่จะตามมานั้นร้ายแรงเกินคาดเดาเขาไม่อาจแบกรับความเสี่ยงนี้ได้
ผลลัพธ์ก็คือเขาได้แต่ต้องเสแสร้งทำเป็ความจำเสื่อมไปแบบนี้ และจากนี้เป็ต้นไปก็จะต้องใช้ชีวิตในฐานะหญิงสาว ‘ซูเจี๋ยน’
ตอนนี้ เขาอยู่ในสภาพขาหักนอกจากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็ภรรยาของศัตรูหัวใจที่ชั่วร้ายของเขาแล้วเขาเองก็ไม่รู้ข้อมูลอย่างอื่นของซูเจี๋ยนของตระกูลอันคนนี้อีกเลย ดังนั้นเขาได้แต่ต้องพึ่งพาอาศัยเบาะแสเดียวที่ตัวเองรับรู้นี้ไว้ถึงอย่างไรตัวเขาตอนนี้ก็ไม่มีสถานะใดๆ ไม่มีที่ไป ทั้งยังไม่มีเงินไม่มีอาหารมีเพียง ‘สัมมี’ คนนี้ให้พึ่งพาอาศัยเท่านั้น
ดังนั้นต่อให้เขาจะอยากถ่มเืในปากขึ้นฟ้าสักแค่ไหนหรืออยากจะชกหน้าเ้าอันอี่เจ๋อนั่นสักเพียงใด ก็ได้แต่ต้องสำนึกไว้ให้มั่นว่าเหนือศีรษะตัวเองยังมีดาบคมกริบแขวนห้อยรอคอยไว้อยู่
……………………………….
“คุณ....เป็สามีของฉันจริงๆ เหรอ”ซูเจี๋ยนลอบครุ่นคิดอย่างเงียบงันนึกถึงสีหน้าท่าทางของเหล่าสาวน้อยไร้เดียงสาที่เคยได้พบเห็นมาในทีวีจาก ชีวิตประจำวันทั้งยังพยายามกระพือขนตาปริบๆ ทำตัวให้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
อันอี่เจ๋อพยักหน้ารับ
“ถูกต้องตามกฎหมายรึเปล่า? แบบว่า มีทะเบียนสมรส?”
อันอี่เจ๋อพยักหน้าอีกครั้ง
ซูเจี๋ยนได้แต่สบถอยู่ในใจครุ่นคิดด้วยสีหน้าแข็งค้างไร้ความรู้สึก : ่เวลาแบบนี้คงได้แต่ต้องปั้นหน้ายิ้มไปก่อนแล้ว
ดังนั้นเขาจึงฝืนยิ้มเหยเกออกมา : “งั้น เราแต่งงานกันมานานแค่ไหนแล้ว”
“หนึ่งเดือน”
ทันใดนั้นรอยยิ้มเหยเกของซูเจี๋ยนก็แทบไม่อาจคงไว้บนใบหน้าได้อีกหนึ่งเดือน? นี่ก็หมายความว่าสองคนนี้เพิ่งจะแต่งงานกันเองไม่ใช่เหรอ? แม่มเอ๊ย! ทำไมอุบัติเหตุมันไม่เกิดให้เร็วขึ้นกว่านี้อีกซักนิด! ถ้าเกิดอุบัติเหตุั้แ่เดือนก่อนเขาก็ไม่ต้องแต่งงานกับเ้าตัวน่ารังเกียจอันอี่เจ๋อนี่แล้วไม่ใช่รึไง? ไหนเลยจะต้องมากลายเป็ภรรยาของศัตรูหัวใจตัวฉกาจแบบนี้กันเล่า!?
ซูเจี๋ยนขุ่นแค้นจนแทบกลั้นใจตายอยู่รอมร่อทว่าอันอี่เจ๋อกลับนิ่งงันไป จากนั้นก็ทรุดกายลงนั่งข้างเตียงอันอี่เจ๋อจ้องเขม็งมองเขาด้วยสายตาเคร่งขรึมจริงจัง: “นี่เธอนึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ?”
ต้องถูกจ้องมองด้วยแววตาดำสนิทเข้มลึกแบบนั้นเข้ายามที่กำลังพยายามปิดบังความลับช็อคโลกอยู่แบบนี้ปฏิกิริยาตอบสนองของซูเจี๋ยนจึงแข็งทื่อไปเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ทั้งยังเบนสายตาหลบลงต่ำอย่างไม่ได้ตั้งใจ: “ฉันพูดจริงฉันจำอะไรไม่ได้เลย”
อันอี่เจ๋อยังคงจ้องมองเขาแน่วนิ่ง : “หมอบอกแล้วว่า เธอน่าจะฟื้นตัวได้ภายในสองวัน”
ซูเจี๋ยนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จากนั้นจึงค่อยถามออกมาตรงๆ : “แล้วถ้าความทรงจำของฉันไม่มีวันกลับมาล่ะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้ว?”
หลังจากเงียบงันไปครู่หนึ่งอันอี่เจ๋อก็กล่าวตอบ “งั้นก็ไม่เป็ไร ฉันจะคอยบอกทุกเื่ที่เธออยากรู้ให้เอง”
---------------------------------
เชิงอรรถ
[4] หน้าเว็บเทียนหยาเหลียนเผิงกุ่ยฮว่า (天涯的莲蓬鬼话版) เหลียนเผิงกุ่ยฮว่าเป็หัวข้อย่อยในหน้าเว็บนิยายเทียนหยารวบรวมงานเขียนเกี่ยวกับเื่ประหลาดพิสดารเหนือธรรมชาติทั้งหลายแหล่
แฟนเพจ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T
ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย