คนเป็ๆทั้งคน พลันหายลับไปกับตา
สำหรับชีชีที่เติบโตมาในยุคสมัยแห่งสันติภาพแรงปะทะจากเหตุการณ์นี้มันรุนแรงเกินไป จนเธอทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่
โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ดีแก่ใจว่าความตายของจ้าวหย่งเป็เพราะเขาถูกหลินเสี่ยวหรู ‘หยิบยืม’โชคลาภไปจนหมดสิ้น
ทว่าทั้งที่รู้ความจริงแต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย
ใครจะไปเชื่อเหตุผลที่ฟังดูงมงายขนาดนี้?หากพูดไปเธออาจถูกตราหน้าว่าเป็พวกเผยแพร่ความเชื่อลัทธิศักดินาแล้วถูกลากไปประจานกลางถนนเสียด้วยซ้ำ
ชีชีกัดฟันกรอดด้วยความแค้น...หลินเสี่ยวหรู ผู้หญิงที่เห็นชีวิตคนเป็ผักปลาขนาดนี้ลู่เหย่ต้องตาบอดขนาดไหนถึงไปชอบหล่อนได้?
ไม่ได้การแล้วเธอต้องรีบชิงระบบของยัยนั่นมาให้เร็วที่สุด จะปล่อยให้หล่อนไปทำร้ายใครอีกไม่ได้
ชีชีหอบเอาความโกรธเต็มอกกลับมายังสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรมือไม้ขยับทำงานไวขึ้นราวกับ้าระบายอารมณ์
ทันทีที่เธอประกอบรถไถเสร็จไปได้หนึ่งคันหลี่เฉิงเต๋อก็ปรากฏตัวขึ้น
“โอ้โห ดูซิว่าใครทำอะไร... ประกอบรถไถขึ้นมาได้จริงๆ ด้วยแฮะ” หลี่เฉิงเต๋อใช้สายตาหยาบโลนกวาดมองชีชีั้แ่หัวจรดเท้า “แต่ว่านะ อะไหล่ที่ใช้ทำรถไถคันนี้มันเป็ของสถานีเครื่องจักรกล...”
“รถไถคันนี้ประกอบขึ้นมาเพื่อให้เป็สมบัติของสถานีเครื่องจักรกลอยู่แล้วค่ะหัวหน้าสถานีหวังรับปากแล้วว่าจะให้ฉันยืมไปใช้งานแค่หนึ่งวันเท่านั้น”
คำพูดของชีชีทำเอาบทที่หลี่เฉิงเต๋อเตรียมมาค่อนแคะเป็อันต้องพับเก็บไปเขาจึงรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก
“ไอ้เศษเหล็กที่คุณประกอบขึ้นมาเนี่ย จะวิ่งได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้จะดีใจเร็วเกินไปหน่อยมั้ง?”
“หัวหน้าหลี่พูดถูกครับ!เอาเศษขยะมาปะติดปะต่อกันแล้วจะเรียกมันว่ารถไถเนี่ยนะ? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า?”
“ผมว่ามันก็แค่ของจัดแสดงเท่านั้นแหละ เผลอๆวิ่งได้สองก้าวก็พังครืนเป็แถบๆ แล้วมั้ง”
เมื่อเห็นว่าหลี่เฉิงเต๋อกลับมาโดยที่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้นพวกประจบสอพลอก็รีบวิ่งกรูเข้ามาเอาใจทันที
ชีชีี้เีจะอธิบายให้เสียเวลา“จะวิ่งได้หรือไม่ได้ ก็แค่ไปเอาน้ำมันดีเซลมาลองดูเดี๋ยวก็รู้ผลเองนั่นแหละค่ะ”
“น้ำมันดีเซลเป็ของมีค่า ของพรรค์นั้นน่ะคิดจะหยิบก็หยิบได้งั้นเหรอ?เกิดเครื่องมันพังขึ้นมาคุณต้องชดใช้ค่าเสียหายนะ”
“ใช่! ถ้าไอ้รถเฮงซวยคันนี้มันใช้การไม่ได้ คุณต้องจ่ายเงินชดเชยมา!”
การถูกกลุ่มผู้ชายร่างใหญ่รุมล้อมทำให้ชีชีรู้สึกอึดอัดและรำคาญใจยิ่งนัก
“ตกลงค่ะ ถ้ารถไถคันนี้วิ่งไม่ได้ ฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้หนึ่งร้อยหยวน”
หนึ่งร้อยหยวน...ในยุคสมัยที่เงินสินสอดเพียงยี่สิบหยวนก็แต่งเมียได้แล้วนั้นหลายคนทำงานทั้งปีแทบยังเก็บเงินไม่ได้ถึงร้อยหยวนเลยด้วยซ้ำนี่จึงถือเป็เงินจำนวนมหาศาล
ทันใดนั้นก็มีเสียงะโอย่างสะใจดังขึ้น“นี่คุณพูดเองนะ ห้ามกลับคำเด็ดขาด!”
“ใช่ ให้หล่อนเขียนหนังสือยืนยันไว้เลย ไม่งั้นเดี๋ยวก็มาชักดาบทีหลังหรอก”
“ฉันมีกระดาษกับปากกาพอดี เขียนลงไปให้ชัดเจน ดำเป็ดำขาวเป็ขาว!”
มุมปากของชีชีหยักขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน“ฉันเขียนเป็ลายลักษณ์อักษรให้ก็ได้ค่ะ... แต่ว่านะถ้าเกิดรถไถคันนี้วิ่งได้ขึ้นมาล่ะ? พวกคุณต้องจ่ายให้ฉันคนละห้าสิบหยวนเป็ไงคะ กล้าหรือเปล่า?”
พอได้ยินว่าต้องเสียเงินทุกคนต่างก็ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณทิ้งให้หลี่เฉิงเต๋อยืนเด่นหราอยู่คนเดียวอย่างน่าขบขัน
แววตาหยามเหยียดในดวงตาของชีชีฉายชัดขึ้น“ทำไมล่ะคะ? ไม่กล้าพนันเหรอ? เมื่อกี้ยังเห่าเสียงดังกันอยู่เลยนี่นา”
กลุ่มชายอกสามศอกเมื่อถูกเด็กสาวตัวเล็กๆท้าทายซึ่งหน้า ต่างก็ไม่อยากเสียหน้า
“มีอะไรไม่กล้าล่ะ! พนันก็พนัน!”
แม้คำพูดจะฟังดูไม่มีน้ำหนักแต่ก็ยังอุตส่าห์ตะคอกกลับมาเสียงดัง
หลี่เฉิงเต๋อขมวดคิ้วเดิมทีเขาแค่้าหาเื่กลั่นแกล้งและหาเศษหาเลยกับชีชีเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่ได้กะว่าจะต้องมาเสียเงินเสียทองอะไร
แต่ตอนนี้ถูกสถานการณ์บีบคั้นจนหลังชนฝาถ้าเขาบอกว่าไม่พนัน คงได้ถูกคนหัวเราะเยาะไปจนตาย
สุดท้ายชีชีจึงเขียนบันทึกข้อตกลงการเดิมพันแบบง่ายๆ ขึ้นมาแล้วให้ทุกคนปั๊มลายนิ้วมือเพื่อยืนยัน
ช่วยไม่ได้ในยุคนี้คนที่อ่านออกเขียนได้มันมีไม่มากนัก
หลี่เฉิงเต๋อไม่มีทางเชื่อเลยว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะประกอบรถไถเองได้เขาปักใจเชื่อว่าคงเป็สหายทหารเมื่อวานที่มีฝีมือ
ดังนั้นเขาจึงเซ็นชื่อลงในบันทึกอย่างไม่ลังเลเพื่อรอนั่งรับเงินสบายๆ
น้ำมันดีเซลถูกนำมาอย่างรวดเร็ว
เพื่อความยุติธรรมจึงมีการเชิญเ้าหน้าที่จากแผนกตรวจสอบคุณภาพมาเป็ผู้ทดลองขับรถไถคันนี้
โดยปกติแล้วไม่ว่าเครื่องจักรจะเก่าหรือใหม่ เมื่อมาถึงสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรแผนกนี้จะต้องเป็ผู้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มาตรฐานก่อนจะส่งออกไปใช้งานเสมอ
ผู้ที่มารับหน้าที่ทดสอบคือพนักงานขับรถรุ่นเก๋าวัยสี่สิบกว่าปีเขาหยิบด้ามหมุนมาเหวี่ยงหมุนแรงๆ ไม่กี่รอบ เครื่องยนต์ก็ส่งเสียง‘ตึกๆๆๆ’ ทำงานทันที
พนักงานขับรถรุ่นเก๋าตาเป็ประกายด้วยความประหลาดใจ“เอ๊ะ? เครื่องติดง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
จากนั้นเขาก็โดดขึ้นไปบนที่นั่งคนขับเหยียบคันเร่งเพียงเบาๆ รถไถก็ทะยานออกไปอย่างนุ่มนวล
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเขาเขาขับวนรอบลานกว้างอยู่หลายรอบก่อนจะนำรถมาจอดสนิท
“ขับดีกว่ารถไถใหม่แกะกล่องจากโรงงานเครื่องจักรเสียอีกนะเนี่ย!”
สิ้นคำพูดนั้นกลุ่มคนที่มีหลี่เฉิงเต๋อเป็หัวโจกต่างก็หน้าถอดสีไปตามๆ กัน
“นายแน่ใจนะ?” น้ำเสียงของหลี่เฉิงเต๋อเต็มไปด้วยการคาดคั้นและข่มขู่
แต่พนักงานขับรถคนนั้นไม่ทันสังเกตบรรยากาศเขายังคงจมอยู่กับความปลาบปลื้มที่ได้เจอเครื่องจักรชั้นยอด
“แน่ใจยิ่งกว่าแน่ครับหัวหน้า ไม่เชื่อพวกคุณมาลองขับดูเองสิขับง่ายมากจริงๆ”
ชีชีขยับมุมปากยิ้ม“หัวหน้าหลี่คะ คงไม่ได้จะเบี้ยวพนันหรอกนะ? ถ้าคุณยอมรับว่าแพ้ฉันอาจจะยกเลิกหนี้ให้ก็ได้นะคะ”
ถ้าที่นี่ไม่ใช่สถานีเครื่องจักรกลหลี่เฉิงเต๋อคงหน้าด้านโกงไปแล้ว
ทว่าคนรอบข้างต่างเป็เพื่อนร่วมงานที่ยืนมุงดูอยู่เขาเสียหน้าไปมากกว่านี้ไม่ได้จึงจำใจควักเงินในกระเป๋าออกมานับอยู่พักใหญ่กว่าจะครบห้าสิบหยวน
“เอาไปเลย!”
ถ้าวันนี้เขาไม่ได้พกเงินติดตัวมาเพื่อเตรียมไปติดสินบนใครบางคนละก็เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่ๆ
เงินห้าสิบหยวนนี้เกือบเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของเขาปกติใครเขาจะพกเงินเยอะขนาดนี้ติดตัวกันเล่า
คนอื่นๆเมื่อเห็นหลี่เฉิงเต๋อควักกระเป๋าจ่ายง่ายๆ ต่างก็เริ่มลนลาน ทำอะไรไม่ถูก
“หะ... หัวหน้าครับ ผมไม่ได้พกเงินมาเยอะขนาดนั้น”
“ผม... ผมก็ไม่มีเหมือนกันครับ”
“ก็กลับไปเอาที่บ้านสิ!”
แม้หลี่เฉิงเต๋อจะปวดใจกับเงินที่เสียไปแต่ในเมื่อเขาต้องเฉือนเนื้อตัวเองแล้ว คนอื่นจะรอดไปได้อย่างไร?สุขด้วยกันได้ก็ต้องทุกข์ด้วยกันถึงจะเรียกว่าพี่น้องสิ
พวกลูกไล่ทั้งหกคนที่รวมหัวกันส่งเสียงดังเมื่อครู่ตอนนี้หน้าซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม
เงินเดือนพวกเขามีแค่สามสิบสามหยวนเงินจำนวนนี้เท่ากับทำงานฟรีไปเดือนกว่าๆแถมกลับบ้านไปคงได้ทะเลาะกับที่บ้านจนบ้านแตกแน่
แต่ในเมื่อหลี่เฉิงเต๋อสั่งคำขาดพวกเขาก็ไม่กล้าเบี้ยว ได้แต่ต้องรีบออกไปหาทางหาเงินมาจ่าย
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่าๆพวกเขาก็รวบรวมเงินมาจนครบ
ชีชีรับเงินปึกใหญ่ที่มีทั้งธนบัตรใบละหยวนไปจนถึงเหรียญหนึ่งเฟิน
อย่างไรก็ตามเงินที่ได้มาเปล่าๆ ย่อมหอมหวานเสมอ เธอเก็บเงินเข้ากระเป๋าด้วยความยินดี
สามร้อยห้าสิบหยวน...เงินก้อนนี้พอให้ชีชีใช้ชีวิตได้สบายไปอีกนาน
ในดวงตาของหลี่เฉิงเต๋อวูบผ่านด้วยแววตาอำมหิตที่ยากจะสังเกตเห็น
ทว่าชีชีกลับจับัันั้นได้อย่างรวดเร็วเธอรู้ทันทีว่าไอ้หมอนี่ต้องเตรียมแผนชั่วไว้แน่
หากชีชีเดินทางกลับค่ายทหารคนเดียวแล้วถูกดักปล้นกลางทางเธอคงไม่มีที่ให้ไปร้องเรียนความยุติธรรมที่ไหนได้เลย
แต่ชีชีก็จำเป็ต้องกลับเพราะถ้าไม่มีใบส่งตัวหรือจดหมายแนะนำตัวเธอจะเข้าพักในเรือนพักรับรองไม่ได้เลยสักแห่ง
นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วแต่ลู่เหย่ยังไม่โผล่หัวมาให้เห็น ความหวังที่จะให้เขามารับคงเป็ศูนย์
ชีชีตัดสินใจเด็ดขาดหญิงสาวขึ้นปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับทันที
หากเจออันตรายเข้าจริงๆอย่างมากก็แค่หนีเข้าไปอยู่ในมิติ คงไม่ถึงขั้นเป็อันตรายถึงชีวิตหรอก
ทันทีที่ชีชีออกจากประตูไปหลี่เฉิงเต๋อซึ่งนั่งรอจังหวะอยู่ในห้องทำงานก็ส่งสายตาเป็สัญญาณให้ลูกน้องคนสนิท
ชายคนนั้นรีบวิ่งออกไปข้างนอกทันทีเห็นได้ชัดว่างานสกปรกแบบนี้พวกเขาคงทำกันจนชินมือ
ชีชีปั่นออกไปได้ไม่ไกลก็พบว่ามีพวกนักเลงหัวไม้สองสามคนแอบขี่จักรยานตามหลังมา
พวกมันขี่จักรยานคานคู่คันใหญ่ตามมาข้างหลังพลางส่งเสียงผิวปากแซวไม่หยุด
ชีชีไม่ได้หันไปมองหญิงสาวเร่งความเร็วในการปั่นขึ้นทันที
ตอนนี้ยังอยู่ในเขตตัวตำบลผู้คนบนท้องถนนยังพลุกพล่าน พวกมันคงยังไม่กล้าลงมือ
ทว่าทางกลับค่ายทหารมี่หนึ่งที่เปลี่ยวมากสองข้างทางมีแต่ทุ่งหญ้าและป่าละเมาะ
ชีชีคาดการณ์ไว้ไม่ผิดพวกมันเลือกจะลงมือที่นั่นจริงๆ
ทันทีที่ถึง่ทางเปลี่ยวชายสองคนก็เร่งความเร็วแซงหน้าชีชีไป
พวกมันประสานงานกันอย่างคล่องแคล่วเบรกจักรยานกะทันหันจนขวางทางถนนไว้มิด
ทำให้ชีชีไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหยุดรถ
“ฮั่นแน่! แม่สาวน้อย หน้าตาสะสวยไม่เบานี่นา มามะ... มาหาความสุขกับพี่ๆหน่อยดีกว่า!”