อมเรศ หรือ อำคือชื่อของเด็กชายคนหนึ่ง ลูกชายเพียงคนเดียวของอาจารย์กณิศและอาจารย์ยูมิสองสามีภรรยาซึ่งประกอบอาชีพรับราชครูทั้งคู่
บิดาคืออาจารย์กณิศสอนอยู่ที่โรงเรียนเบญจมาภรณ์วิทย์ วิชาภาษาอังกฤษ
มารดาคืออาจารย์ยูมิสอนอยู่ที่โรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศ วิชาสังคมศึกษา
ทั้งโรงเรียนเบญจมาภรณ์วิทย์และโรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศเป็โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐบาลประเภทสหศึกษาทั้งคู่แตกต่างกันตรงที่โรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศเป็โรงเรียนประจำจังหวัดและโรงเรียนเบญจมาภรณ์วิทย์เป็โรงเรียนประจำอำเภอ
อมเรศมีอายุแค่เพียงห้าขวบในปีนี้เขาเพิ่งเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนเอกชนใกล้บ้านเวลาปกติไม่มีคนอยู่บ้านใน่ก่อนเปิดเรียนอมเรศก็ต้องกระเตงตามอาจารย์กณิศผู้เป็พ่อไป
แต่ทว่าวันนี้เห็นทีคงไม่ได้…เพราะพ่อต้องไปงานรับปริญญาของอา
“งั้นไปโรงเรียนแม่”อมเรศพูด แบบซื่อ ๆ
อาจารย์ยูมิมองหน้าอาจารย์กณิศสามี
“ก็ได้นะ”
“งั้นลูกไปโรงเรียนแม่”ผู้เป็บิดาว่า
“พรุ่งนี้ผมต้องไปแต่เช้าให้อำไปโรงเรียนคุณแล้วกันนะยูมิ”
“ได้”
โรงเรียนของพ่อไกล ที่จริงอมเรศค่อนข้างเหนื่อยต้องนั่งรถเมล์ข้ามสะพานข้ามน้ำข้ามทะเล (เว่อร์ไป) ซึ่งต่างจากโรงเรียนแม่…อยู่แค่หน้าปากซอย
พอรุ่งเช้าอาจารย์กณิศก็แต่งตัวดีและออกจากบ้านไปพร้อมกับการที่ญาติของอมเรศมารับ
อมเรศตื่นแต่เช้าด้วยการปลุกของแม่ “อำเอ้ย”
“หาวว”
“เอ้าเตรียมตัวเข้าลูกเตรียมตัว--”
อาจารย์ยูมิแม่ของอมเรศเป็คนกระฉับกระเฉง
“ไป ๆ อาบน้ำอาบท่า”
แม่อาบน้ำให้เช้านี้อมเรศใส่ชุดกางเกงลายกระต่ายสีเขียวเข้มน่ารักน่าเอ็นดูตามสไตล์เด็กผู้ชาย
“มา ๆ--เราจะไปโรงเรียนของแม่กัน”
อาจารย์ยูมิพาอมเรศขึ้นรถสองแถวใหญ่หล่อนจับตัวลูกชายไว้อย่างแ่าเพื่อป้องกันในยามที่รถเบรก
พอมาถึง--รถจอดติดไฟแดงที่หน้าปากซอยออกสู่ถนนใหญ่อาจารย์ยูมิจัดการสะพายย่าม มือข้างหนึ่งของหล่อนจูงมือของเด็กชายอมเรศ
ร่างสูงผอมของอาจารย์ยูมิก้าวฉับ ๆพร้อมอมเรศไปตามทางเดินของซอยแล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ริมถนนใหญ่
อมเรศมองสภาพที่ไม่คุ้นตานักเรียนชาย-หญิงมากมายเดินผ่านแม่ของเขาไป ท่าทางรีบเร่งเร่งรีบ...เป็เด็กวัยที่โตกว่าเขามากนัก
“...”
เขาเดินตามมารดามาเด็กนักเรียนหลายส่วนก็มอง หลายส่วนก็ไม่ได้สนใจ …รวมทั้งครูอาจารย์ด้วย…
“หวัดดีครับอาจารย์ยูมิ”
“หวัดดีค่ะ”
ได้ยินเสียงของแม่พูดแม่กำลังทักตอบครูผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเข้ามาทัก
“ลูกเหรอ--อาจารย์ยูมิ”
“ใช่ค่ะ อำ--สวัสดีอาจารย์ซิลูก”
“สวัสดีครับ”
เด็กชายพนมมือไหว้ เป็อย่างนี้…มากมาย… จนกระทั่งอาจารย์ยูมิเซ็นชื่อเสร็จ
“ไปอำ”
‘เริ่มรู้สึกเหนื่อยซะแล้วสิทำไมต้องไหว้ใครต่อใครก็ไม่รู้เต็มไปหมด…?’ เขาคิดเดินตามมารดาซึ่งจับจูงต้อย ๆ
โรงเรียนของแม่ทำให้อึดอัดกว่าโรงเรียนของพ่อ
แม้อมเรศจะยังเล็กนักแต่ก็รู้สึกได้--บรรยากาศ--สายตา--คนมากมายให้ความรู้สึกไม่เป็มิตรต่อตัวเขานัก ‘คงไม่ต้องมาเรียนที่นี่หรอกนะ !?’
ที่แปลกคือบ่าของแม่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ได้ทั้งที่อมเรศรู้สึกว่า ‘...’
แม่พาอมเรศขึ้นบันไดตึกไม้เก่า ๆ ตึก4 พาขึ้นมายังชั้นสอง กลุ่มสาระการเรียนรู้… สังคมศึกษา…
อมเรศเกาะแม่แน่นคนที่โรงเรียนนี้ดูไว้ตัว เชือดเฉือน ไม่เป็มิตรชะมัด ทั้งครูและนักเรียนต่างจากโรงเรียนของพ่อซึ่งเขายังไม่นึกหวาดกลัวมากมาย
...หรือเพราะเป็โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษระดับจังหวัด?
ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจคาแรคเตอร์ของแม่ก็คิดแค่ว่าคงไม่มีอะไร
แน่นอนว่าเขาก็แค่ตามแม่เข้าไปในห้องหมวดสังคมโอย… ทำไมมันต่างจากห้องหมวดอังกฤษของพ่อที่โรงเรียนเบญจมาภรณ์วิทย์ขนาดนั้น !? ตอนไปกับพ่อเขาก็ยังพอเป็ตัวของตัวเองได้ครูคนอื่นที่นั่นก็พูดกับพ่อดี แต่ตรงนี้…
“สวัสดีค่ะอาจารย์ยูมิ”มีเสียงครูผู้หญิงคนหนึ่งทักแม่และแม่ก็หันไปทักตอบ
“สวัสดีค่ะอาจารย์”
ครูผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหาเขาซึ่งแทบจะแอบอยู่หลังแม่ของจริง
“สวัสดีจ้ะหนุ่มน้อยอายุเท่าไหร่แล้ว”
“ห้าขวบครับ” เขารีบตอบจากนั้นครูผู้หญิงคนนี้ก็คุยอะไรกับแม่อีกสักพักและเดินกลับไปที่โต๊ะ
มีครูผู้ชายเข้ามาทักเช่นกันและเขาก็ตอบไปแบบเดิม และครูคนนั้นก็คุยอะไรกับแม่ต่ออีกสองสามประโยคเช่นกัน
เขานั่งอยู่กับแม่ที่โต๊ะแม่ของเขาหยิบหนังสือนิทานเล่มโปรดซึ่งเอามาด้วยให้ “อ้ะนี่จ้ะอำลูกก็อ่านเื่คุณพระอาทิตย์ตกน้ำไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่ขอเช็กตารางสอนก่อน”
“ครับ”
นั่งไปนั่งมาสักพักเขาก็ได้ยินเสียงแม่พูดขึ้น
“ตายละต้องไปห้องหมวดอังกฤษไม่รู้อาจารย์จรัสรัสจะขอเื่เปลี่ยนชั่วโมง โทรมาก็พูดอะไรไม่รู้ตกลงยังไงกันแน่เนี่ย”
แม่ของเขาดูหัวร้อนเล็กน้อยอาจารย์ยูมิก็บ่นตามสไตล์ ในที่สุดแม่ก็ลุกขึ้นและพูดว่า
“เดี๋ยวแม่จะต้องไปห้องหมวดอังกฤษอำ มานี่”
เขาลุกตามแม่และยื่นมือให้แม่จูงอย่างว่าง่าย
เอาวะ ก็ต้องจูงกันไปอย่างนี้แหละอมเรศยังเล็กมาก อาจารย์ยูมิไม่ไว้ใจจะให้นั่งที่โต๊ะคนเดียวได้อย่างไรเดี๋ยวเกิดใครมาหลอกถามอะไรที่ไม่เข้าท่า…
“รู้จักฉันแค่ตอนเปลี่ยนชั่วโมงจริงๆ นะให้ตายสิ แล้วฉันก็ต้องไปถามเนี่ยนะ” อาจารย์ยูมิพึมพำเดินจูงมือลูกชายผ่านหน้าห้องเรียนของนักเรียนชั้น ม.2 ไปเพื่อตรงไปยังอีกฟากของตึกซึ่งเป็สถานที่ตั้งของห้องหมวดภาษาต่างประเทศ
“อาจารย์จรัสรัสคะ”ร่างผอมสูงของอาจารย์ยูมิเดินฉับ ๆ ตรงไปยังโต๊ะของคนที่้ามาติดต่อธุระทันที
“อ๊า อาจารย์ยูมิตายแล้ว มาหาพี่ถึงห้องเลยเหรอเนี่ย”
ครูผู้หญิงซึ่งอายุมากกว่าแม่รีบพูดและหล่อนมองมาทางเขาด้วย
“อ้าวแล้วพาลูกชายมาด้วยสินะยังไม่เปิดเทอมเหรอไง”
“ก็ใช่ค่ะ พี่แต่ยูจะขอถามเื่ตารางสอน--”
“อ้อ ๆก็ตามที่คุยกันในโทรศัพท์เลยจ้ะ น้องยูมิ ตกลงน้องไปสอนแทนพี่คาบ 5 ห้อง ม.3/E นะ”
“ค่ะ ๆ”
แม่กำลังจะจูงมือเขาเดินกลับไปแต่ครูในหมวดภาษาต่างประเทศอีกหลายคนพอเห็นเขาก็เข้ามาทักเขาสวัสดีคนเ่าั้ตามที่แม่บอก คิดว่าการที่ต้องไหว้คนเยอะ ๆ ในเวลาติด ๆ กันมันช่างเหนื่อยเสียจริงแต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นครูหนุ่มคนหนึ่ง…
‘...’
อมเรศรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยท่ามกลางบรรยากาศที่แม่กำลังยืนสนทนากับครูคนอื่นที่เข้ามาทักนั้น ครูผู้ชายคนนั้นเอ้อ… ชื่ออะไรกันนะ ? จะสะกิดแม่เพื่อถามรึก็ไม่ใช่เขาแปลกใจมากที่ชายคนนั้นเป็คนเดียว ณ ที่นี้ที่ไม่เข้ามาทัก ไม่สิ แสร้งไม่สนใจด้วยซ้ำ
...หรือเปล่านะ ?เขาเห็นอีกฝ่ายก็มองตรงมา และแน่นอนว่าเขามองตอบกลับไป
‘หืม ???’