ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่350 ชายชรา สอดมือ

    กลุ่มคนเองก็เริ่มไปจับจองพื้นที่โล่งภายในโรงเตี๊ยมแสงจันทร์ หมายมั่นจะดูชมฉากการต่อสู้ด้วยความสนุกสนาน ทว่า เมื่อผ่านไปหลาย10ลมหายใจ มู่เฉิน ผู้นั้นกลับ เอาแต่ นั่งรินสุรา ดื่มกิน ไม่คิดจะปรายตามอง การประลองเสียด้วยซ้ำ ปล่อยให้ หลานเอ๋อร์ ยืนรอ ท่ามกลางแม่น้ำสะท้อนแสงจันทร์ สาดแสงสีทอง หน้าบูดหน้าเบี้ยวอยู่เช่นนั้น


 

อี้เฉินที่เห็น ยี่ผิงที่ยืนดูอยู่ไม่ห่างจากตัวเขามากนัก คิดจะขยับไหวร่างกาย ทำอะไรบางอย่าง  อี้เฉินไม่รอช้า ปรี่เข้าไปดึงมือนางไว้แน่น อย่างน้อยๆ นางก็ถือเป็นผู้มีพระคุณของเขา


 

   ขณะ กลุ่มผู้ติดตามของนางเห็น ชายหนุ่มผมขาว จู่ๆ ก็ไปดึงแขนคุณหนูยี่ผิงของพวกเขาไว้อย่างฉับพลัน พวกเขาตกใจกันอยู่ไม่น้อย "เจ้าอัปลักษณ์ เจ้าคิดจะทำอะไร ปล่อยมือออกจากคุณหนูยี่ผิง ของพวกเราเดี๋ยวนี้"


 

อี้เฉินไม่ได้สนใจคำพูดของคนอื่นๆ เอ่ยคำพูดเตือนนางในทันที เมื่อรับรู้ว่านางคิดจะทำอะไร "ข้ารู้นะเจ้าคิดจะทำอะไรยี่ผิง ข้าเตือนท่านด้วยความหวังดี"


 

"เจ้าปล่อยมือเสีย หรือเจ้าคิดว่าข้าจะพ่ายแพ้" ยี่ผิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ทำให้อี้เฉินต้องปล่อยมือออกจากแขนนาง ส่ายหัว น้อยๆ ด้วยความจำยอม



ฉับพลันยี่ผิง นางพริ้วกายลงไปกลางแม่น้ำในทันที "ไม่ทราบว่า ข้าต่อสู้แทนพี่ มู่เฉินได้หรือไม่"


 

    มู่เฉินที่เห็นหญิงสาว ลงไปต่อสู้แทนตัวเขา สุราในปากถูกเขาพ่น ออกมาคำใหญ่ในทันที ไม่คิดหญิงสาวที่เขาพบเจอจะใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้ บางทีนางอาจจะมีความกล้ามาก กว่าเขาก็เป็นได้

 


    กลุ่มผู้ติดตาม ของยี่ผิงเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า พวกเขาถึงกับหน้าบูดเบี้ยว ไม่คิดคุณหนูของพวกเขา จะลงไปต่อสู้เสียอย่างนั้น แถมเหมือนว่านางจะมีอาการเมามายอยู่ไม่น้อย แววตากลับมอง ชายหนุ่มอัปลักษณ์ใหม่ในทันที แม้แต่พวกเขาก็ไม่ทันได้สังเกต


 

ท่ามกลางแม่น้ำกว้างใหญ่ ไร้สิ่งใดกีดขวาง หลานเอ๋อร์ กล่าวออกมา แฝงด้วยความ เย้ยหยันอยู่ไม่น้อย "มู่เฉินถึงกับส่ง แม่นางยี่ผิงมาตัดกำลังข้าเลยงั้นหรือ"


 

ยี่ผิงนางสีหน้าบึ้งตึงในทันทีครั้นได้ยิน คำพูดดูถูกดูแคลน ใบหน้าที่แดงน้อยๆ มองออกไปด้วยดวงตาคมกล้า "เจ้าจะสู้หรือไม่หลานเอ๋อร์ หากไม่ก็คงไม่มีใครสู้กับเจ้า ปล่อยเจ้ายืนรอเขา จนหน้าแดง หน้าดำเป็นแน่"

 


"เจ้า! เจ้า! นางโอหัง ถึงจะเป็นหญิงงาม ข้าก็ไม่ออมมือหรอกนะ หากยังไม่อยากเจ็บตัวเจ้าควรรีบถอยออกไปเสีย" หลานเอ๋อร์ กล่าวออกมาดูถูกดูแคลน หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าของเขาอยู่ไม่น้อย


 

      ยี่ผิง ครั้นได้ยินใบหน้าของนาง เดือดดาลขึ้นมาในทันที ต่อให้นางจะเป็นหญิง แต่ก็ไม่ใช่  อะไรที่ชายหนุ่มจะดูถูกดูแคลนได้ "เจ้าจะต่อสู้ด้วยกำลัง ใช่หรือไม่ งั้นลองรับ หมัดเรียวเล็กที่เจ้าดูถูกดูแคลนนั้นดู" ในฉับพลัน น้ำใต้ฝ่าเท้าของนาง ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง แผ่ปราณพลังขั้นเทวะออกมาอย่างไม่ปิดบัง ส่งปราณพลังแพร่กระจายออกไปทั่วทิศ น้ำที่ระเบิด ออกถึงกับแตกสลาย ผู้คนที่เห็น ไม่กล้าดูถูกดูแคลนนางอีกต่อไป

 


      ชั่วขณะ เมื่อนางรวมปราณพลังเข้าไปไว้ในฝ่ามือได้ พุ่งปรี่เข้าไปด้วยความเร็วจี๋ หมายมั่นตบใบหน้าชายหนุ่มให้หลาบจำ ทว่าฉับพลัน ฝ่ามือขาวก็ถูกชายหนุ่มจับไว้แน่น ใบหน้าเย้ยหยันตัวนางอยู่ไม่น้อย "เจ้านี่ช่างงดงาม ไม่น้อย เสียดายที่เผ่าของเจ้ามีสงครามไม่เช่นนั้น ข้าคงสนใจตัวเจ้า" หลานเอ๋อร์ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนอัดฝ่ามือเข้าใส่ท้องน้อยของนางอย่างจัง ในเสี้ยววินาที


ปัง!!!!


     ยี่ผิง ที่รอยกระเด็นออกไปหลายตลบ แหวกผืนน้ำโดยรอบออก จนกระเพื่อมไหว ขณะที่นางยันร่างขึ้นมาได้ นางถึงกับกำฝ่ามือไว้จนแน่น นางนั้น ไม่ได้ฝึกด้านกายาเป็นหลัก ทว่า นางก็ไม่คิดว่าจะห่างชั้นกับชายหนุ่ม ที่อยู่ขั้นพลังเทวะ เหมือนกันเช่นนี้ ริมฝีปาก น้อย ๆ กัดกรามไว้แน่นในทันใด รับรู้ในทันทีเหตุใดชายหนุ่มอัปลักษณ์ ถึงคิดอยากหยุดนางไว้


 

     ครั้นเมื่อนางเหยียบเท้าลง ผืนน้ำ นางใช้การต่อสู้ที่นางถนัดในทันที มือทั้งสองข้างของนางผสานอินเข้าหากัน สำแดงเต๋าแห่งการเรียกหา เรียกวิญญาณ ธาตุต่างๆ รอบตัว มาสิงสถิตในทันใด ด้านหลังของนางก่อร่าง อสูรน้ำอย่างฉับพลัน มือถือทวนน้ำยาวแหลมคม พลังพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที มันเต็มเปี่ยมไปด้วย พลานุภาพพร้อมจะบดขยี้เบื้องหน้า ให้แหลกลาญ หลานเอ๋อร์ ที่เห็นขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย

 


     ผู้คนที่เห็น ต่างรับรู้ในยามนี้หญิงสาวผู้งดงาม ช่วงเวลานี้อันตรายเป็นอย่างมาก ส่งแรงกดดันน้อยๆ ออกมา กดดันกายาพวกเขาอยู่ไม่น้อย "นั้นน่าจะเป็นวิชาของเผ่าสงคราม ว่ากันว่าเผ่านี้ เสริมแกร่งจากธรรมชาติรอบๆ ตัว มันถูกเรียกอีกชื่อว่าวิญญาณสงคราม" ชายหนุ่มที่รับรู้กล่าวออกมา

 

     กลุ่มคนเผ่าสงครามครั้นได้ยินเขายกยิ้ม "ไอ้หมอนั้น มันรู้ดีไม่น้อย แต่มันหารู้ไม่ นางผสานเข้ากับเต๋าแห่งการเรียกหา เมื่อนางผสานเข้ากับ หินสงคราม ภายภาคหน้า นางก็จะสามารถเรียกเทพสงครามลงมาสิงสถิตได้" ชายหนุ่มเผ่าสงครามกล่าวออกมาในทันที ผู้คนที่รับรู้ต่างกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่

 


    ยี่ผิง แผ่วิญญาณด้านหลังของนางออกไปกดดันชายหนุ่ม ที่อยู่เบื้องหน้า ย่างก้าวออกไป ช้าๆ กดดันชายหนุ่มจนสั่นน้อยๆ ในทุกการก้าวเดินเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมไหว ปัง! ปัง! ส่งคลื่นปราณพลัง ที่น่าคร้ามเกรงออกไปกดดัน

 


    หลานเอ๋อร์ เมื่อสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของ ยี่ผิง ที่ส่งแรงกดดันเข้ามาใส่ร่างเขา ใบหน้าของเขาซีดเผือด ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย กายาสั่นเทิ้ม ถูกกดดัน ทว่าครั้นเห็น วิญญาณ น้ำตัวใหญ่ด้านหลังนาง หมุนทวนน้ำ ด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง ปั่นป่วนอากาศรอบๆ อย่างรุนแรง ส่งผลให้กายาของเขา กระเพื่อมไหว ครั้นเมื่อรู้สึกว่า แม่น้ำกำลังก่อตัวอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปที่ตัวนางอย่างไม่วางตา

 


ยี่ผิง คำรามออกมากู่ก้อง "เจ้ารับการโจมตีของข้าไปเสีย" ฉับพลัน วิญญาณน้ำ ที่นางควบคุม ถูกส่งออกไปหาชายหนุ่มด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง จนแม่น้ำกว้างสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อรูปเป็นอสูรน้ำยักษ์ มือที่ถือทวน หวดฟาดลงไปสุดกำลัง ปัง!!

 


      หลานเอ๋อร์ เขาที่เห็นการโจมตี พุ่งเข้าใกล้ตัวของเขา อย่างฉับพลัน ถึงกับเบิกตาออกกว้าง กายารู้สึกราวอยู่ต่อหน้าเทพแห่งสายน้ำ พร้อมจะห้ำหั่น ลงทัณฑ์ ผู้เป็นเป้าหมาย ครั้นเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่ ทวนน้ำเล่มนั้นปลดปล่อยออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่จำยอม ทว่าจู่ๆ ยามที่ทวนน้ำพุ่งเข้ามา ใกล้จะทำให้ตัวเขาเพลี่ยงพล้ำหญิงสาว



เสียง "เคร้ง"ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว



    ชายชราผู้หนึ่ง ที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมแสงจันทร์ ชั้นที่6 เขาสอดมือเข้ามาเสียดื้อๆ โบกสะบัดปัดฝ่ามือ การโจมตีของ ยี่ผิง ทิ้งไปอย่างง่ายดาย ประหนึ่งฝ่ามือที่ปัดเป่า การโจมตีปาหี่ ผู้คนรับรู้ได้ในทันที ผู้นั้น ขั้นพลังขั้นต่ำของเขาต้องอยู่อย่างน้อยๆ ขั้นเทพสวรรค์ เป็นแน่

 


     จู่ๆ น้ำเสียงชายชราก็ถูกส่งเข้ามา ภายในโสตประสาทของทุกผู้คนที่อยู่รอบบริเวณจนดังเด่นชัด กึกก้อง บางคนถึงกับมีเลือดไหลซึมออกมาจากใบหู "แม่นางน้อยเหตุใด ถึงลงมือเหี้ยมโหดเช่นนี้เล่า มันเป็นเพียงการประลองฝีมือไม่ใช่หรือ ข้านึกว่าเป็นการฆ่าแกงกันเสียอีก" ครั้นเมื่อชายชราเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น เขาก็ไม่ปรายตามอง ลงมาด้านล่างอีกต่อไป

 


      ยี่ผิง เมื่อวิชาของนางถูกทำลาย นางสูญเสียปราณพลัง ไปไม่น้อย ริมฝีปาก กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ สีหน้าซีดเผือดในทันใด เนื่องด้วยทักษะวิชาเชื่อมต่อกับ ปราณพลังบางส่วนของวิญญาณ ธาตุ จนสอดประสานกันเป็นหนึ่ง


ครั้นเมื่อทักษะวิชาถูกทำลาย ร่างจริงก็พลอยโดน  การโจมตีเข้าไปด้วยเช่นกัน ทว่าเมื่อนางพยายามจะยันร่างขึ้นมา เผยให้เห็นดวงหน้า เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดฝาด บ่งบอกตัวนางบาดเจ็บไม่น้อย

 


      กลุ่มคนดูก็ถึงกับหน้ามืดทะมึน ขณะที่เห็น หลานเอ๋อร์ ที่เดือดดาล บ้าคลั่งราวกับคนขาดสติ คำรามออกมาเสียงดังกู่ก้อง"นางแพศยา รนหาที่ตายนักนะ" ฉับพลันกระบี่ที่อยู่ในฝักก็ถูกเขาปาออกมาด้วยความขาดสติ หมายมั่นฆ่าสังหารหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า ไม่แม้จะรับรู้ว่านางบาดเจ็บหนัก กระบี่เล่มนั้นเต็มไปด้วยปราณพลังที่อัดแน่น แหวกอากาศ เสียงปัง!! ดังออกมาเป็นระลอกคลื่น

 


"คุณหนูหลบเร็วเข้า"กลุ่มผู้ติดตามของยี่ผิง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ใบหน้าซีดเผือดทันที ในยามนี้ใครจะช่วยคุณหนูของพวกเขาได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน