"ว่าเยี่ยงไรท่านพี่ ทำไมถึงยังอดทนขนาดนี้ เป็น้องคงผูกคอตายไปแล้ว จะทนทรมานตัวเองทำไมในเมื่ออยู่ไปก็ไม่มีใครสนใจเมตตาสงสาร" หลินเหมยซีคิดในใจผู้หญิงอะไรร้ายกาจเพียงนี้หน้าตาก็สะสวย แต่ทำไมใจคอโหดร้ายเยี่ยงนี้ ถึงแม้จะเป็พี่น้องต่างมารดาแต่ก็มีเืเนื้อเชื้อไขของบิดาครึ่งหนึ่งทำลงได้อย่างไร แต่ก็ว่าแหละไม่ว่าจะยุคสมัยไหนผู้หญิงก็คงมีนิสัยอิจฉาริษยากันทุกยุคทุกสมัย
หลินเหมยซีจ้องหน้านางแบบไม่ว่างตา หลินหลังผิงพรางเสียวสันหลังนึกคิดไปว่านางแปลกไปทำไมถึงได้กล้าสบตา โดยปกติจะก้มหน้าก้มตาไม่มีปากเสียงแต่นางวันนี้กลับผิดแปลกไปอย่างกับคนละคน พลันนั้นจินถังสาวใช้ข้างกายนางก็ได้ยินเสียงองค์รักษ์ข้างกายอ๋องเฟิงหรู่อี้แววมาแต่ไกล นั้นหมายถึงท่านอ๋องกำลังเดินมาทางนี้ จึงได้กระซิบบอกผู้เป็นายของตน หลินหลังผิงนึกได้เยี่ยงนั้นนางแสร้งกรี้ดร้องอ้อนวอน "ท่านพี่หญิงอย่าทำร้ายข้าเลย ข้ากลัวแล้ว ข้าเพียงแต่เข้ามาเพื่อจะเอายาให้ท่านบรรเทาความเ็ป อย่าทำข้าเลยท่านพี่หญิง"
หลินเหมยซีเห็นเช่นนั้นนางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าตัวการใหญ่ในการลงโทษนางกำลังมาทางนี้ หญิงผู้นี้ถึงได้กรี๊ดร้องแสดงเหมือนปลาถูกน้ำร้อนลวก นางยิ้มที่มุมปากนึกขันในใจ ก็แค่ผู้ชายต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ โธ่ถังเป็ขนาดนี้เชียวกะแค่ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกเสียหน่อย หลินเหมยซีคิดเช่นนั้นก็เพราะว่าที่ที่นางจากมาไม่เคยได้ตามง้อผู้ชายคนไหน ตรงข้ามมีแต่ผู้ขายไล่ตามนาง
ชายรูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลาย่างกรายเข้ามา หลินเหมยซีเห็นหน้าเค้าก็ไม่แปลกใจว่าทำไมนางถึงได้คลั่งเพียงนี้ ท่านอ๋องผู้นี้รูปร่างสูงโปร่งสะอาดสะอาดหล่อเหลา หน้าออกไปทางไอดอลที่สาวๆ หมายตา แต่อย่างว่าหล่อแค่ไหนนางเคยพบเจอมามาก
"หล่อแล้วไง หล่อแล้วทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แล้วดูสายตาดูแคลนนั้นสิ หึ" หลินเหมยซีคิดในใจพรางสายหน้าเบาๆ
"หลันผิงเ้าเป็อะไรเจ็บตรงไหน ใครบังอาจทำร้ายเ้า" ท่านอ๋องเข้ามาในห้องเห็นชายารองสุดที่รักนั่งล้มลงกับพื้นและแสดงอาการเจ็บเจียนตายถึงกับโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
"ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะ ท่านพี่หญิงนางมิได้ตั้งใจ ข้าแค่สะดุดล้มลงไปเอง อย่าได้ถือโทษโกรธนางเลย" หลินหลังผิงแสดงท่าทางอ่อนแอต่อหน้าชายที่นางรักและอยากแต่เพียงผู้เดียว หลินเหมยซีเห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ คนอะไรแสดงเก่งจริงแม่คุณ
ท่านอ๋องเห็นหลินเหมยซีหัวเราะก็ยิ่งเพิ่มทวีความโกรธ "เ้า!!!......นังผู้หญิงไร้ยางอายทำกับน้องสาวตัวเองแล้วยังหัวเราะเยาะได้อีก ที่อย่างนี้กลับปฏิเสธท่าเดียวว่ามิได้วางยาพิษนาง" หลินเหมยซีจ้องหน้าชายตรงหน้าแล้วสายหน้าถอนหายใจเบาๆในความเขลา
"ท่านอ่อง ท่านก็ดูเหมือนคนที่มิได้โง่เขลาแต่เหตุอันใด กะอีแค่มารยาหญิงแค่นี้กลับคิดไม่ออกว่าอย่างไหนจริงอย่างไหนแสดงละคร"
อ๋องเฟิงหรู่อี้ทำท่าทางประหลาดใจั้แ่นางแต่งเข้าจวนมา แทบจะไม่มีปากเสียงหรือคำแก้ตัวใดๆ เหตุไฉนเพียงแค่คืนเดียวหลังถูกโปยถึงได้กลายเป็คนละคน
"บังอาจ เ้าว่าข้าโง่เขลาอย่างนั้นหรือ เ้าเป็ถึงพระชายาเอกกลับไม่รู้ว่าสุภาษิตสอนหญิง สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม เค้าต้องปฏิบัติกันเยี่ยงไร" อ๋องเฟิงหรู่อี้พูดต่อว่านางต่อหน้าคนรับใช้ในจวน
หลินเหมยซีได้ฟังแบบนั้นประกอบกับนิสัยไม่ยอมใครจึงได้ตอบกลับไปว่า "ที่ข้าพูดเยี่ยงนั้นมิมีอันใดผิดหากท่านไม่โง่เขลาก่อนจะกล่าวหาว่าข้าทำรายนาง ท่านมองสารรูปอย่างข้าจะมีแรงที่ไหนทำร้ายผู้ใดได้เล่า แม้แต่แรงจะลุกขึ้นก็ไม่มี ถึงแม้ว่าข้าจะไม่มีพยานและในจวนหลังนี้ มิได้มีคนของข้าหรือถ้ามีพวกเขาจะกล้าพูดได้เยี่ยงไรถ้าท่านฉลาดก็ลองพิจารณาดูเทอด" เชอะ!!!! คนบ้าอำนาจหน้าตาดีซะป่าวให้ผู้หญิงปั่นหัวได้ นางนึกในใจและคิดแต่จะหาวิธีพาตัวเองกลับไปในที่ที่จากมา
เมื่ออ๋องเฟิงหรู่อี้ได้ฟังจึงได้คิดคล้อยตาย หลินหลังผิงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดแทรกขึ้นมา "ท่านพี่ช่างเถอะ อย่าได้สืบเสาะหาอะไรเลย ข้าเวียนศีรษะ พิษในกายข้ายังขจัดออกไม่หมด จิงถังพาข้ากลับห้องที" อ๋องเฟิงหรู่อี้เห็นว่านางจะเป็ลมพับไปอีกจึงรีบอุ้มนางขึ้นมา และได้บอกกับองค์รักษ์ข้างกายให้ข้ารับใชชายาเอกมาพานางไปเนื่องจากอีกไม่กี่วันข้างหน้า กงกงจะมาที่จวน