ตอนที่190 ถึงเวลาลบชื่อองค์กรเคเอ
ซูเวยตั้งใจส่งข่าวนี้ให้กับผู้บัญชาการหยางของกองกำลังพิเศษประเทศซีด้วยเธออยากรู้ว่าเขาจะเข้าร่วมกวาดล้างองค์กรเคเอแบบเบ็ดเสร็จไปพร้อมกันด้วยหรือไม่หากเขาเป็นตัวแทนช่วยพูดคุยกับกองกำลังพิเศษนานาชาติที่อาจมีเอสเปอร์ประเทศอื่นเข้าร่วมกวาดล้างองค์กรชั่วร้ายด้วยกันมากขึ้นย่อมจะช่วยให้เธอไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
อีกประการหนึ่งคือเธอต้องการให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมกำจัดคนร้ายไปด้วยกันดีกว่าทำงานเพียงกลุ่มเดียวที่อาจทำให้เอสเปอร์ชั่วร้ายตัวเล็กตัวน้อยหนีรอดไปได้แล้วกลับมาสร้างปัญหาในภายหลังเธอต้องการกวาดล้างเสี้ยนหนามให้หมดสิ้นไปอย่างแท้จริง
เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาผู้บัญชาการหยางโดยตรงพอเขารับสายของเธอแล้วเธอถามความคิดเห็นของเขาก่อนบอกรายละเอียดทั้งหมดที่เธอรับรู้มาจากสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายว่า
“เจ้านายคะหากฉันมีข้อมูลฐานปฏิบัติการลับขององค์กรเคเอที่กระจายตัวอยู่ในสถานที่สำคัญหลายแห่งของโลกเจ้านายต้องการกวาดล้างพวกมันให้หมดสิ้นไปทันทีไหมคะ?”
หยางเฟยเจินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเขาคิดแค่ว่าซูเวยไปร่วมรบแล้วพบปัญหาในการทำงานจึงต้องการโทรหาเขาเพื่อขอกลับบ้านเขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับข้อมูลสำคัญจากซูเวยเช่นนี้ ทำให้เขาถามกลับคืนด้วยความแปลกใจว่า
“ข้อมูลจากแหล่งข่าวของซูเวยเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนลองบอกสถานที่ดังกล่าวมาก่อนสิ ผมจะให้คนตรวจสอบก่อนหากมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นฐานปฏิบัติการลับของพวกมันจริงผมจะประสานกับทางกองกำลังพิเศษนานาชาติเอง เราอาจต้องทำงานเป็นทีมใหญ่”
หยางเฟยเจินต้องการรับรู้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบหาความถูกต้องแม่นยำก่อนเนื่องจากเขาไม่สามารถเชื่อถือซูเวยได้ในทันทีทันใดส่วนหนึ่งคือเธอเป็นเด็กหญิงตัวเล็กที่ถึงแม้จะเก่งกาจในทักษะต่อสู้หรือทักษะอื่นของเอสเปอร์ทว่าแหล่งข้อมูลและความถูกต้องมีความสำคัญมากกว่าดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ
ซูเวยเข้าใจความกังวลของเขาเป็นอย่างดีจึงพูดอธิบายถึงแต่ละสถานที่ให้เขาฟังอย่างใจเย็นว่า “สถานที่ที่เป็นฐานปฏิบัติการลับให้ตรวจสอบด้วยวิธีพิเศษนะคะเพราะพวกมันปิดบังอำพรางการตรวจสอบของดาวเทียมได้เป็นอย่างดีฉันเชื่อว่าแหล่งข้อมูลที่ได้มามีความแม่นยำมากพอสมควร”
“ฐานปฏิบัติการลับหลักๆมี 5 แห่ง ประกอบด้วย หนึ่งฐานลับใต้ทะเลลึกมีฐานลับที่ถูกสร้างอย่างทันสมัยใกล้กับสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งของโลกนั่นแหละค่ะเวลานี้พวกมันกำลังสำรวจสมบัติใต้ท้องทะเล ทั้งซากเรืออับปาง แท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแท่นขุดเจาะแร่สำคัญใต้ท้องทะเลลึก”
“สองฐานปฏิบัติการลับในประเทศเอ็นพีอยู่บนเทือกเขาที่หนาวเย็นและสูงที่สุดของโลกเป็นพื้นที่ที่น้อยคนนักจะเดินทางไปถึงได้ ยกเว้นเดินทางด้วยวิธีพิเศษพวกมันกำลังทดลองอาวุธชีวภาพโดยเฉพาะเชื้อโรคที่จะกลายเป็นโรคระบาดในอนาคตของมนุษย์”
“สามฐานลับในประเทศเอ็มในรัฐที่หนาวเย็นที่สุดเป็นฐานลับที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อคิดค้นอาวุธปืนเลเซอร์และอาวุธทันสมัยล้ำยุค”
“สี่ฐานลับในประเทศเกาะทางตอนเหนือของโลกพื้นที่ที่หนาวเย็นสุดขั้ว เป็นสถานที่ที่หลบซ่อนตัวของอาชญากรสำคัญทั้งหลายและเป็นคลังอาวุธของพวกมันด้วย”
“และห้าฐานลับในเทือกเขาแถบทะเลทรายที่อยู่ชายแดนระหว่างสามประเทศเป็นสถานที่ทดลองสารกลายพันธุ์และผลิตอากาศยานสำคัญของพวกองค์กรเคเอ”
“ส่วนฐานเล็กๆที่เป็นฐานสาขารองฉันส่งเข้าอีเมลของเจ้านายแล้วนะคะ ลองให้คนตรวจสอบดู หากพบว่าถูกต้องจะได้กวาดล้างพวกมันให้หมดสิ้นไปคราวเดียวค่ะ”
ซูเวยพูดยาวรวดเดียวทั้งฐานหลัก5 แห่ง ซึ่งขณะที่พูดรายงานเจ้านายผ่านสปีกโฟนเธอก็พิมพ์พิกัดของฐานปฏิบัติการรองที่กระจายอยู่ในเมืองเล็กใหญ่ของหลายประเทศข้อมูลยาวเหยียดที่เธอพิมพ์มีมากถึงสองร้อยกว่าแห่งบ่งชี้ว่าองค์กรนี้แทรกซึมอยู่ครอบคลุมทั่วโลกและทรงอิทธิพลเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามหากจะกำจัดองค์กรชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปก็จะต้องกำจัดครั้งเดียวและทำแบบปิดประตูตีแมวไม่เปิดโอกาสให้พวกมันหนีรอดออกมาได้ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน
หยางเฟยเจินรับฟังสถานที่จากซูเวยแล้วเขาส่งต่อข้อมูลให้ลูกน้องรีบทำการตรวจสอบทันที โดยแบ่งทีมตรวจสอบออกเป็น 6 คนคนแรกรับผิดชอบตรวจสอบฐานหลักทั้งห้าแห่งที่ซูเวยแจ้งมาส่วนอีกห้าคนที่เหลือรับผิดชอบตรวจสอบพิกัดฐานรองให้ครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก
เขาจะยังไม่สอบถามซูเวยว่าได้ข้อมูลเหล่านี้มาอย่างไรเพราะเรื่องเร่งด่วนและสำคัญมากกว่าคือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนตัดสินใจใดๆลงไป
..........
เมื่อซูเวยวางสายจากเจ้านายแล้วเธอบินไปหาสถานที่สงบเพื่อฝึกตนรอเวลากลางคืนและรอคอยที่จะได้พบกับเฮเลนอย่างมีความหวังโดยปล่อยให้เรื่องการตรวจสอบดำเนินต่อไปตามบริบทเอง
หลังจากหยางเฟยเจินวางสายจากซูเวยเขากำลังนั่งรอฟังผลอยู่ในห้องประชุมที่เขาเรียกลูกน้องมาทำงานเฉพาะนี้อย่างเร่งด่วนเวลานี้มีเอสเปอร์ของกองกำลังพิเศษที่เหลืออยู่มารวมตัวกันเพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลอย่างขะมักเขม้น
ทันใดนั้นหวังเหอผิงหัวหน้าของซูเวย เขาเป็นเอสเปอร์มือกลที่เก่งกาจด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เขารายงานเจ้านายเกี่ยวกับข้อมูลที่กำลังตรวจสอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีว่า
“รายงาน! เจ้านายครับ!พิกัดที่หนึ่งที่อยู่ใต้ท้องทะเลแถวสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาตรวจสอบด้วยวิธีพิเศษมีความเป็นไปได้มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
“ว้าว! เจ้านายครับ!พิกัดที่สองที่อยู่เทือกเขาหิมาลัย เขตชายแดนทางฝั่งประเทศเอ็นพีมีความเป็นไปได้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
“เจ้านายครับ! ฐานลับทางตอนเหนือของประเทศเอ็มประเทศเกาะทางตอนเหนือของโลก และเทือกเขาแถบทะเลทรายที่อยู่ชายแดนระหว่างสามประเทศมีความเป็นไปได้แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ครับ”
หวังเหอผิงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นยินดีเขาไม่คาดคิดว่าจู่ๆวันหนึ่งจะมีข้อมูลเชิงลึกให้เขาตรวจสอบแหล่งที่ตั้งขององค์กรชั่วร้ายพอตรวจสอบด้วยวิธีพิเศษจากมุมมองไม่ปกติของดาวเทียม เขาพบว่าโปรแกรมที่เขาใช้ตรวจหาเส้นทางการเดินทางของผู้คนมีความเป็นไปได้ที่สถานที่ดังกล่าวจะมีคนเข้าถึงได้ด้วยวิธีการเฉพาะทำให้เขารู้สึกยินดีที่จะได้กวาดล้างพวกคนชั่วร้ายเสียที
ปรากฏว่ามีเสียงรายงานพร้อมเอกสารจากทีมคนอื่นๆที่เริ่มทยอยพิมพ์ส่งหยางเฟยเจินอย่างกระตือรือร้นทำให้หยางเฟยเจินหรี่ตามองเอกสารอย่างครุ่นคิดเขาแปลกใจที่ซูเวยล่วงรู้ข้อมูลสำคัญนี้ได้อย่างละเอียดชัดเจนจนน่าประหลาดใจ
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขามีงานด่วนที่จะต้องประสานกับหัวหน้ากองกำลังพิเศษนานาชาติทันทีซึ่งคนที่รับสายและกำลังพูดคุยอยู่กับเขาคือคานส์ เอสเปอร์เหยี่ยวที่ไม่ได้มีแค่ทักษะเดียวแต่เป็นเอสเปอร์ไตรทักษ์ที่มีถึงสามทักษะในคนเดียว นั่นคือ สายตากว้างไกล จัมเปอร์และเปลวเพลิง
เมื่อเขารับสายจากหยางเฟยเจินที่อธิบายกับเขาคร่าวๆพร้อมกับส่งพิกัดที่อยู่ของฐานปฏิบัติการลับทั้งหลักและรองขององค์กรเคเอให้กับเขาทางอีเมลเขารับฟังหยางเฟยเจินด้วยความรู้สึกประหลาดใจว่า
“ผู้บัญชาการคานส์ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องกวาดล้างองค์กรเคเออย่างจริงจังเสียทีพวกเราต้องบุกทำลายพวกมันให้สิ้นซากผมส่งพิกัดที่อยู่ฐานหลักและฐานรองของพวกมันให้คุณทางอีเมลไปแล้วลองเปิดดูแล้วคิดดูว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี?”
หยางเฟยเจินโยนไม้ต่อให้กับคานส์โดยตรงเขาต้องการรู้เช่นกันว่าคานส์จะตัดสินใจสั่งการกับกองกำลังพิเศษทั่วโลกอย่างไร
คานส์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้ยินมาจากหยางเฟยเจินทำให้เขาต้องสงวนท่าทีก่อนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลถึงแม้หยางเฟยเจินจะรับรองด้วยตัวเอง ทว่ากฎบางอย่างไม่อาจฝ่าฝืนได้โดยเฉพาะการระดมเอสเปอร์และทหารฝีมือดีทั่วโลก เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างถ้วนถี่
เขาตอบรับคำถามของหยางเฟยเจินอย่างเคร่งเครียดว่า“ผมขอเวลาตรวจสอบสักครู่ หากคุณคิดว่าข้อมูลนั้นเชื่อถือได้จริงก็สั่งการเตรียมคนของคุณไว้ให้เรียบร้อยเลยละกันทางผมสามารถประสานรวมพลทั่วโลกได้ภายในสองชั่วโมง แค่นี้ก่อนนะ ผมจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อน”
คานส์วางสายจากหยางเฟยเจินทันทีเขาส่งเสียงเรียกลูกน้องที่ประจำอยู่กองบัญชาการกลางให้ช่วยกันตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับมาทางอีเมล
……….
สิบห้านาทีต่อมา
ลูกน้องของคาสน์รายงานเขาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีว่า“รายงานครับผม! ข้อมูลที่ได้มามีความถูกต้องใกล้เคียงกันอยู่ที่
เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับผม”
ลูกน้องอีกหลายคนของเขาที่ทยอยตรวจสอบฐานรองเสร็จสิ้นพลันส่งเสียงรายงานเขากันถ้วนหน้าว่า
“พิกัดในแถบประเทศทวีปเอเชียถูกต้องครับผม”
“พิกัดในแถบประเทศทวีปแอฟริกาถูกต้องครับผม”
“พิกัดในแถบประเทศทวีปอเมริกาเหนือและใต้ถูกต้องครับผม”
“พิกัดในแถบประเทศทวีปแอนด์ตาร์กติกและออสเตรเลียถูกต้องครับผม”
“พิกัดในแถบประเทศทวีปยุโรปถูกต้องครับผม”
คานส์ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นและพึงพอใจเขาไม่คาดคิดว่ากองกำลังพิเศษประเทศซีจะมีแหล่งข้อมูลที่เก่งกาจจนสามารถค้นหาฐานปฏิบัติการลับขององค์กรเคเอได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
ในขณะที่หลายประเทศกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อตามหาฐานปฏิบัติการลับของพวกมันเพราะพวกมันล้วนแต่ก่อความเดือดร้อนให้กับผู้คนและรัฐบาลในทุกประเทศ
เมื่อคานส์เห็นว่าข้อมูลถูกต้องตามจริงเขาแจ้งตอบกลับไปที่หยางเฟยเจินก่อนพร้อมกล่าวขอบคุณจากนั้นส่งสัญญาณเฉพาะแจ้งไปถึงกองกำลังพิเศษทุกประเทศทั่วโลกในทันที
“ฮาๆถึงเวลาลบชื่อองค์กรเคเอออกจากความทรงจำของผู้คนได้แล้ว”คานส์หัวเราะอย่างมีความสุข
เขาสั่งการให้เอสเปอร์ที่เหลืออยู่ในกองบัญชาการกลางที่เก่งกาจให้เร่งรุดออกไปช่วยเหลือทัพหน้าเพื่อปิดศึกสงครามในชายแดนประเทศอาร์ให้จบสิ้นโดยเร็วเนื่องจากมีงานใหญ่งานช้างรออยู่ข้างหน้าเป็นการกวาดล้างองค์กรเคเอให้หมดสิ้นไปจากโลกนี้
..........
ทางด้านหัวอี้เฟิงที่บุกเข้ามาถึงกลางเมืองเวเนียแล้วเขาสามารถสังหารนักรบกลายพันธุ์ได้มากถึงหนึ่งร้อยกว่าคนทว่าเขาแปลกใจที่ไม่เห็นเอสเปอร์สักคนในเส้นทางที่ผ่านมาทำให้เขากระตือรือร้นที่จะตามหาเอสเปอร์เพื่อประลองฝีมือและความแข็งแกร่งของตัวเองดูบ้าง
อย่างไรก็ตามบรรดาเอสเปอร์ทั้งหลายต่างมุ่งหน้าไปรวมตัวกันเพื่อเปิดเส้นทางหลบหนีทางด้านจุดชายแดนที่เป็นหน้าผาสูงชันของเทือกเขาคาร์เพเทียนซึ่งเวลานี้เอสเปอร์ของประเทศวายกำลังต่อสู้กับเอสเปอร์กลายพันธุ์ขององค์กรเคเอ
หัวอี้เฟิงตัดสินใจบินขึ้นบนท้องฟ้าเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ภาพรวมทั้งหมดเนื่องจากเขาตรวจสอบภายในเมืองเวเนียและพบนักรบกลายพันธุ์หลงเหลืออยู่ไม่กี่สิบคนซึ่งเขาคิดว่าทีมที่มาด้วยกันจากประเทศซีน่าจะจัดการได้ไม่ยากเย็นเกินไปจึงต้องการไปดูในจุดที่มีเอสเปอร์รวมตัวกันอยู่มากที่สุด
ในที่สุดหัวอี้เฟิงบินมาถึงจุดชายแดนเทือกเขาคาร์เพเทียนซึ่งกำลังครุกรุ่นไปด้วยเสียงต่อสู้และอาวุธนานาชนิดเขาเหลือบมองเห็นการต่อสู้ของบรรดาเอสเปอร์นับร้อยคนจากทั้งสองฟากฝั่งทำให้เขาเหินตัวลงจอดพร้อมกับเข้าต่อสู้ช่วยเหลือเอสเปอร์ฝ่ายเดียวกันซึ่งเขาสังเกตได้ไม่ยากเกินไป
นั่นเป็นเพราะว่าฝ่ายตรงข้ามสวมชุดสีดำทั้งหมดซึ่งแตกต่างจากเอสเปอร์ที่มาจากหลายประเทศและมีสีสันของเครื่องแบบที่แตกต่างกันรวมทั้งลักษณะเฉพาะของกลุ่มชุดดำที่ต้องเผาทำลายทำให้เขาไม่กังวลว่าจะสังหารผิดตัว
หัวอี้เฟิงปล่อยไฟพลังปราณพุ่งเข้าเผาสังหารเอสเปอร์วารีพิฆาตคนหนึ่งซึ่งเอสเปอร์วารีพิฆาตคนนั้นคิดว่าหัวอี้เฟิงจะพ่ายแพ้มันอย่างแน่นอนมันจึงแสดงท่าทางยิ้มเยาะให้กับหัวอี้เฟิงโดยตรง
ฉับพลันเหตุการณ์พลิกผันทันใดเพราะหัวอี้เฟิงยังอยู่ปกติดีแตกต่างจากพลังน้ำที่หวังจะใช้ดับไฟพลังปราณเพราะไม่สามารถต่อกรกับไฟพลังปราณของหัวอี้เฟิงได้เลยแม้แต่น้อย
“บัดซบ!เอสเปอร์เปลวเพลิงคนนี้ช่างแข็งแกร่งนัก” เอสเปอร์วารีพิฆาตสบถด้วยความโมโหมันกำลังจะวิ่งหนีหัวอี้เฟิง
อนิจจา!!!มันไม่สามารถรอดพ้นจากไฟพลังปราณของหัวอี้เฟิงได้เลยทำให้ร่างของมันถูกเผากลายเป็นเถ้าในชั่วพริบตา
หัวอี้เฟิงตาโตเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นเขารู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเอสเปอร์คนนี้มากทำให้เขาเริ่มมองหาเอสเปอร์คนอื่นเพื่อสังหารและช่วยเหลือฝ่ายเดียวกันที่เห็นว่ากำลังจะเพลี่ยงพล้ำ
เหตุการณ์ของหัวอี้เฟิงที่พุ่งตัวไปช่วยฝ่ายเดียวกันและสังหารเอสเปอร์หลากหลายชนิดเป็นไปอย่างรวดเร็วทำให้เอสเปอร์ฝ่ายเดียวกันหลายคนพูดคุยกันด้วยความประหลาดใจระหว่างที่พักหายเหนื่อยหลังจากที่หัวอี้เฟิงพุ่งตัวเข้ามาช่วยเหลือว่า
“เฮ้! มินฮยอกนายก็เป็นเอสเปอร์เปลวเพลิงเหมือนกันไม่ใช่หรือ?ทำไมเปลวเพลิงของนายถึงแพ้เหมันต์พิฆาตไปได้
ละ?”
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเขาน่าจะเป็นเอสเปอร์เปลวเพลิงเหมือนกับผมนะแต่ทำไมเปลวเพลิงของเขาทรงพลังมากกว่าผมจนเอาชนะเหมันต์พิฆาตไปได้ก็ไม่รู้”มินฮยอกตอบกลับเพื่อนด้วยความงุนงงเช่นกัน
“เปลวเพลิงของเขาดูแปลกๆไม่เหมือนเปลวเพลิงของมินฮยอกหรือเอสเปอร์เปลวเพลิงคนอื่นเลยมันดูทรงพลังและสามารถต่อสู้กับเอสเปอร์ได้หลายทักษะเลย น่าทึ่งมาก”
“โชคดีแล้วละที่มีเขามาช่วยไม่งั้นพวกเราคงเหนื่อยตายกว่าจะเผาเอสเปอร์ผีดิบพวกนี้ได้สักคน”
“ใช่ๆ ดีแล้วตอนนี้ผมหายเหนื่อยละ ผมไปช่วยเขาก่อนนะเห็นผู้บัญชาการกลางบอกว่ามีงานใหญ่ที่พวกเราต้องรีบกลับไปรวมพลกัน”
“ตกลง! งั้นพวกเราทุ่มพลังเผาพวกผีดิบให้มันตายหมดสิ้นไปเร็วเข้า!”