“พี่การะเกดพร้อมไปกันยังจ๊ะ ฉันพร้อมแล้ว”กานพลูเดินมาถามพี่สาวหลังของเธอสะพายด้วตะกร้าสาน ในตะกร้าของเธอมีหมวกหนึ่งใบเตรียมไว้ใส่ระหว่างเดินทางและมีเคียวสำหรับเกี่ยวข้าว นอกจากนั้นยังมีผ้าห่มผืนนบางแต่ให้ความอบอุ่นได้อย่างดี เป็ผ้าห่มที่พี่สาวคนโตให้มานอกจากผ้าห่มก็ยังมีหมอนใบเล็กหนึ่งใบด้วยความที่บ้านคุณตาคุณยายแสนจนไม่มีพวกผ้าห่มเพื่อพวกเธอหรอก ขอให้พวกเธอไปช่วยแล้วก็ไม่เคยเตรียมของพวกนี้ให้เลย ของพวกนี้ที่บ้านของการะเกดมีหลายผืนด้วยชั้นบนของร้านอาหารของเธอนอกจากห้องทำงานแล้วยังมีห้องพักถึงห้าห้องสำหรับเธอและเพื่อนสองห้องอีกสามห้องสำหรับลูกน้องให้นอนห้องละสี่คน ก็มีคนที่นอนตลอดและมีคนไปๆมาๆนอนบ้างทำให้เธอต้องซื้อผ้าห่มหมอนของใช้ต่างๆไว้เยอะมากถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของขนาดเล็กของร้านในห้องนั้งมีทั้งสบู่ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสระผม ครีม แป้ง ผ้าอนามัย และอีกหลายอย่างที่เธอซื้อบ้าง เพื่อนเธอซื้อบ้างหรือลูกน้องซื้อมาบ้าง การะเกดสามารถนำออกมาใส่ได้ ไม่ว่าจะเป็ของที่ร้านหรือของที่บ้านในโลกนั้นของเธอ
ในตะกร้าของการะเกดนอกจากของพวกนั้นแล้วยังมีอาหารที่ทำไว้ทานด้วย ส่วนแก้วใสในมือของเธอมีเคียวด้ามยาวเพิ่มมีอีกหนึ่งอันสำหรับใช้ถางหญ้าตามทางเดิน
“รอพี่เดี๋ยว พี่ของขึ้นไปเอาธนูก่อน”การะเกดเดินขึ้นบันไดบ้านนำธนูมาสะพายบ่า
“ไปพี่พร้อมแล้ว”การะเกดเดินตามแก้วใสน้องสาวไปตามทางเดิน การจะไปหมู่บ้านที่ตายายอาศัยอยู่ต้องเดินผ่านป่าไปก่อนจะเจอถนนดินเพื่อเดินเข้าหมู่บ้าน พวกเธอออกจากบ้านั้แ่ท้องฟ้ายังไม่สว่างเดินจนพระอาทิตย์ขึ้นตรงหัวแล้ว
“พี่ว่าเราพักทานข้าวหน่อยเถอะ นี้ก็เที่ยงแล้ว”การะเกดหาที่นั่งใต้ต้นไม่ในป่า ก่อนนั่งเธอนำไม้ยาวๆที่หาได้แถวนี้ออกมาตีตามโพ่งป่าดูก่อนแล้วว่ามีสัตว์มีพิษหลบซ่อนอยู่ไหม เห็นว่าไม่มีการะเกดกับน้องๆก็นั่งพักดื่มน้ำในขวดของแต่ละคน
“พี่ทำข้าวปั้นมากินตอนเที่ยว เราต้องเดินทางไกลจะใส่กล่องก็ยุ่งอยากเธอเลยทำเป็ข้าวปั้นห่อใบตอง กินเสร็จก็โยนใบตองทิ้งได้เลย”การะเกดอธิบายให้น้องๆฟังก่อนจะส่งข้าวปั้นให้น้องๆคนละห่อ หนึ่งห่อมีข้าวปั้นสี่ลูก
“ข้าวปั้นอะไรคะอร่อยมากเลย”กานพลูที่กินข้าวปั้นหมดไปหนึ่งก้อนถามพี่สาว
“ข้าวปั้นน้ำพริกปลาจ๊ะ พี่ใช้เนื้อปลามีคลุกน้ำผริกก่อนจะนำมาผสมกับข้าวและปั้นเป็ก้อนๆอร่อยก็ทานให้หมด”การะเกดตอบคำถามน้องสาวคนเล็ก
“ข้าวปั้นที่พี่ทำอร่อยถูกปากเราไหมแก้วใส”การะเกดถามน้องสาวคนรองที่ทานข้าวเงียบๆไม่พูดคุยกับใคร
“อร่อยจ๊ะ พี่การะเกดเข้าใจคิดมากต่อไปถ้าเราเข้าป่าหรือมีงานในไร่ทำแบบนี้ก็ดีนะจ๊ะไม่เสียเวลาทั้งอร่อยและอิ่มท้องประหยัดอาหารไปด้วย”แก้วใสที่กินข้าวไปก็ยังคิดที่จะประหยัดอาหารไปด้วย ทำไงได้พวกเธอมีกันแค่สามคนพี่น้องอะไรที่ประหยัดได้ก็ควรประหยัดไว้ก่อน
หลังทานข้าวกันจนอิ่มแล้วการะเกดและน้องๆก็เลือกที่จะรีบเดินทางกันต่อ ด้วยกลัวว่าจะไปถึงบ้านคุณตาคุณยายค่ำ การเดินป่าในเวลาค่ำมืดไม่ใช่สิ่งที่ดี พอตกค่ำสัตว์ป่าจะออกมาหาอาหารกินซึ้งเป็อันตรายมาก พวกเธอสามพี่น้องต่างรีบเดินอย่างไม่หยุดพักเหนื่อย
“พี่การะเกด เห็นถนนทางเข้าหมู่บ้านแล้วจ๊ะ”แก้วใสบอกพี่สาวด้วยความดีใจ ถึงพวกเธอและครอบครัวตอนที่พ่อกับแม่อยู่ก็พาพวกเธอเดินทางมาช่วยบ้านคุณตาคุณยายเสมอ แม้พวกท่านและป้าๆลุงๆน้าๆจะไม่เคยไปช่วยพวกเธอเลยก็ตาม
“อื่อ พี่เห็นแล้ว แก้วใสกานพลูปีนี้จะเป็พี่สุดท้ายที่พวกเราจะมาช่วยเกี่ยวข้าวให้บ้าตายายนะ พี่ไม่อยากให้พวกเราที่เป็ทั้งเด็กและผู้หญิงเดินเป็วันๆ ผ่านอันตรายในป่าเพื่อมาช่วยคนที่ไม่เคยคิดจะมาช่วยเหลือพวกเราเลยอย่างตายาลุงๆน้าๆพวกนั้น คุณแม่ท่านก็เสียไปแล้วความกตัญญูของท่านก็หายไปกับคุณแม่แล้ว พวกเราเป็แค่เด็กผู้หญิงไม่มีแรงกำลังที่จะมาช่วยแล้ว”การะเกดบอกสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอดทาง
“ฉันก็คิดแบบนั้น แต่พวกคุณตาคุณยายจะยอมหรือจ๊ะหากเราไม่มาช่วย”แก้วใสถามอย่างกังวล
“ก็ไม่เห็นเป็ไร ถ้าพวกเขาอยากให้เรามาช่วย พวกเราก็ต้องมาช่วยที่นาของเราเช่นกัน และต้องเดินทางมารับพวกเราจากหมู่บ้านของเรามาหมู่บ้านพวกเขาทั้งขาไปและขากลับ อาหารก็ต้องทำให้เราด้วยไม่ใช่ใช้พวกเราทำงานแต่ไม่มีอาหารให้พวกเรา”การะเกดบอกน้องๆทั้งสอง ก่อนจะพากันเดินเข้าหมู่บ้าน พวกเธอมาถึงหมู่บ้านท้องฟ้าก็มืดแล้ว
“คุณตาคุณยาย พวกเรามาถึงแล้วคะ”การะเกดะโเรียกคนในบ้าน สักพักก็มีคนออกมาเปิด
“ทำไมมาถึงค่ำมืดแบบนี้ก็อื่นเขาเข้านอนกันหมดแล้ว” คุณป้าสะใภ้ใหญ่ภรรยาลุงใหญ่พอเห็นหน้าพวกเราก็ทำสีหน้าและน้ำเสียงไม่มีใส่พวกเราที่เดินทางมาอย่างเหนื่อยเพื่อจะมาช่วยงาน