ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุและสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังกลางลานกว้าง
นายกองซูหลางยืนประจันหน้ากับฝูงชน สวมเกราะทหารสีเข้ม สายตาแน่วแน่ดั่งเหล็กกล้า รอยแผลเป็บนหัวคิ้วยิ่งทำให้ใบหน้าคมดุดันน่าเกรงขามยิ่งกว่าเก่า
"ทุกคนฟังให้ดี!" เขากล่าวเสียงหนักแน่น "ชายสามคนนี้ใช้อำนาจข่มเหงรังแกผู้อื่น ซ้ำยังข่มขู่มิให้ผู้เดือดร้อนกล้าเปิดปากกล่าวโทษ ซ้ำเติมพี่น้องร่วมแคว้นเดียวกันด้วยใจโเี้ ไร้คุณธรรม"
เขาหยุดไปชั่วครู่ แล้วกล่าวต่อ
"เมื่อวานข้ากับทหารสามนายอยู่ในเหตุการณ์และเห็นพวกเขาก่อเื่ด้วยตา หากปล่อยไว้ก็จะกลายเป็เยี่ยงอย่างให้ผู้คนเหิมเกริม บ้านเมืองใดย่อมอยู่มิได้หากไร้กฎระเบียบ!"
ไป๋เยี่ยนหรูน้ำตาคลอ นางหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยว่าหากคนกลุ่มนี้ถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อใด ก็จะย้อนกลับมาทำร้ายนางกับอู่หลิงเยว่อีก หากพวกเขาถูกลงโทษหนักๆ เสียบ้างก็อาจพอจะทำให้หลาบจำและไม่คิดจะก่อเื่อีก
“นายกองซู! เมื่อวานท่านกล่าวว่าจะรอให้ท่านแม่ทัพเซี่ยกลับมาตัดสินโทษพวกเรามิใช่หรือขอรับ ตอนนี้เขายังไม่กลับมา ท่านต้องส่งตัวเราไปคุมขังเอาไว้อย่างเดิม จะทำโทษพวกเราไม่ได้!” หนึ่งในคนร้ายที่ดวงตายังแดงก่ำอยู่พยายามขัดขืน
ซูหลางแสยะยิ้ม ขณะที่ทหารลากชายทั้งสามมานอนคว่ำกลางลาน ใช้ท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ขึ้นสูงเหนือศีรษะ
“เขากลับมาแล้ว และโทษของพวกเ้าก็เป็คำสั่งจากท่านแม่ทัพ!” ซูหลางกล่าวจบก็ตวัดมือลงคราวหนึ่ง
เพี๊ยะ! เสียงโบยฟาดลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าดังเสียดหู ลำตัวของชายผู้ถูกลงทัณฑ์สั่นสะท้านในจังหวะเดียวกับลมหายใจหนักๆ ของฝูงชน
"โทษตามกฎทัพ โบยห้าสิบ!" เสียงซูหลางดังก้อง ทุกคนในลานเงียบงัน
เสียงหวดไม้กับเสียงร้องโหยหวนดังต่อเนื่อง แรงไม้แต่ละครั้งดั่งกระแทกลงบนหัวใจผู้ชม ทุกคนยืนนิ่งงัน บางคนหลบตา บ้างเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ไม่มีใครเอ่ยแย้งหรือขัดขืน
อู่หลิงเยว่มองภาพอันน่าหวาดหวั่นนั้นเงียบๆ ดวงตาคู่งามเยือกเย็นไม่ได้เบือนหนีแม้แต่น้อย แม้นในใจจะรู้สึกหน่วงหนักก็ต้องเข้มแข็งไว้
นางเข้าใจดี ชาวบ้านกำลังหิวโหยและสิ้นหวัง พวกเขาสามารถทำเื่ร้ายแรงได้ในชั่วพริบตาและนั่นจะทำให้สถานการณ์ในหมู่บ้านหานเฉิงควบคุมได้ยาก
หากทหารปล่อยให้ผู้คนไร้ระเบียบและไม่แสดงความเด็ดขาดข่มขวัญไว้บ้าง บางทีพวกเขาอาจจะไม่ต้องรอให้คนแคว้นหลัวซานมาพบก็ต้องฆ่าฟันกันเองไปก่อนแล้ว
เสียงโบยสุดท้ายเงียบลง ชายทั้งสามสิ้นสติจมกองเื แต่ก็ยังถูกหามกลับไปยังเรือนคุมขังไม่ได้ปล่อยให้เป็อิสระ นางได้ยินเสียงไป๋เยี่ยนหรูถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอกพร้อมกับทำปากขมุบขมิบคล้ายกำลังขอบคุณ์เบื้องบน
อู่หลิงเยว่คิดว่าเื่คงจบลงเพียงเท่านั้นแล้ว ทว่ากลางลานยังมีร่างหนึ่งคุกเข่าอยู่
ชายผู้นั้นรูปร่างผอมบาง ผิวคล้ำดำกร้าน ร่างกายสั่นเทา ใบหน้าตอบซีดเผือด ดวงตาปูดโปนโตเกินธรรมชาติ แลดูแปลกแยกและชวนขนลุกอยู่ในที
นายกองซูหลางก้าวขึ้นมาข้างหน้าอีกก้าว
“คนผู้นี้ แอบอ้างตนเป็หมอ ใช้คำลวงหลอกให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าตนสามารถรักษาโรคได้ โดยบังคับเอาเงินหรืออาหารจากผู้ที่แทบไม่มีเหลือแม้แต่เมล็ดข้าวหรือเหรียญทองแดงสุดท้าย”
เสียงฮือฮาเล็ก ๆ ดังจากชาวบ้านหลายคน บางคนเริ่มจำเขาได้ บางคนเม้มปากแน่นราวกับอดีตความสูญเสียย้อนกลับมาในใจ
“ไม่นะ! คนผู้นี้เป็หมอจริงๆ ข้าเคยเห็นเขาเสกไฟจากมือ แล้วยังทำให้ควันลอยจากหม้อน้ำโดยไม่มีฟืนได้อีกด้วย!” สตรีสูงวัยนางหนึ่งลุกขึ้นคัดค้าน
“แบบนั้นเรียกว่าหมอเมื่อใดกัน! เขาเป็พวกหมอผีนอกรีตต่างหากเล่า!! พ่อมดหมอผีเช่นนี้สมควรถูกกำจัด!” หลายเสียงะโตอบโต้และเริ่มถกเถียงกันเป็วงกว้าง
ซูหลางปล่อยให้ฝูงชนโต้เถียงกันต่อไปอีกพักใหญ่ ในใจนั้นรู้ดีว่าชายผู้นี้เป็นักเล่นกลที่พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองหลวง
“พอได้แล้ว!!” เขาตวาดพลางปรายตามองหญิงสูงวัยคนนั้น
“แล้วดวงไฟที่เขาจุดให้เ้าดู หรือควันที่ลอยออกมาจากหม้อมันช่วยชีวิตคนได้หรือไม่เล่า?” เขาถามเสียงต่ำ
หญิงชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก่อนจะตอบด้วยเสียงอันสั่นเทา “ยามนั้นเขาบอกว่าผู้ป่วยมาช้าเกินไป ชะตาชีวิตมิอาจกู้คืนได้แล้วเ้าค่ะ”
ซูหลางหัวเราะในลำคอก่อนจะก้าวออกมาอีกก้าวแล้วะโเสียงกึกก้องกลางลาน
“มีใครที่ได้รับการรักษาจากหมอปลอมผู้นี้ แล้วหายป่วยจริงบ้าง? จงออกมาให้ข้าเห็นหน้าชัด ๆ!”
เสียงเงียบงันบีบคั้นให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง ใบหน้าแต่ละคนมีทั้งความลังเล ความกลัว และบางคนแม้แต่จะหายใจก็ยังไม่กล้า
แต่ที่แน่ๆ ไม่มีผู้ใดก้าวออกมาเลยสักคน!! ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวซูหลาง แต่ดูเหมือนว่าผู้ป่วยทุกคนมาช้าเกินไปไม่อาจช่วยเหลือได้เหมือนกันทั้งหมด!
หญิงสูงวัยคนนั้นตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังกลับไปในที่ของตัวเอง
“ในยามศึก ไม่มีพื้นที่สำหรับการเสี่ยงเล่นกลกับชีวิตผู้อื่น! เขาให้สมุนไพรที่อ้างว่าเป็ยา ทว่ากลับทำให้ผู้คนล้มตายลงนับไม่ถ้วน”
ซูหลางหยุดมองชายผู้นั้น ดวงตาเขาคมยิ่งกว่าคมดาบ
“เข่นฆ่าคนด้วยเล่ห์กล นั่นยิ่งกว่าการฆ่าฟันในสนามรบเสียอีก ท่านแม่ทัพจึงมีคำสั่งลงมาให้ปะาชีวิตทันที!!”
ไม่มีเสียงขัดขืนของผู้ใดดังแทรกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่กลั้นแน่นในอกผู้คน
ฉัวะ! เสียงดาบเฉือนอากาศก้องชัด เืสีเข้มค่อย ๆ แผ่กระจายไปบนดินแห้ง
อู่หลิงเยว่เบิกตากว้าง เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ชายผู้นั้นไม่ทันได้ร้องสักคำ ร่างทั้งร่างก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้นแล้ว!!
นางยืนนิ่ง ใจเต้นแรง แม้จะเคยเห็นความตายมาหลายครั้งจากความทรงจำของร่างเดิม แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะเกิดขึ้นตรงหน้า เฉียบพลัน และเด็ดขาดราวฟ้าผ่า
"คำสั่งจากแม่ทัพเซี่ย.." นางอดรำพันออกมาไม่ได้ เซี่ยโม่เหวินผู้นั้นจะต้องเป็คนโเี้ เยือกเย็น และเด็ดขาดเพียงใดกันแน่?
……….
หลังจากเหตุการณ์ะเืขวัญในเช้าวันนั้น อู่หลิงเยว่จำต้องยอมรับกับไป๋เยี่ยนหรู ท่านยายหุยและซุนเหยาอย่างเปิดเผยว่านางก็เป็หนึ่งในผู้ที่ได้รับอาหารทิพย์จาก์ หญิงสาวยินยอมออกไปช่วยเก็บฟืนแต่ไม่ยอมย่างกรายไปที่ลานหน้าหมู่บ้านอีกเป็อันขาด!
“ข้าเชื่อว่า์จะให้พรพวกเราต่อไป ข้าจะไม่ไปรับอาหารที่โรงครัวอีกแล้วเ้าค่ะ”
“หากเ้ายังหวาดกลัวอยู่ก็ไม่ต้องไป แต่พวกเราที่เหลือยังต้องทำตัวให้เหมือนปกติ มิเช่นนั้นผู้อื่นจะสงสัยเอาได้ว่าเหตุใดพวกเราจึงไม่ออกไปรับเสบียงอาหาร” ซุนเหยาออกความเห็น
ไป๋เยี่ยนหรูพยักหน้า นางเป็บุตรีนายอำเภอ ได้เห็นการลงโทษอันโเี้ลักษณะนี้มาไม่น้อย จึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวนัก
“ข้าเป็คนเก่าแก่ของหมู่บ้าน หากข้าหายตัวไปบางทีอาจมีคนมาถามหา ข้าก็จะไปรับเสบียงอาหารตามปกติ”
อู่หลิงเยว่มองคนทั้งหมดด้วยความซาบซึ้งใจ นางได้รู้จักกับคนกลุ่มนี้เพียงไม่กี่วันพวกเขากลับใจดีกับนางอย่างเหลือเชื่อ
หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าประสานสายตากับผู้ใด ตอนนี้ในใจนางไม่คิดจะอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหานเฉิงอีกต่อไปแล้ว นางไม่ได้หวาดกลัวการลงโทษที่รุนแรงเมื่อวาน แต่เป็เพราะ…
นางไม่อาจวางใจระบบห้างสรรพสินค้าส่วนตัวของนางได้เลย!! หากเสี่ยวเป่าทำงานผิดพลาด แล้วส่งของแปลกๆ ออกมาจากอากาศต่อหน้าผู้อื่นนางต้องถูกมองว่าเป็พวกแม่มดนอกรีตเป็แน่!
และแน่นอนว่านางไม่อาจพาคนอื่นๆ หนีไปกับนางได้ เพราะยังไม่รู้ว่าหนทางเบื้องหน้ามีอะไรรออยู่ นางยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าจะหนีไปที่ใด!
ตกกลางคืน นางก็นำขนมปังชนิดเดิมกับผลไม้อีกสองอย่างแอบไปยัดใส่กระโจมให้กับไป๋เยี่ยนหรู ซุนเหยาและท่านยายหุยเหมือนเคย
ส่วนของซุนเหยานั้นนางยังได้เพิ่มถั่วลิสงต้มสุกกับแตงกวาอีกหลายลูกไว้ให้เด็กๆ เป็พิเศษ เพราะพวกเขาอายุยังน้อยสมควรได้รับอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต และนางเกรงว่าซุนเหยาจะไม่ยอมกินอะไรเลยเพื่อเก็บขนมปังไว้ให้ลูกของนาง