เด็กหนุ่มหน้าตามอมแมมสองคน เดินเคียงคู่มากับหญิงสาวชาวบ้านอีกคนหนึ่งก่อนกลืนหายเข้าไปในฝูงชนกลุ่มใหญ่เบื้องหน้าบริเวณประตูเมือง คนเหล่านี้กำลังแย่งชิงกันเพื่อยื่นเอกสารผ่านทางให้เ้าหน้าที่เพื่อให้ทันออกนอกเมืองใน่เช้ามิเช่นนั้นพวกเขาต้องมาทำเื่เช่นนี้ใหม่ในวันรุ่งขึ้น
ความไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยความแออัดยัดเยียด ประกอบกับเสียงที่ะโก้องโหวกเหวกไปมาเกิดเป็เื่ทะเลาะวิวาทอยู่ประปราย
เสียงตวาดของกองทหารรักษาเมืองดังขึ้นเป็ละลอก
“ ไสหัวไปซะ ! คนต่อไปมา “
“ ข้าก่อน ให้ข้าก่อน ลูกข้าไม่สบาย “
“ ไม่ ข้ามาั้แ่เช้าแล้ว เ้าจะมาแซงคิวทำไม “
……
……
“ท่านอา… ระวัง ! อ๊ะ “ เสียงของกู้เซียนเซียนดังขึ้นที่ด้านหลังของไป๋เลี่ยงหลินแข่งกับเสียงเซ็งแซ่รอบข้าง
นางตัวเล็กเพียงไม่ทันระวัง มือที่จับกันไว้กับเฝิงหรานก็ถูกดึงผละออกจากกันเสียแล้ว
เมื่อนางหลุดออกจากแถวด้านหน้าคนด้านหลังก็กรูกันเบียดแทรกเข้าไปแทนที่ จนตัวนางถูกดันห่างออกมาทางด้านหลังเรื่อยๆ
“คุณชาย “ เป็เสียงของเฝิงหรานที่ะโกลับมา ก่อนพยายามจะแทรกตัวกลับมาทางด้านหลัง
“ ถอยไป ถอยไป ขบวนรัชทายาทจะเข้าเมือง “ ม้าด่วนนำขบวนของกลุ่มรัชทายาทวิ่งฝ่าสวนเข้ามาจากทางนอกเมือง พร้อมคนบนหลังม้าชูเอกสารบนกระดาษสีเหลืองทองในมือ
ความวุ่นวานสับสนของคนที่มุงอยู่บริเวณนั้น นิ่งเงียบในอึดใจ แต่ก็กลับมาเซ็งแซ่อีกครั้งในเวลาไม่นาน
กลุ่มทหารที่รักษาการอยู่ที่ประตูเมืองต่างใช้ไม้และด้ามปลอกกระบี่ไล่ตี ไล่กระทุ้งชาวบ้านที่ล้ำออกมานอกเส้นทางขบวนเสด็จทันที เพราะหลังจากที่ม้าด่วนนำขบวนวิ่งมาขบวนเสด็จจะตามมาในเวลาอีกไม่ช้านาน
เหล่าทหารเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วเร่งกันคนไปไว้สองข้างทาง
“ ถอยไป ๆ เ้าล้ำเส้นออกมาแล้ว เห็นหรือไม่ “ พวกเขาเร่งจัดระเบียบฝูงชนอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าหากขบวนเสด็จของรัชทายาทมาถึงแล้วเกิดมีสิ่งใดผิดพลาดคงไม่มีผู้ใดรองรับอาญาไหว เช่นในอดีตเคยมีเด็กเล็กวิ่งเตาะแตะมาขวางถนนที่ขบวนเสด็จกำลังวิ่งผ่านไปทำให้รถทั้งขบวนเสียหลัก กระทั่งม้านำขบวนรถของพระองค์ยังถูกกระชากให้หยุดอย่างกระทันหันเป็เหตุให้รัชทายาทที่ตอนนั้นมีอายุเพียงสิบขวบกระเด็นไปกระแทกเข้ากับผนังด้านหน้ารถจนหน้าผากปูดบวม แม้พระองค์จะไม่ทรงเอาเื่แต่สุดท้ายทหารทั้งหมดที่เฝ้าประตูเมืองในวันนั้นรวมถึงนายกองก็ยังมิวายถูกเฆี่ยนกว่า50 แส้ คนที่ทนได้ก็ทน คนที่ทนไม่ได้ตายไปก่อนก็มี นี่จึงเป็บทเรียนที่ไม่มีใครอยากเสี่ยงผิดอาญาเช่นนี้อีก
ชาวบ้านเมื่อได้ยินว่ารัชทายาทกำลังจะเสด็จผ่านมาต่างพากันจับจองพื้นที่และนั่งก้มหัวลงตามระเบียบของราชสำนักซึ่งห้ามมิให้ใครเงยหน้าขึ้นสบพระพักต์ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทโดยตรงหากไม่ได้รับการอนุญาติจากพระองค์เสียก่อน
“ เตรียมตัวเปิดประตูเมือง รัชทายาทกำลังเสด็จมาถึงแล้ว“ เสียงะโของทหารองครักษ์ที่มีเครื่องหมายปลาบินประดับที่ปลายด้ามมีดควบม้ามากันสี่คนเพื่อเตรียมปูทางเข้าเมืองให้กับกลุ่มขบวนขนาดใหญ่ที่นั่งรถม้าตามมาด้านหลัง
ประตูเมืองบานเขื่อง ค่อยๆถูกเปิดออกอย่างช้าๆหลังจากกลุ่มทหารกันคนแยกระหว่างด้านนอกเมืองและด้านในเมืองไว้แล้ว
ทันทีที่ประตูเปิดออก เฝิงหรานที่ถูกกันให้นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหนึ่งจึงเห็นว่าฝูงชนด้านนอกที่เตรียมจะเข้าเมืองใน่เช้านั้นมีมากกว่าด้านในเสียอีก ความแออัดด้านในนับเป็อะไรได้ แม้ไม่ถึงหลักห้าสิบร้อยแต่ก็ต้องมีสี่สิบร้อยไม่ต่ำกว่านี้
กลุ่มทหารนำขบวนควบม้าแยกออกเป็สองฝั่ง หันหน้าออกไปทางฝูงชน ในมือถือแส้เพื่อเตรียมพร้อมตวัดตีคนที่ล้ำเส้นเข้ามามือข้างที่ใช้บังคับม้าก็กำลังชี้สั่งการไปด้วย
ไม่นานขบวนรถม้ารัชทายาทก็วิ่งเอื่อยๆตรงมาที่ด้านหน้าของประตูเมือง ที่ขบวนด้านหลังรถม้าสีเหลืองทองยังมีรถม้าหรูหราตามมาด้วยอีกสองคัน โดยรวมผู้คุ้มกันทั้งด้านหน้า ด้านหลังกว่าร้อยคน
ภายในรถม้าสีเหลืองทองด้านหน้าสุด รัชทายาทกำลังนั่งดูจิ้งหรีดในโถกัดกันพลางส่งเสียงเชียร์ไปด้วย “ จัดการมันให้บิดาเดี๋ยวนี้ นั่นๆ อย่างนั้น”
เซียวหลงที่อดทนฟังมาตลอดทางพลันขมวดคิ้ว เอนตัวพิงไปที่เบาะนั่งด้านหลังก่อนยื่นมือไปเปิดม่านด้านข้างให้แง้มออกเล็กน้อย
“ ท่านจะเงียบเสียงลงหน่อยได้หรือไม่ “ ในขณะที่มือของเขาขยับเปิดม่าน ปากเขาก็เริ่มบ่นชายหน้ากลมั์ตาหงส์ตรงหน้าไปด้วยเขาอดนอนมาตลอดหลายคืน เพื่อเร่งทำงานให้แล้วเสร็จตามคำสั่งเมื่อมาถึงจุดพักม้าก่อนเข้าเมืองแทนที่เขาจะได้พักผ่อน กลับเห็นขบวนรถม้าจอดหยุดนิ่งอยู่ที่ด้านหน้าเป็แถวยาวเหยียดพร้อมชายหนุ่มขี้เล่นะโลงมาทักทายเขา
แต่เขาจะโกรธก็โกรธไม่ลง เพราะในมือของรัชทายาทกลับถือถ้วยยาที่ดูก็รู้ว่าอุ่นร้อนอยู่หลายรอบยื่นมาให้เขาดื่มด้วย
ยาตัวนี้เขาต้องดื่มเป็ประจำเพราะร่างกายของเขาไม่แข็งแรงเหมือนคนทั่วไป และเพราะต้องตรากตรำทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดที่นัดหมายกันไว้เขาจึงแทบไม่ได้มีเวลาพักผ่อน ั้แ่ออกนอกเมืองไปรอบนี้เขาเพียงทานยาเม็ดบำรุงทั่วไปเท่านั้น
เพียงแต่ทำไมจะมารับเขาต้องพาสตรีที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานตามมาด้วย เื่นี้ทำเขาเหนื่อยใจยิ่งนัก
“นางก็แค่อยากมารับเ้าพร้อมกับข้าเท่านั้น ไม่ได้รบกวนอะไรเ้าเสียหน่อย “ หวางเจียเหอ กล่าวขึ้นอย่างไม่รับผิดชอบเช่นนี้เอง
ขณะที่ขบวนรถม้ากำลังจะวิ่งผ่านประตูเมืองจากด้านนอกเข้ามาพลันก็มีลูกธนูและอาวุธลับจำนวนมากพุ่งเข้ามาอย่างไร้ทิศทางไปที่ขบวนรถ
ทำให้ทั้งคนและม้าแตกตื่น เหล่าทหารองครักษ์รีบปิดล้อมรถม้าทั้งสามคันไว้
องครักษ์ติดดาบชักกระบี่ข้างเอวปัดป้องและเตรียมตัวต่อสู้ทันทีที่เขาเห็นมือธนู พวกเขาก็ส่งสัญญาณลับเพื่อตามล่าทันทีตอนนั้นเองที่มีะเิควันจำนวนมาก ถูกปาเข้ามาในขบวนรถถึงแม้มันจะถูกเหล่าองครักษ์ป้องกันไม่ให้กระทบโดนรถได้แต่ผลจากการกระทบกับดาบนั้นกลับทำให้มันะเิออกทั้งควันและแรงะเิทำให้รถได้รับความเสียหายบางส่วน เพียงแต่อานุภาพการทำลายล้างไม่ได้มีมากแต่ควันที่ปล่อยออกมากลับเป็ควันที่มีพิษหลอนประสาทของม้า
ม้าที่แตกตื่นและสูดควันพิษหลายตัวเริ่มออกวิ่งไร้ทิศทาง ยกเว้นก็แต่ม้าประจำขององค์รัชทายาทยังคงสงบนิ่งราวกับมันชินชากับเื่พวกนี้แล้วยังคงวิ่งผ่านประตูเมืองเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน
“ คุ้มครองเหย่โลว “ หวางเจียเหอะโออกมาจากรถม้า
องครักษ์ทั้งในที่ลับและที่แจ้งต่างกระจายตัววิ่งออกไปปกป้องรถม้าคันที่สองเพิ่มทันที
เซียวหลงยังคงนั่งนิ่งมือข้างหนึ่งยังคงเปิดม่านแง้มอยู่เช่นเดิมเขาคอยสังเหตุความเคลื่อนไหวที่ด้านนอกได้ครู่หนึ่งแล้วเป้าหมายของกลุ่มคนที่ลอบโจมตี เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะลอบปลงพระชนม์ควันพิษที่ใช้ก็อยู่ในที่โล่ง แทบไม่มีผลร้ายแรงต่อทั้งคนและม้าอีกทั้งยังไม่มีการทุ่มเทการโจมตีทั้งหมดมาที่นี่เพื่อหวังผลในระยะจำกัด
ฝูงชนที่ด้านนอกต่างพากันวิ่งหนีกระจัดกระจายเพื่อเอาชีวิตรอด แม้ทหารเฝ้าประตูเมืองจะพยายามควบคุมฝูงชนเ่าั้ให้อยู่ในระเบียบและกันออกไปด้านข้างแต่ก็ไม่สามารถทำได้ในทันที ทำให้ขบวนรถม้าของรัชทายาทที่วิ่งเข้ามากลับไปต่อไม่ได้ติดอยู่ท่ามกลางฝูงชนกลุ่มใหญ่แบบนั้นเอง
ม้าที่แตกกระเจิงบางตัววิ่งเข้าไปเหยียบผู้คนที่หลบไม่ทันเซียวหลงรีบะโสั่งองครักษ์ดูแลไม่ให้ม้าตะเหลิดเข้าไปในฝูงชนเพิ่มอีกระหว่างที่เขาเพ่งสายตามองไปที่พื้นถนนที่มีคนล้มระเนระนาดอยู่ เขาพลันเห็นดวงตากลมโตที่คุ้นเคยกำลังพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากท่ามกลางกลุ่มคนที่ผลักและกระแทกไปมาจนเ้าของดวงตางามคู่นั้นล้มลงไปที่พื้นจมหายไปในวงล้อมกลุ่มคนรอบด้าน
ก่อนที่เหตุผลใดๆจะมาเหนือสติร่างของเขาก็พุ่งตัวออกจากรถม้าตามสัญชาติญาณแล้ว ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีเขาถีบตัวเองออกไปรวบร่างเล็กที่ล้มลงอยู่ที่พื้นถนนมาไว้ในอ้อมแขนแล้วพุ่งหลบไปที่ด้านข้างทันทีท่ามกลางสายตาที่ดูคาดไม่ถึงของรัชทายาทที่ยังนั่งอยู่ด้านในรถม้า ‘เซียวหลงถึงกับะโออกไปช่วยเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ’ นี่เป็สิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัว
เขาอุ้มนางไว้แนบตัวโดยใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมปิดบังใบหน้าของนางไว้อย่างแเีก่อนพานางมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อเห็นนางยืนได้อย่างมั่นคงแล้วและก่อนที่นางจะหันหลังกลับมาเขาก็ผละทิ้งนางไว้ในบริเวณนั้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีก
“อาจารย์ “ นางร้องเรียกเขาเบาๆ แม้ไม่เห็นหน้าผู้มีพระคุณแต่นางรู้ได้ทันทีว่าเป็เขา สายตาของนางจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างที่เดินฝ่าฝูงชนหายไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่เซียวหลงเดินเลี่ยงออกมา เขาก็ช่วยเหลือคนอีกหลายๆคนตามทางไปด้วยโดยไม่เลือกว่าเป็ใครกระทั่งกับสุนัขเขาก็แตะมันไปให้พ้นทาง
ตอนนั้นเองที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายทหารองครักษ์และกองทหารรักษาเมืองสามารถเปิดทางได้บางส่วนแล้ว หลังความวุ่นวายจากการลอบโจมตีผ่านไปก็ปรากฏความวุ่นวายใหม่จากคนที่าเ็เป็จำนวนมาก ทั้งที่ถูกกีบเท้าม้าเหยียบไปบนร่างถูกคนเหยียบจนแข้งขาหัก บางคนหัวแตก ปอดฉีกจนกระอักเืออกมา และบางคนถูกลูกหลงจากการต่อสู้ฟันจนมือขาด
เซียวหลงมองดูเหตุการณ์วุ่นวายรอบตัวแต่เขาก็ไม่มีทีท่าจะกลับเข้าไปช่วยใครหรือขึ้นไปบนรถม้าอีก
“ ฉินสี่ เ้าไปบอกให้เขากลับไปก่อน“ เขาพูดขึ้นมาลอยๆซักพักก็มีเงาเคลื่อนไหวที่ด้านหลัง พุ่งออกไปทางรถม้าสีเหลืองทองด้านหน้าสุด
แต่รถม้าคันดังกล่าวก็ไม่ได้วิ่งพรวดออกไปตามคาด กลับวิ่งช้าๆรีๆรอๆตามนิสัยของเ้าของรถนั่นยิ่งรัชทายาทไม่ไป กลับทำให้การอารักขายิ่งตึงมือ เซียวหลงมองตามรถม้าที่เกือบจะหยุดนิ่งอยู่ไกลๆอย่างเป็กังวล
ภายในรถม้าคันหน้าสุด
“ เขาบอกให้พวกเรากลับไปก่อน เ้าไม่ได้ยิน ? “ หวางเจียเหอเอ่ยกับสตรีข้างกาย
เหย่โลวหลานสาวคนโปรดของกั๋วกงที่ตอนนี้ย้ายจากรถม้าคันหลังมานั่งกับเขาแล้วปล่อยมือจากผ้าม่านที่เปิดออกเมื่อครู่ หันกลับมาจ้องหน้ารัชทายาทช้าๆ
“ ท่านไม่ต้องรอก็ได้ แต่ข้าจะรอเขา “ พูดจบนางก็หันกายทำท่าจะลงจากรถม้าไป
“ เดี๋ยว จะไปไหน “ ชายหนุ่มรีบคว้าจับต้นแขนของนางไว้“ นี่มันใช่เวลาเอาแต่ใจหรือ “
“ ถ้าท่านไม่ปล่อยข้าจะะโร้องให้ทหารได้ยินกันหมดทุกคน คราวนี้ไม่มาแต่งให้ข้าก็ทำไม่ได้แล้ว “นางแค่นยิ้มบางให้เขา ซึ่งก็ได้ผล หวางเจียเหอรีบปล่อยแขนนางทันที
เขามองไปที่สตรีที่เป็เพื่อนเล่นกับเขามาั้แ่เล็กพลางถอนหายใจออกมายาวๆอย่างไม่ปกปิดมารยาทก่อนกระเถิบตัวกลับไปนั่งที่เดิม สายตายังเหล่มองไปที่การแต่งกายของนางขนาดว่าต้องตื่นแต่ฟ้ายังไม่สาง นกยังไม่ออกจากรังไก่ยังไม่ทันขันนางยังมีเวลาแต่งตัวแต่งหน้าเสียขนาดนี้ มิใช่ว่าตื่นมาั้แ่ยามอิ๋นหรอกหรือ แค่เพราะเขาบอกนางว่าวันนี้จะมารับสหายที่นอกเมืองไม่สะดวกจะไปพบนาง สตรีดื้อด้านถึงกับมาดักรอเขาระหว่างทางออกจากตำหนักบูรพาั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง
“ เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าออกมาหาเขา “ เขาที่ว่าทั้งสองคนต่างเข้าใจกันดีว่าหมายถึงผู้ใด หวางเจียเหอเอ่ยถามคำถามที่เป็ต้นเหตุให้เขาปวดหัวอยู่ในตอนนี้
“ สหายท่านจะมีซักกี่คนกัน ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่กันครบ ขาดแต่คุณชายเซียวเท่านั้นที่ไม่อยู่ในเมืองตอนนี้“ นางพูดพร้อมขยิบตาข้างที่บรรจงวาดลายดอกบัวสีแดงดอกเล็กๆไว้ที่ปลายหางตาให้เขาทีหนึ่ง ลักษณะสตรีที่ไม่สำรวมเช่นนี้หากเป็คนที่ไม่สนิทคุ้นเคยตีให้ตายก็คงไม่ได้เห็น แม้คนคนนั้นจะเป็เซียวหลงก็ตาม เฉพาะอยู่ด้วยกันกับเขานางช่างเป็ตัวของตัวเองดีแท้
เขานั่งนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ แม้จะกังวลความปลอดภัยของนางอยู่บ้าง แต่หวางเจียเหอก็แน่ใจว่าคงจะรั้งนางไว้ไม่อยู่ขนาดรอบตัวมีเหตุการณ์วุ่นวายขนาดนั้น นางยังดันทุรังวิ่งมาหาเซียวหลงที่รถม้าของเขาถึงจะบอกว่าเป็ห่วงความปลอดภัยของเขาก็ตาม ช่างเป็สตรีที่ดูออกได้อย่างง่ายดาย
“ ทหาร เ้าพานางไปหาเซียวหลง แล้วอารักขานางกลับไปที่จวนด้วย“ เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันแต่ทหารอารักษ์ขาก็ตั้งแถวรอเบื้องล่างทันที
เหย่โลวหันมายิ้มให้เขาทีนึง ก่อนจะก้าวลงไปจากรถม้าโดยอาศัยการประคองของหญิงรับใช้ที่ยืนรออยู่ด้านล่างด้วยท่วงท่าสง่างาม
่เวลาที่ขบวนรถม้าและผู้คุ้มกันของรัชทายาทวิ่งจากไปก็มีเสียงอึกทึกดังขึ้นมาจากทางด้านท้ายขบวน
“ นั่นใครกัน เกือบถูกม้าเหยียบแล้วเชียว “
“ มิใช่เขาาเ็หรือ ยังไม่รีบเข้าไปช่วยอีก “
“ ผู้หญิงนั่น หรือว่าจะตายแล้ว “ เสียงพูดพึมพำปากต่อปากจากจุดเล็กๆก็เริ่มขยายออกไปไม่ใช่ว่าแถวนี้จะไม่มีคนาเ็ แต่ส่วนใหญ่ก็แยกย้ายออกจากถนนแล้วตอนนี้กลับยังมีชายหนุ่มผมเฝ้ากระเซอะกระเซิงกับหญิงสาวที่ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่อีกคู่หนึ่ง
กู้หลงพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมๆกับดึงตัวน้องสาวกู้เหยาไปด้วยตอนที่เกิดเหตุการวุ่นวายเมื่อครู่ เขาถูกคนจับมาเหวี่ยงทิ้งไว้บริเวณนี้ตอนแรกเขาเกือบจะหลบม้าที่วิ่งมาเหยียบพ้นอยู่แล้ว หากแต่เพราะถูกป้อนยาสลายกำลังมาตลอดและมีกลุ่มชาวบ้านที่วิ่งหนีสวนมาทางเขา ทำให้สุดท้ายเขาก็ไปต่อไม่ไหวล้มลงอยู่ตรงนั้นพร้อมกับนางเพราะเหตุการณ์ตรงหน้าเขาตัดสินใจเอาตัวเองบังคร่อมร่างน้องสาวไว้ทั้งตัวเพื่อป้องกันไม่ให้นางถูกคนเหยียบและถูกม้าที่ควบคุมไม่อยู่เหยียบซ้ำ
ตอนนี้ขาข้างหนึ่งของเขาถูกทั้งม้าและคนเหยียบจนกระดูกน่าจะหักไปแล้วเขาไม่ได้แค่ถูกม้าเหยียบแค่ตัวเดียวแต่น่าจะไม่น้อยกว่าสามตัว และตอนที่เขาล้มลงก่อนเอาร่างน้องสาวรวบไว้ใต้ร่างเขากู้หยุนก็ถูกความโกลาหลนั่นทำร้ายจนาเ็ทั้งภายนอกภายในหลายจุดตอนนี้จึงได้แต่กัดฟันเดินกะโผลกกระเผลกกึ่งลากกึ่งอุ้มน้องสาวที่หมดสติของเขาไปนั่งที่ด้านข้างหลบสายตาฝูงชนและทหารองครักษ์ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนะโเรียกชื่อเขาอย่างไม่มีที่มาที่ไป เหมือนจงใจให้เขาเป็จุดสนใจอีกครั้งแม้คนโชคร้ายเช่นเขาจะไม่ได้หันกลับไปดู แต่ก็ยังถูกองครักษ์และทหารล้อมไว้ั้แ่ตอนนั้น
“ ใช่ คนนี้แหล่ะ “ หนึ่งในกลุ่มทหารที่ล้อมจับเขาและน้องสาวเอ่ยขึ้นหลังจากดูภาพเหมือนของเขาที่ถือติดมือมาด้วย
ก่อนพยักหน้าให้คนอื่นๆลากเขาขึ้นมาจากพื้น
“ ตามข้ามา “ ทหารสองคนเข้ามาพยุงแขนเขาทั้งสองข้างก่อนลากเขาออกไปจากบริเวณนั้นส่วนอีกคนตรงเข้าไปอุ้มกู้เหยาพาดบนบ่าแล้วเดินตรงไปที่กองทหารบริเวณประตูเมือง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วปรากฏแก่สายตาของเซียวหลงมาโดยตลอด แม้เขาจะยืนอยู่ห่างออกไปและมองไม่เห็นแต่แรกว่ากู้หยุนมาปรากฏตัวแถวนี้ได้ยังไง แม้จะรู้มาจากสายลับมาก่อนแล้วว่าคนของฝั่งตรงข้ามน่าจะพาสองพี่น้องกลับเข้ามาในเมืองหลวงอย่างมีเงื่อนงำแต่ก็ไม่รู้ระยะเวลาที่แน่นอน ตอนนี้จึงได้แต่ยืนมองดูสถาการณ์เบื้องหน้าอยู่อย่างครุ่นคิดก่อนที่แขนข้างหนึ่งของเขาจะถูกแตะเบาๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องหันหน้ากลับมามอง
“ เย่วโลวคารวะคุณชายเซียว “ เย่วโลวยอบกายทำความเคารพเขาอย่างเต็มพิธีการที่ด้านหลังของนางยังมีกององครักษ์ นางกำนัลขององค์รัชทายาท รวมไปถึงบ่าวอีกจำนวนหนึ่ง
เขาเลิกคิ้วขึ้นทันทีถึงจะรู้ว่านางติดตามรัชทายาทออกมานอกเมืองด้วย แต่ไม่คิดว่านางจะกล้าถึงกับลงจากรถและยังเดินมาหาเขาภายใต้สถานการณ์ที่แยกแยะไม่ออกว่าใครเป็ใครเช่นนี้ที่สำคัญการปรากฏตัวของนาง ดึงดูดสายตาของคนรอบข้างมากเกินไป
“ เ้ามาได้ยังไง “ เขาเอ่ยถามนางแม้ไม่ได้สนใจคำตอบ แต่ก็คงเสียมารยาทหากไม่ทักทายนางเสียเลยอย่างไรนางก็เป็หลานสาวของกั๋วกง ที่น่าจะมีประโยชน์กับรัชทายาทและกับเขาในอนาคต
นางส่งยิ้มเอียงอายไปที่เขาก่อนก้มหน้าลงตอบกลับเสียงเบา“ ข้าเพียงเห็นท่านยืนอยู่ตรงนี้ จึงอยากมาทักทายเพียงเท่านั้น “
‘ ก็เพราะท่านแทบไม่แวะไปหาข้าที่จวนยังไงเล่า ข้าถึงต้องหาโอกาสมาพบท่านเสียเอง’ แม้ในใจนางคิดเช่นนี้แต่การแสดงออกของนางกลับดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ใจคิดโดยสิ้นเชิง
เซียวหลงไม่ได้มองไปที่นาง แต่มองไปที่องครักษ์รอบตัวนางแทน “ พานางกลับไป “ เขาเอ่ยห้วนๆตัดบทสนทนา และหมุนเท้าเตรียมจากไป แต่ที่ชายแขนเสื้อของเขาก็ถูกดึงไว้ทันทีเป็เหย่โลวที่ขวางเขาไว้ ในหัวของนางยังหาเหตุผลยับยั้งเขาไว้ไม่ทันจึงทำไปโดยสัญชาตญาณ
“ คุณชาย ขอข้าอยู่อีกซักพักแล้วข้าจะกลับไปเอง “นางหาข้ออ้างอื่นไม่ได้จึงเอ่ยแก่เขาไปตรงๆ
เซียวหลงมองดูนางที่ยืนอยู่ข้างๆเขามือยังคงจับแขนเสื้อของเขาไว้อยู่ โดยปกติหากเป็คนอื่นถูกเขามองด้วยสายตาเย็นเยียบเช่นนี้อย่างน้อยๆก็ต้องถอยหลังออกห่างไปแล้ว แต่สิ่งนี้ใช้ไม่ได้กับเย่วโลว เขาค่อยๆดึงชายแขนเสื้อออกมาจากมือนางก่อนก้าวเดินไปทางประตูเมือง โดยมีสตรีและกลุ่มคนจำนวนมากติดตามไปด้วย
ฝั่งด้านในของประตูเมือง กลุ่มคนเริ่มกลับมาแออัดยัดเยียดเพื่อทำเื่ผ่านทางอีกครั้ง และยังคงมีเด็กชายรูปร่างผอมบางหน้าตามอมแมม ยืนดูทหารจับตัวคนสองคนไว้อยู่ห่างๆก่อนที่จะได้ยินเสียงชาวบ้านบริเวณนั้นพูดคุยกัน
“ ได้ยินว่าจับตัวพวกฏได้ นั่นมันคุณชายกู้เลยนะ “
“ ใช่เ้าเห็นน้องสาวเขาหรือไม่ สภาพแบบนั้นไม่รู้ผ่านอะไรมาบ้าง “
“ ข้อหานี้อย่างไรก็ตายอย่างเดียว “
…..
…..
ตอนที่กู้เซียนเซียนยืนอยู่แถวนั้นและได้ยินว่าคนที่ทหารจับตัวไปเป็พี่ชายและพี่สาวของนาง ขาของนางก็ก้าวเดินตามไปที่กลุ่มคนกลุ่มนั้นอย่างเลื่อนลอยทั้งยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นใน่ที่นางไม่อยู่บ้านเหตุใดพี่ชายถึงกลายเป็คนร้ายถูกทางการจับกุมตัว หากหญิงที่ถูกทหารอุ้มไปเมื่อซักครู่เป็พี่สาวของนางจริงๆเหตุใดถึงมีสภาพเช่นนั้น ในหัวของเด็กสาวมีภาพและจินตนการต่างๆตีกันวุ่นวายมีเพียงขาอันสั่นเทาเท่านั้นที่ก้าวเดินไปข้างหน้า มือสั่นเทาสองข้างกำหมัดแน่นอยู่บริเวณหน้าอกของนาง
สภาพเด็กชายเนื้อตัวมอมแมม เดินตามหลังกลุ่มทหารไปห่างๆ ล้วนอยู่ในสายตาของเซียวหลงเช่นกัน
ตอนที่กู้หยุนถูกทหารสองคนหามปีกเขาไว้สองข้างและลากเขาออกมาจากกลุ่มคนเขาก็หันกลับมามองกู้เหยาที่ถูกอุ้มตามมาด้านหลัง แต่สายตากลับมองไปเห็นเด็กชายหน้าตามอมแมมคนหนึ่งจ้องมองมาที่เขาเช่นกัน สายตาของคนทั้งคู่จึงประสานกันพอดี
ตอนนั้นความเหน็บหนาวเกาะกินหัวใจของเขาจนเย็นวาบไปทั้งตัว เขารีบก้มหน้าลงและไม่มองไปทางนั้นอีก แม้ไม่ได้เจอกันนานหลายปีแต่เขายังคงจำนางได้อย่างแม่นยำ กู้เซียนเซียน น้องสาวอีกคนของเขา
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจตลอด่ที่ผ่านมาหนึ่งในนั้นคือเื่น้องสาวคนนี้
คนทั้งตระกูลถูกจับกุมแต่ในประกาศจับ กลับไม่มีชื่อนาง
บิดามารดาไม่อนุญาติให้เขาขึ้นเขาไปหานางและนางก็ไม่เคยได้รับอนุญาติให้กลับจวน นางกลายเป็คนไร้ญาติขาดมิตรมาตลอดหลายปีนี้
กู้หยุนรู้สึกว่าเขาควรหายตัวไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่น้องสาวจะทำเื่โง่งมอะไรขึ้นมา
“ พี่…” ก่อนที่คำว่าพี่ชายจะหลุดออกมาจากปากกู้เซียนเซียนจู่ๆก็มีมือเย็นเยียบมาปิดปากนางไว้เสียก่อนก่อนลากตัวนางให้ถอยมาด้านหลัง กู้เซียนเซียนที่ไม่ทันระวังตัวก็เอนล้มลงไปทั้งตัวเปิดโอกาสให้คนด้านหลังลากนางออกไปอย่างไม่ยากเย็น
“ คุณชาย ข้าหาท่านอยู่ตั้งนาน เราออกไปจากตรงนี้กันเถอะ “ เฝิงหรานกระซิบไปที่ข้างหูนางเสียงไม่หนักไม่เบาก่อนค่อยๆปล่อยมือที่ปิดปากของนางไว้ออก
“ ไม่ๆ เ้าไม่เข้าใจ ข้าเห็น อุ๊บ.. “ ไม่ปล่อยให้คุณหนูของนางพูดต่อให้จบ นางรีบเอามือปิดปากเด็กสาวในคราบของเด็กหนุ่มมอมแมมไว้อีกครั้งมือที่กำลังชี้ไปทางกู้หยุนก็ถูกเฝิงหรานรวบไว้เช่นกัน นางรีบกระซิบเบาๆ กับคุณหนูของนางอีกครั้ง
“ คุณชาย ใช่ว่าบ่าวจะไม่เห็น แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่นานท่านไปปรากฏตัวตอนนี้ก็ช่วยอะไรคุณชายไม่ได้ เราออกไปจากที่แห่งนี้กันก่อนเถอะ “เฝิงหรานพยายามกดเสียงพูดให้เบาที่สุด เพราะรอบข้างยังมีกลุ่มคนรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นนางหวังว่าจะไม่มีใครได้ยิน
ก่อนหน้านี้ เฝิงหรานตามหากู้เซียนเซียนที่พลัดหลงกันมาตลอด ระหว่างที่เดินตามหานั้นนางก็ไปเห็นประกาศจับของทางการ ในนั้นมีชื่อของทุกคนในตระกูลกู้มีข้อหาประกาศอย่างชัดเจน แม้ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เื่ดีก็ยังพอมีอยู่เพราะในประกาศ ไม่มีชื่อของกู้เซียนเซียน ตอนที่นางเห็นคุณชายใหญ่และคุณหนูรองถูกทหารพาตัวไปนางก็ภาวนาให้คุณหนูของนางมองไม่เห็นเหตุการณ์นี้
แต่กลับไม่เป็เช่นนั้นคุณหนูของนางก็เห็นพวกเขาเช่นกัน
กู้เซียนเซียนพยักหน้าให้นางเป็เชิงรับรู้ ทำให้เฝิงหลานคลายใจและค่อยๆปล่อยมือที่ปิดปากของนางออกก่อนที่เฝิงหรานจะคว้าแขนของนางเพื่อจูงออกไปจากบริเวณนั้น กู้เซียนเซียนก็รีบวิ่งออกไปตามทางที่เห็นพี่ชายนางแล้ว
ในหัวของนางตอนนี้ แม้จะต้องตายหรือถูกจับกุมนางก็จะตามพี่ชายพี่สาวของนางไปเด็กสาวเช่นนาง ไม่ได้มีความคิดสลักซับซ้อนเหมือนเช่นเฝิงหรานที่โตกว่านางหลายปีแค่นางเห็นพวกเขา ความดีใจก็ท้วมท้น ความใและกังวลใจยิ่งมีมากกว่านางอยากไปอยู่ข้างๆพวกเขาในทันทีแม้ว่าจะต้องไปเป็นักโทษด้วยก็ตาม
ปลายแส้ไม่รู้ที่มาที่ไปพาดมาที่แขนของกู้เซียนเซียนจนเจ็บแปรบก่อนที่นางจะตั้งสติได้และเบี่ยงตัวหลบ แส้เส้นนั้นก็ตวัดกลับฟาดมาโดนนางที่เดิมอีกรอบนางมองไปตามแส้ที่ถูกตวัดกลับไป พริบตาก็ปรากฏภาพด้านข้างของบุรุษรูปร่างคุ้นเคย เขากำลังยื่นแส้ส่งกลับไปให้ทหารข้างตัวก่อนเดินเลยจากไป ในบริเวณเดียวกันนั้นก็ยังเห็นเหล่าทหารและองครักษ์ไล่ถือแส้พาดไปที่ผู้คนเพื่อเปิดทางให้กับบุรุษร่างสูงคนนั้นกับสตรีผู้ใบหน้างดงามคนหนึ่งเดินผ่านไป
“ หลีกทาง หลีกทางไปให้หมด ใครไม่เกี่ยวข้องถอยออกไปเดี๋ยวนี้“ ทหารกลุ่มนั้นยังคงตวัดแส้ไปยังพื้นที่ว่างข้างตัว เพื่อกันไม่ให้ชาวบ้านและผู้ไม่หวังดีเข้ามาใกล้บุคคลทั้งสอง
เซียวหลงแม้จะก้าวเดินอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางกองทหารประจำประตูเมืองแต่หางตาของเขาก็ยังเหลือบมองไปที่กู้เซียนเซียนแว่บหนึ่ง เมื่อเห็นนางชะงักอยู่กับที่เขาจึงรีบเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่ได้มองไปที่ไหนอีก ถึงอย่างนั้นจากสายตาคนนอกราวกับว่าเขามองไปที่เหย่โลวสตรีที่เดินอยู่เคียงข้างเขาด้วยสายตาอ่อนโยน
ระหว่างที่เซียวหลงเดินไป ปากก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดไปยังทหารข้างตัว “ ไล่คนที่อยู่บริเวณนี้ออกไปให้หมดอย่าให้มาวุ่นวาย ข้าจะเข้าไปสอบปากคำคนด้านใน “
ทหารรับคำสั่งของเขาก่อนที่จะแยกกำลังบางส่วนออกไปกันกลุ่มคนจากภายนอกไว้ สิ่งที่พวกเขาเข้าใจคือตัวแทนองค์รัชทายาทจะสอบปากคำคนร้ายข้อหาก่อฏไม่้าให้มีคนร้ายแฝงตัวเข้ามาช่วยเหลือหรือสร้างสถานการณ์ใดๆขึ้นอีกจึงต้องคอยกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ถอยห่างออกไป
เพราะการปรากฏตัวของคนสองคนที่ดูโดดเด่นดั่งหงษ์คู่ั กลุ่มชาวบ้านด้านหลังกู้เซียนเซียนก็ไล่ซักถามกันไปมาอย่างออกอถรรรสทำให้ประเด็นของคุณหนูและคุณชายตระกูลกู้จางหายไปราวกับหมอกยามเช้า เปลี่ยนเป็หัวข้อของคนสองคนนั้นแทนคนที่พอรู้เื่คุณหนูเย่วโลวต่างก็ยืนยันหนักแน่นว่าบุรุษด้านข้างคือคนรักของนางหรือบางคนกระทั่งพูดว่าบุรุษผู้นั้นเป็คู่หมั้นหมายของคุณหนูตระกูลกั๋วกง ชาวบ้านที่ไม่รู้จักคนทั้งคู่ก็ให้ความเห็นเชิงความเหมาะสมสรรเสริญคนทั้งคู่ว่าเป็คู่์สร้างโดยแท้ เสียงอื้ออึงโจษจันเกี่ยวกับเขาสองคนยังคงพูดถึงต่อเนื่องไปอีกหลายวัน
กว่ากู้เซียนเซียนจะหายจากอาการใที่ถูกอาจารย์ของตัวเองใช้แส้พาดพี่ชายและพี่สาวของนางก็หายเข้าไปในห้องกองกำลังทหารรักษาเมืองบริเวณประตูเมืองแล้ว