บทที่ 2 เฉินจิ่วปรากฏตัว!
เมื่อััได้ถึงประกายเกรี้ยวกราดในดวงตาของเฉินฉางอัน ทำให้หลิ่วซือซือรู้สึกราวกับถูกสัตว์ร้ายจ้องมอง จิตใจนางหนาวสั่นจนเผลอหลบไปด้านหลังของกู้ชิงเฉิง
ชื่อเสียงของจอมมารอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าโจว แม้จะเป็เพียงอดีต ทว่าก็ยังคงน่าหวาดหวั่น
แต่ไม่นานนางก็ฉุกคิดได้ "ตอนนี้เขาก็แค่คนไร้ค่า ข้าจะไปกลัวอันใดอีก? ตลกสิ้นดี!"
ใบหน้าของกู้ชิงเฉิงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางกำกระบี่ที่เปล่งประกายสีน้ำเงินในมือแน่น ปราณิญญาอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมา ทำให้คนทุกผู้ไม่อาจละสายตาจากภาพฉากตรงหน้าได้
"เฉินฉางอัน เ้าช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!”
“สิ่งที่เ้ามอบให้ข้า ข้าจะเก็บไว้ไม่ได้รึ?”
“ตอนนั้นเ้าพูดว่าอย่างไร? เ้าบอกว่าจะรักข้าไปชั่วชีวิต!”
“เ้าบอกว่าจะไม่ทำให้ข้าเสียใจ ไม่ทำให้ข้าต้องเจอกับเื่น่าอึดอัดใจแม้แต่น้อย!”
“แล้วดูสิ่งที่เ้าทำสิ!"
"ไม่จริง!" นางร่ำไห้อย่างคับแค้นใจ
ของกำนัลที่เขามอบให้นางล้วนมีค่า นางไม่อาจทิ้งมันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบี่หิมะเทวี อีกครึ่งเดือนจะถึงการประลองยุทธ์ของสำนัก นั่นคือเส้นทางเดียวที่จะได้เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ นางไม่อาจเสียอาวุธชั้นฟ้าอย่างกระบี่หิมะเทวีไปได้เด็ดขาด! อาวุธชั้นฟ้า แม้แต่ในแคว้นต้าโจวอันยิ่งใหญ่ ก็ยังทำให้บรรพชนปรารถนา
"หึหึ" เฉินฉางอันหัวเราะเยาะในลำคอ "เ้ามิได้กล่าวหรือ ว่ามิอยากมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับข้า ของพวกนั้นเป็ของข้า ทั้งหมดล้วนสลักตราตระกูลเฉิน"
ดวงตาของเฉินฉางอันหรี่ลง น้ำเสียงเ็า "ข้ามิได้ล้อเล่น และนี่มิใช่การขอร้อง หากเ้าไม่คืน ต่อไปนี้ตระกูลของเ้ากับข้าจักเป็ศัตรู ไม่ตายไม่เลิกรา!"
โห่!
คำพูดของเขาดังก้องออกไป ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันโห่ร้องด้วยความตกตะลึง
พวกเขามองไปที่เฉินฉางอันด้วยความประหลาดใจ
"์ นี่หรือคือคุณชายน้อยแห่งตระกูลเฉิน ที่เคยพูดกับกู้ชิงเฉิงเมื่อหนึ่งปีก่อน แม้แต่เสียงดังก็ยังกลัวว่าจะทำให้นางใ"
"ช่างน่าอัศจรรย์ คุณชายเฉินในตอนนี้ช่างองอาจนัก ไม่ตายไม่เลิกงั้นรึ? ดูสิว่าตระกูลกู้ของนางจะกล้าแข็งข้อกับตระกูลเฉินหรือไม่"
"ตระกูลกู้คู่ควรหรือ? ตระกูลเฉินน่ะเป็ถึงตระกูลใหญ่ระดับสูง พลังอำนาจก็ประจักษ์อยู่"
"อย่างไรก็ตาม ในเมื่อ้าจะถอนหมั้น การขอของหมั้นคืนก็เป็เื่สมเหตุสมผลมิใช่หรือ? คิดไม่ถึงเลยว่ากู้ชิงเฉิงผู้นี้เพียงอยากได้ ไม่อยากเสียสละ นางมีหน้ามาจากไหนกัน?"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดเย้ยหยันของผู้คนรอบข้าง ใบหน้าของกู้ชิงเฉิงก็ยิ่งดูแย่ลง
ั์ตาดำของนางสั่นระริก ปลายนิ้วเรียวที่กำกระบี่หิมะขาวซีดเผือด
"หึหึ เฉินฉางอัน เ้าไร้ซึ่งพลังยุทธ์เช่นนี้ คงจะเอาชีวิตรอดได้ยากกระมัง!”
เ้าคิดว่ายังคงเป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเฉินได้อีกหรือ…
หรือยังคงคิดว่าตนเองเป็ตัวแทนของตระกูลเฉินอยู่? ช่างน่าขันเสียกระไร!
เมื่อผ้าขาดแล้วย่อมปะติดปะต่อได้ยาก กู้ชิงเฉิงจึงไม่คิดรักษาหน้าเอ่ยกระแนะกระแหนออกไป
ในสายตาของนาง เฉินฉางอันที่ไร้ซึ่งพลังยุทธ์เช่นนี้ ย่อมถูกตระกูลปลดออกจากตำแหน่งคุณชายใหญ่เป็แน่
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าศิษย์ร่วมตระกูลอีกนับไม่ถ้วน ย่อมต้องหาทางลอบสังหารเขาทั้งในที่ลับและที่แจ้ง!
ในเมืองฉางอัน หรือแม้แต่ทั่วทั้งแคว้นต้าโจว ความขัดแย้งแย่งชิงตำแหน่งคุณชายใหญ่เช่นนี้ ล้วนเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ
"คำกล่าวของคุณชาย ก็คือคำสั่งของพวกข้าคนตระกูลเฉิน!"
ทันใดนั้นเอง เสียงเย็นเยียบก็ดังก้องขึ้น ทำเอาร่างของกู้ชิงเฉิงสั่นสะท้าน
เหล่าผู้คนต่างพากันหันไปตามต้นเสียง ก็เห็นบุรุษร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเกริกสง่า เดินอาด ๆ เข้ามา
ตามหลังเขามายังมีหนุ่มรูปงามอีกหลายสิบคน ทุกคนดูตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก
พวกเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินฉางอัน ต่างพร้อมใจกันโค้งคำนับด้วยความเคารพ
"คารวะคุณชายใหญ่!"
"คารวะคุณชายใหญ่!"
เสียงตวาดกึกก้องของพวกเขา กับสีหน้าตื่นเต้นเร่าร้อน ไม่อาจแสร้งทำทีได้ ก่อเป็พลังอำนาจสั่นะเืไปทั่วทิศ
ผู้คนโดยรอบต่างพากันถอยกรูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เฉินฉางอันเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก มองไปยังผู้มาใหม่ ค้อมกายคารวะอย่างนอบน้อม "คารวะท่านลุงเก้า"
ผู้มาใหม่ผู้นี้หาใช่ใครที่ไหน เป็ถึงหนึ่งในเก้าผู้าุโของตระกูลเฉินนั่นเอง
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฉางอัน! ในที่สุดเ้าก็กลับมาแล้ว! ยอดเยี่ยม! ข้าก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเ้าหนูน้อยผู้นี้ไม่ตายง่าย ๆ หรอก!"
ท่านลุงเก้าโบกกำปั้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น "ว่าแต่... ปีที่เ้าหายไป เ้าไปอยู่ที่ใดกัน? เกิดเื่อะไรขึ้นรึ?"
เฉินฉางอันยิ้ม "ท่านลุงเก้า เื่มันยาว พวกเรากลับไปคุยกันที่เรือนเถอะ"
"ฮ่า ๆ! ดี! ดี! ดีมาก!" ท่านลุงเก้ากล่าวคำว่า 'ดี' ติดต่อกันสามครั้ง แล้วหันไปมองกู้ชิงเฉิง ที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาทั้งสองข้างฉายแววเย็นะเื
"แม่นางน้อย ในเมื่อ้าจะถอนหมั้นกับคุณชายน้อยของบ้านข้า ก็จงคืนของวิเศษทั้งหมดที่เขามอบให้เ้าเสีย! นี่เป็คำสั่งของ เฉินจิ่วผู้นี้! เ้าไม่ยอมรับหรืออย่างไร!"
พลังของท่านลุงเก้าช่างน่าหวาดหวั่น แววตาดุดันทำให้กู้ชิงเฉิงถึงกับเซถอย หน้าซีดเผือด
"ฮึ่ม! ท่านลุงเก้าแห่งตระกูลเฉิน ผู้เป็ถึงปรมาจารย์แดนาา์ เหตุใดจึงรังแกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นนาง"
ครานั้น สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เยื้องย่างเข้ามา นางปรายตามองเฉียบคม ใบหน้าแฝงไว้ด้วยแววเข้มขึง
"ท่านอาจารย์!"
ทันทีที่พบนาง กู้ชิงเฉิงก็ประหนึ่งพบที่ยึดเหนี่ยว รีบตรงเข้าไปคารวะนางอย่างนอบน้อม
"ท่านแม่"
หลิ่วซือซือเองก็ขยับเข้าไปใกล้ แรงกดทับจากเฉินจิ่วที่กดทับนางพลันเบาบางลง
ผู้มาเยือนนามว่าหลิ่วหรูเมิ่ง เป็มารดาของหลิ่วซือซือ และเป็อาจารย์ของกู้ชิงเฉิง
"ฮึ" ทว่าเฉินจิ่วหาได้เกรงกลัว กลับแค่นเสียงเยาะอย่างดูแคลน "มิน่าเล่า กู้ชิงเฉิงจึงมีหน้ามาเอ่ยปากเช่นนั้น อยากได้แต่ไม่อยากเสีย!”
“ที่แท้ก็มีคนสั่งสอนมาเช่นนี้เอง น่าขันยิ่งนัก ทำให้ข้าเฉินจิ่วผู้นี้เปิดหูเปิดตาเสียจริง!"
"ระวังวาจาด้วย!"
หลิ่วหรูเมิ่งจ้องมองเฉินเก้าด้วยแววตาโกรธา "ไสหัวไป! เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า!"
เฉินจิ่วตวาดลั่น ไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ก่อนจะหันไปมองกู้ชิงเฉิง ดวงตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "ของของคุณชายน้อยตระกูลข้า เ้าจะคืนหรือไม่คืน! หากเ้ายังหน้าด้านไม่ยอมคืน ข้าย่อมกลับไปพร้อมผู้คนในตระกูลเฉิน บุกโจมตีตระกูลกู้ในทันที!"
คำพูดดังสนั่นดุจดั่งสายฟ้าฟาด สร้างความตกตะลึงแก่ทุกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ตื่นตระหนกจนมิอาจดึงสติกลับมาได้
หากกล่าวว่าเฉินฉางอันผู้นั้นเป็เพียงแค่คำขู่ที่ไร้น้ำหนัก เฉินจิ่วจากตระกูลเฉินผู้นี้คือบุคคลที่ผู้ใดก็มิอาจมองข้าม!
"โอ้์! นี่แหละนายท่านเก้าแห่งตระกูลเฉิน สมกับที่เลื่องลือเื่อารมณ์ร้าย"
"ช่างน่ารังเกียจนัก เขาร้ายกาจและกระหายเื นั่นเป็สิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็รู้! แม้แต่ท่านผู้ครองแคว้นก็ยังต้องยำเกรงเขาอยู่สามส่วน"
"ไม่นึกเลยว่าหญิงงามที่สุดในแคว้นต้าโจว ผู้นี้จะมีนิสัยหน้าหนาถึงเพียงนี้! ้าจะถอนหมั้นกับผู้อื่น แต่ของกำนัลที่มอบให้เพื่อเป็การหมั้นหมาย เหตุใดถึงไม่ยอมคืน!"
"นั่นสิ แม้รูปโฉมงดงาม แต่จิตใจช่าง... มืดดำยิ่งนัก"
"มิผิดหรอก นางคงรังเกียจที่บัดนี้คุณชายเฉินไร้ซึ่งวรยุทธ์ จึงหมายตาคุณชายแดน์ผู้นั้นกระมัง ข้าวของที่คุณชายเฉินเคยให้ นางก็มิคิดคืน คิดไปก็ช่างน่าขัน จิตใจเช่นนี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง!"
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่รอบกาย
ใบหน้างดงามของกู้ชิงเฉิงบิดเบี้ยวราวกับกลืนแมลงวันเข้าไปทั้งตัว เื่กลับตาลปัตรเกินคาด
หากเป็ปีก่อน เฉินฉางอันคงร้องขอให้นางอยู่ต่อ ไม่เพียงเท่านั้น คงประเคนของกำนัลสารพัดเพื่อเอาใจนางเป็แน่
ไม่นึกเลยว่า… เขาจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้!
"ชิ! พวกบุรุษช่างไร้น้ำใจ คิดแปรเปลี่ยนเป็อื่นได้ทุกเมื่อ"
"ตอนนั้นกล่าววาจาไพเราะยิ่งนัก บัดนี้กลับกลายเป็เช่นนี้ไปได้!"
ในใจของนางกู้ชิงเฉิงนั้นเดือดดาลนัก หน้างามจึงแสร้งทำทีอ่อนแอ น่าสงสาร ไร้ที่พึ่งพิง ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
ทว่าท่าทางเช่นนั้นหาได้ทำผู้ใดเห็นใจไม่ กลับยิ่งก่อเสียงเยาะเย้ยถากถาง
"์! ท่านเห็นหรือไม่ นางยังกล้าทำทีน่าสงสารอีก"
"ข้าว่าถึงตอนนี้นางจะทำท่าจะร้องไห้น่าสงสารเพียงใด แต่ท่าทีเ็าไร้เยื่อใยก่อนหน้านั้น ทำเอาข้าพะอืดพะอมยิ่งนัก!"
"บัดซบ! แสร้งทำเป็น่าสงสาร ราวกับคุณชายเฉินรังแกนางก็มิปาน"
"ใช่แล้ว คุณชายเฉินก็กล่าวแล้ว หาก้าถอนหมั้น เพียงแค่นางคืนของวิเศษทั้งหมดก็เรียบร้อย ง่ายดายปานนั้น"
"หรือว่านางอยากได้คืบเอาศอก..."
คำพูดของผู้คนรอบข้าง ทิ่มแทงใจจนนางกู้ชิงเฉิงอยากจะมุดแผ่นดินหนี
ในใจนางนั้นคิดสู้สุดใจ นางจึงตัดสินใจโยนกระบี่หิมะเทวีในมือใหักับเฉินฉางอัน