เฟยหรงถลึงตามองไปยังบุตรชายและเร่งกล่าวอธิบายด้วยอารมณ์ตื่นใซึ่งแตกต่างจากอารมณ์ที่มีความสุขก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงหากปล่อยให้บุตรชายของมันไป คาดว่าปีหน้า คงเป็งานครบรอบวันตายของบุตรชายตนเป็แน่
“คะคือข้า...เข้าสู่ระดับรวมลมปราณขั้นที่ 3 แล้วท่านพ่อ...”
“ห่ะ! เ้ากล่าวสิ่งใดออกมากัน?!คิดว่าบิดาเ้าสามารถหลอกลวงได้ง่ายดายเช่นนั้นรึ? ข้าไม่สามารถตรวจจับ พลังลมปราณใดๆในตัวเ้าได้แม้แต่น้อย!”
ยังไม่ทันที่เฟยหรงจะพูดจบจูเยว่ก็ปลดปล่อยพลังลมปราณออกมา เนื่องจากอำนาจจิตที่สูงเป็อย่างมากทำให้เขาสามารถควบคุมพลังลมปราณเวทย์ได้อย่างละเอียดอ่อนและสามารถเก็บกระแสพลังไม่ให้ผู้อื่นสามารถตรวจสอบตนเองได้
“เป็ไปได้อย่างไรกัน?!เฟยซิ่วพึ่งแจ้งข้ามาว่าเ้าเริ่มฝึกฝนลมปราณวันนี้ หรือว่า... เ้าแอบฝึกฝนอยู่ก่อนหน้านี้ มานานแล้ว?”
เฟยหรงจ้องมองไปยังบุตรชายของตนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ััได้อย่างชัดเจน ว่าเป็ระดับรวมลมปราณขั้นที่ 3 และเกือบจะทะลวงถึงขั้นที่ 4 ซึ่งขาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เนื่องจากขั้น 3 จะเป็กระแสลมปราณจางๆดังกลุ่มหมอก ส่วนขั้นที่ 4 ลมปราณจะหลอมรวมกันหนาแน่น จนมีลักษณะคล้ายของเหลวกระแสปราณที่บุตรชายของตนแสดงออกมา คล้ายหมอกที่เริ่มจับตัวกันหนาแน่นจนเกือบที่จะแปรเปลี่ยนเป็ของเหลวแล้ว ทำให้ทราบว่าบุตรชายใกล้ทะลวงระดับพลัง
แม้เฟยหรงจะตกตะลึงกับระดับลมปราณของบุตรชายแต่ก็รีบรวบรวมสติเร่งกล่าวห้ามปรามออกไป
“ถึงเ้าจะเข้าสู่ระดับรวมลมปราณขั้นที่3 แล้วก็ตาม... แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะไปยังสถานที่แห่งนั้น”เฟยหรงกล่าวพลางส่ายศรีษะไปมา เพราะว่าพลังเพียงระดับนี้หากไปถึงป่าลมหวนก็ยังนับว่ายากที่จะเอาชีวิตรอดกลับมาได้
เมื่อบิดาตนกล่าวจบจูเยว่จึงรีบเอ่ยออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกล่าวถึงเื่ราวทั่วไป ที่หาได้มีความสำคัญ
“ถ้าเช่นนั้น...ท่านพ่อให้เฟยซิ่วลดระดับพลังลงมา ที่รวมลมปราณขั้นที่ 6 หากข้าสามารถเอาชนะได้... ท่านอย่าได้ปฏิเสธคำขอของข้าอีกเลย”
จูเยว่กล่าวออกมาอย่างมั่นใจแม้ตัวเขาจะไม่แน่ใจว่าในตอนนี้ มีความแข็งแกร่งถึงระดับใดแต่คิดว่าหากเหนือกว่าเพียง 3 ระดับไม่น่ามีปัญหา
เฟยหรงถลึงตามองไปยังบุตรชายด้วยสีหน้างุนงงเพราะดูเหมือนบุตรของตนจะไม่ทราบว่าการที่จะสู้กับผู้ที่มีระดับลมปราณเหนือกว่าถึง 3 ระดับ มันเหมือนกับการเอาชีวิตไปทิ้ง! ระดับรวมลมปราณขั้นที่ 6 ใช้พลังเพียง 5 ส่วนก็สามารถที่จะสังหารเ้าได้ภายในกระบวนท่าเดียว!
แต่เมื่อได้ครุ่นคิดเล็กน้อยเฟยหรงก็กล่าวตอบกลับไป
“ย่อมได้!ในเมื่อเ้ามั่นใจเช่นนี้ แต่ข้าขออธิบายให้เ้าฟังก่อน เพราะเ้าอาจจะยังไม่ทราบว่าผู้ที่จะสู้กับผู้ที่ระดับพลังเหนือกว่าล้วนเป็อัจฉริยะที่ราวกับเป็ลูกรักของ์ ไม่ว่าจะเป็เส้นลมปราณ ที่เหนือกว่าผู้อื่นั้แ่กำเนิดสายเืพิเศษที่สืบทอดจากโบราณ หรือมีทักษะยุทธและทักษะบ่มเพาะที่มีระดับสูงเหนือกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้!หากเ้าไม่ใช่บุคคลอย่างที่ข้ากล่าวมา การต่อสู้กับผู้ที่เหนือกว่าถึงสามระดับย่อมยากราวกับปีนป่ายขึ้น์! ซึ่งอัจฉริยะทั่วไปที่ไม่มีสิ่งใดพิเศษเพียงสามารถต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าถึงสองระดับก็นับว่าเป็อัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งแล้ว...”
เฟยหรงเห็นท่าทางสบายๆของบุตรชายเสมือนไม่เข้าใจว่าการท้าทายผู้ฝึกฝนลมปราณ ที่เหนือกว่าตนเอง 3 ระดับคือสิ่งใดจึงกล่าวอธิบายออกไปอย่างละเอียดหากเป็บุคคลอื่นมากล่าวต่อหน้าตนเองเช่นนี้ คงถูกตัวมันตบคว่ำไปแล้ว!
จูเยว่ที่ได้ยินในสิ่งที่บิดากล่าวอธิบายก็ยังหาได้แสดงท่าทีเป็กังวลอันใดออกมา
เมื่อเฟยหรงยังคงเห็นท่าทีเช่นนั้นของบุตรชายก็ได้แต่ส่ายศรีษะเล็กน้อยด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มใจเพราะดูแล้วเื่ที่ตนกล่าวอธิบายออกไป เพียงเข้าหูแต่หาได้เข้าสมองเป็แน่จึงได้เอ่ยออกมา
“ถ้าคิดว่าเ้าสามารถทำได้...ข้าจะไม่ห้ามเ้า”
แม้เฟยหรงจะคิดอยู่ภายในว่าไม่มีทางเป็ไปได้อย่างแน่นอน แต่เพื่อเป็บทเรียนให้แก่บุตรชายได้ทราบถึงความแตกต่างของระดับพลังแต่ละขั้น แม้ห่างกันเพียงหนึ่งขั้นย่อยก็มิสามารถมองข้ามได้ อีกทั้งยังสามารถห้ามไม่ให้บุตรตนเดินทางเข้าไปภายในป่าลมหวนได้อีกทาง จึงไม่ปฏิเสธคำขอดังกล่าว
“เฟยซิ่ว! มาหาข้า”เฟยหรงส่งเสียงเรียกเฟยซิ่ว ที่เฝ้าอยู่บริเวณทางเข้าที่พักให้เข้ามา
เมื่อได้ยินเสียงเรียกดังกล่าวเฟยซิ่วก็รีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ไม่ทราบว่า...นายท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ” เมื่อมาถึงเบื้องหน้าของผู้นำตระกูลเฟยตัวมันจึงเร่งกล่าวถามออกไป
“ไปประลองกับนายน้อยของเ้า...โดยลดระดับพลัง ให้อยู่ในระดับรวมลมปราณขั้นที่ 3 เทียบเท่ากับเขา..”
เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพราะหากให้เฟยซิ่วลงมือด้วยระดับรวมลมปราณขั้นที่ 6 ตามที่บุตรชายของตนร้องขอ เขาเกรงว่าบุตรชายตนจะรับไม่ไหว!หากผิดพลาดอันใดขึ้นมา ตัวมันคงเสียใจจนวันตาย
“ปะประลองกับนายน้อย!ระดับรวมลมปราณขั้นที่ 3! เป็ไปได้อย่างไรกัน?!!"เฟยซิ่วกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนกพร้อมหันไปทางนายน้อยแล้วกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านพึ่งจะฝึกฝนเพียงไม่ถึงครึ่งวันหรือว่า... ท่านสามารถทะลวงถึง 3 ระดับ เพียงครึ่งวันเท่านั้น!!”
ตัวมันอยู่กับนายน้อยตลอดเวลาไม่ห่างกายและพึ่งหยิบยื่นตำราฝึกฝนลมปราณ ให้ไปไม่ถึงครึ่งวันนายน้อยของตนกลับฝึกฝนถึงรวมลมปราณขั้นที่ 3 แล้ว ตัวมันไม่อยากจะเชื่อ!
แล้วอะไรกัน!ประลองกับนายน้อยที่พึ่งจะเริ่มต้นฝึกฝน ถึงแม้จะลดระดับพลังลงมาเท่ากับนายน้อยแต่สำหรับตัวมันที่ลดระดับมายังรวบรวมลมปราณขั้นที่ 3 หากลงมือเต็มกำลัง ก็สามารถประมือกับผู้มีระดับรวมลมปราณขั้นที่ 4 ได้
“หากเ้าพ่ายแพ้ นายน้อยของเ้าจะได้รับอนุญาตให้ไปหาประสบการณ์ที่ป่าลมหวน เพราะฉะนั้น... เ้าห้ามออมมือเด็ดขาด!”เฟยหรงกล่าวเน้นย้ำเพื่อให้เฟยซิ่วเข้าใจในสถานการณ์
“ห๊ะ??!!”เฟยซิ่วร้องออกมาด้วยความใเพราะป่าลมหวนต่างเต็มไปด้วยสัตว์อสูร ที่เหนือกว่าระดับแรกเริ่มขั้นที่ 4 ด้วยระดับพลังของนายน้อย ไม่ใช่ว่าจะไปหาที่ตายหรอกรึ? ขณะที่มันยังคงประหลาดใจ กับสิ่งที่ผู้นำตระกูลเฟยกล่าวเสียงของจูเยว่ได้ดังขึ้นมา
“ข้าว่า...ให้เฟยซิ่วลดระดับพลังลงมา ที่รวมลมปราณขั้น 6 ก็เพียงพอท่านพ่อ... ข้าเกรงว่าเขาจะรับไม่ไหว” จูเยว่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ซึ่งความกังวล
“ห๋า???!!!!”ตอนนี้มันงุนงงหนักมากอะไรคือมันรับไม่ไหวกัน!!
ข้าฝึกยุทธมาก่อนที่ท่านจะลืมตาดูโลกใบนี้ด้วยซ้ำถึงจะเป็นายน้อยที่ตนรักและเอาใจใส่ แต่ดูถูกกันถึงเพียงนี้ทำให้มันเริ่มรู้สึกอยากเข้าไปทุบตีนายน้อยที่เคารพรัก อยู่บ้างเหมือนกัน