ในขณะที่เซียวหย่งเต๋อกำลังพยายามสำรวจร่างกายของตนเองที่ในยามนี้กำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนซ่งจื่อเหยาที่ในยามนี้เป็แค่เพียงดวงิญญาดวงเล็กๆก็กำลังเฝ้ามองการกระทำและฟังความคิดอันสับสนวุ่นวายของเซียวหย่งเต๋อด้วยความวิตกกังวลยามนี้นางรอดชีวิตได้แล้วก็จริงแต่สภาพของนางก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่งไม่อาจจะควบคุมร่างกายของตนเองได้ดังตั้งใจอีกทั้งยังมีดวงิญญาอีกดวงเข้ามายึดครองร่างกายของนางด้วย
‘ท่านใจเย็นๆก่อนได้ไหม จิตใจสับสนเช่นนี้แล้วจะหาวิธีเข้าร่างของตนเองได้อย่างไร’เมื่อซ่งจื่อเหยาส่งเสียงเตือนเขาอยู่ภายในเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ยืนนิ่งงันอยู่ตรงหน้าเตียงแล้วจ้องมองร่างกายของตนเองอย่างใช้ความคิด
‘ข้ากับเ้าร่วงหล่นลงมาบนพื้นด้วยกันหากทำเช่นนั้นอีกครั้งเ้าว่าข้าจะกลับเข้าร่างของตนเองได้สำเร็จไหม’เขาถามนางอยู่ภายในใจ ซึ่งนางก็ตอบกลับเขาทันทีทันควันเช่นเดียวกัน
‘สำเร็จหรือไม่ข้าก็ไม่แน่ใจรู้เพียงแต่ว่าหากผิดพลาดขึ้นมาไม่ท่านก็ข้าอาจจะได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิต’เมื่อนางตอบกลับมาเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็เม้มปากแน่น
“แม่ทัพซ่งยามนี้ท่านอ๋องยังทรงไม่ได้สติตัวท่านเองก็ยังไม่แข็งแรงดีข้าจึงคิดว่าท่านควรจะกลับไปนอนพักรักษาตัวก่อนท่านฝืนร่างกายของตนเองเช่นนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีอันใดต่อทั้งท่านและก็ท่านอ๋องหรอก”เมื่อเจิ้งหลวนเค่อเอ่ยเตือนเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็หันไปจ้องมองคนของเขาดูสายตาที่เต็มไปด้วยความหนักอึ้งเื่ที่ดวงิญญาของเขาอยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาหากเขาเล่าออกไปจะต้องไม่มีผู้ใดเชื่อแน่ อีกทั้งยังอาจจะหาว่าซ่งจื่อเหยามีความคิดที่ไม่ดีและอาจจำกำลังคิดร้ายต่อเขาหรือไม่ก็อาจจะพากันคิดว่าซ่งจื่อเหยามีสติไม่ดีอีกด้วย
‘อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดหากไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้อย่างไร’เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซียวหย่งเต๋อก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ร่างของซ่งจื่อเหยามีโถมร่างของนางเข้าใส่ร่างของตนเองที่นอนหมดสติอยู่บนที่นอน
“แม่ทัพซ่ง!”เสียงอุทานของสองพี่น้องสกุลเจิ้งยังไม่เท่ากับเสียงห้ามปรามของซ่งจื่อเหยาที่ดังขึ้นในหัว
‘ท่านบ้าไปแล้ว!’แรงกระแทกทำให้เซียวหย่งเต๋อต้องหลับตาลงเพื่อระงับความเ็ปที่เกิดขึ้นศีรษะที่กระทบกันทำให้บนหน้าผากของร่างของเขาบวมปูดขึ้นมาส่วนร่างของซ่งจื่อเหยานั้นแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่ความเ็ปที่ได้รับทำให้เขาคิดว่ายามนี้ศีรษะของนางก็คงจะไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าใดนัก
“ทำไมเป็เช่นนี้ๆทำไมเป็เช่นนี้”เซียวหย่งเต๋อทิ้งร่างของซ่งจื่อเหยาทาบทับไปที่ร่างของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยากส่วนสองพี่น้องสกุลเจิ้งก็รีบช่วยกันดึงร่างของซ่งจื่อเหยาออกจากร่างของเขาในทันที
“แม่ทัพซ่งท่านทำเช่นนี้ไม่มีทางช่วยท่านอ๋องได้หรอกอีกทั้งยังจะทำให้ท่านและท่านอ๋องได้รับาเ็ทั้งคู่”เจิ้งหลวนเค่อเอ่ยพลางดึงร่างของนางออกให้พ้นจากร่างของท่านอ๋องของเขา แต่เซียวหย่งเต๋อกลับไม่ยอมแพ้ใช้อ้อมแขนของซ่งจื่อเหยาโอบกอดร่างกายของตนเองเอาไว้
“ไม่!พวกเ้าทิ้งพวกข้าไว้ตามลำพังเถิด ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”เซียวหย่งเต๋อส่งเสียงออกมาพลางใช้เรียวแขนอันกลมกลึงของซ่งจื่อเหยากอดร่างของตนเองเอาไว้
‘ท่านจะทำอันใด’เสียงของซ่งจื่อเหยาที่ดังขึ้นมาในความคิดทำให้เซียวหย่งเต๋อตอบกลับไปในความคิดเช่นเดียวกัน
‘พวกเราจะต้องอยู่ด้วยกันไม่เช่นนั้นข้าจะหาวิธีกลับคืนเข้าร่างของตนเองได้อย่างไร’
‘แต่ท่านกำลังใช้ร่างของข้าโอบกอดตัวของท่านอยู่นะคิดเสียบ้างสิว่ายามนี้คนของท่านจะมองว่าข้าเป็คนเช่นไร’เสียงภายในใจของซ่งจื่อเหยาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่พอใจเซียวหย่งเต๋อจึงได้ยินยอมคลายอ้อมแขนของตนเองออกทั้งเจิ้งหลวนเค่อและเจิ้งหลวนซานจึงได้ปล่อยมือที่กำลังช่วยกันดึงร่างของนางออกเช่นเดียวกันเซียวหย่งเต๋อจึงทำได้แค่เพียงนั่งมองร่างของตนเองด้วยความเศร้าใจเพียงเท่านั้น
“ท่านแม่ทัพซ่งพวกข้าเองก็ไม่อยากจะรบกวนท่านกับท่านอ๋องหรอกแต่ยามนี้ท่านอ๋องของพวกเราเป็เช่นนี้ไปแล้วต่อให้ท่านทำเช่นไรท่านอ๋องก็ไม่สามารถฟื้นคืนสติขึ้นมาได้หรอก”เจิ้งหลวนเค่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปลอบโยนส่วนเจิ้งหลวนซานเองก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบใจเท่าใดนักสายตาที่เขาใช้จ้องมองซ่งจื่อเหยาทำให้เซียวหย่งเต๋อพึงจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เขาทำลงไปทำให้ซ่งจื่อเหยากลายเป็คนไม่ดีในสายตาของเจิ้งหลวนซานไปเสียแล้ว
“ท่านทำเช่นนี้ทั้งท่านและท่านอ๋องต่างก็ได้รับาเ็ นี่ไม่ใช่เื่ดีเลยอีกทั้งหากผู้อื่นมาเห็นท่าทางเช่นนี้ของท่านเข้าจะต้องมีคนเข้าใจท่านอ๋องของข้าผิดแน่ๆ”เมื่อเจิ้งหลวนซานเอ่ยจบก็ได้รับสายตาตำหนิจากพี่ชายในทันที เขาจึงได้สงวนถ้อยคำอยากจะต่อว่าสตรีที่นั่งอยู่บนเตียงของท่านอ๋องของเขาเอาไว้
“ท่านแม่ทัพซ่งข้าคิดว่าท่านควรจะกลับไปพักรักษาตัวดีกว่ายามนี้ที่ค่ายทหารของท่านกำลังสับสนวุ่นวายกันใหญ่แล้วสหายของท่านบอกกับทุกคนว่าท่านถูกโจรป่าลอบโจมตีจนตกหน้าผาคนของท่านก็เลยตื่นตระหนกรีบส่งกองกำลังมาที่หน้าผาจนเกือบหมดข้าเกรงว่าทัพของท่านจะเกิดความวุ่นวายมากไปกว่านี้จึงได้ส่งคนไปแจ้งให้คนของท่านทราบแล้วว่าท่านยังไม่ตายป่านนี้พวกเขาก็คงจะกำลังมารับท่านกลับแล้ว”เมื่อเจิ้งหลวนเค่อเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันส่ายหน้าในทัน
“ข้าไม่ไป”คำพูดของเขาทำให้สองพี่น้องสกุลเจิ้งต่างก็นิ่งงันไปด้วยความคาดไม่ถึงส่วนเสียงที่ดังขึ้นในหัวก็กำลังส่งเสียงด่ากราดเขาอยู่
‘ท่านไม่อยากไปแต่ข้า้ากลับไป ยามนี้คนของข้าคงจะเป็ห่วงข้าแย่แล้ว ยังมีครอบครัวของข้าอีกหากพวกเขารู้ว่าเกิดเื่กับข้าพวกเขาจะต้องมาที่นี่กันหมดแน่’เสียงของซ่งจื่อเหยาทำให้เซียวหย่งเต๋อคิดถึงความฝันก่อนหน้านี้ในทันทีเขาฝันเห็นครอบครัวของนาง เห็นความรักความใส่ใจที่คนในครอบครัวของนางมีต่อนางเมื่อคิดถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของคนสกุลซ่งแล้วเขาก็พลันทอดถอนใจออกมา
“ข้าจะกลับไปพักผ่อนรบกวนพวกท่านดูแลข้า... ดูแลเขาให้ดี”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้สองพี่น้องสกุลเจิ้งก็พยักหน้าหงึกหงักพลางตอบรับด้วยความกระตือรือร้นในทันที
“ท่านแม่ทัพซ่งไม่ต้องกังวลพวกข้าย่อมจะต้องดูแลท่านอ๋องเป็อย่างดีอยู่แล้ว”เจิ้งหลวนเค่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังส่วนเจิ้งหลวนซานแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยออกมาแต่เซียวหย่งเต๋อก็สามารถรับรู้ถึงความเอาใจใส่ที่คนผู้นี้มีต่อเขาอยู่แล้วสองคนนี้ไม่ใช่แค่เพียงผู้ใต้บังคับบัญชาเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็สหายสนิทมาั้แ่เด็กของเขาด้วยดังนั้นเซียวหย่งเต๋อจึงไม่ได้รู้สึกเป็ห่วงร่างกายของตนเองเท่าใดนัก
ยามนี้สิ่งที่ควรจะใส่ใจก็คือร่างกายนี้ของซ่งจื่อเหยามากกว่าหาก ‘สหายรัก’ผู้นั้นของนางเป็คนมารับนางด้วยตนเองร่างกายที่บอบช้ำไปทั้งตัวเช่นนี้ก็คงจะไม่อาจจะรับมือได้ไหวเมื่อเซียวหย่งเต๋อคิดได้เช่นนี้เขาจึงได้ลากสังขารอันบอบช้ำของซ่งจื่อเหยากลับไปพักผ่อนที่เรือนพักของนางในทันที